บทที่ 3 เอาเงินสามสิบหยวนจากเพื่อนนิสัยไม่ดีที่ยืมไปคืนมา
ลี่หรงหรี่ตาลง ในใจคิดว่าอีกฝ่ายมาได้เวลาเหมาะเหม็งเลย
แต่เธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป จึงไม่มีทางที่หญิงสาวจะซ้ำรอยความผิดพลาดเดิมตามแบบในนิยายอีก และหากทั้งคู่รับเงินจากเธอไปแล้ว พวกเขาก็ควรปล่อยเธอไป ห้ามมายุ่งเกี่ยวกันอีก
เขารู้จักแขกผู้มาเยือนคนนี้ จ้าวชิงซงรู้จักเธอในฐานะเพื่อนสมัยเรียนของลี่หรง ดังนั้นท่าทีของลี่หรงจึงดูราวกับพวกหล่อนสองคนมีลับลมคมในบางอย่าง
ผู้หญิงคนนี้ช่างระริกระรี้เสียจริง …เมื่อถึงเวลาก็คงต้องปล่อยเธอไป จ้าวชิงซงถอนหายใจขณะลับมีดในมือต่อ
“มีอะไรถึงมาเหรอ ปิงปิง?”
ขณะถามยังไม่ทันจบดี หลัวปิงก็ดึงเธอออกไปนอกประตู ก่อนกระซิบว่า
“ยุวชนหยางเสียใจมากที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ เขาไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนั้น ถึงขนาดที่ต้องทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำให้เขารู้สึกผิดมากจนอยากมาเจอเธอ”
“หยุดพูดได้แล้ว” ลี่หรงขัดจังหวะอีกฝ่าย ขณะแสร้งทำเป็หดหู่
“บอกยุวชนหยางให้หยุดโทษตัวเองได้แล้ว แม้ว่าจะเป็เขาที่บอกให้ฉันแยกครอบครัวอออกมา แต่ก็เป็ตัวฉันเองที่ตัดสินใจทำ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย ปิงปิง เธอช่วยบอกยุวชนหยางว่าให้ลืมเื่ที่ผ่านมาซะ แล้วพวกเราก็อย่าเจอกันอีกเลย”
หลัวปิงที่ได้ยินแบบนั้นก็สับสน ว่าทําไมจู่ ๆ ลี่หรงถึงขีดเส้นแบ่งเขตกับหยางเต๋อเป่าเสียแล้ว
แม้ว่าหลัวปิงจะไม่ชอบที่ลี่หรงเข้ามาพัวพันหยางเต๋อเป่า แต่เธอก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกันหากลี่หรง้าขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ เพราะเธอ้าให้ลี่หรงไปพัวพันกับผู้ชายคนอื่นหลังจากแต่งงานแล้ว และจะเป็การดีที่สุดที่ชื่อเสียงดี ๆ ของลี่หรงจะถูกทำลาย
ไม่ว่าภูมิหลังหรือสภาพครอบครัว หลัวปิงก็รู้สึกว่าตนไม่สามารถเปรียบเทียบตัวเองกับลี่หรงได้เลย ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะอิจฉา
ตอนนี้เมื่อมีข่าวว่าลี่หรงแต่งงานกับชายชนบทแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ทุกคนในละแวกนั้นที่รู้เื่นี้ต่างก็พากันพูดเพียงว่าลี่หรงช่างน่าสงสาร ทว่ามีเพียงหลัวปิงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกมีความสุข
ในที่สุดฉันก็จะไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเธออีกต่อไป
แต่ปีแห่งความขุ่นเคืองก็ไม่อาจจางหายไป หลัวปิงหวังปรารถนาให้ลี่หรงอยู่อย่างมีความทุกข์ …ว่าแล้วเธอก็จับมือของลี่หรงก่อนพูดว่า
“เธอจะไม่ไปพบยุวชนหยางจริง ๆ เหรอ?”
“ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเธอสนิทกันมาก …นี่ไม่ใช่ว่าเพราะแต่งงานแล้ว เธอก็เลยจะหยุดความสัมพันธ์กับเขาใช่ไหม?”
แน่นอนสิ เพราะถ้าทำแบบนั้นก็มีหวังได้ตกเป็ขี้ปากของชาวบ้านกันพอดี!
ลี่หรงถอนหายใจเบา ๆ คิดไม่ผิดจริง ๆ หลัวปิง… เพื่อนคนนี้นี่นิสัยแย่เอามาก ๆ หล่อน้าจะหลอกให้ตัวเธอไปพบชายอื่น เพื่อทำให้ชื่อเสียงของเธอด่างพร้อย!
