เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่4 ตอนที่ 100 : ตอบตามความสัตย์

            ตอนนี้เป็นเวลาประมาณสี่ทุ่ม หยางเฉินและโม่เชี่ยนนีเพิ่งแยกกันกลับบ้าน แต่หยางเฉินยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเช้าวันนั้น ต้องขอบคุณหลินรั่วซีที่ทำให้เขาออกจากสถานีตำรวจอย่างราบรื่นทั้งที่ผ่านมานานแล้วแต่เขาก็ยังไม่ได้ขอบคุณเธอเลย แม้ว่าหลินรั่วซีจะไม่ต้องการแต่เขายังคงรู้สึกว่ามันจะดีกว่าถ้าเขาไปพบเธอ

            คิดได้ดังนั้นหยางเฉินจึงขับรถไปโรงพยาบาลทันที

            เมื่อมาถึงหน้าห้องของหลินรั่วซีหยางเฉินก็ต้องแปลกใจที่เห็นชายสวมเสื้อแจ็กเกตสองคนยืนอยู่หน้าประตู หยางเฉินตรวจสอบคร่าวๆได้ว่าสองคนนี้มีทักษะด้านการทหาร จากสัญชาตญาณและท่าทางที่แสดงออกมาแน่นอนว่าเป็นทหารมือดีทีเดียว

            คนในห้องเป็นใครกัน?ถึงได้มีทหารเช่นนี้มาเฝ้าประตู?

            หยางเฉินรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแต่เขาไม่ได้เลือกที่จะหลบเลี่ยงแต่กลับเดินเข้าไปหาแทน

            "หยุด!"ชายคนหนึ่งยื่นมือออกมาปิดกั้นเส้นทางของหยางเฉิน "คุณเข้าไปไม่ได้ครับ!"

            หยางเฉินยิ้มกล่าวว่า

            "เฮ้พี่ชาย ผมมาที่นี่เพื่อเยี่ยมคนไข้ ไม่เชื่อก็ลองให้ผมพบเธอสิ พวกเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี"

            ทั้งสองคนยังคงยืนอยู่ที่เดิมด้วยใบหน้าเคร่งขรึมและกล่าวเสียงเข้มว่า"ผมบอกว่าไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้"

            "แล้วถ้าผมจะเข้าไปให้ได้ล่ะ"

            รอยยิ้มของหยางเฉินหายไปในทันทีประกายเย็นเยียบผ่านแวบเข้ามาในดวงตาของชายคนนั้นทันทีเขาหัวเราะเคร่งขรึมพร้อมกล่าวขึ้นว่า

            "งั้นแกก็เข้าไปในนรกซะไป!"กล่าวจบ ชายร่างสูงก็ผลักร่างของหยางเฉินออกไป!

            "นรกพ่อแกสิ!" หยางเฉินเข้าคว้าแขนชายคนนั้นทันทีพร้อมจับเหวี่ยงเข้ากระแทกกับกำแพงห้องตรงข้าม

            ปัง!

            ชายอีกคนเห็นดังนั้นก็ชักมีดออกมาจ้วงแทงเข้าที่หัวของหยางเฉิน!

            หยางเฉินไม่แม้แต่จะเหลียวมองเขาแค่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ทุบเข้าที่หัวเข่าและหน้าท้องด้วยความรุนแรงดั่งค้อนเหล็ก

            ชายคนนั้นคล้ายถูกไฟฟ้าช็อตมันตัวงอเหมือนกุ้ง จนต้องอาเจียนเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมาเต็มพื้น

            พริบตาเดียวทหารอาชีพทั้งสองคน นายหนึ่งติดอยู่ที่กำแพง ส่วนอีกนายหนึ่งลงไปนอนกับพื้น พวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกเขาเป็นถึงสมาชิกกองกำลังพิเศษ กลับกลายเป็นพ่ายแพ้ให้แก่ชายคนนี้ได้โดยง่ายดาย!

            หยางเฉินเพียงปัดฝุ่นที่กางเกงเบาๆพร้อมกล่าวว่า

            "ทำไมเล่าจื๊อจะต้องขออนุญาตแกเพื่อเข้าพบผู้หญิงของเล่าจื๊อด้วยเจ้าพวกขยะ!" หยางเฉินกล่าวพลางผลักประตูไม้เข้าไป!

            แต่ทันทีที่เปิดเข้าไปหยางเฉินก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างพุ่งมาหาเขาอย่างรวดเร็ว!

