เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอยู่หลายชั่วโมง ประตูห้องฝึกฝนพิเศษในที่สุดก็ถูกเปิดขึ้น ร่างเงาของชายหนุ่มผมเทาก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีอันกระชับกระเฉง ไครเซอร์ได้ใช้เวลาไปกว่า3ชั่วโมงเพื่อที่จะซึมซับของเหลวกระตุ้นเซลล์ระดับC แถมความเร็วในการดูดซับของเซลล์ภายในร่างกายก็เพื่มขึ้นอยู่หลายเท่า จึงทำให้ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มตอนนี้เพิ่มมากถึง70% อาจจะไม่ได้พัฒนาขึ้นสู่นักสู้แห่งดวงดาวระดับที่4ก็ตาม
ภายในห้องโถงใหญ่ไอรอนเมื่อเห็นว่าบอสออกมาแล้วก็ให้การต้อนรับเขาอย่างเช่นเดิม
"เหนื่อยหน่อยนะครับบอส ผมสังเกตได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปของบอสเลย!!"
ชายวัยกลางคนพูดมันออกมาอย่างประหลาดใจ ความแตกต่างหลังจากที่เข้าไปและกลับออกมามันเป็นคนละแบบกันเลย เพียงแค่3ชั่วโมงตัวของมันก็รู้สึกว่าบอสดูแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก เป็นไปไม่ได้เลยที่ในเวลาแค่นั่นจะพัฒนาพลังได้อย่างมากมาย อย่าลืมนะว่านักสู้แห่งดวงดาวระดับที่3 การจะพัฒนาพลังก็ยากเย็นแสนเข็ด ตัวของมันใช้เวลาเกือบ2ปีกว่าจะพัฒนาขึ้นสู่ระดับที่4 แต่บอสของมันเท่าที่สัมผัสได้ในตอนนี้ พลังของเขาเกินกว่าครึ่งของระดับที่3ไปแล้ว ทั้งๆที่ไม่กี่วันก่อนเขาก็เพิ่งพัฒนามันขึ้นมาเอง ถึงไม่อยากจะเชื่อแต่มันก็ต้องเชื่อแล้ว บอสของมันยังมีความลับอะไรอีกมากที่เขาไม่ได้บอกกล่าวออกมา
"หึหึ นิดหน่อยน่ะคุณไอรอน"
ไครเซอร์หัวเราะอยู่เล็กน้อยพร้อมกับเดินไปนั่งยังโซฟาที่นุ่มนิ่ม ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนว่านักสู้แห่งดวงดาวจะสามารถสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของผู้คน ยิ่งมีขั้นพลังมากเท่าไหร่พวกเขาก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงมันมากขึ้นเท่านั้น มันอาจจะเป็นความรู้สึกหรือลางสังหรณ์ที่ซ่อนไว้อยู่ในส่วนลึกของร่างกายก็เป็นได้ ทุกคนมีมันติดตัวอยู่อย่างแน่นอนแล้ว แม้แต่ช่วงนั้นที่เขาเห็นไอรอนเป็นครั้งแรก ก็ยังบอกได้เลยว่าชายวัยกลางคนผู้นี้นั้นแข็งแกร่ง
