ฉลามคลั่งรัก 23 : จับกลโกง
#ฉลามคลั่งรัก
“ให้ตายเถอะ” ผมกัดฟันกรอดทุกย่างก้าวเจ็บร้าวจนแทบทนไม่ไหว ผมต้องใช้กำแพงประคองตัวเองให้เดินไปสาดสายตาไปทั่วเพื่อดูว่าตัวเองอยู่ชั้นไหน ขณะเดียวกันก็หาคนใจร้ายที่หายตัวไปอย่างน้อยเขาก็น่าจะบอกกับผมว่ามาที่นี่เพื่ออะไร หรือว่าจะไปไหน
ผมไม่สนใจหรอกว่าตัวเองจะถูกใครทิ้งทั้งชีวิตผมก็ถูกทิ้งมาตลอด
แต่เพราะครั้งนี้ผมมีเป้าหมายที่ต้องทำการที่เขามาขวางแล้วหายไปเฉย มันไร้ความรับผิดชอบต่อให้ผมจะยินยอมให้เขามีความสุขกับผมก็ตาม
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ควรปล่อยผมไว้เพียงลำพัง
“ถ้าเจอกัน ได้เห็นดีกันแน่”ผมพึมพำเลียปากพลางส่ายหน้าพยายามฝืนกายเดินต่อปฏิเสธความช่วยเหลือจากพนักงานแถวนั้นที่เข้ามาช่วยผมผมพักหายใจรู้สึกเหมือนเดินมานานแล้วทั้งที่ยังเดินไปไม่เท่าไหร่คงเพราะว่าร่างกายผมตอนนี้มันค่อนข้างอ่อนแอเกินจะทนไหว
เสียดายที่ผมหยุดไม่ได้
ผมต้องหาริชาร์ดให้เจอ
“ครับนายท่าน”
“หืม ?”
“ผมกำลังไปครับ”เสียงคุ้นหูที่เหมือนได้ยินที่ไหนทำให้ผมรั้งสายตาไปมองคนที่ยกโทรศัพท์มาแนบหูดวงตาเพ่งดูก่อนจะขยับตัวหลบเข้าช่องเก็บของไม่ให้เลขาหนุ่มที่ยืนคุยกับริชาร์ดตอนนั้นเห็นว่าผมอยู่แถวนี้ “คุณริชาร์ดอยากได้วิสกี้เหรอครับ ได้ครับ ผมจะเอาไปให้”
“…”
“ให้ตามคุณชายไปด้วยใช่ไหมครับ ครับท่าน ได้ครับ ผมจะรีบจัดการให้ครับ” เขาโค้งหัวให้กับปลายสายแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ตรงหน้านั่นทำให้ผมเห็นถึงความเคารพและจงรักภักดีที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีคนทำแบบนั้นให้ผมไหมอีกฝ่ายเดินหายเข้าไปในห้อง ผมคิดว่ามันน่าจะเป็ห้องเก็บไวน์หรืออะไรสักอย่าง
ผมแอบไปดูอยู่ห่างๆ หลบเมื่อเขาเดินออกมาพร้อมกับเก็บมือถือลงกระเป๋าอีกครั้งราวกับว่าเพิ่งโทรหาใคร
ทว่าที่น่าสนใจคือการที่เขาเอ่ยชื่อริชาร์ดออกมาต่างหากแสดงว่าตอนนี้อาของผมคงอยู่กับคนที่ผมตามหา ผมเลยตัดสินใจเดินตามเขาไปแบบไม่ประชิดตัวมากคอยสอดส่องว่ามีคนเดินตามมาไหม ผมไม่แน่ใจว่าบนเรือนี้มีกับดักอะไรหรือเปล่าเพราะตอนผมขึ้นเรือมาต่อให้จะมีดีวาน แต่ผมก็คือโซล อิลเดนสัน
ไม่มีใครจะไม่พูดถึงการปรากฏตัวของผมที่นานๆ จะโผล่มาสักครั้ง แต่ทุกครั้งจะสร้างความทรงจำให้ติดตรึงอยู่ในหัวของคนที่อยู่ในเหตุการณ์ไว้อีกอย่างถ้าผมเป็ลูกน้อง แล้วเห็นคนแบบผมเข้ามา มีเหรอที่จะไม่บอกเ้านาย
ผมคิดว่าบางทีริชาร์ดอาจจะรู้ว่าผมมาที่นี่แล้วก็ได้
เขาแค่ไม่รู้ว่าผมอยู่ส่วนไหนของเรือ
“คุณชายมาหรือยัง ?”
