“ที่แท้นางเป็คนเป่าขลุ่ยนี่เอง”
เมื่อตู้เซ่าฝู่ได้ยินเสียงขลุ่ยเขาก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ ที่แท้หลายวันนี้ที่เขาได้ยินเสียงขลุ่ยเป็ทำนองเพลงที่มาจากสตรีงามนางนี้นี่เอง
ทำนองเพลงขลุ่ยที่ได้ยินราวกับช่วยชำระล้างปลุกให้ิญญาฟื้นคืนชีพ ทำนอง่แรกอ่อนนุ่มราวกับเสียงสายธาราที่ไหลรินผ่านร่องเขา จากนั้นจังหวะก็ค่อยๆ เร็วกระชั้นชิดราวกับเสียงสายฝนที่โปรยปรายยามวสันตฤดู
เสียงขลุ่ยนี้มีพลังดึงดูดอย่างน่าอัศจรรย์ตู้เซ่าฝู่จึงอดใจไม่ไหวต้องตั้งใจฟังเสียงทำนองไพเราะจับจิตราวกับทำนองเพลงวนรอบศีรษะได้ น้ำเสียงอ่อนโยนจังหวะแ่เบาราวกับเป็เสียงของหญิงสาวที่กำลังระบายความในใจ มีความอ่อนหวานและนุ่มนวลจากนั้นทำนองก็เปลี่ยนไปเป็หลากหลายรูปแบบ ในความนุ่มนวลและแ่เบาก็นำพาความรู้สึกโศกเศร้าลึกๆ อยู่ในทำนองด้วย...
ตู้เซ่าฝู่จมอยู่ในห้วงทำนองเพลงขลุ่ยมันคือเสียงที่ไพเราะจับจิตที่สุดที่เคยได้ยินในชีวิตนี้ทำให้ไม่อาจถอนใจไปจากเสียงเพลงได้
เมื่อตู้เซ่าฝู่ฟื้นขึ้นมาพระจันทร์เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก น่าจะเป็ใกล้เวลารุ่งอรุณแล้ว
“เสียงขลุ่ยช่างแปลกประหลาดเสียจริง”
ตู้เซ่าฝู่ตบหน้าของตัวเองเบาๆเสียงขลุ่ยนั้นราวกับทำให้เขาเมามายอยู่กับท่วงทำนองเพลงจนเลือนรางวูบและสูญเสียสติสัมปชัญญะไป เขากวาดสายตาดูรอบๆสตรีงามนางนั้นยังคงนั่งขัดสมาธิอยู่บนหินก้อนนั้นอยู่ เปลือกตาสองข้างยังปิดอยู่
“โฮกๆ”
“แอ้วๆ”
ในแนวเทือกเขาลึกมีเสียงร้องคำรามของอสูรดังให้คนใอยู่เนืองๆราวกับว่าอสูรร้ายจำนวนมากกำลังวิ่งเต้นกันอยู่
“หลับไปแล้วหรือ”
ตู้เซ่าฝู่มองไปที่สตรีงามคนนั้นที่กำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่ตาเฒ่าฝูอี้ไป๋นั่นไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ต่อให้มาจะสู้กับยอดฝีมือคนนี้ได้อย่างไร
“หนีเอาชีวิตรอดก่อนดีกว่า”
ั์ตาของตู้เซ่าฝู่เป็ประกายเขาตัดสินใจแล้วว่า เอาชีวิตให้รอดก่อนสำคัญที่สุด อย่างไรก็ควรหนีไปก่อน จึงค่อยๆขยับแขนขาค่อยๆ คลานย่องหนีลงไปจากเขา
ยอดเขาสูงชันมากปลายยอดราวกับักำลังผงาดเศียร หากขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ไม่พอมีพลังปราณอยู่ในตัวบ้างเกรงว่าคงปีนลงเขาลูกนี้ไม่ไหว
ทว่าหลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ลงจากเขาแล้วก็เหนื่อยหอบจนวิ่งไม่ไหว
“โฮกๆ!”
