ถึงแม้จะพอคาดเดาไว้แล้วแต่ผู้กำกับหูและโหมวซือฉิงต่างก็ดูผิดหวังมาก หลุดถามสวี่ตงออกมาพร้อมกัน “ของปลอมจริงเหรอ”
สวี่ตงมองออกว่าผู้กำกับหูยังเคลือบแคลงในผลลัพธ์ที่เขาบอกอยู่มากอีกทั้งคงไม่อยากเชื่อว่าของสิ่งนี้เป็ของปลอม หากมันเป็ของปลอม นั่นหมายความว่าผู้ต้องสงสัยที่พวกเขาจับมาต้องถูกปล่อยตัวไปเสือกลับเข้าป่า ปลากลับลงน้ำ จะจับพวกมันกลับมาอีกก็ไม่ใช่เื่ง่ายแล้ว!
ดูเหมือนในด้านความรู้ตนจะยังอ่อนด้อยเกินไป ถึงแม้ว่ายอดฝีมืออย่างหลงชิวเซิงอาจจะมีความสามารถในการประเมินด้อยว่าเขาแต่คนอย่างหลงชิวเซิงย่อมมีความรู้ความเข้าใจเื่วัตถุโบราณสมบัติต่างๆดีกว่าเขาเป็ร้อยเท่าพันเท่า อย่างชามสีดำน้ำหมึกตรงหน้าใบนี้ หากเป็หลงชิวเซิงจะต้องบอกประเภทและจุดเด่นจุดด้อยแต่ละด้านของมันได้แน่ไม่เหมือนเขาที่ในเวลานี้ทำได้แค่บอกว่ามัน ‘ปลอม’ มัน ‘เลียนแบบ’ ถึงจะมั่นใจว่ามันเป็ของปลอมทว่าปลอมที่ตรงไหนเขากลับบอกไม่ได้!
อย่างไรก็บอกไม่ได้ว่าชามใบนี้เป็ของปลอมเพราะมันไม่มี ‘ออร่าสมบัติ’ ใช่ไหมล่ะ
ดูท่าแล้ว ต่อไปต้องทุ่มเทศึกษาหาความรู้ทางด้านนี้กับผู้เฒ่าหลงเสียแล้วต้องมีทักษะพื้นฐาน พลังพิเศษของเขาจึงจะสร้างเนื้อสร้างตัวในวงการนี้ได้สามารถควบคุมลมฝนได้อย่างแท้จริง!
คิดวนในหัวรอบหนึ่งสวี่ตงถึงได้ตอบผู้กำกับหูอย่างจริงจัง “ชามใบนี้ภายนอกดูเหมือนชามเคลือบน้ำมันในสมัยราชวงศ์ถังและซ่งมากทั้งสีและผิวััเหมือนจนแทบแทนของจริงได้ ผมมั่นใจว่ามันเป็ของเลียนแบบที่ใช้เทคนิคทำให้มันดูเก่ามันไม่ใช่ของเลียนแบบที่ทำขึ้นในสมัยก่อน แต่เป็ของสมัยปัจจุบันนี่แหละ!”
ผู้กำกับหูจ้องสวี่ตงก่อนจะถามอย่างสงสัย “เธอมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมว่ามันเป็ของเลียนแบบ”
“ผมมั่นใจร้อยเปร์เซ็นต์ว่ามันเป็ของเลียนแบบครับ!”สวี่ตงพยักหน้า ตอบคำถามของเขาอย่างไม่ลังเล
หากเขาลังเลหรือขบคิดแม้แต่นิดเดียวจะยิ่งทำให้ผู้กำกับหูไม่เชื่อเขาในทางกลับกันหากเขากล้าฟังธงว่าของสิ่งนี้เป็ของปลอมผู้กำกับหูก็มีแนวโน้มจะเชื่อมากขึ้นอีกหน่อยเพราะใครจะกล้าฟังธงขนาดนี้หากไม่มั่นใจจริงๆ
ผู้กำกับหูสบตากับโหมวซือฉิงที่ทำหน้าผิดหวังเช่นกันความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าโดยไม่ต้องเอ่ยสักคำ ผ่านไปพักใหญ่ถึงถอนใจยาว “เหลือสี่ชั่วโมงแล้ว ดูท่าพวกเราคงไม่มีทางกักตัวนายหน้าคนนี้ไว้ได้คงต้องปล่อยเสือเข้าป่า!”
