หนี่ซวงที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่หนักอึ้งก็รีบพูดขึ้นว่า “เฟยหยาง ให้ข้าแนะนำให้เจ้ารู้จัก ลิงกังตัวใหญ่ตรงนั้นคือท่านพ่อของข้าหนี่หุนลั่ว เขาเป็นประมุขของตระกูลหนี่รุ่นที่ 12”
คำว่า ‘ลิงกังตัวใหญ่’ เกือบจะทำให้หนี่หุนลั่วล้มหัวฟาดพื้น “ซวงซวง เจ้าจะพูดถึงข้าว่าเป็นลิงกังกับคนนอกเช่นนี้ได้อย่างไร?”
“ใครสนกัน?” หนี่ซวงบุ้ยปากและกลอกตา หลังจากช่วยพยุงจางหลินให้ลุกขึ้น นางก็หันไปถามบิดาอีกครา “แค่นี้ก็เพียงพอที่จะยืนยันความสามารถของเขาได้แล้วใช่หรือไม่?”
หนี่หุนลั่วลูบเคราและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ไม่เลว ข้าปลดปล่อยจิตสังหารออกไปเพียงแค่น้อยนิด แต่เขาก็สามารถระบุตำแหน่งของข้าได้ในทันที และยังมีการตอบสนองที่รวดเร็วโดยที่ข้าเกือบจะตั้งตัวไม่ทัน หากข้าไม่ยับยั้งเขาไว้ด้วยพลังปราณ ข้าคงจะได้รับบาดเจ็บจากเขาไปแล้ว เขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้ติดตามของเจ้าจริงๆ…”
ดวงตาของเขาเป็นประกายก่อนจะหันไปถามหนี่ซวงด้วยความอยากรู้ “ซวงซวง เจ้าไปเอายอดฝีมือผู้นี้มาจากที่ไหน?”
หนี่ซวงหรี่ตาและยิ้มตอบ “ข้างถนน”
“ไร้สาระ!” หนี่หุนลั่วกลอกตาและแสดงสีหน้าไม่เชื่อ “ชายที่มีฝีมือเช่นนี้จะเป็นเพียงคนไร้ชื่อได้อย่างไร!? เจ้าอย่าคิดจะโกหกข้าเสียให้ยาก!”
หนี่ซวงผายมือและยักไหล่ “ข้าพบเขาที่ข้างถนนจริงๆ เขาเพิ่งจะเข้าสู่ประตูมณฑลหนานเมื่อคืนนี้ด้วยซ้ำ”
หนี่หุนลั่วประหลาดใจจริงๆ เขาเหลือบมองจางหลินและหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ! เจ้าเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองจริงๆ การได้เจ้าเป็นผู้ติดตาม ชีวิตของนางในสำนักจักรพรรดิดาราก็ไม่มีอะไรน่าห่วงอีกต่อไป”
จางหลินอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้วสงสัย ว่าตระกูลคนรวยเป็นพวกบ้าบอแบบนี้เหมือนกันหมดหรือไม่
เขาเพิ่งจะมาเข้าใจว่าเขาแค่ถูกทดสอบโดยประมุขตระกูลหนี่
แต่เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดอีกฝ่ายถึงดูไว้วางใจเขาเป็นอย่างมาก?
หลังจากหัวเราะจนหนำใจ หนี่หุนลั่วก็หยิบบางอย่างออกจากแขนเสื้อและโยนให้แก่จางหลินอย่างไม่ใส่ใจ “เจ้าหนู รับนี่ไป”
จางหลินที่เห็นวัตถุที่แวววาวก็รีบคว้าเอาไว้ และพบว่ามันคือแหวนสีเงินที่ถูกเคลือบด้วยทองรอบๆ “มันคืออะไร?”
หนี่ซวงแปลกใจเล็กน้อย เมื่อนางมองไปยังวัตถุในมือของจางหลิน ดวงตาของนางก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “นะ-นี่คือ...แหวนวิญญาณระดับสูง!”
“ถูกต้อง!” หนี่หุนลั่วตอบกลับทันควันขณะลูบเครา “มันคือแหวนวิญญาณที่ใช้ในการกักเก็บวัตถุและสิ่งที่ไม่มีชีวิต แค่เจ้าประทับจิตวิญญาณลงสู่แหวน เจ้าก็สามารถใช้มันได้ทันที และหากเจ้าต้องการนำสิ่งของในแหวนวิญญาณออกมาใช้ ก็เพียงแค่ต้องจินตนาการและมันจะปรากฏขึ้นให้เจ้าเอง”
ดวงตาจางหลินเป็นประกายเมื่อรับรู้ว่าวัตถุในมือของตนคือแหวนวิญญาณอันเลื่องชื่อ และมันถือได้ว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับ 5 ที่มีน้อยคนนักที่จะได้ครอบครอง!
แค่มีเงินอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้ที่จะได้ครอบครองแหวนวิญญาณอย่างน้อยๆต้องมีเส้นสายกับผู้สร้างสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อเสียง และแหวนวิญญาณมีจำนวนการผลิตที่น้อยมากเพราะต้องใช้วัสดุหายาก
ไม่คิดเลยว่าประมุขตระกูลหนี่จะใจกว้างถึงขนาดมอบสิ่งประดิษฐ์ระดับ 5 ให้แก่เขาง่ายๆ
“แหวนวิญญาณ…” หนี่ซวงยังคงตกตะลึงไม่หาย นางเหลือบมองหนี่หุนลั่วและถามย้ำ “ท่านจะมอบแหวนวิญญาณให้แก่เฟยหยางจริงๆงั้นหรือ?”