ณป่าทึบแห่งนี้ มีเสียงคำรามของอสูรออกมาเป็ระยะๆในใจของตู้เซ่าฝู่สั่นด้วยความกลัวเล็กน้อย เขากำลังอยู่ท่ามกลางแนวเขาอสุรกายนี่ไม่ใช่สถานที่ธรรมดาทั่วไป อาจพบอสูรและปีศาจกระโจนออกมาได้ทุกเมื่อ
ดังนั้นแม้ว่าหนีลงเขาไปแล้วทว่าขณะนี้ตู้เซ่าฝู่ก็ยังวางใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
“ยังกลับไปทางเมืองสือเฉิงไม่ได้”
ขณะที่ตู้เซ่าฝู่กำลังจะหนีไปในทิศทางของเมืองสือเฉิงก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า หากสตรีนางนั้นพบว่าตนหลบหนีต้องไล่ตามเขาไปในทิศทางของเมืองสือเฉิงแน่ ดังนั้นหากตนหนีไปทางเมืองสือเฉิงละก็สตรีงามนางนั้นสามารถใช้พลังเหาะเหินกลางท้องฟ้าในการตามหาเขาและจับตัวเขากลับไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน
ทว่าการวิ่งเข้าไปทางแนวเขาอสุรกายด้านในตู้เซ่าฝู่ก็ต้องกังวล ได้ยินว่ากลางป่ากลางเขาลึกของเขาอสุรกายจะพบอสูรและปีศาจมากขึ้น ความร้ายกาจและพละกำลังของพวกมันก็ยิ่งสูงขึ้นได้ยินว่าอสูรที่แข็งแกร่งสุดยอดพวกนั้นที่อยู่ในป่าลึกของเขาอสุรกาย ต่อให้เป็ผู้ฝึกฌานระดับยอดฝีมือก็ยังไม่กล้าปะทะกับพวกมันตรงๆเลย
“ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด”
ตู้เซ่าฝู่ตระหนักได้ว่าตัวเองไม่มีเวลาให้วิเคราะห์มากมายจะมาชักช้าให้ต้องถูกจับตัวไปอีกครั้งไม่ได้ ขณะนี้ทำได้เพียงแค่ลองพนันดูหนีเข้าไปกลางดงเขาอสุรกายไปก่อนค่อยว่ากัน อย่างมากหากไม่ไหว ก็หนีกลับมาทางเดิม...
ณบ้านสกุลตู้ เมืองสือเฉิง
ในสวนกลางจวนบ้านสกุลตู้มีแสงไฟจากโคมไฟเปิดอยู่ บรรยากาศรอบๆ ดูเคร่งเครียด
“พี่ใหญ่ข้าควานหาทั่วทุกที่แล้ว ไม่เห็นร่องรอยของเซ่าฝู่เลยมีผู้อ้างว่าเห็นบุคคลคนหนึ่งจับตัวเขาเหาะขึ้นฟ้าเองกับตาบวกกับที่เซ่าฝู่หายตัวไป ข้าเป็ห่วงว่า...” ในโถงเรือนหนึ่งตู้จื้อสยงทำสีหน้าเคร่งเครียดและกังวลเพราะตามหาทั่วทั้งจวนของบ้านสกุลตู้แล้วก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของเซ่าฝู่จึงคิดกังวลถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปต่างๆ นานา
“เหาะเหินเดินอากาศได้อย่างน้อยต้องฝึกวรยุทธถึงขั้นชีพจรประสานิญญาได้สำเร็จ ในเมืองสือเฉิงคาดว่าน่าจะยังไม่มียอดฝีมือระดับนี้อยู่”ตู้เจิ้นอู่เองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกันหากการหายตัวไปของเซ่าฝู่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยอดฝีมือระดับขั้นสูงถึงขนาดขั้นชีพจรประสานิญญาละก็เื่นี้ถือว่าเป็เื่ใหญ่มากแล้วจริงๆ
