จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 212 คุยงานรายการเมี่ยนจู Re

        ไป่ฉีเปิดประตูมิติมาโผล่ที่ตรอกใกล้ ๆ กับบริษัท LSA  เขาเดินออกมาจากตรอกและเดินไปที่บริษัททันที  เมื่อเขาเดินเข้ามา  คนที่อยู่ตรงโถงด้านหน้าต่างหันมามอง  ด้วยบุคลิกของไป่ฉีที่แสดงออกมาผ่านการเคลื่อนไหว  ทำให้เขาดูเหมือนเป็นดาราใหญ่ในวงการมากกว่าจะเป็นเพียงดาราหน้าใหม่  แต่บรรยากาศกลับดูเข้าถึงง่าย  เป็นความแตกต่างที่ไม่เข้ากันอย่างเห็นได้ชัด


        ถึงอย่างนั้นก็มีแต่คนแหวกทางให้เขา  เพราะยังเกรง ๆ เขาจากเรื่องงานแฟชั่นโชว์แบรนด์ปิงหู่เมื่อไม่นานมานี้  ไป่ฉีหยุดเดินเพื่อโทรหาเมิ่งชิงชิง  ไม่นานเธอก็รับสาย


        “พี่ชิงชิง  อยู่ไหนครับ” ไป่ฉีถาม


        [อยู่ที่ห้องรับประทานอาหารของบริษัทน่ะ  กำลังกินข้าวอยู่] เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “พี่รออยู่ที่นั่นนะครับ  เดี๋ยวผมไปหา” ไป่ฉีกล่าว


        [หือ นายถึงแล้วเหรอ] เมิ่งชิงชิงรู้สึกแปลกใจ  เพราะเพิ่งเลิกเรียนได้ไม่กี่นาที  ทำไมไป่ฉีถึงมาถึงที่บริษัทเร็วนัก  นี่แฟนเธอคงไม่ได้โดดเรียนมาใช่ไหม


        “ครับ  แค่นี้ก่อนนะครับ” ไป่ฉีจบการสนทนาและเตรียมจะเดินไปขึ้นลิฟต์


        [อืม] เมิ่งชิงชิงรับคำ ก่อนจะวางสายไป


        ไป่ฉีเดินไปกดลิฟต์เพื่อขึ้นไปยังชั้นของโรงอาหาร  ระหว่างที่ประตูลิฟต์กำลังปิด  มีมือยื่นมารั้งประตูลิฟต์เอาไว้


        “รอด้วย ๆ” หญิงคนหนึ่งหอบหายใจเดินเข้ามาในลิฟต์


        “อ้าว ป้าจาง  มาทำอะไรที่นี่ครับ” ไป่ฉีถาม


        “อ้อ  พอดีที่ช่วยงานธุรการคราวก่อน  ผลงานฉันเข้าตาท่านประธานน่ะ  ฉันเลยได้ย้ายมาทำงานที่แผนกธุรการของสำนักงานใหญ่  นี่เพิ่งจัดการเรื่องงานเอกสารให้หัวหน้าฝ่ายธุรการเสร็จ  เลยเพิ่งได้กลับเข้ามาที่บริษัท  ว่าจะไปทานข้าวซะหน่อย” ป้าจางกล่าว


        “ผมเองก็กำลังไปหาพี่ชิงชิงที่นั่นเหมือนกันครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “โอ๊ะ เหมือนป้าจะหน้ามืด” ป้าจางทรุดตัวลงเข้ามาซบไป่ฉี


        “ไม่เนียนครับป้าจาง  ผมว่าเรื่องพวกนี้ป้าเพลา ๆ หน่อยนะครับ  ไม่ใช่ทุกคนที่จะไม่ถือสานะครับ” ไป่ฉีเตือน


        “เธอไม่สงสารคนแก่บ้างรึไงกัน” ป้าจางบ่น


        “หน้าป้าช่วงนี้ดูสาวขึ้น  ตีนกาก็แทบไม่เห็น  ผมว่าป้าไม่น่าเรียกตัวเองว่าคนแก่นะครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “ถ้าฉันดูสาวจริง  ทำไมไม่มีคนมาจีบล่ะ” ป้าจางถาม