กึก !
“ผมโทรไปตามเขาแล้ว เขาบอกจะรีบมาหา”
“ยังไม่เห็นคุณชายมาเลยนะครับคุณเลขา”
“งั้นอีกสักพักก็คงมา ดูแลความปลอดภัยด้วยล่ะ”
“ครับ” ผมหลบตรงบันไดไม่ไกลจากที่มีการ์ดสองคนยืนอยู่หรี่ตาลงมองเลขาหนุ่มที่เดินถือเครื่องดื่มเข้าไปในห้อง เหล่มองตรงสุดทางเดินนิดหน่อยก็พบว่านี่คือชั้นสามมันเป็โซนวีไอพี และส่วนใหญ่เป็ห้องพักขนาดใหญ่ผมแอบแปลกใจเนื่องจากพวกโซนแบบนี้ควรจะอยู่ใกล้กับชั้นดาดฟ้ามากกว่าเกือบล่างสุดของเรือ
ผมเลียปากดูท่าว่าการจะเข้าไปในนั้นไม่ใช่เื่ง่าย ผมจะผ่านการ์ดที่เฝ้าอยู่ไปโดยไม่โดนจับได้ยังไง
จะให้ไปยั่วยวนผมคิดว่าตัวเองก็คงรับอะไรไม่ไหวแค่นี้ผมก็ปวดขาจะตายอยู่แล้ว
“ขอโทษนะครับ คุณลูกค้า”
“อ๊ะ !”
“เมาเรือเหรอครับถึงมายืนอยู่ตรงนี้ ?” ผมสะดุ้งหันขวับไปมองพนักงานเสิร์ฟน้ำที่สวมหน้ากากสีทองเอาไว้เขากะพริบตาใส่ขณะที่ไอเดียผุดพรายเข้ามาในหัว ถ้าเกิดผมเข้าไปในห้องในฐานะโซลอิลเดนสัน หลานชายของริชาร์ดไม่ได้ ผมก็คงต้องปลอมตัวเข้าไป
และโชคดีที่พนักงานคนนี้มีขนาดตัวที่ไล่เลี่ยกับผมค่อนข้างมากทำเอาผมกระตุกยิ้มหวาน ก่อนจะหยิบเงินจากกระเป๋าตังค์ที่คราวนี้ไม่ลืมไว้ออกมาให้
เ้าตัวเลิกคิ้วใส่ดูใกับจำนวนเงินที่น่าจะมากกว่าที่เขาเคยได้รับ
“นะ...นี่มันอะไรครับคุณลูกค้า ?”
“ค่าเครื่องแบบของคุณไง”
“หา ?”
“ผมขอซื้อมัน”
ผมขยับหน้ากากสีทองบนหน้ามันใหญ่พอที่จะปิดบังไม่ให้ใครเห็นว่าภายใต้หน้ากากนี่เป็ใครหนำซ้ำผมยังเปลี่ยนทรงผมของตัวเองใหม่ จัดชุดพนักงานเสิร์ฟเครื่องดื่มให้เรียบร้อยแล้วหันไปตบบ่าคนที่ผมซื้อเครื่องแบบเขามาใส่ตอนนี้เ้าตัวใส่ชุดของผม จัดแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ถ้ามองจากด้านหลังก็คงคิดว่าเป็ผมได้ไม่ยาก
“รบกวนคุณช่วยไปเดินเล่นอยู่ในงานสักพักนะจนกว่างานจะเลิกเลยก็ได้”
“คะ...คุณลูกค้าแน่ใจนะครับว่าจะใส่ชุดนั้น ผมใส่มาทั้งวัน มันอาจจะ...”