            หยางเฉินหลบไปทางซ้ายสามนิ้วเสียงอัดอากาศก็พุ่งผ่านทีที่เขาเคยยืนอยู่!

            มันคือหมัดความเร็วสูงนั่นเองแต่หลังจากที่พลาดเป้าในครั้งแรก หมัดก็กลายเป็นกรงเล็บงองุ้มตรงเข้าทะลวงคอหยางเฉิน!

            ในพื้นที่แคบฝีเท้าของหยางเฉินนั้นแปลกประหลาด เขาหลบกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาสบายๆจากนั้นยกขาขึ้นเตรียมจะเตะเข้าไปที่ก้นของคนผู้นั้น!

            แต่ปฏิกิริยาของเขานั้นเร็วเกินคาดและน่าอัศจรรย์ เขารีบกระโดดออกไปได้ทันท่วงที พร้อมกับเตะกวาดเป็นวงกว้างใส่หยางเฉิน

            หยางเฉินรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของคนผู้นี้ว่าไม่เป็นอันตรายต่อเขาเขาเพียงแค่ยกมือขึ้นข้างหนึ่งเพื่อป้องกันหน้าอกเท่านั้น...

            ปัง!

            เสียงคล้ายระเบิดดังสนั่นอยู่กลางอากาศแต่ร่างกายหยางเฉินไม่ได้ขยับแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

            ในขณะนั้นเองในที่สุดหยางเฉินก็เห็นโฉมหน้าของผู้โจมตีได้ถนัดตาน่าแปลกใจที่เขาเป็นชายชราผมขาวคนหนึ่งที่สวมชุดจอมยุทธสีเทา

            เมื่อเห็นว่าเป็นชายแก่หยางเฉินจึงตะโกนอย่างโกรธเคืองทันที

            "ลุงแก่ผมไม่เคยมีเรื่องกับคุณ ทำไมต้องขัดขวางผมด้วยล่ะ!?"

            "ฮุยอีพอได้แล้ว" เสียงทุ้มสง่างามดังขึ้นจากใกล้ๆเตียงนอน

            ชายรูปร่างสูงใหญ่มีใบหน้าที่ดูห้าวหาญ ทั้งการพัฒนาของกล้ามเนื้อก็ดีเยี่ยมเส้นผมสีดำขลับหวีไปด้านหลังเรียบร้อย เขาสวมชุดเสื้อคลุมสีเขียวเข้มสไตล์จีนร่างกายปล่อยกลิ่นอายแห่งความสูงส่งเย็นชาออกมา

            คนที่ถูกเรียกว่าฮุยอีมองหยางเฉินด้วยสายตาแปลกประหลาดแต่เขาก็โค้งคำนับแล้วถอยออกไปด้านหลังทันที

            หยางเฉินมองไปรอบๆในที่สุดก็เห็นหลินรั่วซีกำลังนอนพิงหมอนอยู่

            สองสัปดาห์ที่ผ่านมาพยาบาลและหมอให้การดูแลจนซีอีโอของเขางดงามมากขึ้นกว่าตอนที่พบกับเธอครั้งแรกเสียอีก

            อย่างไรก็ตามหลินรั่วซีดูเศร้าหมองราวกับไม่เห็นสิ่งใดอยู่ตรงหน้า ดวงตาของมีสีแดงเล็กน้อยเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา เธอจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างก่อให้เกิดความสงสารต่อทุกคนที่พบเห็น

            "นายคงเป็นหยางเฉิน"ชายที่อยู่ในชุดคลุมจีนถามด้วยเสียงทุ้มลึก

            หยางเฉินไม่รู้จะทำอย่างไรแต่ก็เห็นได้ชัดว่าตัวตนของชายผู้นี้คงเป็นบุคคลระดับสูงไม่งั้นคงไม่มีผู้อารักขาที่เก่งกาจขนาดนี้

           

            หยางเฉินพยักหน้า

            "คุณคือ..."

            "ฉันคือปู่ของรั่วซีหลินจื้อกั๋ว"

            หลินจื้อกั๋ว?ปู่ของหลินรั่วซี!?