        “เพราะนิสัยป้าเป็นแบบนี้ไงครับ” ไป่ฉีตอบ


        “อึก ทำไมเหมือนถูกด่ายังไงไม่รู้  แต่ป้าก็ชอบนะ  ที่แผนกธุรการมีหนุ่ม ๆ น่ารักเยอะเลย  ฮิฮิ” ป้าจางกล่าว  ก่อนที่ลิฟต์จะหยุด และประตูลิฟต์ถูกเปิดออก


        ไป่ฉีกับป้าจางก้าวออกมาจากลิฟต์  เพียงแค่นั้นสายตาทุกคู่ก็มองมายังไป่ฉีที่วันนี้อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมปลายมิดการ์ดที่เป็นโรงเรียนมัธยมปลายอันดับ 1 ของประเทศ


        “นั่นไป่ฉีนี่  เสื้อผ้าทุกรูปแบบดูเหมาะกับเขาไปหมดเลย  ฉันว่างานประกาศรางวัลนายแบบหน้าใหม่  เขาน่าจะแซงชนะซีโม่ได้แน่ ๆ”


        “เขาเข้ามัธยมปลายมิดการ์ดได้ด้วย  สุดยอดเลย  การแข่งขันที่นั่นสูงมาก  ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่ไปสอบเข้าที่นั่นเลย”


        “เธอสอบติดด้วยเหรอ”


        “ไม่ติด  เพราะข้อสอบมันยากมากน่ะสิ แหะ ๆ”


        “ทุกคนพูดเรื่องของเธอกันอยู่นะ” ป้าจางกล่าวขณะเดินตามหลังไป่ฉี


        “ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ  อ๊ะ  พี่ชิงชิง” ไป่ฉีเห็นเมิ่งชิงชิงแล้วจึงรีบเร่งฝีเท้าขึ้น


        “อ้าว  ไป่ฉี  ป้าจางก็มาด้วย  มีธุระที่บริษัทเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงแปลกใจที่เป็นป้าจาง


        “ป้าได้ย้ายมาทำงานที่แผนกธุรการของที่นี่น่ะ  นี่เพิ่งจัดการงานให้หัวหน้าแผนกเสร็จ  เลยว่าจะมากินข้าวที่นี่  พอดีเจอไป่ฉีตอนจะขึ้นลิฟต์พอดี” ป้าจางกล่าว


        “ทานด้วยกันไหมค่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


        “นั่นแกงอะไรน่ะ” ป้าจางถามกลับพร้อมกับชี้ไปยังกับข้าวที่วางบนโต๊ะ


        “แกงส้มค่ะ” เมิ่งชิงชิงตอบ


        “ทำไมเธอไม่ดื่มน้ำส้มไปล่ะ  ส้มมันเอามาแกงจะอร่อยเหรอ” ป้าจางกล่าว


        “..........” ไป่ฉี


        “..........” เมิ่งชิงชิง


        “แล้วนี่ใช้ส้มอะไรบ้างล่ะเนี่ย” ป้าจางถาม


        “ไม่ได้ใส่ส้มค่ะป้าจาง  ส้ม เป็นภาษาโบราณที่ใช้เรียกอาหารที่มีรสเปรี้ยวค่ะ  อย่างส้มตำ  แกงส้ม  แต่ไม่ได้ใส่ส้มจริง ๆ ลงไปหรอกนะคะ” เมิ่งชิงชิงอธิบาย


        “อ้าวเหรอ  ฉันคิดว่าใส่ส้มลงไปเสียอีก  งั้นป้าขอกินด้วยนะ” ป้าจางพูดตาใส  ราวกับคนไม่รู้เรื่องที่เป็นสามัญสำนึกแบบนี้จริง ๆ


        “ได้ค่ะ” เมิ่งชิงชิงยิ้ม  ป้าจางจึงเดินไปสั่งข้าวเปล่ากับ กับข้าวอีกอย่างมาทานและแบ่งกับเมิ่งชิงชิง


        “พี่ชิงชิงเอาผลไม้ไหมครับ  เดี๋ยวผมซื้อให้” ไป่ฉีถาม


        “ฉันขอเป็น *สตรอว์เบอร์รี* นะ  ซื้อนมข้นหวานแบบหลอดบีบให้ด้วย” เมิ่งชิงชิงรีบบอกไป่ฉี  เธอชอบกินสตรอว์เบอรีแบบนี้ที่สุด


        (ข้อมูลอ้างอิงจาก ไขปัญหาภาษาไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน (๒๕๕๔ : ๑๐๙))