“ไม่ต้องห่วง ผมจะใส่มันไม่นาน”
“…”
“และอย่าบอกใครเป็อันขาด นี่ถือว่าเป็ค่าขนมของคุณนะ” ผมตบบ่าเขาสองสามทีแล้วยื่นเงินอีกจำนวนหนึ่งให้ถึงมันจะดูมากเกินไปสำหรับชุดและการให้สวมรอยเป็ผมในเวลาไม่นานแต่ผมคิดว่าถ้าเราอยากได้อะไรสักอย่าง มันย่อมต้องลงทุนกันบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้นเงินแค่นี้ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของผมร่วงหรอก
พอพูดไปแบบนั้นเ้าตัวก็แลดูจะอึกอักนิดหน่อยเสียดายที่ผมไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียงมากนัก ยัดเงินใส่มือเขาหยิบถาดที่ใส่เครื่องดื่มมาถือไว้เดินออกจากห้องน้ำกวาดตามองเพื่อดูว่าแถวนี้มีใครไหม มันคงไม่ดีถ้าเกิดผมถูกจับได้ซึ่งพอทุกอย่างปลอดภัยผมก็สวมรอยเดินไปหาการ์ดที่ยืนกันอยู่
ยกยิ้มให้เขานิด ๆ ปั้นแต่งเป็พนักงานที่เอาเครื่องดื่มมาเพิ่มให้แอบกัดกรามนิดหน่อย เพราะเวลาขยับตัวเร็ว ๆมาก ๆมันะเืกับ่ล่างที่มีความบอบช้ำตราตรึงไว้
“คุณเลขาสั่งให้ผมเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มให้”
“เมื่อกี้เห็นเขาถือเครื่องดื่มเข้าไป”
“แล้วเขาก็สั่งให้ผมเอาเข้าไปเพิ่มอีก” ผมตอบหน้านิ่งตามแบบฉบับมองพวกเขาที่มองหน้ากันอย่างลังเลใจคำสั่งที่ให้ระวังความปลอดภัยคงทำให้พวกเขาไม่สามารถปล่อยผ่านใครไปได้ง่าย ๆอีกส่วนหนึ่งผมคิดว่าพวกเขาอาจจะระแวงว่าจะมีคนสวมรอยเข้าไป
งั้นแปลว่าริชาร์ดรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าผมอยู่บนเรือ
“ขอเดินไปถามเขาก่อน แล้วจะออกมาเรียกเข้าไป”
“แบบนั้นจะชักช้าไหม ถ้าเกิดคุณเลขาไม่พอใจหรือทำให้คุณท่านเสียเวลาพวกคุณจะโดนว่าเอานะ” ผมยกข้ออ้างมาถูไถคิดว่ายังไงคนพวกนี้ก็ย่อมต้องกลัวคนที่อยู่เหนือกว่า “อีกอย่างผมก็แค่มาส่งเครื่องดื่มแล้วก็กลับผมไม่อยากเดือดร้อนเพราะพวกคุณหรอกนะ”
“แต่เราไม่ได้รับคำสั่งว่าให้คนเอาเครื่องดื่มมาเพิ่ม เมื่อกี้คุณเลขาก็ไม่ได้พูดอะไร”
“งั้นถ้าคุณจะไปเรียกเขามาดูหน้าผมก็ได้ แต่ถ้าโดนด่า อย่ามา...”
“มีปัญหาอะไรกันเหรอ ?”
“อะ !” บทสนทนาของเราถูกขัดนั่นทำให้ผมหันขวับไปมองคนที่เดินเข้ามาหาใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายสงสัยทำเอาผมเบิกตากว้างนิดหน่อยก่อนจะรีบกลับมาสนใจการ์ดที่โค้งหัวให้กับเขาไม่ต่างจากที่ทำกับคนก่อนหน้า
การแสดงความเคารพพาให้ผมเลียปากอย่างลืมตัวไปชั่วขณะพลันก็ต้องใยิ่งกว่าเมื่อได้ยินว่า...
“ไม่ใช่เื่ใหญ่หรอกครับคุณชาย”
“ว่าไงนะ”
“แค่พนักงานคนนี้บอกว่าจะมาเติมเครื่องดื่มให้แต่เราไม่ได้รับคำสั่งจากใครเลยไม่ให้เข้าไป คุณเลขากำชับไว้น่ะครับ” การ์ดที่ยืนเถียงกับผมอยู่นานฟ้องไปแบบนั้น ทำเอาคนที่ถูกเรียกว่า ‘คุณชาย’ เลิกคิ้วใส่ เขาสบตากับผมจ้องมองลึกผ่านหน้ากากเข้ามาราวกับค้นหาคำตอบให้ได้
ซึ่งผมก็ไม่ได้ทำตัวผิดปกติอะไรยืนยันหน้าที่ที่ตัวเองสวมรอยเอาไว้
“คุณเลขาเป็คนสั่งให้ผมเอามาเติมให้และผมก็เลทเวลามากแล้วด้วยเพราะพวกเขาไม่ให้ผมเข้าไป”
“สงสัยพวกเขาจะจริงจังมากเกินไป”
“...”