สวี่ตงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอย่างลังเล “ผู้กำกับหูครับ ไม่งั้น…ไม่งั้นให้ผมไปดูที่บ้านพักของผู้ต้องสงสัยสองคนนั้นกับพวกคุณไหมเผื่อจะพบอะไร”
ผู้กำกับหูเอียงคอขบคิด ไม่กี่วินาทีก็เงยหน้าบอกโหมวซือฉิง “เสี่ยวโหมว แจ้งทีมสืบสวนอาชญากรรมเกาอี้เฟยให้ตรวจสอบที่อยู่ทั้งสามแห่งของพ่อค้าเร่หวงฟาอีกครั้ง จำไว้ว่าเรามีเวลาแค่สี่ชั่วโมงถ้าเรายังเปิดประตูจากหวงฟา สืบหาความเกี่ยวข้องกับอันซือเฉิงไม่ได้เราก็ต้องปล่อยตัวอันซือเฉิง!”
“รับทราบค่ะ!”โหมวซือฉิงตอบรับด้วยความเคารพ เวลามีจำกัด เธอไม่มีเวลาคิดอะไรมากทำได้เพียงใช้เวลาที่มีจำกัดนี้สืบคดีให้ดีที่สุด สืบหาเบาะแสที่อาจปรากฏ!
สวี่ตงลังเลขึ้นมาอีกครั้ง ผู้กำกับหูเป็หัวหน้าสำนักงานตำรวจเป็ไปได้มากว่าเขาจะไม่ออกไปตรวจสอบที่อยู่ของพ่อค้าเร่กับโหมวซือฉิงอีกอย่างดูจากสีหน้าของผู้กำกับหูแล้วคงไม่ได้เชื่อถือเขาเท่าไรบางทีอาจจะไม่ส่งเขาไปทำอะไรเลยก็ได้
“โหมว…ผม…ผมไปดูกับคุณนะ!”
โหมวซือฉิงเดินนำไปหลายก้าวแล้วสวี่ตงไม่มีเวลาคิดให้ละเอียดก็วิ่งตามไปทันทีในเมื่อคิดจะช่วยผู้กำกับหูและคิดจะสร้างความสัมพันธ์กับเขาการช่วยให้เขาพบหลักฐานเป็สิ่งสำคัญที่สุด ดังนั้น ไม่ว่าโหมวซือฉิงกับตนจะ ‘คับข้องใจ’ กันแค่ไหน ตนก็ต้องสลัดมันออกไปตอนนี้ต้องไปดูที่พักของพ่อค้าเร่กับเธอก่อน
โหมวซือฉิงกวักมือเรียก ไม่พูดสักคำว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยแต่การกวักมือก็แสดงชัดแล้วว่าเรียกให้เขาไปด้วยหลังจากเข้ามาในลิฟต์เธอก็หยิบโทรศัพท์มาโทรออก
การโทรศัพท์ครั้งนี้ก็คือการถ่ายทอดคำสั่งจากผู้กำกับหูโดยบอกว่าเธอจะล่วงหน้าไปดูที่พักของพ่อค้าเร่ที่อยู่แถบชานเมืองก่อนสวี่ตงทำได้แค่ติดตามโหมวซือฉิงไปเงียบๆ ทางที่ดีก็พูดให้น้อยเข้าไว้ให้โหมวซือฉิงลืมเื่ก่อนหน้านี้ไปเสีย มิเช่นนั้น เขาพูดประโยคเดียวคงตีกันอีกยกใหญ่
