ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    เหมันต์ที่ 3 : อาจแค่หน้าเหมือน

            มองเข้าไปหลังป้ายปิดให้บริการของร้านกาแฟแห่งหนึ่งจะพบว่ามีเหล่าเด็กหนุ่มสาวห้าคนนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือด้วยใบหน้าเคร่งเครียดกลิ่นหอมของขนมปังเพิ่งอบเสร็จลอยแตะจมูกจากตรงกลางโต๊ะชวนให้น่าหยิบขึ้นมาทาน

     

            “โจทย์ข้อนี้ทำยังไง จิน”เทนตะยื่นหนังสือคณิตศาสตร์ไปทางด้านขวา

     

            “แทนค่า X ลงไปสิ”จินหันไปตอบขณะกำลังช่วยเรย์กะหาค่าอัตราความเร็วในหน่วยเมตรต่อวินาทีอยู่

     

            “ตรงนี้ใช่ไหม?”เทนตะเขียนให้จินดูแบบไม่แน่ใจ

     

            “นั่นมันตัว Yโว้ย!”

     

            “เมื่อกี้บอกให้แทนค่าตัว Yไม่ใช่เหรอ” เทนตะทำหน้าเหลอหลา

     

            “ตัว X เพื่อน” พอสบสายตาอันปลงตกของจิน เทนตะจึงรีบกลับไปแก้ไข

     

            “ได้แล้วนี่ เรย์กะเก่งมาก”พอหันกลับมาอีกทีก็พบว่าเด็กสาวข้างกายทำโจทย์ที่ติดค้างไว้เสร็จเรียบร้อยดี

     

            “แล้วข้อนี้ละจิน”อากิโนะที่นั่งตรงข้ามขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วหันหนังสือกลับให้จิน

     

            “คำถามแบบนี้ต้องท่องจำแล้วแหละจุดเริ่มต้นของการปกครองโดยระบอบศักดินา คือหัวหน้าตระกูลมินะโมะโตะเป็นผู้ชนะสงครามได้สถาปนาระบอบศักดินานี้ขึ้น”

     

            “ขอบใจจ้ะ”เธอยิ้มตอบแล้วกลับไปท่วงพึมพำ

     

            “…”มาโคโตะขยับหนังสือไปข้างหน้าชี้ไปยังช่องว่าง

     

            “ข้อนี้ถามเกี่ยวกับการใช้คำบุรพบทมันถามถึงเวลา ดังนั้น ตอบ at ได้เลย”

     

            แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมดแต่มาโคโตะก็พยักหน้าขอบคุณไปทีหนึ่ง

     

            “ไอ้อารมณ์อยากติวมันก็ดีอยู่หรอกแต่พวกนายช่วยติววิชาเดียวกันได้ไหมเพื่อน!”

     

            “บ่นเป็นคนแก่ไปได้จิน ข้อนี้ล่ะ?”

     

            “ไม่บอกเว้ย! แกตัวดีเลยเทนตะบอกไม่ฟัง! ไม่ติวแล้วเลิกๆ ”จินทำหน้าหงุดหงิดใส่เทนตะก่อนจะหยิบขนมปังขึ้นมาเคี้ยวเสียงดัง

     

            “อ้าว... ไอ้นี่มันงกวิชานี่หว่าเล่นสักทีดีไหมเพื่อน?”

     

            เทนตะมองหน้าจินแบบหาเรื่องแล้วขอแรงสนับสนุนจากมาโคโตะ

     

            “เค้าน้อยใจแล้วนะตัวเอง งื้อ...”เทนตะทำท่าบีบน้ำตาบ้องแบ๊ว

     

            “ไอ้เทนตะ ไม่เอาแบบนี้เว้ย!”ขนแขนจินตั้งทันทีเมื่อเจอลูกเล่นนี้เข้า

     

            “อย่าทำมาโคโตะ!”จินหันไปชี้นิ้วสั่งมาโคโตะที่กำลังจะทำตามเทนตะ

     

            “แกไปยัดอะไรใส่สมองมาโคโตะ เทนตะ!”