“เดี๋ยวผมพาคุณเข้าไปเองก็ได้อ้อ และไม่ต้องเรียกผมว่าคุณชายหรอก เรียกว่าโนเอลก็พอ”
“...ได้ครับคุณโนเอล” ผมโค้งให้เป็การขานรับเ้าตัวเลยพยักหน้าและเดินนำไปก่อนผมลอบมองการ์ดทั้งสองอีกรอบก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านใน ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเป็ห้องที่มีคนนั่งอยู่เลยทว่ามันกลับแยกย่อยเข้าไปอีก มีประมาณสองถึงสามห้องได้ซึ่งห้องที่น่าสนใจคือห้องที่อยู่สุดทางเดิน
มันมีร่างของใครหลายคนเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น
“คุณกำลังจะทำอะไร”
“หืม ?”
“ผมคิดว่าผมจำคุณได้นะ หัวขโมย” ผมหันขวับไปมองคนด้านข้างที่หยุดเดินเพื่อมองหน้าผมโนเอลย่นคิ้วใส่ขณะที่ผมยกยิ้มให้เป็เชิงรู้กัน “หน้ากากนี่ไม่ได้ปิดบังเสียงของคุณหรอกนะรวมถึงแววตานั่นด้วย”
“ผมนึกว่าคุณจะเป็พวกสมองกลวงเหมือนลูกน้องตัวเองซะอีก”
“นี่”
“แต่เชื่อเถอะ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดี”
“ผมไม่เชื่อคุณอีกแล้ว” โนเอลตอบนั่นทำให้ผมหัวเราะเพราะคิดว่าเข้าใจในความหมาย“คุณขโมยเรือผม ขโมยบัตรเชิญและยังลอบเข้ามาในส่วนที่เขาห้ามคนอื่นเข้าอีก”
“แต่คุณก็พาผมเข้ามาหนิ”
“…”
“คุณเองก็คงมีแผนเหมือนกันใช่ไหม โนเอล ?” ผมถาม สบตากับเขาผ่านหน้ากากที่สวมไว้บอกตามตรงว่าผมค่อนข้างใที่โนเอลคือคุณชาย และการที่เขาอยู่ในตำแหน่งนั้นแปลว่าเขาคือลูกชายของคนที่ริชาร์ดมาหารวมถึงเป็พี่ชายของคนที่อยู่ในท้องฉลาม
เขาคงยังไม่รู้ว่าน้องชายตัวเองตายไปแล้ว
“คุณคงกำลังล่อผมไปติดกับไม่ก็ทำอะไรสักอย่างที่ผมคิดไม่ทัน”
“ไม่ใช่แบบนั้น ผมก็แค่ทำตามที่พวกเขาขอ”
“หา ?”
“คุณไม่รู้หรอกว่าที่นี่อันตรายแค่ไหนพวกลูกน้องในเรือเขาตามหาตัวคุณกันเต็มไปหมด” คำพูดของโนเอลทำผมชะงักดวงตาหลุบต่ำคิดตามที่เขาบอก งั้นแสดงว่าตอนนี้ริชาร์ดก็คงจะรู้แล้วจริง ๆแต่เขาก็คงคิดไม่ถึงว่าผมจะมาหาเขาด้วยตัวเอง “ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณไปทำอะไรไว้แต่มันคงไม่ดีถ้าคุณถูกจับผมพาคุณออกจากเรือนี้ได้ต่อให้คุณจะเป็หัวขโมยก็ตาม”
“มันดูย้อนแย้งนะคุณว่าไหม”
“โซล”
“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณมีแผนอะไร แต่ผมต้องทำเป้าหมายของตัวเองให้สำเร็จ” ผมว่าอย่างจริงจังไม่สนใจสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจและความเอือมระอาราวกับซ่อนอะไรไว้ของเขา “ผมจะไม่ไปไหนจนกว่าผมจะได้รู้บางอย่าง”
“บางอย่างที่ว่าเกี่ยวกับที่คุณหลอกผมไหม”
“อะ...”
