ลึกลงไปไกลมากแต่ความมืดมิดก็ไม่มีกล้ำกรายใต้สระนี้มีพันธุ์พืชนานาชนิดรูปร่างแปลกประหลาดแต่ทุกต้นล้วนส่องแสงสว่างและเชื่อมติดกัน ขยับส่งเสียงแปลกๆ คล้ายสนทนากันอื้ออึง ระงม ไปตลอดทาง
“นั่นทางนั้นเ้าดูซิ”เ้าวั่งซูเรียกให้ฮวาเฟยฟาหันดู กลุ่มกอบัวโบราณ มีทั้งอ้าทั้งหุบแต่เยื่อเปลือกบัวล้วนมีผนังใสด้านในเปล่งแสงสว่างสีม่วงตัดกับเรือนต้นบัวสีเขียวบ้างก็เปล่งแสง บ้างก็ดับแสง บ้างก็ตูม บ้างก็บานแต่สิ่งที่น่าสนใจคือสิ่งที่อยู่ด้านในนั้น สุราดอกซ่างฮัวหลัวเฟยฟาบอกชิงหลงให้มุ่งหน้าไปทางป่าดอกบัว นั่นตรงไปทางนั้นลำแสงสว่างวาบสีทองที่เด่นกระจ่างอยู่ลิบๆ ท่ามกลางดงดอกบัวที่ห้อมล้อม
ชิงหลงว่ายตรงสู่ทางที่มาแห่งลำแสงสีทองนั่นเมื่อแหวกกอบัวจนถึงต้นกลางแห่งลำแสงสีทอง ทั้งเ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาต้องตะลึงกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า “หลานหลี่เซ่อ”ร่างของหลานหลี่เซ่อที่ไร้สติลอยพริ้วตามแรงกระเพื่อมน้ำท่ามกลางดงดอกบัวและมีสายรากจากบัวต่อเชื่อมเข้ากับร่างกายเค้า
“ร่างของหลานหลี่เซ่อกำลังกระจายพลังจักราเข้าสู่เหล่าดอกบัวที่โอบอุ้มสุราดอกซ่างฮัวหลัวนี่มันอะไรกันนี่” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“หมายความว่าการที่สุราดอกซ่างฮัวหลัว สามารถเพิ่มพลังิญญาและปลุกเร้าความมีชิวิตชีวาให้กับผู้ที่ดื่มได้นั้นก็มาจากพลังจักราจากร่างของหลานหลี่เซ่อหรอ” เ้าวั่งซูเอ่ยอึ้งในใจ
“แล้วเค้าจะเติมพลังที่เสียไปมากขนาดนั้นได้ยังงัยกัน!?”
“นั่น!ดูร่างของหลานหลี่เซ่อกำลังซูบผอมลง ดอกบัวพวกนี้กำลังจะดูดพลังเค้าไปทั้งหมดพวกเราต้องทำอะไรสักอย่างไหม” เ้าวั่งซูเอ่ย
ไป่ชิงหลงเหาะลอยขึ้นพาทั้งสามขึ้นไปใกล้ร่างที่ลอยอยู่ท่ามกลางเส้นใยมากมายของดอกบัว
“เอ๊ะ!ข้าว่ามันแปลกๆ นะ ร่างนี้ดูไม่เหมือนกายหยาบมนุษย์แต่ดูเหมือน ฮะ! นี่มัน“มนต์จำแลง”” เ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาเอ่ยพร้อมกัน
เ้าวั่งซูมือประสานนิ้วชี้กลางโป้งก้อยประกบเป็รูปคล้ายปีรามิด แสงสว่างวาบสีแดงดำปรากฏ “มนต์จำแลงจงหายไป เผยโฉมที่แท้จริง”แสงดำแดงกลางปีรามิดฝ่ามือพุ่งตรงสู่ร่างหลี่เหลี่ยนเซ่อร่างหลี่เหลี่ยนเซ่อเริ่มสั่นเทา และเปลือกกายภายนอกเริ่มร่อนออก เผยคืนร่างที่แท้จริง
“นี่มันเศษซากต้นไม้แห่งชีวิต” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“แง้วแง้ว”เสียงหลิ่งกวางจิ้งจอกดำเก้าหางร้องเรียกจากอีกฟากหนึ่ง ทั้งสามเหาะตามไปเป็บริเวณเวิ้งที่ลึกลงไปใต้กอบัว มีดอกบัวโอบอุ้มสุราดอกซ่างฮัวหลัวมากมายเกินนับ และแต่ละสาขามีแสงสว่างเปล่งเป็ต้นขั้วส่งไปที่ดอกบัวแต่ละดอก “หลานหลี่เซ่อ” ร่างของปรมาจารย์กระจกพืชพันธุ์นับพันนับหมื่นเป็ต้นขั้วของการถ่ายพลังจักราทั้งหมด
“ข้าเข้าใจแล้ว!แสดงว่า ร่างจริงของหลานหลี่เซ่อคือการจำแลงของเศษเสี้ยวต้นไม้แห่งชีวิตมาในรูปกายมนุษย์ถ้าเช่นนั้นแล้วหลานหลี่เซ่อตัวจริงหล่ะ อยู่ที่ไหน!? และเค้ามีตัวตนจริงๆ ไม๊!? ถ้ามีแล้วเค้าอยู่ที่ไหนตอนนี้!?” ฮวาเฟยฟา คิดใคร่ครวญสงสัย
“ไม่มีอยู่จริง!จริงๆ แล้วร่างของปรมาจารย์กระจกพืชพันธุ์คือการกลายร่างสลับกันมาทำหน้าที่โดยการแบ่งเศษเสี้ยวของต้นไม้แห่งชีวิต” เ้าวั่งซูเอ่ย
“ใช่!เมล็ดพันธุ์ ตามตำนานกล่าวว่า หลานหลี่เซ่อเกิดจากเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้แห่งชีวิตที่ถูกแรงะเิกระเด็นกระดอนมายังภพภูมิมนุษย์เค้าคือต้นกำเนิดของภพพืชพันธุ์บนภพมนุษย์ละเค้ายังดึงภพพืชพันธุ์มาไว้ในกระจกที่ภพภูมิมนุษย์ เค้ามีจุดประสงค์อะไรกัน”ฮวาเฟยฟาเล่า
สักพักบรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเหล่าดอกบัวและต้นไม้อื่นๆ เปล่งแสง ส่งเสียง และดูเหมือนจะเข้าโจมตีทั้งสี่ร่างจำแลงหลานหลี่เซ่อทั้งหมดตาประกายแสง และเตรียมเข้าโจมตีไป่ชิงหลงสร้างเกราะปกป้องทั้งสี่จากคลื่นพลังที่ถาโถมยิงเข้ามาและการโจมตีจากพืชพันธุ์รอบด้าน
“เราต้องทำอะไรสักอย่าง!ชิงหลง เ้าจงสร้างคลื่นแปดทิศทำให้พวกนี้แตกกระบวนพ่าย”ฮวาเฟยฟาพูดกับัขาวคู่ใจ ตาไป่ชิงหลงสว่างวาบสีน้ำเงินพายุเริ่มก่อตัวขึ้นเป็คลื่นซัดสาดกระแทกเหล่าศัตรูแตกพ่ายกระจายในน้ำวน
“หลิ่งกวางเปิดประตูมิติพาพวกข้าไปจากตรงนี้” เ้าวั่งซูบอกจิ้งจอกดำหลิ่งกวางหันมาแบบทำหน้าสงสัย ว่าที่ไหน!? “
เอ้า!เ้านี่ก็ได้! ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่!”เ้าวั่งซูกระวนกระวายพูดกับจิ้งจอกดำเก้าหางแสนรู้ตาสีแดงประกายวาบขึ้นตัดกับขนสีดำหางทั้งเก้าตั้งชันฟุ้งกระจายตัวดั่งใบพัดแสงสีแดงพุ่งตรงออกข้างหน้าเปิดประตูมิติสู่ป่าลึกลักสักที่
“นั่นคือที่ไหน!”เ้าวั่งซูเอ่ยถาม เงียบ ไร้ซึ่งเสียงตอบ
“ไปเถอะไปก่อน!พวกนั้นเริ่มจะรวมตัวและโจมตีพวกเราอีกรอบ ครานี้เกราะคงกันได้ไม่ทั้งหมด”ฮวาเฟยฟาไม่รอเ้าวั่งซูพูดกระโจนเข้าโอบเอวโฉบพาตัวข้ามประตูมิติชิงหลงและหลิ่งกวางข้ามตามมา ประตูมิติปิด มือของฮวาเฟยฟายังโอบเอวเ้าวั่งซูไว้พร้อมกระซิบข้างหูเ้าเป็อะไรไม๊
“โอ๊ยข้ามึนหัวทุกทีที่ข้ามประตูมิตินี่” เ้าวั่งซูลูบหัวมึนไม่มีแรงพยุงตัวเซและสยบในอ้อมแขนที่โอบรัดเอวของเฟยฟา