        “ได้ครับ” ไป่ฉีกำลังจะเดินไปซื้อ  แต่ป้าจางก็พูดขึ้น


        “ของป้าขอเป็นแก้วมังกรนะ  ให้แม่ค้าแกะเม็ดให้ด้วย  ป้าไม่ชอบกินเม็ด” ป้าจางกล่าว


        ‘แกะเม็ดบ้านบรรพชนเอ็งสิยัยหนู  แกะเม็ดออกหมดแล้วมันก็เหมือนอ้วกหมาน่ะสิ’ ไป่ฉีคิด


        “ป้าจางครับ  ป้าแค่กลืนลงไป  เดี๋ยวร่างกายป้าก็คัดเม็ดออกมาเองล่ะครับ” ไป่ฉีฝืนยิ้มให้  เขารู้สึกเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบตุบเลยทีเดียว


        “จริงเหรอ” ป้าจางถาม


        “จริงครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “งั้นก็ได้” ป้าจางกล่าว


        ไป่ฉีเดินไปสั่งผลไม้ให้ทั้ง 2 คน  ใช้เวลาพูดคุยกันอีกเล็กน้อย  ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็ขอตัวไปรอที่ห้องสำหรับคุยงานกับทีมงานของรายการเมี่ยนจู  เพราะใกล้ได้เวลานัดแล้ว


        ซึ่งไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงมาถึงก่อนเวลานัดครึ่งชั่วโมง  ระหว่างรอนั้น  เมิ่งชิงชิงได้อธิบายเกี่ยวกับรายการนี้ให้ไป่ฉีฟังอย่างละเอียด  พอได้ฟังแล้วไป่ฉีคิดว่ารายการนี้มีความน่าสนใจอยู่บ้างสำหรับเขา


        “นี่  ไป่ฉี  นายอยากใส่ชุดคอสเพลย์แบบไหนน่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม


        “..........” ไป่ฉีกระซิบบอก


        “เอ๋  แบบนั้นมันชวนตกใจมากเลยนะ” เมิ่งชิงชิงอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา


        “ใช่ไหมล่ะ  ผมมีข้อได้เปรียบตรงที่ไม่เคยมีใครได้ยินเสียงผมตอนร้องเพลงด้วย  ถ้าหากรับงานนี้แล้วผมสามารถเป็นผู้ชนะของซีซั่นนี้ได้  คิดว่าผมคงสามารถรับงานสายร้องเพลงเพิ่มได้ด้วย” ไป่ฉีกล่าว


        “ได้สิ  ถ้านายทำได้ดี  ฉันจะลองหาทางให้นายได้ออกอัลบั้ม  เรื่องนี้วางใจฉันได้เลย” เมิ่งชิงชิงเอากำปั้นทุบอกและแสดงความมุ่งมั่นของเธอออกมา


        “ขอบคุณนะ  พี่น่ารักที่สุดเลย” ไป่ฉีลูบหัวเมิ่งชิงชิง


        “นายอายุน้อยกว่าฉัน  อย่าทำเหมือนฉันเป็นเด็กสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “ผมไม่ได้ทำเหมือนพี่เป็นเด็กนะ  แต่ผมทำเพราะพี่น่ารักต่างหาก” ไป่ฉีกล่าว


        “ไม่ต้องชมเลย  ฉันรู้ตัวดี” เมิ่งชิงชิงเอามือของไป่ฉีที่กำลังลูบหัวตัวเองออก  พร้อมกับประตูห้องถูกเปิด


        “อ้าว  มากันแล้วเหรอคะ” หญิงสาวใส่แว่นถาม  แม้เธอจะใส่แว่น  แต่ชุดของเธอก็แสดงให้เห็นสัดส่วนของหญิงสาวที่ชายหนุ่มหลายคนต่างปรารถนา  ทำให้เมิ่งชิงชิงคิ้วกระตุก  ก่อนมองไปที่ไป่ฉี


        “ของพี่จับถนัดมือกว่า  นั่นใหญ่เกินไป  ผมไม่สนหรอก” ไป่ฉีกระซิบเบา ๆ เพื่อหยอกเมิ่งชิงชิงเล่น และทำให้เธอไม่คิดมากเรื่องขนาดหน้าอกที่สู้อีกฝ่ายไม่ได้  แต่หน้าเธอก็เห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้