            ชายผู้นี้ดูอายุไม่มากหยางเฉินไม่นึกว่าเขาจะเป็นปู่ของหลินรั่วซี

            หยางเฉินจำได้ว่าสารวัตรไช่เอี๋ยนเคยกล่าวถึงปู่ของหลินรั่วซีแต่เขาก็ไม่คิดว่าจะได้เจอเร็วขนาดนี้

            "ไม่ใช่"

            ทันใดนั้นเองหลินรั่วซีก็เบิกตากว้างตะเบ็งเสียงพูดกับหยางเฉิน

            "เขาไม่ใช่ปู่ของฉันหยางเฉินรีบไล่เขาออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเขา!"

            หยางเฉินในตอนนี้อยู่ในอาการสับสนและตกตะลึง นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

            หลินจื้อกั๋วขมวดคิ้วความเศร้าโศกเริ่มปรากฏในดวงตา

            "รั่วซีทำไมถึงเกลียดปู่นัก แม้กระทั่งเยี่ยมไข้หลานก็ยัง..."

            "ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายคุณเห็นฉันแล้วนี่ ออกไปได้แล้ว" หลินรั่วซีกล่าวตอบโต้อย่างเย็นชา

            ในขณะนั้นเองชายชุดคลุมสีเทาที่จู่โจมหยางเฉินในตอนแรกก็พูดขึ้น

            "คุณหนูนายท่านเป็นห่วงคุณหนูมากนะครับ เมื่อได้ยินว่าคุณหนูล้มป่วยนายท่านก็ยิ่งกังวลมากขึ้นไปอีกทุกคนในตระกูลต่างก็กีดกันไม่ให้นายท่านมาเยี่ยมคุณหนูแต่นายท่านก็ยืนยันจะมาให้ได้แม้จะมีแรงกดดันจากทุกคนคุณหนูได้โปรดอย่าตำหนินายท่านเลย..."

            หลินรั่วซีแสยะยิ้มพลางกล่าวว่า

            "ฉันจะกล้าตำหนิหัวหน้าหลินได้อย่างไร?ช่วยหยุดสนใจเด็กเหลือขอคนนี้ทีเถอะฉันไม่ต้องการความสงสารจากพวกคุณ"

            การแสดงออกของหลินจื้อกั๋วเปลี่ยนแปลงไปมากเขาหายใจลึกแล้วพยักหน้าจากนั้นจึงกล่าวว่า

            "เอาล่ะรั่วซีในเมื่อหลานไม่อยากให้ปู่อยู่ที่นี่ปู่ก็จะไป แต่..." หลินจื้อกั๋วหันไปทางหยางเฉินพร้อมกล่าวต่อว่า "แต่หลานเป็นคนของตระกูลหลินสายเลือดอันสูงศักดิ์ไหลเวียนอยู่ในตัวแน่นอนว่าปู่จะไม่ยอมให้หลานแต่งงานกับคนขายแพะย่าง ที่อยู่ไปวันๆอย่างคนไร้ประโยชน์เด็ดขาด!"

            หยางเฉินฉุนเฉียวขึ้นมาทันทีลุงแก่นี้พูดจาบัดซบอะไรออกมา? เขามีปัญหาอะไรกับการขายเนื้อแพะหรือยังไง?...การขายเนื้อแพะย่างเป็นความภาคภูมิใจของเขา!

            นอกจากนี้หยางเฉินและหลินรั่วซียังจดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งยังเคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาแล้วแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นเพราะความเมามายก็ตาม

            แต่หยางเฉินนั้นไม่กล้าที่จะพูดคำเหล่านี้ออกมาเพราะเขาเป็นคนนอกและไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว

            "แล้วยังไง?ฉันจะแต่งงานกับใครก็ได้ที่ฉันต้องการจะแต่ง!ฉันไม่ได้เป็นคนตระกูลหลิน ฉันคือหลินรั่วซีถึงแม้ว่านามสกุลบัดซบนี่จะเปลี่ยนไม่ได้ก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับตระกูลหลินของคุณอีกต่อไป!"

            ใบหน้าของหลินจื้อกั๋วแข็งค้างไปในทันที

            "หลานจะยอมรับหรือไม่ก็แล้วแต่แต่หลานต้องหย่า! ทายาทตระกูลหลินต้องแต่งงานกับชายที่ประสบความสำเร็จเท่านั้นไม่ใช่คนขายแพะย่างที่ไม่มีดีอะไรเรื่องตลกนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นให้เป็นที่เสื่อมเสียของวงตระกูล!"

            "ตลก?"หลินรั่วซีเผยให้เห็นรอยยิ้มน่ากลัวไปถึงกระดูก "งั้นความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณย่าก็เป็นเรื่องตลกด้วยงั้นสิ?"