“คุณบอกว่าคุณต้องขึ้นเรือให้ได้เพราะคุณทะเลาะกับใครบางคน” ผมเลียปากนึกถึงคำโกหกที่ตัวเองไปโป้ปดเอาไว้“คนคนนั้นคือใครทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนี้”
“ถ้ามาถึงขนาดนี้แล้วผมคิดว่าเขาคงเป็หนึ่งในคนที่คุณรู้จัก”
“ว่าไงนะ”
“เอาเป็ว่าคุณช่วยพาผมเข้าไปข้างในก่อนแล้วกันและถ้าทุกอย่างมันโอเค ผมรอดออกมาได้ คราวหน้าผมจะชดใช้ให้ทุกอย่างคุณจะไม่เสียใจเลยเชื่อผมสิ”
“ผมไม่เชื่อคุณอีกแล้วคุณโซลอิลเดนสัน คุณนี่มันโคตรหัวแข็งเลยให้ตาย”
“ก็ผม...”
“ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะให้ตายสิ ถ้าไม่ทำพวกเขาก็จะฆ่าผมอีก โอ๊ย ผมนี่มันไร้สมองจริง ๆ” เขายีหัวตัวเองแทบจะเอาหัวโขกกำแพงแล้วด้วยซ้ำท่าทางเหมือนคนบ้าที่คิดหนักทำผมต้องผงะ เลิกคิ้วใส่อย่างไม่เข้าใจโนเอลกำลังพูดถึงใครแล้วทำไมต้องจริงจังขนาดนั้นเขาดูอยากจะช่วยให้ผมรอดพ้นขณะเดียวกันก็เหมือนจะจับผมลงทะเลไปเสียดายที่บทสนทนาของเราต้องถูกพับเก็บไว้เมื่อบานประตูห้องที่ผมสนใจถูกเปิดออกมา
“อ้าวคุณชาย มาแล้วเหรอครับ”
“!!!!”
“คุณท่านกำลังรออยู่เลย” เราทั้งสองหันไปมองเลขาหนุ่มที่ทำหน้าแปลกใจตอนเห็นเขาโนเอลรีบกลับมาทำตัวปกติ วางมาดนิ่งที่ดูไม่เหมือนเขาเท่าไหร่แน่นอนว่าผมแซะเขาไม่ได้ เพราะก็ต้องกลับมาวางมาดพนักงานเสิร์ฟเช่นกัน “แล้วนั่นพนักงานเข้ามาได้ไง ใครสั่งให้คุณเข้ามา”
“เผอิญผมให้เขาเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มน่ะคุณไคลม์ไม่รู้ว่าอากับพ่ออยากดื่มอะไรกัน”
“ผมเตรียมวิสกี้ไว้ให้พวกท่านแล้วน่ะครับ แล้วก็ไวน์แดงที่คุณชายชอบ”
“อะ...อ่าแต่วันนี้ผมอยากดื่มไวน์ขาวน่ะคุณไคลม์”
“ครับ?”
“ผมถึงให้เขาเข้ามาด้วยนี่ไงเขาพกไวน์ขาวที่คุณเก็บไว้มา เราควรลองอะไรใหม่ ๆ บ้างจริงไหม” โนเอลรีบแก้ต่างเล่นเอาอีกฝ่ายกะพริบตาปริบ ๆเลขาหนุ่มดูจะตงิดใจถึงอย่างนั้นด้วยความที่เขาเป็แค่ลูกน้องเลยต่อกรอะไรกับเ้านายไม่ได้
“งั้นก็แล้วแต่คุณชายเลยครับเขามาก็ดีเหมือนกัน ผมกำลังหาลูกมือเพิ่มพอดี”เ้าตัวยกยิ้มโค้งให้โนเอลด้วยความเคารพ ผิดกับผมที่ทำท่าเหมือนจะจิกหัวใช้ซึ่งผมก็ต่อต้านอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้โนเอลเดินเข้าไป ส่วนตัวเองก็เดินตามหลัง
นาทีนั้นผมเหมือนเดินลงไปในกับดัก
กลิ่นเทียนไขที่แม่ชอบลอยตลบอบอวลไปทั่วร่างมันช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าระคนความกดดันพาให้ผมลากสายตากวาดมองห้องที่ตกแต่งด้วยสีแดงและม่วงผสานกันไปอดรู้สึกไม่ได้ว่าที่นี่ไม่ต่างจากหอนายโลมไม่ก็พวกคลับที่เรียกเด็กมามีอะไร
ผมเห็นริชาร์ดนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ตรงโซฟา
เพียงลำพัง
“อาริชาร์ด”
“ไงโนเอล สบายดีไหม”
กึก !