        “แล้วไป” เมิ่งชิงชิงกล่าวเสียงเบา


        “คิดว่าผมจะมาถึงก่อนพวกคุณซะอีก” ชายอีกคนหนึ่งเดินตามหญิงสาวเข้ามา


        “นั่งก่อนเถอะค่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว  ทั้ง 2 คนที่เข้ามาจึงนั่งลงฝั่งตรงข้ามไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิง  ฝ่ายชายวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะแล้วดันไปอยู่ด้านหน้าเมิ่งชิงชิง


        “ผมขอเริ่มคุยรายละเอียดงานเลยได้ไหมครับ” ไป่ฉีถาม


        “ได้สิครับ  ก่อนอื่นขอแนะนำตัวก่อนนะครับ  ผมเป็น PD รายการชื่อ เปาเจิน ครับ” เปาเจินกล่าว


        “ฉันเป็นลูกสาวของ PD ชื่อ เปาหวาน ค่ะ  รับผิดชอบเรื่องเสื้อผ้ากับ…….” เปาหวานกล่าว


        ‘เห่อ ๆ ยัยหนูปอดบวมนี่ชื่อเปาหวานเหรอ  น่าจะเป็น เบาหวาน ซะมากกว่า’ ไป่ฉีคิด


        “ยินดีที่ได้รู้จักทั้ง 2 คนครับ  สำหรับรายละเอียดของรายการ  ผมได้ฟังมาจากผู้จัดการของผมแล้ว  เรื่องชุดที่จะใช้ทางคุณจะเป็นคนจัดการให้ใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม


        “ใช่ค่ะ  ฉันอยู่ในทีมงานที่ช่วยออกแบบชุดคอสเพลย์ให้กับผู้เข้าร่วมรายการค่ะ” เปาหวานตอบ


        “มิน่าล่ะ คุณถึงต้องมากับ PD ด้วย” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “ค่ะ  เรื่องชุด  อยากได้แบบไหนคะ  เดี๋ยวฉันร่างแบบให้ดูได้เลย” เปาหวานกล่าว


        “งั้นผมขอเป็น...............” ไป่ฉีอธิบายลักษณะชุดที่เขาต้องการ  ส่วนเปาหวานที่ก็ร่างแบบที่ไป่ฉีต้องการ  เธอยอมรับเลยว่าไป่ฉีลงรายละเอียดได้ดีมาก


        ‘นี่เขามีแบบเสื้อที่ต้องการในหัวแล้วเหรอ  การลงรายละเอียดได้ขนาดนี้ต้องใช่แน่ ๆ’ เปาหวานคิด


        “นี่น่าสนใจดีนะครับ  แบบนี้ต้องเดากันไม่ถูกแน่” เปาเจินกล่าว  เมื่อเห็นแบบเสื้อเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น


        “รายการคุณมีจุดขายตรงนี้นี่ครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “งั้นมาเรื่องสุดท้ายนะครับ  เราอยากฟังการร้องเพลงของคุณก่อน  ที่คุยมาทั้งหมดยังไม่สำคัญเท่ากับเรื่องนี้” เปาเจินกล่าว  หากไป่ฉีมีความสามารถในการร้องเพลงแค่กลาง ๆ  เขาคงต้องมองหาคนอื่นแทน


        “ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว  พร้อมกับเริ่มร้องเพลงออกมา


        ฉับพลันขนแขนของเปาหวานกับเปาเจินถึงกับลุกชัน  เพลงนั้นแม้จะเป็นเพลงที่เคยฟังมาหลายรอบแล้ว  แต่พอออกจากปากของไป่ฉี  กลับสื่ออารมณ์ได้ชัดกว่าต้นฉบับ  ชนิดเทียบไม่ติด  จิตใจรู้สึกสั่นสะท้าน และจมดิ่งสู่อารมณ์ของเพลงราวกับตกอยู่ในภวังค์


        “ผมร้องจบแล้วครับ” ไป่ฉีพูดขึ้นเพื่อให้ทุกคนหลุดจากภวังค์  ทำให้เมิ่งชิงชิง  เปาเจิน  เปาหวาน หลุดออกจากอารมณ์ของเพลงได้  ด้านเปาเจินกับเปาหวานหันมามองหน้ากันก่อนจะยิ้มให้กัน


        “ไม่คิดว่าเธอจะมีความสามารถระดับนี้” เปาเจินกล่าวชม


        “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ   แล้วสรุปว่าผมพอจะผ่านมาตรฐานรายการของคุณไหมครับ” ไป่ฉีถาม