            "หุบปาก!!" หลินจื้อกั๋วโกรธจนตัวสั่นผมเขาตั้งชันเหมือนสิงโต เขาเงื้อมือขึ้นเตรียมจะตบหลินรั่วซี!

            แต่แล้วเขาก็สั่นสะท้านไปทั่วร่างและค่อยๆ ถอนมือกลับ ด้วยการแสดงออกที่ซับซ้อน พร้อมถอนหายใจกล่าวว่า

            "สิ่งที่ฉันทำกับย่าของเจ้าเป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันและนั่นเป็นเหตุผลให้ปู่อยากจะดูแลหลานให้ที่ดีสุดปู่จะไม่ยอมให้สายเลือดตระกูลหลินต้องมาแปดเปื้อนกับคนขายแพะ..."

            "หึสายไปเสียแล้ว..." หลินรั่วซีแสยะยิ้มไม่รู้ว่าเธอหัวเราะเยาะเย้ยหลินจื้อกั๋ว หรือว่าหัวเราะเยาะเย้ยตัวเองกันแน่

            หลินจื้อกั๋วเบิกตากว้างมองไปที่หยางเฉินตาแทบถลน พลางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า

            "เจ้า…หมายความว่า… เจ้ากับมัน?"

            "ทำไมล่ะคิดว่าฉันจะแต่งงานกับเขาเพราะอะไร?" หลินรั่วซีหยุดหัวเราะพร้อมถามคำถามกลับ

            หยางเฉินที่ยืนอยู่ที่ด้านข้างรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเขาสวมรอยยิ้มไร้เดียงสาและลูบจมูก ผู้หญิงคนนี้มากเกินไปแล้ว พูดเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าของคุณปู่ของเธอนั้นเป็นที่น่าอับอายมาก!เธอไม่รู้หรือไงว่าสามีของเธอหน้าบางขนาดไหน?

            แต่คนอื่นๆกลับไม่สามารถยิ้มไปกับหยางเฉินได้ทั้งหลินจื้อกั๋วและชายชุดคลุมสีเทาที่อยู่ด้านข้างต่างก็ตกใจกันไปตามๆ กัน

            "ไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตามหยางเฉิน ฉันหวังว่าแกจะไม่ทำอะไรให้รั่วซีตกต่ำลง...มิฉะนั้นเราได้เห็นดีกันแน่"

            ในที่สุดหยางเฉินก็ได้ยินประโยคที่ดูรื่นหูขึ้นมาบ้างแต่แทนที่จะดีใจหยางเฉินกลับพูดว่า

            "นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่า…เธอยินดีที่จะให้ผมทำหรือเปล่า"

            "กฎเหล็กของตระกูลหลินคือไม่ว่าชายหรือหญิง จะสามารถมีคู่ครองได้เพียงหนึ่งคนเท่านั้นในชีวิตเจ้าต้องดูแลเธอให้ดี!" หลินจื้อกั๋วประกาศเสียงก้อง

            "เอิ่ม..."หยางเฉินมองไปที่หลินรั่วซีที่นิ่งเงียบไปแล้วก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วดูเหมือนว่าการแต่งงานของพวกเขาจะมีเหตุผลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องถึงแม้ว่าเธอจะไม่ยอมรับตระกูลหลิน แต่เธอก็ยังปฏิบัติตามกฎของตระกูลอยู่ดี!

            หยางเฉินรู้สึกขัดแย้งในหัวใจ

            "นั่นคือกฎของตระกูลผมไม่เกี่ยวอะไรด้วยกับคุณ"

            เหมือนมีเปลวไฟในดวงตาของหลินจื้อกั๋ว

            "อย่าคิดว่าข้าไม่กล้าทำอะไรเจ้าเพียงเพราะเจ้ารู้กังฟูท่าสองท่าถ้านายทำอะไรรั่วซีล่ะก็"

            "หยางเฉินไม่ต้องพูดอะไรแล้วรีบพาพวกเขาออกไป..."

            "ไม่ต้องข้าไปเองได้" ว่าจบหลินจื้อกั๋วมองหยางเฉินอย่างลึกซึ้งแล้วจึงเดินออกจากห้องไปทันที เหลือทิ้งไว้แค่เพียงสองสามีภรรยา พร้อมด้วยที่บรรยากาศกลายเป็นแปลกประหลาดขึ้นมาทันใด

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน