ระบบฝึกฝนสัตว์อสูร

    บทที่ 28 สัตว์อสูรระดับสี่ดาว

            บทที่ 28

            สัตว์อสูรระดับสี่ดาว

            จางหมิงในขณะที่กำลังสนทนากับสตรีที่อยู่เบื้องหน้าที่ปรากฏกายออกมาอย่างปริศนาเขากลับสามารถสัมผัสได้ถึงบางอย่างจากที่สัมผัสที่สามารถสัมผัสได้กับเจ้าสัตว์อสูรที่ออกกำลังออกล่าภายในป่า

            เขาสามารถสัมผัสได้ว่าตอนนี้มีศัตรูบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านหน้าของมัน

            อี้หลงเสียงนางมองเห็นเช่นนั้นยกยิ้มเล็กน้อยแล้วก็พูดขึ้นมาด้วยความสนใจ “ ถ้าเช่นนั้นพวกเราไปดูกันดีหรือไม่ข้าเองก็อยากเห็นเช่นเดียวกันว่ามันคืออันใด”

            หลังจากที่พูดจบฝ่ามือของนางยื่นเข้ามาแล้วก็คว้าจับเขาที่คอเสื้อของจางหมิง 

            จางหมิงกำลังยืนอยู่แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉยและมึนงง

            แต่ในขนาดนั้นเองร่างกายของเขาก็โดนกระชากไปอย่างรวดเร็วร่างกายถูกลากขึ้นไปบริเวณด้านบนพุ่งทะยานสูงขึ้นจากพื้น

            เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นในยามนี้เขารู้สึกว่าร่างกายของตนเองกำลังหมุนเวียนไปมาภายในอากาศโดยที่ตนเองนั้นไม่สามารถควบคุมได้

            ร่างกายของจางหมิงกำลังโดนนางนำพากระโดดสูงขึ้นไปแล้วก็กำลังเคลื่อนไหวไปยังทิศทางที่สามารถสัมผัสได้ในตอนนี้

            ร่างกายของทั้งสองเคลื่อนไหวอยู่บริเวณด้านบนยอดต้นไม้อย่างรวดเร็ว

            วิชาตัวเบาเคลื่อนไหวอี้หลงเซียนนางใช้ฝ่ามือหนึ่งข้างคว้าจับร่างกายของจางหมิงเอาไว้ส่วนเท้าทั้งสองกับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว

            เพียงปลายเท้าสัมผัสลงโดนบริเวณด้านบนยอดต้นไม้ร่างกายก็พุ่งทะยานไปด้านหน้าหลายสิบ10 เมตร

            วิชาตัวเบาของนางจัดอยู่ในระดับล้ำเลิศเพียงพริบตาเดียวกับสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเช่นนี้

            ร่างกายพุ่งทะยานไปบริเวณด้านหน้าใช้เวลาไม่นานนักก็เคลื่อนไหวมาจนถึงบริเวณจุดที่เป็นเป้าหมาย

            ...

            ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่รายล้อมร่างของอี้หลงเซียนที่แบกจางหมิงได้เดินทางมาถึงบริเวณจุดนี้

            เท้าทั้งสองข้างสัมผัสลงบริเวณด้านบนยอดต้นไม้อย่างแผ่วเบาพร้อมกับทรงตัวอยู่บริเวณด้านบนนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ

            วิชาตัวเบาของนางคงล้ำเลิศในขณะเดียวกันผู้ที่โดนแบกมาด้วยการเคลื่อนที่รวดเร็วตอนนี้ภายในหัวรู้สึกมึนงง

            อย่างไรเสียร่างกายดีก็เปลี่ยนร่างกายธรรมดาแม้ว่าภายในชีวิตก่อนจะมีความสามารถสูงส่งเพียงใดแต่ร่างกายมิใช่ว่าจะสามารถปรับสภาพไปตามนั้น