ลี่หรงที่รู้สึกหนาวสั่นพลันเอามือป้องปาก ก่อนพูดเบา ๆ ว่า “เพราะเมื่อวานฉันก่อเื่เกินไปจริง ๆ จ้าวชิงซงโกรธมาก และตอนนี้เขากำลังจะหย่ากับฉันอยู่แล้วเนี่ย”
เมื่อจ้าวชิงซงได้ยินเื่นี้ เขาก็วางมือลง ในหัวคิดไปด้วยว่าตัวเขาเองไม่เคยบอกจะหย่าร้างเลย นี่ลี่หรงกำลังโกหกกันซึ่ง ๆ หน้าอยู่ชัด ๆ! …ผู้หญิงในเมืองมีแต่คนนิสัยแบบนี้หรือไงกันน่ะ?
ว่าแล้วเขาก็เผลอปล่อยมีดที่กำลังลับคมลงบนกระดานไม้ด้วยความโมโห ทำให้มีดปักคาอยู่บนไม้ ก่อนหันไปหยิบขวานขึ้นมาผ่าฟืนเสียงดังมาก ทำเอาลี่หรงและหลัวปิงที่ต่างก็ได้ยินหันมามองหน้ากัน
ในสายตาหลัวปิง ลี่หรงดูน่าสงสารเป็อย่างยิ่ง ชายชนบทที่ลี่หรงแต่งงานด้วยไม่เพียง้าจะหย่าร้างกับเธอเท่านั้น แต่ยังดูจะเป็คนอารมณ์ร้ายอีกด้วย พอคิดมาถึงตรงนี้ หลัวปิงพลันรู้สึกมีความสุข เพราะขอแค่ชีวิตของลี่หรงเป็ทุกข์ ตัวเธอก็รู้สึกมีความสุขแล้ว!
อย่างไรก็ตาม ภายนอกหลัวปิงกลับแสดงออกและพูดกับลี่หรงด้วยความโมโหว่า “หย่าเหรอ? หย่าได้ยังไง?!”
แม้ว่าหลัวปิง้าให้ลี่หรงโดนชายชนบทนั่นหย่าร้างจนเสียชื่อ แต่เธอก็ไม่อยากให้เื่มันเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็รอจนถึงตอนที่เธอแต่งงานกับหยางเต๋อเป่าก่อนไม่ได้หรือไง?!
เธอกลัวว่าลี่หรงจะกลับมา ‘พัวพันกับหยางเต๋อเปา’ หลังจากหย่าร้าง และตระกูลหยางก็มีภูมิหลังที่ดี หลัวปิงจึงไม่อยากให้ลี่หรงมาทำลายชื่อเสียงที่ควรจะเป็ของเธอ
เธอแนะนำว่า “เธออย่าเพิ่งหย่าร้างเลย เพราะมันจะกลายเป็เื่ยากสำหรับผู้หญิงอย่างเรา ๆ ที่จะแต่งงานใหม่ ดังนั้นอย่าเพิ่งหย่าเลย”
เพราะรู้ว่าตนเองไม่สามารถเกลี้ยกล่อมลี่หรงให้ไปพบหยางเต๋อเป่าได้ในตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่คิดเกลี้ยกล่อมลี่หรงอีกต่อไป และพูดอย่างเร่งรีบว่า
“เอ่อ เมื่อวานฉันเห็นพัสดุของเธอตอนไปรับจดหมายจากที่บ้าน ถ้ามีเวลาก็อย่าลืมไปรับที่ไปรษณีย์ด้วยล่ะ ฉันกลับก่อนนะ พอดีมีธุระที่อื่นต่อ”
“เฮ้ เดี๋ยวก่อนปิงปิง” ลี่หรงคว้าแขน ก่อนจะพูดตรง ๆ ออกไปว่า
“ตอนนี้ฉันและจ้าวชิงซง เราทั้งคู่ไม่มีงานทำ ที่บ้านก็แทบไม่มีอาหารเลย เธอช่วยคืนเงินที่ฉันให้ยืมก่อนหน้านี้ได้ไหม”
หลัวปิงรู้ว่าตอนนี้คงจะบอกปัดไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงยิ้มอย่างเก้อเขินพลางกล่าว
“ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงินเลย แต่ฉันจะจ่ายคืนให้เร็ว ๆ นี้แหละ พวกเราสนิทกันมากเลยนี่ ดังนั้นเธอทำใจรอให้สบายเถอะ”
“ความสัมพันธ์ของพวกเราดีจนเธอจะคืนเงินทั้งหมดให้ฉันอย่างแน่นอนใช่ไหม? มันแค่สามสิบหยวนเอง แล้วเธอก็ไม่ได้บอกเหรอว่าได้รับพัสดุเมื่อวานนี้? ปิงปิง ถ้าเธอไม่จ่าย ฉันก็ไม่มีเงินกินข้าว ดังนั้นฉันจะไปหาหัวหน้ายุวชนหมู่บ้าน ขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายไปที่บ้านของเธอ อย่างไรก็ตาม หากเธอไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่าย ก็ขอให้ครอบครัวส่งเงินให้เธอเพิ่มสิ”
หลังจากได้ฟังสิ่งที่เธอพูด ใบหน้าของหลัวปิงก็หม่นสีลงทันที เพราะความนัยของมัน คือหากหลัวปิงหาเงินมาคืนไม่ได้ ลี่หรงจะนำเื่ไปบอกหัวหน้ายุวชน และเมื่อคนอื่น ๆ รู้เื่เข้า ภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ร่ำรวยที่หลัวปิงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาไว้ก็คงพังทลายลง
หลัวปิงจึงแสร้งตบหัวราวกับว่าจำอะไรบางอย่างได้ “โอ้ ขอโทษจริง ๆ เกือบลืมเื่นั้นไปเลย เอาเป็ว่าเดี๋ยวฉันจะกลับไปเอาเงินมาให้เธอก็แล้วกันน่ะ”
“เดี๋ยวก่อน ฉันจะไปกับเธอด้วย ยังไงฉันก็ไม่ต้องไปทำงานอยู่แล้ว เลยจะขอไปกับเธอเลยแล้วกัน”
พอได้ยินแบบนี้ ในใจของหลัวปิงพลันรู้สึกอิจฉาขึ้นมา เฮอะ ทั้งมีการศึกษาและก็แต่งงานแล้ว ช่างมีชีวิตที่เพียบพร้อมจริง ๆ เลยน่ะ …ลี่หรง!