     

            “ทำไมตัวเองใส่ร้ายเค้าแบบนี้เค้ายังไม่ได้ทำอะไรเลย น้อยใจที่สุด งื้อ...”เทนตะบิดตัวไปมาแล้วทำหน้างอแงราวกับผู้หญิง

     

            “โว้ย! มาติวต่อๆ จะกี่วิชาก็มาเลย!”จินรีบบอกทุกคนมาให้ตัวเองสอนอย่างรวดเร็ว

     

            “บอกแล้วอย่าให้ถึงมือพี่ ไอ้น้อง!”เทนตะยิ้มยิงฟันอย่างอารมณ์ดี

     

            “เออ!” จินแยกเขี้ยวใส่เขาชี้สองนิ้วที่ตาตัวเองแล้วชี้ไปที่เทนตะ

     

            “ฮ่าๆๆ”อากิโนะหัวเราะดังลั่นกับท่าทางหยอกล้อของทั้งสามส่วนเรย์กะกับมาโคโตะแค่ยิ้มมุมปาก

     

            สแตนที่กำลังยุ่งอยู่กับการจัดของแถวเคาน์เตอร์ถึงขั้นเงยหน้าขึ้นมาดูนายท่านของตัวเองกับเหล่าผองเพื่อนมันเป็นภาพที่ชินตาไปเสียแล้วกับการหัวเราะและรอยยิ้มที่แสนสุขจากเด็กกลุ่มนี้

     

            กริ้ง!เสียงกระดิ่งดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของเด็กสาวคนหนึ่ง

     

            “สะ สวัสดีทุกคน ขอโทษที่มาช้านะ”รินในชุดนักเรียนวิ่งเข้ามาในร้านด้วยท่าทางเหนื่อยหอบเอาการ

     

            “ไม่เป็นไรจ้ะ มานั่งก่อนสิคุณริน”อากิโนะเดินเข้าไปหารินแล้วพาเธอมานั่งด้านข้างตรงข้ามกับเรย์กะ

     

            เทนตะเกาหัวด้วยรอยยิ้มแห้งส่งไปให้เพื่อนของเขาเสียงหัวเราะที่เคยดังเมื่อกี้หยุดลงอย่างกะทันหัน

     

            “เรย์กะนั่นริน รินนี่เรย์กะ”

     

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”รินที่กำลังนั่ง โค้งหัวให้เรย์กะเป็นการทักทายซึ่งระยะห่างมันไม่เหมาะสำหรับยกมือขึ้นจับกัน

     

            “อื้อ ยินดีได้รู้จัก”เรย์กะโค้งหัวตอบกลับ

     

            “ไม่ต้องแปลกใจ เรย์กะเธอพูดน้อย”จินตอบคำถามจากใบหน้าของริน

     

            “งั้นเหรอ เป็นยังไงกันบ้างคะไม่ได้เจอกันนานเลย” เธอรีบเปลี่ยนเรื่องกลัวว่ามันจะเสียบรรยากาศไปเสียก่อน

     

            “สบายดีครับ/จ๊ะ”ทุกคนตอบเป็นคำพูดและภาษากายไปในทิศทางเดียวกัน

     

            “คุณรินล่ะ เป็นยังไงบ้างช่วงนี้”

     

            “สบายดีค่ะแต่คงจะเหมือนทุกคนเพราะช่วงนี้ใกล้สอบแล้วจึงต้องอ่านหนังสือหนักทุกคืน พอดีเลยทุกคนอยากเรียนอะไรกันเหรอ แล้วคิดไว้หรือยังจะต่อที่ไหน”

     

            “พวกเราจะต่อที่มหาวิทยาลัย เฮียวงะแถวนี้กันทุกคนเลยจ้ะ” กลุ่มจินได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้มาสักพักหนึ่งแล้วช่างน่าแปลกที่พวกเขาเลือกมหาวิทยาลัยเดียวกัน

     

            “งั้นเหรอ ดีจัง!ฉันก็จะต่อที่เฮียวงะเหมือนกัน” รินใบหน้าเบิกบานด้วยความดีใจ

     

            “จริงเหรอคะพวกเราคงได้เจอกันบ่อยขึ้นแล้วแบบนี้”

     

            “แหะๆๆ”เทนตะไม่รู้จะพูดอะไรเกี่ยวสถานการณ์นี้ มันไม่ถึงอึดอัดแต่ทำตัวไม่ถูกยังไงไม่รู้

     

            “เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะมาติวกันต่อดีกว่า” จินดึงสติทุกคนกลับมาให้สนใจหนังสือในมือกันต่อ

     

            “ขอโทษที กำลังติววิชาอะไรกันอยู่เหรอ?”รินกำลังจะดึงหนังสือเรียนออกจากกระเป๋า ต้องชะงักแล้วถามก่อน

     

            “คณิตศาสตร์ครับ” เทนตะยิ้มบอก

     

            “วิทยาศาสตร์” เรย์กะตอบสั้นๆ

     

            “ประวัติศาสตร์จ๊ะ”อากิโนะโชว์สองนิ้วให้

     

            “...”มาโคโตะหยิบหนังสือให้รินเห็นหน้าปก

     

            “ตามนั้นแหละ” จินถอนหายใจให้ไปทีหนึ่ง

     

            “เอ่อ...”รินนิ่งค้างโดยไม่รู้เลยว่าจะเอาวิชาอะไรขึ้นมาติวดี

     

            เรย์กะได้แต่มองรินกับจินสลับกันไปมาอย่างเงียบๆนี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้เจอกันและมีบางอย่างบอกว่าจินกับรินมีเรื่องอะไรกันมาก่อนแน่นอน

     

            กริ้ง!เสียงกระดิ่งดังขึ้นอีกครั้งบอกถึงการมาของอีกคน

     

            “กลับมาแล้วค่ะ หื้ม?”

     

            มากิเดินเข้ามาด้วยเสื้อผ้าที่ดูยับเยินเล็กน้อยโชคดีที่เธอทำความสะอาดร่างกายมาบ้างแล้วแม้จะมีบางจุดน่าสงสัยแต่ก็ไม่มีใครถามอะไรออกไป

     

            “คุณมากิ ที่พวกเราเคยเราให้ฟังส่วนนี้เรย์กะครับ” เทนตะแนะนำทั้งสองด้วยรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์

     

            “เพื่อนอีกคนของนายท่านเหรอยินดีได้รู้จักค่ะ” มากิโค้งตัวให้นิดหนึ่งแล้วยิ้มให้กับเรย์กะเป็นการทักทาย

     

            “ยินดีได้รู้จัก”ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สายตาเธอกับแสดงไปอีกทาง

     

            การกระทำของเรย์กะแทบจะสร้างความประหลาดใจให้แก่จินไม่น้อยเพราะเธอมองมากิตาขวางเลยทีเดียว

     

            “นายท่านนี่ เนื้อหอมจริงๆ นะคะ”มากิก้มหน้าเข้าใกล้จินแล้วกระซิบผ่านใบหู ทุกคนต่างมองกันตาค้าง

     

            “หื้ม?” คิ้วของจินเลิกขึ้นด้วยความสงสัย

     

            ชิ้ง!สายตาของเหล่าเด็กสาวส่งไปยังมากิทันทีพร้อมกับจิตสังหารอันแรงกล้า

     

            “หึ!”มากิยิ้มให้ทั้งสามอย่างมีชัยเลือกเดินขึ้นห้องไป

     

            “คุณมากินี่สวยขึ้นทุกวันเลยนะจินฉันละอิจฉานายสุดๆ ที่ได้อยู่ร่วมกันและเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้”เทนตะอิจฉาตาร้อนไม่ปกปิด

     

            “อยู่ด้วยกัน!?”

     

            แกร๊ก! เรย์กะบีบดินสอหักคามือ

     

            “แล้วไปหักดินสอทำไมเรย์กะ เป็นอะไรไหม?”จินหันไปตามทิศทางเสียงเขาถามด้วยความเป็นห่วงพลางยื่นมือเข้าไปตรวจดูอาการ

     

            “เข้าห้องน้ำ”แต่เธอดันลุกเดินเข้าห้องน้ำไปเสียก่อน

     

            “โถ่... พ่อหนุ่มไร้เดียงสา”เสียงเทนตะบ่นพึมพำ

     

            “อะไร!?” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามหันไปมองทุกคนอากิโนะกับรินมองหน้าจินอย่างที่เรย์กะทำดูเหมือนพวกเธอราวกับกำลังโกรธแค้นใครอย่างไรอย่างนั้น

     

            “คุณสแตนครับ นมเย็นแก้วหนึ่งครับ”เทนตะไม่สนใจสถานการณ์ตรงหน้า

     

            “รอสักครู่นะ ขอรับ”

     

            “ตามสบายเลยเพื่อนทำเหมือนเป็นร้านของตัวเองนะ” จินพูดให้เทนตะ

     

            “นายพูดเองนะเพื่อน” เทนตะยิ้มยิงฟัน

     

            “ประชดโว้ย!”

     

            แม้จะเล็กน้อยแต่มันก็ทำให้ความหนักอึ้งทางอารมณ์ของหลายคนอ่อนลงไปได้เทนตะยิ้มให้กับผลลัพธ์แล้วหันไปสนใจขนมปังตรงกลางโต๊ะแทน

     

            เธอต้องการอะไรกันแน่ ริน จินมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล

     

            แสงจันทร์สาดส่องเข้าไปยังห้องประชุมแห่งหนึ่งอันน่าสงสัยผู้คนในห้องสามารถมองเห็นคนอื่นเพียงเงาเลือนรางทุกคนต่างแผ่ออร่าอันให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปคนละแบบสิ่งน่าหวั่นเกรงที่สุดเป็นของชายชรานั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะหากลองสังเกตจากแสงสลัวจะพบริ้วรอยร่างกายร่วงโรยตามกาลเวลา

     

            “มีอะไรงั้นเหรอคลาวด์ถึงได้เรียกประชุมแบบนี้” ชายชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันมีอำนาจ

     

            “ขออภัยครับท่านหัวหน้าพอดีผมเพิ่งได้ข่าวเกี่ยวกับมากิ” คลาวด์ลุกขึ้นยืนกล่าวขอโทษด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

     

            “อย่างงั้นเหรอ ว่ามาสิ”

     

            “ตอนนี้แหล่งข่าวของทางเราพบเจอหญิงสาวใบหน้าคล้ายกันกับมากิแต่มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปครับ”คลาวด์พูดเสร็จก็ส่งรูปใบหนึ่งไว้ตรงกลางโต๊ะให้ต้องแสงจันทร์

     

            “จะบอกว่าคนนี้เป็นมากิงั้นเหรอดูคล้ายอยู่นะ” น้ำเสียงเอาเย้ายวนของหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้น

     

            “นี่มันมากิชัดๆ เธอไปย้อมผมมางั้นเหรอ?แต่ดูดีนะ... ตาสีแดงนั่นก็สวยเอาเรื่อง”ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์อีกคนแสดงความเห็น

     

            “มีอะไรรีบพูดมา”ชายชราไม่แม้แต่จะคิดให้มากความ

     

            “แหล่งข่าวบอกว่าเธออยู่ที่ร้านกาแฟของเหยื่อของคราวก่อน”คลาวด์หยิบชุดรูปภาพหลายใบวางไว้ในระยะห่างเท่ากัน

     

            “อยู่กับเหยื่องั้นเหรอดูซับซ้อนจังครับ ให้ผมตามสืบดีกว่าไหม”เสียงแหลมเล็กของชายอีกคนพูดด้วยท่าทีปวดหัว

     

            “คุณยังมีงานต้องทำอีกไม่ใช่เหรอ”คลาวด์เงยหน้ามองคนตรงข้ามที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งเสาหลัก

     

            “งั้นก็ช่วยไม่ได้”เขากลับไปไม่สนใจแล้วนั่งหมุนเก้าอี้เล่นแทน

     

            “ถึงรูปร่างหน้าตาจะคล้ายกับเธอจริงๆอาจจะแค่คนหน้าเหมือนกันก็ได้ มีเยอะไปสมัยนี้” เหตุผลของเธอดูฟังขึ้นทีเดียว

     

            “จะคิดเยอะกันทำไมลุยกันไปเลยสิ ฮ่าๆๆ”ชายอีกคนทุบกำปั้นในมือเสียงดังสลับไปมา

     

            “อย่างนายคิดอะไรได้ที่ไหนละมีแต่สร้างปัญหาไปวันๆ”

     

            “คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆยังไงปลายทางก็เหมือนกันน่า อย่าไปคิดมาก ให้ผมลุยเองเลยดีกว่าบอส!”เขาหันไปถามคนหัวโต๊ะโดยไม่สนใจคำพูดของหญิงสาว

     

            “ไม่...งานนี้ให้คลาวด์จัดการไปหากเป็นมากิจริงนำตัวเธอกลับมารับการลงโทษ หรือไม่ หากเธอขัดขืนก็ฆ่าทิ้งได้เลยแต่ถ้าไม่ใช่ก็ถือว่าทำการยืนยันแล้วกัน” ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

     

            “ครับ ท่านหัวหน้า”คลาวด์รับทราบแล้วเก็บเอกสารข้อมูลหน้าตัวเองกลับเข้าที่

     

            “โถ่บอส ทำไมไม่ให้ผมออกโรงบ้าง!”

     

            “จ่ายเงินที่เพิ่งไปถล่มงานล่าสุดมาก่อนสิ”ชายชราโยนใบแจ้งหนี้ไปให้คนผู้นั้น

     

            “คุยเรื่องเงินอีกแหละ ไปก่อนดีกว่า!”

     

            ทุกคนทำความเคารพชายชราก่อนเดินออกจากห้องไปทิ้งให้เขาจ้องมองเพียงรูปมากิผมยาวสลวยสีขาวกับนัยน์ตาสีแดงที่กำลังเดินไปตามทางตรอกซอยแห่งหนึ่ง

     

            “...”

    คล้ายกับเรื่องยากูซ่าพลังผู้กล้า ที่คุณอ่าน