            แบบนั้นในตอนนี้ในขณะที่โดนแบกมาด้วยความเร็วสูงร่างกายจึงรู้สึกมึนงงภายในหัวมันกำลังหมุนเวียนไปมาและรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา

            เขาพยายามรวบรวมสติของตนเองจางหมิงควบคุมความคิดภายในหัวก่อนที่จะค่อยค่อยตั้งสติได้ในเวลาต่อมา

            ดวงตาจ้องมองไปบริเวณด้านล่างเปลี่ยนเสียงที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้ของตัวเองร่างของหมาป่าโลหิตกำลังโดนรายล้อมด้วยสตูบางอย่างที่มีร่างกายขนาดใหญ่

            อี้หลงเซียนนางปล่อยร่างกายของนางดิ่งลงบนกิ่งไม้ที่มีขนาดใหญ่พอจะรับตัวของเขาเอาไว้ได้

            ร่างกายถูกหลักเอาไว้ได้ถูกนั่งลงบนต้นไม้เขาค่อยค่อยใช้ดวงตามองตรงไปด้านหน้าเพื่อมองดูร่างของศัตรูที่กำลังล้อมรอบหมาป่าโลหิตอีกครั้ง

            จ้องมองด้วยสายตาในครั้งนี้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นสิ่งที่มองเห็นเป็นหน้าของอสรพิษขนาดใหญ่

            แต่ว่าเจ้าตัวนี้ไม่ใช่อสรพิษเกลัดแดงที่เคยพบเจอ

            เพียงแต่ว่าร่างกายของมันมีขนาดใหญ่มากกว่าลำต้นของต้นไม้ร่างกายของมันมีความใหญ่แล้วก็มีขนาดที่ยาวพอที่จะล้อมรอบพื้นที่บริเวณรอบรอบจุดนี้เอาไว้ได้ทั้งหมด

            ไม่เพียงเท่านั้นเกล็ดทั่วทั้งร่างกายของมันยังเป็นเกรดสีดำสนิทที่ดูน่ากลัว

            ร่างกายของมันกำลังพันล้อมบริเวณรอบรอบจุดที่หมาป่าโลหิตกำลังยืนอยู่

            เมื่อได้มองเห็นร่างกายของตนเช่นนั้นจึงทำการพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ อสรพิษยักษ์เกล็ดทมิฬ ”

            ในตอนนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์เดียวกับเจ้าอสรพิษเก็บแดงนั่นก็คือมันเป็นอสรพิษเหมือนกัน

            แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาว

            แถมมันยังมีร่างกายและมีขนาดรวมไปถึงความดุร้ายและผนังที่แตกต่างจากอสรพิษเขตแดนในตอนนี้สิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์เดียวกับเจ้าอสรพิษเกล็ดแดงนั่นก็คือมันเป็นอสรพิษเหมือนกัน

            แต่สิ่งที่แตกต่างก็คือเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็นสัตว์อสูรระดับสี่ดาว

            แถมมันยังมีร่างกายและมีขนาดรวมไปถึงความดุร้ายและผนังที่แตกต่างจากอสรพิษเกล็ดแดงอย่างชัดเจน 

            “ ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็จะรู้ดีสินะเกี่ยวกับชนิดของมันคงจะศึกษาข้อมูลมาไม่น้อยมิเช่นนั้นคงจะไม่สามารถบอกชนิดของมันได้แม่นยำขนาดนี้เพียงแค่เห็นลำตัว”

            “ ทั้งที่สัตว์อสูรที่จัดอยู่ในหมวดหมู่อสรพิษมันเองก็มีมากมายหลากหลายชนิดแต่เพียงแค่มองเห็นเพียงเล็กน้อยก็สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่ามันเป็นอสรพิษเกล็ดทมิฬ” อี้หลงเซียนที่ยืนอยู่บริเวณด้านบนศีรษะทำการพูดขึ้น