ความจริงแล้วโหมวซือฉิงมีเื่ให้คิด ในความเห็นของเธอพ่อค้าเร่มีบ้านในเมืองสองแห่ง และบ้านในแถบชนบทอีกหลังแห่ง โดยปกติแล้ว เขาจะอาศัยอยู่ที่บ้านในชนบทเป็ส่วนใหญ่บ้านในตัวเมืองแบ่งให้ลูกชายทั้งสองคนหลังจากเกิดเื่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านทั้งสามหลัง แต่ไม่พบหลักฐานวัตถุโบราณสักชิ้นอีกทั้งไม่พบสมบัติประจำชาติที่มีข่าวลือว่าถูกลักลอบนำออกไปอันซือเฉิงนายหน้าคนนั้นแม้จะติดกับถูกจับได้ แต่ก็ไม่หลงเหลือหลักฐานใดๆติดตัวเช่นกัน ตอนนี้สิ่งเดียวที่จะทำให้ควบคุมตัวอันซือเฉิงต่อไปได้คือ ‘หลักฐาน’!
และหลักฐานนั้นก็สืบหาได้จากบ้านของหวงฟาเท่านั้น หากไม่พบภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็ต้องปล่อยตัวหากหาพบก็สามารถใช้ข้อหาลักลอบขนวัตถุโบราณกักตัวไว้ได้ต่อทว่าค้นหาทุกซอกทุกมุมอยู่หลายครั้งก็ยังไม่พบวัตถุโบราณล้ำค่าในบ้านพักทั้งสามแห่งของหวงฟานับประสาอะไรกับสมบัติประจำชาติ!
แต่หากจะพูดถึงการเก็บสะสม การซ่อนวัตถุโบราณไว้ที่บ้านในชนบทย่อมเป็ตัวเลือกที่ดีกว่าบ้านในเมืองอย่างไม่ต้องสงสัยดังนั้นตัวเลือกแรกที่โหมวซือฉิงคิดออกคือไปที่บ้านในชนบทก่อน
เมื่อสวี่ตงกลับขึ้นมานั่งที่เบาะผู้โดยสารแคปติวาอีกครั้งโหมวซือฉิงก็ยังขับรถเร็วเช่นเคย แต่สภาวะอารมณ์ของสวี่ตงไม่เหมือนเดิมแล้วก่อนหน้านี้มีแต่ ‘ขายหน้า’ กับ ‘ถูกบังคับ’ แต่ตอนนี้เขาเป็อิสระและยังเต็มใจขึ้นมาเองกุญแจมือก็ถูกผู้กำกับหูไขออกให้ด้วยตัวเอง หากจะเอ่ยถึงการ ‘แก้แค้น’ โหมวซือฉิง สวี่ตงไม่มีความคิดนั้นในหัวเลย
ถึงสวี่ตงจะเป็เด็กมัธยมปลายอายุแค่สิบแปดปี แต่เขาไม่ใช่คนจิตใจแคบโหมวซือฉิง ‘บังคับและหยาบคาย’ กับเขาถึงเขาจะโกรธ แต่ก็ไม่เคยคิดจะทำอะไรเธอแน่นอน หากบอกว่า ‘ไม่พอใจ’แต่ก็เทียบกับความรู้สึกที่มีต่อครอบครัวลุงป้าซึ่งเอาแต่ ‘รังแก’ เขาแทบไม่ได้เลย
โหมวซือฉิงรูปงามดั่งเทพเซียนแต่ความจริงนิสัยป่าเถื่อนเหมือนผู้ชายไม่มีผิด สมกับที่เป็ ‘ตำรวจ’ เธอบังคับแคปติว่าคันใหญ่พุ่งทะยานไปบนถนนอย่างเร่งรีบโชคดีที่สวี่ตงมีประสบการณ์แล้วจึงรัดเข็มขัดนิรภัยอย่างดีสองมือจับราวเหนือศีรษะไว้มั่น