“ไม่เจอกันตั้งนาน โตขึ้นเยอะเลยนะหลานชาย”ผมกลืนน้ำลายลงคอพยายามทำตัวให้นิ่งที่สุดตอนที่มองริชาร์ดลุกขึ้นมากอดโนเอลเป็การทักทายสีหน้าของคนโดนกอดไม่ได้ดูมีความสุขเท่าไหร่ เขาดูนิ่งกว่าตอนที่คุยกับเลขาซะอีก
“อาไม่ตอบข้อความผมที่ถามว่าโจเอลอยู่ไหน”
“...”
“น้องชายผมเป็อะไร ทำไมไม่ติดต่อกลับมาเลย” คำถามนั้นทำผมชะงักอยากจะจับโนเอลมาเขย่าบ่าแล้วบอกความจริงว่าน้องชายเขาหายไปไหนทว่าถ้าทำแบบนั้นคงกลายเป็เื่ใหญ่ อีกอย่างผมก็อยากรู้ว่าริชาร์ดจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้“อาคงไม่ได้ทำอะไรกับเขาใช่ไหม เขาน่าจะอยู่ที่นี่ อยู่กับอา”
“อารู้ แต่อาเสียใจด้วยนะหลานรัก”
“หมายความว่าไง ?”
“หมายความว่าโจเอลตาย”
“อ๊ะ !”
“เขาจากเราไปแล้วโนเอล” เสียงพูดนั้นไม่ได้มาจากปากของคนที่รอการคาดโทษอยู่หากแต่มาจากคนที่ซ่อนตัวอยู่ตรงผนังกั้นมันเหมือนกับม่านที่ไว้บังเวลาเราแต่งตัวยังไงยังงั้นซึ่งผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเกิดผมไม่รู้สึกว่าเคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน
เสียงที่คล้ายกับคนในความทรงจำแต่หาตัวไม่พบเพราะความทรงจำเสี้ยวนั้นขาดหายไป ทว่านาทีนี้จิ๊กซอว์ตัวนั้นกลับมาปรากฏอยู่ตรงหน้า
เสียงย่ำก้าวเร่งเร้าให้หัวใจของผมเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาผมเบิกตากว้างจับจ้องคนที่เดินออกมาจากม่านกั้นเขาถือแก้วไวน์ในมือไม่ต่างจากพวกนักสังสรรค์ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มบ่งบอกถึงความมีอำนาจและความร้ายกาจที่ซ่อนเอาไว้
ราวกับโดนบีบคอไม่ให้หายใจ
ลมอากาศของผมแลดูจะหายไปขณะที่เอาจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายเติมเต็มในความทรงจำที่เว้นว่างไว้
แล้วเอ่ยชื่อคนที่ผมเกลียดชังที่สุดออกมาด้วยเสียงที่แ่เบา
“เซ็บ ปาร์คเกอร์…”
ฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ผมนั่นเอง
“พ่อ...พ่อพูดเื่อะไร”
“พ่อเหรอ ?”
“โจเอลจะตายได้ไง ไม่มีทาง” คนเป็พี่เอ่ยเสียงเบาเขาดูใระคนเสียใจมาก ๆ ถึงอย่างนั้นความไม่เข้าใจก็ยังฉายชัดเต็มั์ตาเขาโนเอลมองหน้าริชาร์ดสลับกับคนที่เขาเรียกว่าพ่อวินาทีนั้นมันยิ่งย้ำเตือนถึงการบุกถิ่นที่ไม่มีคนที่ไว้ใจได้
ผมเลื่อนสายตาไปมองโนเอลที่ทำท่าเหมือนจะทรุดลงไป
เขากำลังเสียใจต่างจากผมที่กำลัง...