            “ แน่นอนว่าย่อมแยกแยะได้เจ้าอสรพิษชนิดนี้มันมีขนาดที่แตกต่างจากสัตว์อสูรธรรมดาทั่วไปอย่างชัดเจน” 

            “ ลำตัวของมันสามารถยาวได้มากสุดเทียบเท่าได้กับลำธารเล็กๆที่มีความยาวหลายลี้ได้อย่างสบายสบายขนาดชิ้นนี้และสีเช่นนั้นเมื่อลองมาเปรียบเทียบดูแล้วแน่นอนว่าคงจะไม่มีอะไรนอกจากอสรพิษเกล็ดทมิฬอย่างแน่นอน”

            “ ยอดเยี่ยมถือว่ามีความรู้ที่ดี” นางทำการเอ่ยชมออกมา

            ก่อนที่จะๆค่อยมองตรงกับในบริเวณด้านหน้าแล้วก็พูดขึ้น “ สัตว์อสูรระดับสี่ดาวมองดูสัตว์อสูรของเจ้าคงจะไม่มีทางชนะมันอย่างแน่นอน”

            ตอนนี้มองดูก็รู้ได้ในทันทีว่าสัตว์อสูรของเค้าไม่มีทางจะชนะมันได้อย่างแน่นอน

            อสรพิษเกล็ดทมิฬมีขนาดร่างกายที่แตกต่างออกไปแถมมันยังมีพลังที่แตกต่างออกไปจากสัตว์อสูรระดับหนึ่งหรือสองดาวอย่างชัดเจน

            ต่อให้สัตว์อสูรภายในพันธสัญญาทั้งสองเข้ามาประทะกับมันแน่นอนก็ไม่มีทางจะชนะ

            จางหมิงกำลังคิดหนักเมื่อมองเห็นเจ้าสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองในตอนนี้

            เขาไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรดี “ แต่ว่ามันน่าแปลกประหลาดเหตุใดสัตว์อสูรระดับสี่ดาวถึงมาอยู่ภายในเขตนี้ได้?”

            ที่จริงแล้วจางหมิงเลือกที่จะกำหนดเขตการไล่เอาไว้เพื่อจะไม่ได้เข้าไปปะทะกับสัตว์อสูรสามดาวหรือสี่ดาวเพราะรู้ว่าตัวเองนั้นไม่มีทางจะชนะอย่างแน่นอน

            แต่ในตอนนี้เมื่อมาพบเจอมันที่อยู่บริเวณด้านหน้าจึงรู้สึกประหลาดใจคิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้ามาหากันก่อนที่อี้หลงเซียนที่อยู่บริเวณข้างข้างจะทำการพูดขึ้น “ มันก็ไม่เห็นแปลกเลยภายในอาณาเขตแห่งนี้ถือว่าเป็นเขตของภูเขาไป๋หลงสิ่งที่เจ้าควรจะรู้ไว้ก็คืออย่างไรเสียสัตว์อสูรก็ยังคงเป็นสัตว์อสูรมันมีความคิดยามทีไรเดี๋ยวก็มีโอกาสที่พวกมันจะหลุดออกมาจากบริเวณตำแหน่งที่พวกมันอยู่ได้”

            ขณะที่กำลังยืนสนทนากันอยู่นั้นร่างของสัตว์อสูรขนาดยักษ์ค่อยค่อยปรากฏกายขึ้นเหนือจากร่างเงาของต้นไม้

            ศีรษะของมันเป็นอสรพิษที่มีดวงตาสีแดงฉาน  ศีรษะของมันชูคอขึ้นมาสูงมากกว่าจุดที่พวกเขากำลังยืนอยู่ในตอนนี้

            จางหมิงมองเห็นเช่นนั้นภายในใจยิ่งรู้สึกตื่นตระหนกเขารู้ดีว่าถ้าสถานการณ์เช่นนี้สิ่งเดียวที่ควรจะทำนั่นก็คือการหนี

            พี่หลงเซียนที่ยืนอยู่บริเวณข้างข้างนางยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจ้องมองร่างของเจ้าอสรพิษที่น่าหวาดกลัวด้านหน้าด้วยความเรียบเฉย

            เมื่อเจ้าอสรพิษตัวสีดำมองเห็นมนุษย์ทั้งสองยืนอยู่เบื้องหน้าของมันเป็นเหยื่ออันโอชะที่มีรสชาติอร่อยกว่าสัตว์อสูรจึงพุ่งทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            แน่นอนอยู่แล้วว่าพวกสัตว์อสูรที่ดุร้ายโปรดปรานการกินเนื้อมนุษย์มากกว่าการกินเนื้อของสัตว์อสูรด้วยกันเอง

            ยามนี้มันเห็นว่ามีมนุษย์สองคนอยู่ด้านหน้าเลยพรุ่งโจมตีเข้ามาอี้หลงเซียนขยับร่างกายเล็กน้อยนางใช้เท้าของตนเองกระโดดสูงขึ้นไปจากจุดที่กำลังยืนอยู่

            เมื่อร่างกายลอยให้สูงขึ้นอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มผิวไสวไปมาสายลมรูปหนึ่งมาห่อหุ้มบริเวณนิ้วมือของนางก่อนนางสะบัดนิ้วมือหนึ่งครั้ง

            ลมปราณอันแข็งแกร่งอาจกระแทกไปที่ใบหน้าของมัน

            โจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นศีรษะของเจ้าสัตว์อสูรกระเด็นไปจากจุดนั้นมันก็เดินถอยหลังไปแต่ก็สามารถตั้งหลักได้

            อี้หลงเซียนไม่ได้จบการโจมตีเพียงแค่นั้นเท้าทั้งสองข้างแขนน่าสัมผัสลงที่บนยอดกิ่งไม้อีกครั้งจากนั้นก็ถือโอกาสกระโดดขึ้นไปบริเวณด้านบนพุ่งทะยานเข้าหาร่างของสัตว์อสูรเบื้องหน้า

            นิ้วมือถูกทำให้เป็นดุจดั่งกระบี่นิ้วมือถูกทำเป็นดุจดั่งกระบี่พุ่งทะยานมุ่งตรงเข้าหาร่างของสัตว์อสูร

            จางหมิงที่ยืนอยู่มองเห็นขึ้นลมปราณสีมรกตห่อหุ้มที่นิ้วมือนั้นนางใช้การโจมตีพุ่งตรงเข้าหาหน้าของสัตว์อสูร “ หนึ่งกระบี่หยก ”

            “ ฉึบ!!” เพียงครั้งเดียวจริงๆหนึ่งการโจมตีที่พุ่งทะยานเข้าไปทพลวงร่างกายของสัตว์อสูรอย่างง่ายดาย

            การโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นสามารถสังหารสัตว์อสูรตนนั้นอย่างง่ายดายเพียงการโจมตีครั้งเดียวเท่านั้นร่างกายของมันถูกทะลวงเป็นรูกว้าง

            การโจมตีครั้งเดียวสามารถเอาชนะสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้อย่างง่ายดายยามนี้ร่างของสตรีที่เพิ่งพุ่งผ่านร่างของสัตว์อสูรพุ่งไปอีกฟากฝั่งหนึ่งแล้วก็ใช้เท้าเหยียบลงที่บริเวณยอดต้นไม้มองดูผลงานที่อยู่เบื้องหลังอย่างพึงพอใจ 

            “ นี่มันผู้ฝึกฝนวรยุทธที่มีขอบเขตพลังอยู่ในระดับลมปราณระดับที่สี่ขึ้นไปอย่างแน่นอนไม่เช่นนั้นคงจะไม่สามารถปิดฉากการต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสี่ดาวได้ง่ายดายขนาดนี้” ในยามนี้เมื่อเห็นการโจมตีนั้นก็ตระหนักรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของผู้ที่อยู่ด้านหน้า

            จบบท 

    นิยายแนะนำ