ระหว่างนั่นระบบก็ได้เอ่ยแทรกขึ้น
< ใช่แล้ว นักสู้แห่งดวงดาวมีคุณสมบัติที่พิเศษกว่าคนธรรมดา พวกเขาจะมีลางสังหรณ์ที่แตกต่างกันไปและเมื่อนักสู้แห่งดวงดาวได้พัฒนาเป็นระดับดาวเคราะห์แล้วละก็ ความรู้สึกที่คลุมเครือนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นประสาทสัมผัสที่เฉียบคม พวกเขาจะมีจิตรับรู้ในตัวของบุคคลได้อย่างแม่นยำ สามารถระบุพลังงานมวลสารภายในร่างได้อย่างสมบูรณ์แบบและยังสามารถขยายประสาทการรับรู้ของตนเองให้กว้างไกลขึ้นได้อีกด้วย ในจักรวาลแห่งนี้ก็มีหลายเผ่าพันธุ์ที่เมื่อถือกำเนิดขึ้นมาก็มีจิตรับรู้ได้อย่างอิสระ พวกเขาได้เปรียบมากยิ่งกว่านักสู้คนอื่นๆ ไม่จำเป็นต้องผ่านระดับดาวเคราะห์เลยซักนิดก็สามารถมีพลังเช่นนั้นได้ >
เมื่อระบบพูดจบไครเซอร์ก็ถึงกับต้องพยักหน้ารับอย่างสนใจ ยิ่งมีพลังมากเท่าไหร่ประสบการณ์ต่างๆที่เขาไม่เคยพบเจอก็ยิ่งมากเท่านั้น ไม่คิดเลยว่านักสู้แห่งดวงดาวจะมีจิตรับรู้อะไรแบบนั่นได้ อย่างกับมีกล้องที่ตรวจจับการเคลื่อนไหวได้รอบตัวยังไงยังงั้น
ที่ด้านข้างไอรอนที่เห็นว่าบอสของมันบ่นพึมพำอยู่คนเดียวอีกแล้วก็ได้แต่ยกยิ้มออกมาอยู่นิดๆ ชายหนุ่มคนนี้ถ้าไม่ใช่คนที่เคยรู้จักเขาก็คิดว่าเขานั่นมีนิสัยที่แปลกประหลาดเลยเชียวละ
"จริงสิ ผมเกือบลืมไปเลย"
ขณะเดียวกันมันก็นึกถึงเรื่องราวก่อนหน้านี่ได้ ตัวของมันจึงได้กล่าวออกมาในทันที
"บอสครับ มะกี้นี้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเจ้าไซเนอร์มันโผล่ออกมาเพื่อเยี่ยมเยียนบอสครับ เรื่องมาหามันก็ส่วนนึงแต่ที่สำคัญเลยก็คือมันมาถามว่าเมื่อไหร่พวกเราจะทำลายล้างสมาคมจิ้งเหลนเพลิงซักที ตัวของมันก็รอคอยที่จะร่วมงานกับบอสไม่ไหว อันที่จริงในความคิดของผมนะ ผมว่าพวกเราควรจะเตรียมตัวในการสังหารพวกมันได้แล้วนะ ถ้าพวกเราจัดการพวกมันได้ องค์กรเงามืดก็จะเข้ามาควบรวมกับพวกเราทั้งหมด เมื่อถึงตอนนั้นองค์กรสเปคเตอร์ของบอสจะเป็นเพียงขั้วอำนาจเดียวที่ยิ่งใหญ่สุดในเมืองไร้กฎหมายแห่งนี้!!"
ชายวัยกลางคนพูดจบก็จิบน้ำที่อยู่ในมือของตน ใบหน้าของเขาเยียบเย็นขึ้นเมื่อพูดถึงการฆ่าสังหาร สมาคมจิ้งเหลนเพลิงเป็นองค์กรขยะที่มีอาชญากรเกลียดมากที่สุด พวกมันทำตัวราวกับเป็นพระเจ้าที่ปกครองเมืองแห่งนี้ ถ้าไม่ใช่ว่ามีองค์กรมังกรดำกับองค์เงามืดของเจ้าไซเนอร์อยู่ เขาคิดได้เลยว่าไอ้เจ้าคานคงจะใช้กำลังสยบให้อาชญากรทุกคนต้องตกเป็นทาสของมันอย่างแน่นอน เพราะถึงยังไงตัวของมันก็มีนิสัยเช่นนั้นอยู่แล้ว มองลูกน้องเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่ราวกับจะเขี่ยทิ้งตอนไหนก็ได้ คนแบบนี้แหละที่เขาไม่ชอบมากที่สุด
"หือ? ทำลายสมาคมจิ้งเหลนเพลิงหรอ"
ไครเซอร์ขมวดคิ้วอยู่นิดๆเมื่อได้ฟังประโยคดังกล่าว ในใจครุ่นคิดขึ้นในทันที ก่อนหน้านี้เขาก็วางแผนไว้นานแล้วละว่าจะต้องทำลายมันให้เร็วที่สุด แต่เมื่อได้พบเจอกับเหมืองลูปครัสตัลก่อน ความคิดนั่นก็ต้องหยุดลงไป เขาว่าจะเดินทางไปขายลูปครัสตัลที่เมืองGซะก่อน แล้วค่อยกลับมาทำลายพวกมันให้สิ้น แต่เมื่อได้ยินที่ไอรอนพูดออกมามะกี้นี้ตัวของเขาคงจะต้องเปลี่ยนแผนการแล้วละ
"เข้าใจแล้ว งั้นพรุ่งนี้พวกเราจะยังไม่ออกไปขายลูปครัสตัลละกัน เราจะทำให้เมืองไร้กฎหมายอยู่ภายใต้องค์กรสเปคเตอร์เพียงหนึ่งเดียว พวกเราจะจัดการพวกมันในวันพรุ่งนี้เลย ด้วยพลังของคุณและฟงอวี่คงจะสามารถกดดันหรือสังหารเจ้าคานได้อย่างสบายๆ ส่วนคนอื่นๆที่เหลือในสมาคมจิ้งเหลนเพลิงเดียวผมจัดการเอง..!!"
คำตอบของไครเซอร์ได้ทำให้ชายวัยกลางคนต้องกำหมัดแน่น เขาถึงกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยียบเย็น
"เข้าใจแล้วครับบอส ผมรอคำสั่งนี่มาหลายวันแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า"
ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความดุร้ายและจิตสังหารที่แผ่กระจายออกมา ตัวของมันอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว แต่เมื่อเห็นว่าบอสไครเซอร์อยากจะไปหาเครดิตเข้ากองกำลังก่อนก็เลยไม่กล้าที่จะโต้แย้งอะไรเขาออกมา
"หึหึ พรุ่งนี้ถ้าจะสนุก คุณไอรอนไปเตรียมตัวไว้เลยละกัน อย่าลืมบอกลูกน้องทุกคนด้วยละว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะมีการต่อสู้กัน"
ไครเซอร์หัวเราะออกมาอย่างคึกคักพร้อมกับดวงตาสีแดงที่ส่องประกาย จากนั่นเขาก็เปิดหน้าต่างของระบบที่แสดงภารกิจของเนื้อหา
< ภารกิจต่อเนื่องขั้นที่2 เมื่อเป็นหัวหน้าขององค์กร1ใน3ยักษ์ใหญ่แล้ว 2กองกำลังที่เหลือก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เข้าทำลายล้างองค์กรทั้ง2แห่งให้สิ้นซากหรือไม่ก็ทำให้องค์กรทั้ง2แห่งนั่นควบรวมเข้ากับองค์กรที่โฮสต์ปกครองอยู่ รางวัลของภารกิจ แต้มตัวร้าย30,000แต้ม >
< ภารกิจต่อเนื่องขั้นที่3 ปกครองเมืองไร้กฏหมายเพียงหนึ่งเดียว อาชญากรภายในเมืองจะต้องเคารพยำเกรงในตัวของโฮสต์ รางวัลของภารกิจ ชุดเกราะแห่งสงครามทานาทอส >
เพียงแค่เห็นข้อความทั้งหมดตัวของชายหนุ่มก็ถึงกับแสยะยิ้มขึ้น ในที่สุดภารกิจที่ระบบได้ให้ไว้ก็จะเสร็จสิ้นซักที เพียงแค่ทำลายสมาคมจิ้งเหลนเพลิงก็สามารถผ่านภารกิจได้ง่ายๆ องค์กรเงามืดอย่างไซเนอร์ก็จะมาเข้าร่วมกับเขาอย่างสมัครใจ ถ้าเป็นแบบนี้มันก็หมายความว่าองค์กรสเปคเตอร์จะกลายอำนาจเดียวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไร้กฎหมาย ทั้งภารกิจที่2และภารกิจที่3ก็จะเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว แต้มตัวร้ายกับชุดเกราะทานาทอส อีกไม่นานก็จะตกเป็นของเขา
"เข้าใจแล้วครับ งั้นเดียวพวกผมจะไปเตรียมตัวเลยละกัน..!!"