จู่ๆตู้จื้อสยงก็เงยหน้าขึ้น พูดกับตู้เจิ้นอู่ว่า “พี่ใหญ่ เหาะเหินเดินอากาศได้ไม่ต้องวรยุทธถึงขั้นชีพจรประสานิญญาหรอกจอมยุทธที่ฝึกได้ถึงขั้นชีพจรพลิ้วไหวในบางกรณีก็สามารถทำได้เพียงแต่พวกเรายังไม่รู้ว่าเซ่าฝู่หายไป
อยู่ที่ใด ไม่รู้ว่าคือผู้มีอิทธิพลกลุ่มใดที่ตั้งตนเป็ปรปักษ์โจมตีบ้านสกุลตู้ของพวกเรา”
“ข่าวเื่ที่ชีพจรลมปราณของเซ่าฝู่ฟื้นฟูน่าจะแพร่ออกไปนานแล้ววันนี้ที่เซ่าฝู่แสดงความสามารถของเขาออกมา พอกลุ่มผู้มีอิทธิพลทราบน่าจะกังวลจนนั่งอยู่ไม่สุขแล้วล่ะ เื่นี้มันส่งผลต่องานเลี้ยงใหญ่ของสุดยอดห้าสกุลที่จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนให้หลังดังนั้นพวกเขาอาจจะทนไม่ไหวเริ่มลงมือก่อน ตรวจสอบ ต้องตรวจสอบให้ดีเมื่อตรวจสอบรู้แล้ว ไม่ว่าเป็ใคร ข้าจะไม่ปล่อยเอาไว้แน่”
เห็นได้ชัดว่าตู้เจิ้นอู่กำลังโมโหแววตาแค้นเคืองโกรธจนั์ตาสั่น จากนั้นเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรออกพูดกับตู้จื้อสยงว่า “อย่าลืมบอกน้องสาม เื่นี้ต้องแจ้งน้องสามด้วยล่ะ”
“ขอรับพี่ใหญ่...ข้าจะรีบจัดการทุกอย่างทันทีจะรีบตามหาเซ่าฝู่ให้พบให้เร็วที่สุด”
ตู้จื้อสยงพยักหน้าจากนั้นก็เดินลุกลี้ลุกลนจากไป
แนวหมู่เขาและป่าทึบร้อยเรียงกันให้เห็นไกลสุดตามีพืชพรรณเก่าแก่แลดูหายากอยู่ประปรายใบไม้ดกทึบปิดจนแสงตะวันลอดมาได้เพียงเล็กน้อยมีพืชเถาวัลย์ขึ้นดกยาวที่ไม่ทราบว่าโตมานานกี่ปีแล้ว พันอยู่รอบลำต้นไม้สูงใหญ่ต้นไม้เ่าั้ใหญ่มากจนผู้ใหญ่สองสามคนมาโอบก็โอบไม่มิด
ท่ามกลางหุบเขาลำเนาไพรตู้เซ่าฝู่ไม่กล้าหยุดพัก วิ่งมุ่งไปข้างหน้าสุดกำลังคิดในใจแต่ว่าต้องรีบหนีให้ห่างจากสตรีงามคนนั้นยิ่งไกลยิ่งดี
“โฮกๆ”
กลางหุบเขาลึกพวกอสูรส่งเสียงร้องคำรามอยู่เรื่อยๆ ระดับเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ และบ่อยขึ้นเรื่อยๆราวกับว่าอสูรร้ายทั้งหมดกำลังอาละวาดกันอยู่ทั่วแนวเขา
ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงอสูรคำรามตู้เซ่าฝู่ก็จะสะดุ้งใ หากมีอสูรหรือปีศาจที่ร้ายกาจมากๆ ปรากฏตัวขึ้นมาเขารู้เลยว่าตัวเองจะมีชะตากรรมอย่างไร
ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งหนีมานานเท่าไรแล้วในที่สุดตอนนี้ฟ้าก็เริ่มสว่าง เสียงร้องคำรามของอสูรจากในป่าลึกของเทือกเขาค่อยๆเบาและสงบลง
“ตึกๆ”
ทว่าในขณะที่ตู้เซ่าฝู่เตรียมตัวจะพักเหนื่อยทันใดก็รู้สึกถึงลมปราณในตัวที่ไหลเวียน ราวกับว่าจะะเิออกมาลมปราณไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณอย่างรุนแรงต่อเนื่อง เขารู้สึกถึงรสหวานๆ ในลำคอทันใดนั้นเขาก็สำลักออกมาเป็โลหิตสดๆ ถอยโซเซไปสองสามก้าวรู้สึกอ่อนแรงไปทั่วร่างกาย จากนั้นก็ล้มกองอยู่บนพื้น
“วิ่งมาทั้งคืนวิ่งต่อไม่ไหวแล้วหรือ?”
