ลู่เซียนเบื่อที่จะฟังจึงอ้างกล่าวขออนุญาตบิดาเพื่อออกมาที่ห้องครัว นางเดินออกมาได้เพียงครู่ก็รู้สึกถึงใบหน้าเห่อร้อนเหมือนจะไข้จึงรีบปีกตัวเดินตรงไปยังเรือน แต่โจวเหรินจงที่เดินตามมารีบคว้าข้อมือนางพลางเอ่ย
“คุณหนูลู่สีหน้าเ้าดูเหมือนจะไข้” ลู่เสียนยกมือแตะหน้าผากตนพลางสงสัยเมื่อครู่นางยังดี ๆ เหตุใดยามนี้จึงไข้จับ โจวเหรินจงรีบยกมือประคองที่ไหล่ ร่างกายนางก็พลางสะดุ้งราวต้องไฟ แข้งขาที่จะเดินก็ดูเหมือนจะก้าวมิออก ลู่เสียนหันมองแววตาคมตรงหน้าราวกับว่าเขากำลังยกยิ้มมุมปากจ้องมอง ลู่เสียนจึงได้สติคิดได้ว่าตนนั้นต้องถูกวางยาแล้วแน่ จึงพยายามใช้แรงทั้งหมดผลักเขาออกก่อนที่จะหอบเอาร่างที่หนักอึ้งเดินหนี เป็จังหวะเดียวกันที่ฮุ่ยหลิงกำลังแอบยืนอยู่ด้านหลังประตูเรือนนาง เขามาร่วมงานได้สักสองเค่อแล้ว แต่เห็นนางที่เป็คู่หมั้นกำลังพูดคุยกับโจวเหรินจงก็เลี่ยงเดินออกไปอีกทาง ฮุ่ยหลิงผละตัวหลบคนที่กำลังเดินมาไม่คิดว่าตนนั้นจะถลาตัวเข้าไปจะเป็ห้องนอนนาง ลู่เซียนเร่งฝ่าเท้าตนเดินตรงเข้าเรือนนอนก่อนจะรีบลงดานประตู แม้โจวเหรินจงจะกล่าวเรียกเช่นไรนางก็มิยอมเปิดออก อู๋ทงสาวใช้ของนางที่เห็นจึงเดินมาเอ่ยถามโจวเหรินจง
“เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะ” โจวเหรินจงมิเอ่ย เพราะเขารู้ว่าลู่เสียนยามนี้กำลังต้องยาที่เขาแอบวางในถ้วยน้ำชาก่อนหน้านี้เป็แน่ แต่น่าเสียดายที่ตัวยาออกฤทธิ์ช้าทำให้นางได้โอกาสหนีเขาเข้าเรือนเสียก่อน ลู่เสียนได้ยินเพียงเสียงอู๋ทง ก็ะโไล่ว่าตนนั้นไม่สบายห้ามผู้ใดรบกวน
ลู่เสียนที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกวางยาก็รีบมองหาน้ำขึ้นมาดื่มก่อนจะเห็นว่าฮุ่ยหลิงยืนอยู่ภายในห้องตน
“ท่านมาได้ยังไง” ลู่เสียนเอ่ยขึ้นทั้งยังหอบหายใจแรง เนื้อกายนางกำลังสั่นระริกอย่างมิอาจห้ามแรงสั่นไหวนั้นได้ ยิ่งได้พบบุรุษตรงหน้าก็แทบอยากจะกระโจนเข้าใส่แต่ก็หวั่นกลัวเกินไป เพราะฮุ่ยหลิงก็คงมิได้พอใจสตรีเช่นนางนัก
“เ้าเป็อะไรเสียนเออร์” ฮุ่ยหลิงขยับเข้าใกล้เมื่อเห็นร่างระหงกำมือสะกดกลั้นแรงสั่นไหว เขากล่าวถามทั้งยังช่วยประคองร่างนางไว้มิให้ล้ม แต่กลับถูกนางรั้งยกมือปิดปากเขามิให้เอ่ย ก่อนโน้มดึงสาบเสื้อเขาเสียจนใบหน้าแทบติดกัน ก่อนนางจะเอ่ยเสียงกระเซ้าถาม
“องค์ชาย ไหน ๆ ท่านก็เป็คู่หมั้นข้าแล้ว เช่นนั้นช่วยข้าปลดพิษไข้นี้ ก็คงมิเสียหายเท่าไหร่นัก” กล่าวจบริมฝีปากอิ่มของนางก็ครอบไปที่ริมฝีปากเขาอย่างเอาแต่ใจ ฮุ่ยหลิงแม้จะใในคราแรกแต่เมื่อัันุ่มจากปลายลิ้นอุ่นที่กำลังกวาดไล่ในโพรงปากตนก็ตอบรับด้วยการใช้ปลายลิ้นตนตวาดเกี่ยวปลายลิ้นนาง จนร่างทั้งสองบดเบียดกันไปมา ฮุ่ยหลิงพึงได้สติจึงรีบคว้าร่างนางผละออก
“นี่เ้าโดยวางยาหรือกระไรกัน” ลู่เสียนมิกล่าวตอบทั้งยังดันอกอิ่มถูกายเขาอย่างเพลิดเพลิน ฮุ่ยหลิงเห็นท่ามิดีรีบจับตัวนางวางพลาดลงเตียงอุ่นก่อนจะให้ผ้าแพรห่มร่างนางไว้ ลู่เสียนที่ร่างกายร้อนรนดังไฟต้องผิวก็มิอาจทน จนเอ่ยขอร้องด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ
“องค์ชายได้โปรด หากข้ามิได้ปลดพิษไข้นี้เห็นทีข้ามิอาจรอดพ้นความตายได้แน่” ริมฝีปากล่างถูกนางขบเม้มจนโลหิตซึมไหล นางพยายามที่จะอดทนแต่พิษยานั้นช่างรุนแรง ฮุ่ยหลิงใกลัวแต่ก็เงอะงะทำสิ่งใดไม่ถูก หากเขาชักช้าเกรงว่านางก็คงมิอาจทนพิษไข้นี้ได้
“แล้วจะให้ข้าทำเยี่ยงไรกัน” เขากล่าวพลางมองดูแววตานางที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตา
“พระองค์ช่วยปลดผ้าห่มแพรผืนนี้ออกก่อนเพคะ” ลู่เสียนกัดฟันสู้กล่าวสั่งเขา ฮุ่ยหลิงจึงค่อย ๆ จับผ้าแพรที่พันร่างนางออกให้ นางไม่รีรอดันร่างที่ร้อนดังไฟแนบใส่เขาจนฮุ่ยหลิงล้มตัวลงนอน มือเรียวมิรอช้าคว้าจับัใหญ่ใต้ผ้า เพียงนางััความใหญ่โตนั่นก็ผลันให้่ร่างนางเปียกแฉะได้ ลู่เสียนอดใจไม่ไหว คว้ากางเกงเขาแล้วดึงลง ัตัวใหญ่ที่แข็งขืนตีรั้งขึ้นมาเสียงดัง ตับ นางมองความใหญ่โตนั้นประมาณคราว ๆ แล้วครอบริมฝีปากลง ฮุ่ยหลิงรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบในกายจึงใช้มือตนกดศีรษะนางไว้พลางเอ่ยย้ำเตือน
“เสียนเออร์ หากเ้าไม่หยุดอย่าหาว่าข้ารังแกเ้าก็แล้วกัน” ลู่เสียนนางมิตอบ กลับยกกายขึ้นคร่อมก่อนกดร่องตรงกลางนางลงอย่างช้า ๆ ความหนุบหนับเสียวกระสันที่เพิ่งได้ััทำให้ฮุ่ยหลิงอดรอบมองอย่างนึกลุ้นว่านางจะครอบมันลงได้จนจมมิดหรือไม่ ลู่เสียนแม้จะเคยได้ััความเสียวซ่านเช่นนี้มาในชาติก่อน แต่ร่างกายนางยามนี้ยังบริสุทธิผุดผ่อง ร่องกลางก็คับแคบนางค่อย ๆ หย่อนตัวลงเพียงช้า ๆ เพื่อให้ตนเจ็บน้อยที่สุด ฮุ่ยหลิงกัดฟันข่มกลั้น มันช่างมิได้ดังใจเขานัก พลางอดคว้าสะโพกกลมแล้วยกสะโพกตนสวนขึ้น ร่องกลางที่ถูกเสียบจนมิดก็หลุดครางเสียงหลง
“อร๊างง” ร่างระหงบิดเกร็งด้วยความเจ็บเล็กน้อยก่อนใช้มือเรียวยันยังหน้าท้องที่มีกล้ามแน่นของเขาไว้
“องค์ชายใจเย็น ๆ เพคะ” นางโน้มกายกระซิบบอก เพราะความปวดหนุบที่เพิ่งได้รับ ฮุ่ยหลิงเหมือนจะรู้ความเจ็บของนางจึงครอบริมฝีปากไปที่ยอดปทุมสีสวยสดตรงหน้า เพียงเท่านั้นร่องกลางกายนางก็ขับน้ำผึ้งหวานออกมาพอให้เขาขยับหัวัได้ต่อ เสียงครางเกือบหลุดเล็ดลอดจากลำคอสวย หากมิใช่ที่นางคว้าอาภรณ์กัดกลั้นเสียงนั้นไว้ เช่นนั้นแล้วภายนอกก็คงพากันแห่มา ฮุ่ยหลิงจับกายนางวางลงเตียงก่อนกระแทกเอวสอบเป็จังหวะเร่งเร็วตามอารมณ์ ไม่ช้าพิษไข้นางก็ถูกขับออกเสียจนหมด ลู่เสียนฝืนยกเปลือกตาหนักมองใบหน้าเขา ฮุ่ยหลิงจูบซับเหงื่อบนหน้าผากนูนของนางก่อนคว้าร่างระหงเข้ามาแนบ พลางกล่าวอย่างรู้สึกผิด
“เสียนเออร์ ข้าจะรีบให้เสด็จพ่อจัดเตรียมงานอภิเษกเ้าให้เร็วขึ้น” แม้จะเกินสิ่งเหนือความคาดหมาย แต่เพราะเกิดเหตุเช่นนี้เขาก็มิอาจขาดความรับผิดชอบได้ ยิ่งสตรีตรงหน้าคือคู่หมั้นเช่นนั้นแล้วมีหรือที่เขาจะมิกล้ากล่าวทูลต่อบิดาตน ลู่เสียนที่ได้ยินก็พยักหน้าตอบอย่างไร้สีหน้าดีใจด้วยเพราะสิ่งที่เขากระทำคือความรับผิดชอบ หาใช่ชมชอบนางเสียเมื่อไหร่กันหากวันนี้เป็โจวเหรินจง เช่นนั้นแล้วนางก็คงมิพ้นชะตากรรมเดิม แต่เมื่อเป็ฮุ่ยหลิงแล้วเช่นนั้นต่อให้เขามิได้รักชอบนางขอเพียงแค่ใช้ชีวิตเงียบ ๆ ในวังของเขาเช่นนั้นนางก็พอใจลู่เสียนเงยหน้าช้อนแววตามองคนด้านข้างก่อนเอ่ย
“เพคะ หม่อมฉันจะรอพระองค์ยกขบวนขันหมากมาที่จวนนี้นะเพคะ”