        “ผ่านอยู่แล้ว  ถ้าเธอไม่ผ่าน  คงไม่มีใครผ่านแล้วล่ะ  ที่จริงฉันคิดว่าเธอจะเป็นผู้ชนะในซีซั่นนี้ด้วยซ้ำ” เปาเจินตอบอย่างมั่นใจ


        “งั้นเรามาคุยรายละเอียดของสัญญากันเลยนะคะ” เมิ่งชิงชิงหยิบเอาเอกสารขึ้นมาอ่าน แล้วส่งให้ไป่ฉีตรวจดูอีกครั้ง


        หลังการพูดคุยกันสักพัก  ไป่ฉีก็เซ็นสัญญากับทางรายการเรียบร้อย  เปาเจินและเปาหวานขอตัวกลับก่อน  เพราะเปาหวานต้องไปจัดการเรื่องชุดให้กับไป่ฉี  ทำให้ตอนนี้เหลือแค่เมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีในห้องเท่านั้น


        “พี่ชิงชิง  เมื่อเช้าที่เข้ามาหางาน  ได้งานอะไรดี ๆ บ้างไหมครับ” ไป่ฉีถาม


        “อืม  มีรายการฉงหลิน  ที่จะให้ดารา 6 คน แบ่งเป็น 2 ทีม แล้วแข่งขันทำภารกิจไปด้วย  พร้อมกับเอาชีวิตรอดบนเกาะร้าง  ป่า หรือภูเขาน่ะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “เห  รายการน่าสนใจดีนะครับ  เวลาถ่ายทำละครับ” ไป่ฉีถาม


        “ 7 วันน่ะ  รวมเดินทางด้วยอย่างน้อยก็ 9 วัน  ฉันเลยไม่ได้รับมา  แต่พวกรายการเกมโชว์ตอบคำถาม  หรือพวกเกมโชว์เปิดแผ่นป้ายฉันเอามาให้นายดูก่อน  ว่าจะรับงานไหน” เมิ่งชิงชิงหยิบเอกสารออกมาให้ไป่ฉีดู


        “มีเวลา 2 สัปดาห์ก่อนจะเริ่มการถ่ายละครของคุณเฉินเฟิง  รับสัก 3 งานก็พอครับ  ผมไม่อยากขาดเรียน” ไป่ฉียืนเอกสารที่เขาเลือกออกมาส่งให้เมิ่งชิงชิง


        “ตกลง  เดี๋ยวฉันจัดการให้นะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “งั้นผมไปรอที่ห้องประจำตำแหน่งของผมนะ” ไป่ฉีกล่าว


        “ได้ ๆ” เมิ่งชิงชิงพยักหน้าก่อนจะเดินออกจากห้องไป


        ส่วนไป่ฉีก็เดินตามออกไปเช่นกัน  เขาขึ้นลิฟต์คนละตัวกับเมิ่งชิงชิง  เพราะแผนกธุรการอยู่ถัดลงไป 2-3 ชั้น  ส่วนห้องของผู้บริหารจะอยู่ถัดขึ้นไปจากชั้นที่เป็นห้องคุยงาน


        เมื่อมาถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานของผู้บริหาร  ไป่ฉีได้พบว่ามีหญิงคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากห้องของตงไห่  ไม่มีทางที่ไป่ฉีจะลืมหญิงคนนี้ได้  เพราะเธอคือแม่ของเมิ่งชิงชิง  เมิ่งเสวี่ยไป๋นั่นเอง


        “สวัสดีครับ  คุณน้า” ไป่ฉีทักทายด้วยความสุภาพ   แต่ขณะเดียวกันเขาก็เริ่มใช้ลูกแก้วแห่งความทรงจำคัดลอกเอาความทรงจำทั้งหมดของเมิ่งเสวี่ยไป๋มา


        “เธอเป็นดาราที่ชิงชิงดูแลอยู่สินะ” เมิ่งเสวี่ยไป๋ถาม  เธอมองสำรวจชายหนุ่มตรงหน้า


        “ใช่ครับ  ผมชื่อไป่ฉี  อายุ 16 ครับ” ไป่ฉีแนะนำตัว


        “ไม่อ้อมค้อมนะ  เธอพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับแฟนของชิงชิงที่ชื่ออวี้หยางไหม” เมิ่งเสวี่ยไป๋ถาม

_____________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+