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินเสียงคนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมกับเห็นเงาตะคุ่มๆ คล้ายเป็เงาของมารร้ายปรากฏกายข้างๆ จากนั้นก็มีมือบางๆเรียวงามยื่นออกมาช่วยสกัดจุดให้ตู้เซ่าฝู่ทันใดก็เกิดกระแสพลังนุ่มนวลและพิศวงไหลเข้าสู่จุดลมปราณหลายจุดในร่างของเขา
ลมปราณกระแสนุ่มนวลนี้ไหลเวียนผ่านจุดลมปราณในร่างของตู้เซ่าฝู่มันพุ่งทะยานเข้าสู่เส้นลมปราณในกายของตู้เซ่าฝู่ราวกับมีชีวิตช่วยระงับลมปราณที่ไหลเวียนผิดกระแสที่เหมือนจะะเิในร่างกายของเขาให้สงบลง
“ปึง!”
หลังจากนั้นตู้เซ่าฝู่ก็นอนแอ้งแม้งแขนขาชี้ฟ้าล้มกองอยู่บนพื้น และสตรีงามที่สวมชุดเรียบๆ นางนั้นขณะนี้ก็ปรากฏอยู่สายตาของตู้เซ่าฝู่
“ถือว่ายังพอมีไหวพริบ ไม่หนีกลับเมือง รู้จักเลือกทางตรงข้ามทว่าเ้ามองตัวเองสูงไป ผู้ที่สามารถหนีไปจากน้ำมือข้าได้บนโลกนี้มีเพียงไม่กี่คนยิ่งไปกว่านั้นเ้าเป็แค่เ้าเด็กเมื่อวานซืนที่มีพลังปราณ แต่ยังฝึกวิชาลมปราณไม่ได้สำเร็จสักขั้น”
สตรีที่แต่งกายเรียบร้อยสุภาพนางนั้นมองตู้เซ่าฝู่ที่นอนกองอยู่บนพื้นพยายามรีบกลบรอยยิ้มที่แสดงออกจากตาถือว่าเป็ครั้งแรกที่นางหันมามองตู้เซ่าฝู่ตรงๆ นางพูดเบาๆ ว่า“ตอนนี้เ้าไม่เป็อะไรมากแล้ว นั่นเพราะเ้ากินยาพิษของข้าไปเมื่อกี้คือผลลัพธ์จากการที่คิดจะหนีข้า เ้าลองหนีต่อดูสิว่าจะเป็อย่างไร”
เมื่อสตรีงามนางนั้นกล่าวจบก็ค่อยๆ ย่างกรายเดินตรงไปในทิศทางเขาลึก นางพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“แนวเขาอสุรกายนี้ดูแล้วไม่ค่อยปกติเท่าไร ข้าว่าจะลองไปดูสักหน่อย ข้าแนะนำว่าเ้ารีบตามข้ามาติดๆจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากพบอสูรปีศาจตัวไหนขึ้นมา ชีวิตน้อยๆ ของเ้าอาจจะไม่เหลือ”