ตอนที่ 29 จวนอ๋องที่เสื่อมทราม
โล่วชิเจี่ยตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อตะวันขึ้นสูง
ฤทธิ์เหล้าขาวแรงมาก พอตื่นมาก็ปวดหัว ร่างกายยังโซเซ อดไม่ได้ที่จะสาปแช่งเย่เฟยไป๋เป็พันๆ ครั้งในใจ
นางวิ่งออกจากห้อง ข้างนอกอากาศสดชื่นแจ่มใส ทว่าบรรยากาศกลับแปลกๆ สาวใช้และบ่าวไพร่ในจวนอ๋อง ต่างมองนางด้วยสายตาที่เหมือนสงสาร
โล่วชิเจี่ยไม่เข้าใจ “พวกเ้ามองข้าแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
เหลียนอีเดินเข้ามา ยื่นไม้กวาดให้โล่วชิเจี่ย พูดเบาๆ ว่า “ชิเจี่ย ่นี้เ้าต้องดูแลตัวเองดีๆ คราวนี้ พวกเราช่วยเ้าไม่ได้แล้ว!”
โล่วชิเจี่ยยิ่งงง “เ้าช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหม ว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เหลียนอีพูดด้วยสายตาสงสาร “ท่านอ๋องเพิ่งสั่งเมื่อเช้านี้เองว่า ทั้งเื่อาหาร เสื้อผ้า ฯลฯให้คนอื่นจัดการเอามาให้เ้า และนับจากนี้เป็ต้นไป ห้ามเ้าออกจากคอกม้าเด็ดขาด!”
หมายความว่านางถูกขังอยู่ในคอกม้าตลอดชีวิต!
“เพราะเหตุใดกัน?” โล่วชิเจี่ยสร่างเมาเต็มตา ะโอย่างโกรธจัด
เหลียนอีเอามือปัดน้ำลายที่กระเซ็นมาโดนหน้า พูดกับโล่วชิเจี่ยด้วยสีหน้าเ็ป “เพราะเ้ากินเหล้าเมาในจวนอ๋องตอนกลางคืน ทั้งยังลวนลามสาวใช้ ทำให้จวนอ๋องเสื่อมเสีย เป็ความผิดร้ายแรง ไม่อาจให้อภัย!”
ยิ่งพูด เสียงของเหลียนอียิ่งเบาลง
โล่วชิเจี่ยโมโหจนแทบกระอักเื “นี่มันอะไรกัน แค่ข้าแกล้งเสี่ยวชุ่ย ก็กลายเป็ทำให้จวนอ๋องเสื่อมเสียแล้วรึ? เสี่ยวชุ่ยเป็ภรรยาหรือพี่สาวของเ่ิูหรือไรขาถึงทำกับข้าแบบนี้?”
โล่วชิเจี่ยโกรธมาก พูดโดยไม่คิด เหลียนอีใ รีบปิดปากโล่วชิเจี่ย แต่สายไปแล้ว คำพูดของนาง บังเอิญถูกเ่ิูที่กำลังเดินมากับขุนนางหลายคนได้ยินเข้าพอดิบพอดี
สีหน้าที่ดูใจดีของเ่ิูมืดมนลงในทันที ขุนนางหลายคนที่อยู่ข้างหลังเ่ิู ต่างซุบซิบกัน
เ่ิูหันกลับมามองตาขวาง พูดพลางชี้ไปทางโล่วชิเจี่ยด้วยน้ำเสียงกัดฟัน “รีบเอาเ้าเด็กนั่นไปขังไว้ในคอกม้า หยุดให้อาหาร จนกว่ามันจะอดตาย!”
“ขอรับ!” องครักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบรับคำสั่ง
โครม!
ทันทีที่เ่ิูพูดจบ โล่วชิเจี่ยก็รับความใไม่ไหว รู้สึกมืดแปดด้าน แล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้น
เหลียนอีรีบวิ่งเข้าไปประคองโล่วชิเจี่ย ตบหน้านางเบาๆ พูดอย่างร้อนใจว่า “ชิเจี่ยฟื้นสิ ฟื้น!”