ไอรอนถึงกับมีสีหน้าแดงกล่ำราวกับว่าเลือดในร่างกายกำลังเดือดพล่าน ตัวของมันแทบอยากจะออกไปลุยในตอนนี้เลยทีเดียว แต่ขณะที่มันกำลังจะเข้าสู่ลิฟท์ส่วนตัวของตนเองนั่น
"หือ นั่นอะไร..?"
ไอรอนเดินไปยังริมขอบหน้าต่างพร้อมกับเพ่งมองอย่างจริงจัง ตัวของมันสังเกตเห็นถึงแสงสีเงินขนาดใหญ่ที่่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่พริบตาประกายแสงนั่นก็ปรากฏให้เห็นถึงรูปลักษณ์ที่แท้จริง ร่างเงาขนาดหลายร้อยเมตรบดบังแสงจากดวงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา ทำให้เมืองไร้กฎหมายส่วนนึงแทบจะมืดมิด อาชญากรทุกคนที่อยู่ภายในเมืองล้วนแล้วอุทานขึ้นกันอย่างตกใจ พวกมันทั้งหมดได้แต่เงยหน้าขึ้นมองบางสิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า
"พระเจ้า!! ยานรบอวกาศของจริงวะ ด้านข้างมีสัญลักษณ์สีทองที่เป็นรูปหัวพยัคฆ์ด้วย!!"
"กองกำลังไหนกันวะถึงได้มียานรบแบบนี้!!"
แต่ละคนดวงตาเบิกกว้างกลมโตอย่างตกใจพร้อมกับพูดคุยกันอย่างคึกคัก นี่คือครั้งแรกที่พวกมันได้พบเจอกับยานรบขนาดใหญ่เช่นนี้ ตัวยานสีเงินและเต็มไปด้วยอาวุธที่ทรงอานุภาพ ภาพที่พวกมันเห็นชั่งเป็นอะไรที่น่าเกรงขามจริงๆ
"กะ..กองกำลังไทเกอร์!! หน่วยไล่ล่าของสมาพันธ์แห่งดวงดาว!!"
แต่ทว่าไม่ใช่กับไอรอนที่พอจะรู้ถึงสัญลักษณ์นั่น เพียงแค่เห็นมันใบหน้าของชายวัยกลางคนก็ซีดเผือดขึ้นในทันที
"เกิดอะไรขึ้น?!!"
ไครเซอร์เมื่อถูกเข้าประชัดตัวในทันทีก็ถึงกับสะดุ้งโหยง เขาหันขวับมาก็ต้องพบเจอกับชายวัยกลางคนที่กำลังแสดงสีหน้าอันหวาดกลัวออกมาอย่างถึงขีดสุด ไม่รู้ว่ามันเป็นยังไงแต่จากที่รู้จักกันมาหลายวัน นี่เป็นครั้งแรกที่ไอรอนแสดงท่าทีเช่นนี้
"บอสรีบหนีไปยังประตูมิติวาปที่อยู่ชั้นใต้ดินเร็วเข้า เดียวนี้เลย!! ถ้าไม่งั้นบอสจะหลบหนีออกไปไม่ได้!!!"