ใและสับสนยิ่งกว่าโลกทั้งใบพลิกกลับ
ตอนแรกผมรู้แค่ว่าโนเอลน่าจะเป็พี่ชายของโจเอลเพราะได้ยินเลขาเรียกเขาว่าคุณชาย ผมรู้ว่าพ่อของโจเอลสั่งให้ริชาร์ดฆ่าเขาด้วยเหตุผลบางอย่างรวมถึงให้อาขโมยข้อมูลจากศูนย์วิจัยของผมด้วยเื่ทั้งหมดผมถึงมาที่นี่เพื่อดูว่าเขาเป็ใคร
แต่ใครจะคิดว่าผมจะมาเจอกับฆาตกรจิตใจโหดร้ายถึงความทรงจำของผมจะหายไปทว่าพอได้เห็นหน้าทุกอย่างกลับชัดเจนยิ่งกว่าปรับคุณภาพหนัง ผมอ้าปากค้างหัวใจเต้นรัวกระหน่ำชั่วขณะผมอยากจะพุ่งเข้าไปต่อยหน้าเขาจับโยนลงทะเลแก้แค้นให้สมกับชีวิตที่ถูกพังเละไม่เป็ท่า
ผมยังจำวันที่พ่อแม่ผมถูกฆ่าได้วันที่พวกท่านต้องตายเพียงเพราะผู้ชายคนนี้อยากได้ข้อมูลเมกาโลดอนของผม
จำได้ว่านาทีที่ะุเจาะลงบนผิวเนื้อพ่อของผมเ็ปแค่ไหน
ไหนจะเสียงกรีดร้องของแม่ในวินาทีแห่งความตาย
รวมถึงััอันโหดร้ายที่ผมเกือบจะโดนเขาทำให้กลายเป็ขยะเพียงแค่สบตาทุกอย่างที่ผมพยายามกดทับก็ไหลเข้ามาในหัวตลอดเวลาที่ผ่านมาผมรู้แค่ว่าคนที่ฆ่าพ่อแม่ผมมีนามสกุลว่าปาร์คเกอร์แต่ผมไม่รู้ว่าชื่อของเขาคืออะไร ไม่รู้ว่าหน้าตาของเขาเป็ไงและไม่ได้หาข้อมูลเนื่องจากเอริคขอให้หยุดเขาไม่อยากให้ผมติดอยู่กับความเ็ปที่ทำผมฝันผวาทุกครั้งที่นอนหลับ
เสียดายที่ตอนนี้ผมถูกกระชากให้ตื่นจากความฝัน
สิ่งที่เอริคพยายามให้ผมหนีมันตอนนี้มันปรากฏอยู่ตรงหน้า
เซ็บ ปาร์คเกอร์คือฆาตกรที่ขโมยทุกสิ่งจากผมไปและยังให้อามาทำลายความเชื่อใจที่ผมมีให้อีกหนำซ้ำยังฆ่าลูกชายของตัวเองแล้วทำเหมือนว่าเื่นี้เป็อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่ความตั้งใจที่เขาตั้งเป้าไว้ั้แ่แรก
เขามันสารเลว
“เป็อะไรทำไมตัวสั่น”
“…”
“ถ้าเกิดป่วยก็ออกไปซะอย่าให้พวกคุณท่านเขาติดโรคไปด้วย” ผมกัดกรามแน่นความกรุ่นโกรธสะท้านไปทั่วร่าง หยาดใสคลอเบ้าแต่ผมก็บังคับไม่ให้มันไหลออกมาถึงอย่างนั้นมันก็ส่งผ่านไปที่ถาดที่ผมถืออยู่ เวลานี้มันสั่นรั้งความสนใจเลขาหนุ่มให้จับบ่าผมดวงตาสีสวยตวัดไปมองพร้อมกับไหวไหล่เป็การเอามือเขาออกอย่างไร้มารยาท “นี่เธอ...!”
“ผมสบายดีไม่ได้เป็โรคอะไร”
“แต่...”
“คุณไปดูคุณชายดีกว่าไหมอย่ามัวสนใจพนักงานอย่างผมเลย” ผมกดเสียงต่ำพูดลอดไรฟันเป็การข่มขู่พยายามอย่างมากที่ไม่ให้ตัวเองสติหลุดถึงผมจะโกรธแค้นแค่ไหนแต่ผมจะไม่ยอมให้ตัวเองตกไปเป็เบี้ยล่างของใครแน่นอนว่าการกระทำของผมพาให้เลขาหนุ่มย่นคิ้วใส่ ซึ่งผมก็ไม่ได้อธิบายแค่ลากสายตากลับมาหาริชาร์ดและเซ็บที่มองโนเอลด้วยความว่างเปล่า
เขาไม่แม้แต่จะเข้ามากอดลูกชายด้วยซ้ำปล่อยให้โนเอลทิ้งตัวลงคุกเข่าเศร้าเสียใจไม่ต่างจากวันนั้นที่ผมมองดูศพพ่อแม่ตัวเองจมสู่ทะเลไป
“พ่ออย่ามาหลอกผมเล่นนะผมยังคุยกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อนอยู่เลย”
“เื่ความเป็ความตายมันไม่เข้าใครออกใครหนิหลานชาย” ริชาร์ดพ่นลมหายใจ ตีหน้าสลดใจทั้งที่ความจริงคงยิ้มอยู่ “ตอนเราอยู่บนเรือโจเอลพูดถึงเธอมากมาย แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุทำให้เขาพลัดตกทะเลไปอาพยายามช่วยแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้”
“อา...”