เมื่อโล่วชิเจี่ยตื่นขึ้น ก็เป็ตอนกลางคืนอีกแล้ว ่นี้นางก็เป็แบบนี้ ตื่นแล้วก็สลบ สลบแล้วก็ตื่น และทุกครั้ง ล้วนเกี่ยวข้องกับไอ้สารเลวเ่ิู
โล่วชิเจี่ยกัดฟัน สาปแช่งเ่ิู แต่ด่าได้ไม่นาน ท้องของนางก็ร้องจ๊อกๆ เ่ิูช่างใจร้าย!! บอกว่าจะให้อดตาย ก็ทำจริงๆ!
ปกตินางชอบหาเื่เ่ิู เ่ิูจึงลงโทษนาง แต่ครั้งนี้ พูดตามตรง นางไม่ได้ทำอะไรเลย? อย่างมากก็แค่เมาเหล้าแล้วแกล้งเสี่ยวชุ่ย ไม่ได้ฆ่าใครตาย ไม่ได้ขโมยของ แต่พอตื่นขึ้นมาก็เจอเื่ซวยๆ ตอนนี้ยังจะต้องอดตายในคอกม้าอีก
ในยุคปัจจุบัน โล่วชิเจี่ยก็เคยเป็คนที่ยิ่งใหญ่ นางไม่เคยโดนแบบนี้มาก่อน! ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจจึงกลายเป็ความโกรธ
โล่วชิเจี่ยหยิบฟางมามัด ทำตุ๊กตาฟาง จินตนาการว่าตุ๊กตาฟางตัวนี้คือเ่ิู ถอดปิ่นปักผม แล้วแทงตุ๊กตาฟางอย่างแรง
“เ่ิู ไอ้สารเลว!!”
“เลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน แย่กว่าหมูกว่าหมา!!!”
“ไอ้ชั่ว เ้าต้องไม่ตายดี!”
ไม่นาน ตุ๊กตาฟางก็ขาดวิ่น แต่โล่วชิเจี่ยยังไม่หายโกรธ โยนตุ๊กตาฟางลงบนพื้น แล้วเหยียบย่ำซ้ำ เท้าสะเอว แหงนหน้าะโ “เ่ิู! ไอ้สารเลว เ้าต้องตายไม่ดี!”
“ถ้าเ้ายังกล้าด่าอีก ข้าจะหักขาเ้าซะ!” เสียงที่เ็าไร้ความรู้สึก แต่มีเสน่ห์ดังขึ้น
โล่วชิเจี่ยตัวสั่นเทา ก้มหัวหดเกือบล้ม
เมื่อนางหันกลับไป ก็เห็นเ่ิูยืนอยู่ข้างหลังนางเหมือนภูติผี เขาสวมชุดคลุมสีดำ ชายเสื้อปลิวไสว ภายใต้แสงจันทร์ ใบหน้าหล่อเหลาของเขาดูคมคายยิ่งกว่าเดิม
โล่วชิเจี่ยใสุดขีด มองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ “เ่ิู? ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
เ่ิูมองนางอย่างเ็า “ข้าแค่มาดูว่าเ้าสำนึกผิดหรือไม่ แต่ไม่คิดว่าเ้ายังมีแรงด่าข้า โล่วชิเจี่ย เ้าจะไม่ยอมสำนึกผิดใช่หรือไม่?”
โล่วชิเจี่ยพูดอย่างโกรธๆ “ข้าไม่ได้ทำผิด จะให้ข้าสำนึกผิดเื่อะไร?”
“เ้ากินเหล้าเมาในจวนอ๋องตอนกลางคืน ลวนลามสาวใช้ ทำให้จวนอ๋องเสื่อมเสีย ทั้งยังด่าทอข้า ไม่เคารพกฎ ถึงขนาดนี้แล้ว เ้ากล้าพูดว่าเ้าไม่ได้ทำผิด?” เ่ิูจ้องมองโล่วชิเจี่ย พูดเน้นทีละคำ
“ถ้าอยากจะใส่ร้าย เื่อะไรก็เป็ความผิดได้ ข้าเมาเหล้าตอนกลางคืน ก็เพราะทำงานในจวนอ๋องเสร็จแล้ว ข้ากับเสี่ยวชุ่ย ต่างก็ยังไม่ได้แต่งงาน แค่แกล้งกัน แล้วมันผิดตรงไหน ต่อให้ผิดจริง อย่างมากข้าก็แต่งงานกับนาง แต่พอลืมตาขึ้นมา ท่านก็ให้ข้านอนในคอกม้า ไม่ให้ข้าออกไปไหน ถ้าท่านไม่ชอบข้า ก็ไล่ข้าออกไปสิ ข้าไม่้าเงินเดือนจากท่าน ไม่้าประจบสอพลอท่าน ไม่ได้้าตอบแทนบุญคุณ ท่านกักขังข้าไว้เช่นนี้ เพื่อทรมานข้า มันสนุกมากหรือไร?”