ว่าแล้วลี่หรงก็เดินมาข้าง ๆ หลัวปิงโดยไม่ให้โอกาสได้บอกปัด ทำให้หลิวปิงได้แต่รู้สึกน้ำท่วมปาก
เงินที่ครอบครัวส่งมาให้หลัวปิงจะอยู่ที่สิบห้าหยวนต่อเดือนเท่านั้น และเมื่อรวมกับเงินเก็บบางส่วนก่อนหน้านี้ รวมแล้วก็แค่สามสิบกว่าหยวนเอง แต่ตอนนี้เธอกลับต้องจ่ายเงินสามสิบหยวนคืนให้ลี่หรง จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกปวดใจเป็อย่างมาก
เมื่อลี่หรงนับเงินเสร็จ เธอก็จัดแจงใส่มันลงในกระเป๋าของตนเองพลางตบเบา ๆ “โอเค ครบถ้วน” ก่อนจะมองไปรอบ ๆ สองสามครั้ง เมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงะโไปทางหอพักชาย
“ยุวชนหยาง ยุวชนหยาง คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
ลี่หรงะโดังมากจนยุวชนคนอื่น ๆ ในหอพักได้ยินเธอ หลายคนถึงกับเงยหน้าออกมาชมการแสดง เพราะต่างทราบดีว่ายุวชนหญิงลี่กับยุวชนหยาง เคยมีใจให้กันมาก่อน
และหยางเต๋อเป่าก็แทบจะไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์นั้น พวกเขาจึงคิดว่าคนทั้งสองคงกำลังออกเดตกัน
โดยไม่คาดคิด ลี่หรงกลับแต่งงานกับใครสักคนในหมู่บ้าน ทำให้ข่าวลือที่ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กกันหายไปกับสายลม
แต่ทุกคนก็ล้วนนินทาลับหลัง เมื่อเห็นลี่หรงซึ่งเพิ่งแต่งงานออกไปแวะเวียนกลับมาเพื่อพบกับยุวชนหยาง ด้วยพวกเขาสงสัยใคร่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะกลายเป็แบบใด
หยางเต๋อเป่าอยากจะแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินเสียงนี้ แต่ชายหนุ่มในหอพักทุกคนต่างมองมาที่เขา และถ้าเขาไม่ตอบโต้กลับไป คนอื่นคงคิดว่ามีอะไรผิดปกติแน่ ๆ หยางเต๋อเป่าเลยได้แต่แอบสาปแช่งลี่หรงในใจ ก่อนจะเดินออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและพูด “อ้าว เป็ยุวชนลี่นี่เอง เธอมีธุระอะไรเหรอ?”
นี่เป็ครั้งแรก ที่ลี่หรงได้เห็นคนที่นางเอกนิยายหลงรัก ใบหน้าของเขานับว่าพอใช้ได้ เสียแต่มีสิวเยอะ ตัวไม่สูงมาก แถมยังผอมไปอีก มองยังไงก็เทียบกับพระเอกไม่ได้เลย …พอคิดมาถึงตรงนี้ ลี่หรงพลันเม้มปาก ด้วยไม่รู้ว่านางเอกในนิยายเห็นอะไรดีในตัวคนคนนี้
ฉับพลันนั้น ลี่หรงตีสีหน้าเขินอาย ก่อนกล่าว “ยุวชนหยาง ฉันขอโทษจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่ฉันให้คุณยืมสองร้อยหยวนจำได้ไหม? ตอนนี้พวกเราแยกครอบครัวออกมาจากบ้านหลักแล้ว และฉันเองก็ไม่ค่อยมีเงินซื้ออาหารกิน ฉันเลยอยากถามว่าคุณพอจะคืนเงินให้ฉันก่อนได้ไหม?”
มุมปากของหยางเต๋อเป่าแข็งค้างทันที “อะไรนะสองร้อยหยวน?”