“พลังเปิดประตูมิติของจิ้งจอกเก้าหาง นั่นคือคลื่นเสียงที่ถี่มากที่สุดในทุกภพที่สร้างประตูจากความถี่ของเส้นเสียงที่กระพือติดๆ กันหางทั้งเก้าที่กรีดและโบกสะบัดล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการกระพือและความถี่ของเสียงแหวกช่องอากาศจนสามารถเปิดประตูสู่มิติไปสถานที่ใกล้ๆได้ และ ความถี่นี้ยังสามารถทั้ง สะกด และ ลวง สมาธิคนได้อีกช่างเป็สัตว์ที่อัศจรรย์ยิ่งนัก” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“หึ!มันก็ดี! ถ้ามันจะพูดกับข้าบ้างว่าจะพาข้าไปทีไหนแต่ละที”เ้าวั่งซูเอ่ยเริ่มพยุงตัวขึ้น พร้อมการคลายการโอบรัดแต่ประคองกายจนลุกขึ้นจากฮวาเฟยฟา
“ข้าว่ามันคง รักเ้ามาก ถึงขยันเปิดประตูพาเ้าไปเที่ยวทุกที่บนโลกนี้ ฮ่าๆๆ”ฮวาเฟยฟาหัวเราะดัง
“นี่เป็ครั้งแรกที่ข้าๆได้ยินเสียงท่านหัวเราะ เอ่อด้วยความร่าเริง” เ้าวั่งซูเอ่ย
“แล้วปกติที่ข้าหัวเราะมันเป็เสียงหัวเราะแบบใดกันเล่า” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม
“เอ่อ!เอ่อ! ข้าคิดดูอีกที ก็ไม่ได้ต่างจากครานี้สักเท่าไหร่นัก แหะแหะ”เ้าวั่งซูรีบแก้ตัว ในใจคิดว่า “หัวเราะแบบนิ่งๆ ชั่วร้ายเ้าเล่ห์หน่ะสิ”
“เอ๊ะ!ที่นี่ คือป่าที่ไหน ทำไมต้นไม้ดอกไม้ใหญ่โต ดูประหลาดยิ่งนักหลิ่งกวางเ้าพาพวกเรามาไหน” เ้าวั่งซูรีบเปลี่ยนเื่ไปสังเกตบรรยากาศรอบตัว“แง๊วแง๊ว” หลิ่งกวางส่งเสียงน่าเอ็นดู
เสียงจากเฟยฟาที่เดินสำรวจบริเวณใกล้เคียงรอบๆลอยมาอีกฝั่ง “นี่คือต้นฉีเทียนซ่านซี (ต้นพิรุณเทียมฟ้า) และนี่คือดอกสี่ถังเที่ยนสือ (ดอกมายาพันปี) เหล่านี้คือพฤกษาดึกดำบรรพ์ที่มีที่กำเนิดที่เดียวนั่นคือ ภพพืชพันธุ์” ฮวาเฟยฟา เอ่ย
“นี่แสดงว่าเราอยู่ป่าดึกดำบรรพ์้าของภพพืชพันธุ์สรุปคือหนีขึ้นมาจากน้ำมาบนบกเท่านั้นไมได้ไปไกลมาก”ทุกคนหันมามองหลิ่งกวางพร้อมกัน หลิ่งกวางขนลุกหางทั้งเก้าตั้งขึ้นตาโตใ“แง๊วแง๊ว”
“หวังว่าพวกเราไม่ต้องเจอต้นไม้อะไรแปลกๆแบบข้างใต้น้ำนั่นอีกนะ” เ้าวั่งซูบ่นพึมพำ
“แล้วพวกเราต้องไปไหนต่อเ้าว่า”เ้าวั่งซูหันมาถามฮวาเฟยฟา
“ต้นไม้แห่งชีวิต”ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ก็ต้น้าตรงหน้าน้ำตกทางเข้านั่นไงงั้นพวกเราก็หาทางย้อนกลับไปทางเดิม” เ้าวั่งซูตอบ
“ไม่ใช่!นั่นไม่ใช่! ต้นไม้แห่งชีวิต นั่นก็คือเศษส่วนซากของมัน” ฮวาเฟยฟาเอ่ย
“ฮะ!ปลอมหรอ สรุปมีอะไรจริงบ้างภพนี้ แล้วเราจะเริ่มต้นหายังไงหล่ะทีนี้”เ้าวั่งซูพูดเชิงบ่นความลึกลับซับซ้อนของเหล่าพืชพันธุ์นี่
“เดินตามรอยผีเสื้อราตรีผีเสื้อราตรีไม่เคยห่างจากต้นไม้แห่งชีวิต”