โล่วชิเจี่ยพูดอย่างมีเหตุผล น้ำเสียงนางช่างฮึกเหิม พูดโดยไม่สนใจสีหน้าของเ่ิูที่มืดมนลงเลย เมื่อจบประโยคสุดท้าย หน้าของเขาก็ดำเหมือนก้นหม้อ!
“พูดจบรึยัง?” เ่ิูจ้องมองโล่วชิเจี่ยด้วยความโกรธ จิตสังหารพลุ่งพล่าน
โล่วชิเจี่ยสูดหายใจลึก “ยังพูดไม่จบ……”
“เ้ายังไม่พูดจบ แต่ข้าฟังจบแล้ว!” ในวินาทีต่อมา เ่ิูก็โฉบวูบเดียวเหมือนเหยี่ยวจับลูกไก่ คอของนางก็ถูกเขาบีบแน่น “ข้าให้เ้าสำนึกผิด แต่เ้าไม่ฟัง ตอนนี้ยังกล้ามาต่อว่าข้าอีก โล่วชิเจี่ย เ้าช่างกล้านัก!”
ในความมืด นางเห็นเพียงดวงตาสีแดงก่ำของเขาที่เหมือนสัตว์ร้าย น้ำเสียงของเขาช่างน่ากลัว
โล่วชิเจี่ยเริ่มหายใจไม่ออก ทว่านางกลับไม่ขัดขืน เพียงเอามือกุมท้อง ตรงนั้นปวดอย่างรุนแรง ...
เ่ิูรู้สึกถึงความผิดปกติ ปล่อยมือจากโล่วชิเจี่ย
“แค่ก แค่ก .. ” โล่วชิเจี่ยล้มลงไปกองกับพื้น ไออย่างแรง เอามือกุมท้องด้วยความเ็ป ใบหน้าของนางบิดเบี้ยว น้ำตาคลอเบ้า ภายใต้แสงจันทร์
“เ้าเป็อะไร?” เ่ิูขมวดคิ้ว มองลงมาที่นาง
โล่วชิเจี่ยเงยหน้ามองเขา “ข้าปวดท้อง……”
“อยู่ดีๆ จะปวดท้องได้ยังไง โล่วชิเจี่ย อย่าคิดแกล้งทำ ข้ามองเ้าออก!”
โล่วชิเจี่ยไม่เถียงต่อ แค่จ้องมองเขา พยายามลุกขึ้น แต่ด้วยอาการปวดท้อง ทำให้ล้มลงไปอีกครั้ง หน้าคว่ำจมดิน
เ่ิูยกมือขึ้นปิดหน้า ทนดูไม่ได้ ยื่นแขนยาวออกไป อุ้มโล่วชิเจี่ยขึ้นมา แล้วเดินออกไป
โล่วชิเจี่ยตัวแข็งทื่อ มองเขาด้วยความไม่อยากเชื่อ “เ่ิู ท่านกำลังทำอะไร?”
“ ... ” เ่ิูไม่ตอบ ท่าทีของเขายังคงดูหยิ่งยโส แต่ข้างในใจตอนนี้เขาก็งงตัวเองอยู่เหมือนกัน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำไมถึงทำแบบนี้!
อ้อมกอดภายใต้อ้อมแขนของเ่ิูช่างแข็งแกร่ง โล่วชิเจี่ยดิ้นไม่หลุด ทำได้แค่ปล่อยให้เขาอุ้มไป
สายลมยามค่ำคืนพัดเอื่อยๆ พัดโชยกลิ่นหอมจากตัวนาง
เพียงสูดดม คิ้วที่ขมวดมุ่นของเ่ิูก็คลายลง เพราะนับั้แ่คืนที่นอนด้วยกันบนเปลญวน เ่ิูก็ชอบกลิ่นนี้โดยไม่รู้ตัว