หนี่หุนลั่วกลอกตา “ทำไม? ข้ามอบให้เขาไม่ได้หรืออย่างไร?”
หนี่ซวงพูดไม่ออก “เอ่อ...ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
ต้องเข้าใจว่าแม้แต่อาเหลียงที่ดูแลนางมาตั้งแต่ยังเด็กก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะได้ถือครองแหวนวิญญาณ
แต่บิดาของนางได้เผชิญหน้ากับหยุนเฟยหยางเพียงแค่เล็กน้อย แต่เขาก็ตัดสินใจที่จะมอบแหวนวิญญาณให้แก่เขาโดยที่ไม่จำเป็นต้องคิด
นั่นทำให้นางรู้สึกสงสัยเล็กน้อยว่า บิดาของตนตั้งมาตรฐานสำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติในการถือครองแหวนวิญญาณอย่างไรกันแน่
หนี่หุนลั่วยิ้มเห็นฟันขาว ก่อนจะพูดตอบ “ความสามารถในการต่อสู้ของเขามีมากเกินพอแล้ว ข้อเสียอย่างเดียวก็คือระดับพลังยุทธ์ที่ต่ำเกินไป หากเขาได้รับแหวนวิญญาณเป็นส่วนประกอบ เขาจะไม่ต่างจากเสือติดปีก! หากเกิดการต่อสู้ขึ้นมาจริงๆ เขาจะกลายเป็นผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ที่สุดสำหรับเจ้า และข้ามั่นใจว่าตราบใดที่เขาอยู่ใกล้กับเจ้า เจ้าจะไม่มีทางได้รับอันตรายใดๆเลย”
การประเมินจากปากของหนี่หุนลั่วทำให้หนี่ซวงพูดไม่ออก นางไม่คาดคิดเลยว่าบิดาของนางจะตั้งความหวังกับหยุนเฟยหยางไว้สูงถึงขนาดนี้
หนี่หุนลั่วเพียงแค่มองจางหลินและถามกลับ “เจ้าพอใจกับของขวัญการพบกันครั้งแรกหรือไม่?”
จางหลินถือแหวนวิญญาณไว้ในมือด้วยหัวใจที่เต้นแรง ความเป็นปฏิปักษ์ของเขามลายหายไปจนหมดสิ้น “ขอขอบคุณท่านประมุขหนี่”
หนี่หุนลั่วยิ้มเล็กยิ้มน้อย “ไม่ต้องมากพิธี ข้าขอฝากซวงซวงไว้กับเจ้า ข้าเชื่อว่าด้วยฝีมือของเจ้ารวมถึงแหวนวิญญาณที่เพิ่งได้ไป เจ้าจะมีความสามารถในการต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”
จากนั้นหนี่หุนลั่วก็โบกมือและหันหลังจากไป เขาทิ้งท้ายไว้เพียงแค่ว่า “ซวงซวงเจ้าเองก็รีบนอนได้แล้ว วันรุ่งขึ้นเจ้าและเหิงเหยียนต้องรีบกลับไปรายงานภารกิจที่สำนัก อย่าได้ไปสายเป็นอันขาด”
เมื่อร่างของหนี่หุนลั่วหายไปจากระยะสายตา หนี่ซวงก็ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าขอโทษแทนท่านพ่อด้วยที่ทำอะไรเกินเลย”
จางหลินส่ายหน้าด้วยการแสดงออกที่สงบ “ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ”
แม้ว่าเขาจะสงบแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกดียิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เพราะสิ่งที่เขาเก็บติดตัวมาเป็นสิ่งที่หากถูกค้นพบแล้วเขาจะตกเป็นเป้าหมายในทันที ไม่ว่าจะเป็นผลมหาโพธิสัตว์ และยังรวมถึงสมบัติหลายอย่างที่ได้มาจากหยางเซี่ยและเหล่านักฆ่า
การที่มีแหวนวิญญาณไว้ใช้เก็บของพวกนี้ก็นับว่าช่วยลดภาระของเขาไปได้มากโข
แม้ว่าสถานะปัจจุบันของเขาจะเป็นเพียงแค่ผู้ติดตาม แต่การที่ผู้ติดตามได้ครอบครองสิ่งประดิษฐ์ระดับ 5 ทั้งๆที่มีระดับพลังยุทธ์เพียงแค่ขอบเขตขัดเกลาก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง
จางหลินเริ่มที่จะมองเห็นเค้าลางว่า ปรมาจารย์ซูหยานอาจจะไม่ใช่เป้าหมายที่ยากสำหรับเขาอีกต่อไป!
ชะตาชีวิตใหม่ของเขาได้เริ่มต้นขึ้นจากที่นี่!
ไม่นานหนี่ซวงก็ขอตัวจากไป โดยที่จางหลินยังไม่ได้ดับไฟ เขารีบจัดห้องที่ระเกะระกะ และหยิบตำราขึ้นมาอ่านทำราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โดยหารู้ไม่ว่ามีร่างของหนี่เหิงเหยียนและหนี่หุนลั่วกำลังซ่อนตัวอยู่ไม่ไกล ทั้งสองกำลังสังเกตการณ์จางหลินอย่างเงียบๆ