เส้นทางสู่ชนบทเปลี่ยนจากถนนทางหลวงขนาดใหญ่เป็ถนนเล็กแคบจากสี่เลนเป็สองเลน และสุดท้ายก็กลายเป็ถนนแถบชานเมืองเลนเดียวใช้เวลาเดินทางหนึ่งชั่วโมงเต็ม
บ้านในชนบทของหวงฟาเป็บ้านเดี่ยวประกอบด้วยเรือนจีนสองชั้นสามห้องแถวและบ้านไม้สองห้องแถวเก่าๆ ด้านหลังเป็ูเาด้านหน้าเป็แม่น้ำ ที่นาและแปลงผักห่างออกไปหลายร้อยเมตรมีแม่น้ำสายเล็กคดเคี้ยวไปมาสายหนึ่ง
โหมวซือฉิงจอดรถไว้ใต้ต้นไหวเก่าแก่ขนาดสองคนโอบซึ่งห่างจากหน้าบ้านประมาณยี่สิบกว่าเมตรสวี่ตงลงจากรถก็มองไปรอบๆสุนัขสีน้ำตาลที่นอนเฝ้าหน้าบ้านกำลังแยกเขี้ยวเห่าพร้อมพุ่งเข้ามาใกล้
สวี่ตงกลัวสุนัขจึงรีบก้มหยิบกิ่งไม้แห้งยาวเมตรกว่ามาใช้ป้องกันตัวแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โหมวซือฉิงมาที่นี่ มีประสบการณ์มาแล้วจึงะโสั่งไปก่อน“คุณยายตระกูลหวง ฉันเป็ตำรวจ มาทำเื่เดิม!”
ลูกชายทั้งสองของหวงฟา รวมทั้งลูกสะใภ้และหลานต่างอาศัยอยู่ในเมืองในชนบทแห่งนี้มีเพียงแม่วัยแปดสิบปีอาศัยอยู่กับเขาภรรยาของเขาเสียชีวิตเมื่อสามปีก่อน อันที่จริงหวงฟาไม่ได้อายุมากนักเพิ่งจะห้าสิบกว่าปีเท่านั้นเอง
หลังจากเกิดเื่กับหวงฟาตำรวจได้ตรวจค้นบ้านพักทั้งสามแห่งนี้อย่างละเอียดแล้ว แต่ไม่พบสิ่งใด
หวงฟาเป็พ่อค้าเร่ขายวัตถุโบราณเขาถูกจับไปสถานีตำรวจหลายครั้งในข้อหาค้าวัตถุโบราณ และเคยถูกจำคุกเป็เวลาห้าปีเป็ไปไม่ได้ที่พ่อค้าอย่างเขาจะไม่มีของโบราณสักชิ้น บ้านทั้งสามหลัง ‘สะอาด’ มากจนน่าสงสัย!
แต่ไม่ว่ามุมใด กระทั่งตามรอยแตกของบ้าน ตำรวจก็ยังหาหลักฐานไม่เจอตอนนี้มีเวลาเพียงสามชั่วโมงเท่านั้นหากสามชั่วโมงนี้ยังหาหลักฐานไม่ได้ก็ต้องปล่อยตัวอันซือเฉิงซึ่งเป็นายหน้าติดต่อกับหวงฟาไป!
หลังจากโหมวซือฉิงะโออกไปสองครั้ง หญิงชราร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาเธอดูแก่ชรามาก ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นอย่างกับร่องน้ำดูไม่เหมือนอายุแปดสิบแต่เหมือนเก้าสิบมากกว่า ทว่าถึงจะดูแก่ชราแต่ท่วงท่าการเดินกลับคล่องแคล่วมาก!