“อาเสียใจที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นนะ”
‘น่ารังเกียจ!’
ผมสบถคำนั้นเป็พันครั้งอยู่ในใจริชาร์ดไม่ละอายใจบ้างเลยหรือไงถึงได้พูดคำนั้นออกมาอย่างง่ายดายราวกับไม่รู้สึกผิดเขาเดินมาตบบ่าโนเอลสองสามที เอื้อมมือมาหยิบไวน์ขาวที่ผมเตรียมไว้ ยื่นแก้วหนึ่งให้อีกฝ่ายในเวลาแบบนี้มันสมควรจะฉลองตรงไหน
ร้ายกว่านั้นคือการที่เซ็บยกยิ้มเหมือนดีใจเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา กระดิกนิ้วเรียกให้ผมเข้าไปหา
“ขอให้ฉันแก้วหนึ่งสิ”
“เร็ว” เลขาหนุ่มสะกิดให้ผมทำตามที่สั่งเล่นเอาผมต้องขบกรามแน่นพ่นลมหายใจเหยียดยาวระบายความรู้สึกด้านในเซ็บวางแก้วไวน์ที่ตัวเองถือไว้ลงบนโต๊ะ มองผมที่เดินเข้าไปหาช้า ๆก่อนจะโน้มตัวให้เขาหยิบแก้วไวน์ใบใหม่
เขาลากสายตาโลมเลียให้ผมรู้สึกขยะแขยงไปทั่วทั้งร่างกาย
จนผมเกือบจะอาเจียนออกมา
“ดื่มให้กับการตายของน้องชายเถอะโนเอลพ่อคิดว่าโจเอลคงไม่อยากให้เราเศร้า”
“เราควรส่งคนไปตามหาเขาไม่ใช่ปล่อยให้เขาหายไปแบบนี้”
“คนตายไปแล้วลูกจะไปเอาอะไรอีก”
“แต่โจเอลก็ลูกพ่อนะ” โนเอลสวนกลับเขาดันริชาร์ดให้ถอยพร้อมกับมองหน้าพ่อตัวเองด้วยความจริงจัง “ถึงเขาจะเป็ลูกเมียน้อยแล้วแม่เขาก็ร้ายกับเราไว้เยอะยังไงซะเขาก็เป็น้องชายผม เป็ลูกของพ่อคนหนึ่งเหมือนกันพ่อควรจะเสียใจไม่ใช่เอาแต่ดื่มให้เขา”
“จะดื่มหรือไม่ดื่มโจเอลก็ตายอยู่วันยังค่ำ”
“พ่อ...!”
“ลูกอย่าเสียใจให้คนตายเลยคิดซะว่าแมรี่แอนน์อยากได้ลูกชายเขาไปอยู่ด้วยกัน” เซ็บยิ้มขำยกไวน์ขึ้นดื่มไม่สนใจเลยว่าตอนนี้โนเอลจะเบิกตากว้างแค่ไหนริชาร์ดพยุงเขายืนทำตัวเป็อาที่สงสารหลานชาย ต่างจากผมที่พยายามเก็บข้อมูลทุกอย่างยังไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามจะได้ไม่เสียแผนที่วางไว้
ต่อให้ใจจริงผมอยากจะฆ่าเขาให้ตายก็ตาม
“ป่านนี้พวกเขาก็คงมีความสุขอยู่บน์ส่วนเราก็เดินหน้าต่อใช้ชีวิตแทนเขาที่จากไปพ่อไม่อยากให้ลูกติดอยู่กับความเสียใจนักหรอกนะ”ไม่มีความจริงใจในคำพูดที่พ่นออกมามีแต่ความน่าสะอิดสะเอียนของความคิดอันบิดเบี้ยว “อีกอย่างตอนนี้เราก็มีปัญหาใหญ่ให้คิดมากกว่าลูกรู้แล้วใช่ไหมว่ามีคนลอบขึ้นเรือเรามา”
“อะ...”
“ลูกเจอเขาใช่ไหมโซล อิลเดนสันว่าที่แม่ใหม่ของลูกน่ะ :)”