หญิงชราะโเรียกสุนัขสีน้ำตาลไม่กี่ครั้งเ้าสุนัขตัวนั้นกลับเชื่องมากลดเสียงเห่าลงก่อนจะทำหางลู่หูตกวิ่งกลับมาอยู่ข้างกายเธอ แม้จะจ้องมองโหมวซือฉิงกับสวี่ตงด้วยแววตาดุร้ายแต่ก็ไม่เห่าใส่อีกแล้ว
ตอนนี้เองโหมวซือฉิงถึงได้หันมาพูดกับสวี่ตง “สวี่ตง เข้าไปดูในบ้านกับฉัน จับตาดูให้ดีจุดสงสัยแค่นิดเดียวก็ห้ามปล่อยผ่าน…” เพียงแต่ตอนที่หันมาพูดด้วยโหมวซือฉิงเพิ่งเห็นว่าสวี่ตงไม่มีท่าทีรีบร้อนเข้าไปตรวจดูข้างในเขาดูเหมือนถูกวิวทิวทัศน์ของสถานที่แห่งนี้ดึงสายตา เดี๋ยวก็มองแปลงผักเดี๋ยวก็มองป่าด้านหลัง มองป่าด้านหน้ากระทั่งต้นไหวที่รถจอดอยู่ก็ยังหันไปมองอยู่หลายครั้ง
โหมวซือฉิงขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะเอ่ยเร่ง “สวี่ตง อย่าชักช้า รีบเข้าไปตรวจดูในบ้านเดี๋ยวนี้ เราไม่มีเวลาแล้ว!”
สวี่ตงจ้องสุนัขที่มีแววตาดุร้ายตรงปลายเท้าหญิงชราลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกระซิบกับโหมวซือฉิงว่า “โหมว…โหมว…คุณโทรเรียกผู้ช่วยมาก่อนดีกว่าที่นี่ไม่ธรรมดาเลย…”
โหมวซือฉิงแค่นเสียง “อะไรไม่ธรรมดายายแก่อายุแปดสิบกว่าหนึ่งคนกับหมาอีกหนึ่งตัว แค่นี้ก็ทำให้เธอกังวลแล้วเหรอฉันยังไม่กลัว แล้วผู้ชายอกสามศอกอย่างเธอจะกลัวอะไร”
สวี่ตงขยับปาก อยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก โหมวซือฉิงร้อนใจเขาเข้าใจอารมณ์เธอดี แต่หญิงชรากับสุนัขตัวนั้นให้ความรู้สึก ‘ดุร้ายมาก’ บวกกับทันทีที่ลงจากรถเขาก็เห็นความผิดปกติจึงขอให้โหมวซือฉิงรีบโทรเรียกผู้ช่วย
โหมวซือฉิงเห็นสวี่ตงไม่ขยับก็เอียงคอมองเขาเห็นสวี่ตงเอาแต่จ้องสุนัขที่ปลายเท้าหญิงชราสีหน้าดูหวาดกลัวก็อดพูดอย่างโมโหไม่ได้ “คนขี้ขลาดแค่หมาตัวเดียวก็ยังกลัว ยังมีความเป็ผู้ชายอยู่ไหมต่อไปแม้แต่เมียก็หาไม่ได้หรอกมีผู้หญิงที่ไหนอยากแต่งงานกับผู้ชายที่ปกป้องเธอไม่ได้บ้าง”
สวี่ตงยังจดจ้องสุนัขตัวนั้น ทั้งสองมือกระชับกิ่งไม้เผชิญหน้ากับมันเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก
กลัวถึงขนาดนี้ทำเอาโหมวซือฉิงยิ้มไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกจึงเลิกสนใจสวี่ตงแล้วตรงเข้าไปในบ้าน
หญิงชราจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นะเืและไม่สนใจสุนัขตัวนั้นก็ไม่ขยับ นั่งหมอบอยู่ข้างๆ เธอ