สมิธนอนไปเกือบ 10 ชั่วโมง สิ่งแรกที่สมิธทำหลังจากตื่นคือกินน้ำเพราะคอเขาในตอนนี้มันแห้งราวกับอยู่ในทะเลทรายอย่างไงอย่างงั้นและหลังกินน้ำเสร็จสมิธรีบทำการอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟันในทันทีก่อนจะลงไปชั้นล่างไปยังห้องครัวเพื่อกินอาหารมื้อแรกของวัน สมิธได้พูดคุยเล็กน้อยกับคนในครอบครัวแล้วค่อยออกจากบ้านไปยังฟาร์มเพื่อเริ่มหน้าที่หลักของตนเอง
เมื่อสมิธมาถึงฟาร์มสิ่งแรกที่เขาเห็นไม่ใช่พืชพันธุ์ที่ปลูก ไม่ใช่ธรรมชาติอันสวยงาม ไม่ใช่ฟาร์มอันสงบเรียบร้อย หากแต่เป็นมนุษย์ที่โดนผูกติดเข้ากับต้นไม้! มนุษย์ที่ไม่รู้ว่าเป็นใครหรือตายหรือยังกำลังถูกผูกติดกับต้นไม้เหมือนกระดานปาเป้า
“อะไรวะเนี้ย!” สมิธเดินเข้าไปดูบุคลที่โดนผูกไว้กับต้นไม้ทำให้เขารู้ว่าบุคคลผู้นี้เป็นมนุษย์เพศชายและสิ่งที่ผูกชายคนนี้กับต้นไม้ไว้คือเถาวัลย์ขนาดใหญ่ แค่เถาวัลย์เส้นเดียวก็ขนาดเท่าแขนของสมิธแล้วแต่ชายคนนี้โดนเถาวัลย์ขนาดเท่านั้นผูกถึงห้าเส้น สมิธรู้ได้ในทันทีว่าเป็นฝีมือใครที่ทำแบบนี้
“กรีนชิลด ฉันขอคำอธิบายด้วย” สมิธพูดออกมาและเพียงไม่นานกรีนชิลดก็ปรากฏตัวออกมา
“ก็ไอเวรนี้มันมาด้อมๆมองๆที่บ้านนายและฟาร์มนี้ ฉันถามมันแล้วว่ามีอะไรหรือเปล่าแต่มันก็ไม่ยอมตอบแถมเลือกที่จะหนีอีกต่างหาก ฉันก็เลยจับมันมัดไว้ก่อนรอนายมาแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำไงกับมันดี ทำปุ๋ยก็คงไม่เลว…” กรีนชิลดตอบด้วยท่าทีสบายไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำแม้แต่นิดเดียว
“อืม...คงเป็นคนจากหน่วยพิเศษ” สมิธคิดสักพักก่อนจะเดินไปค้นตัวชายที่ถูกจับแต่เขาก็ไม่พบอะไรเลยที่เป็นข้อมูลบ่งชี้ว่าคนคนนี้เป็นใคร อย่างไรก็ตามสมิธค่อนข้างมั่นใจว่าชายคนนี้เป็นหนึ่งในหน่วยพิเศษอย่างแน่นอนหลังจากเขาได้ยินคำตอบของกรีนชิลดถึงพฤติกรรมอันน่าสงสัยที่ชายคนนี้ทำ มันไม่แปลกเลยที่คนจากหน่วยพิเศษจะมาสังเกตการณ์เขาหลังจากที่เขาสามารถรู้และโทรโดยตรงถึงหน่วยพิเศษได้และยังเรื่องคำพูดเมื่อวานที่เขาพูดกับผู้บินได้อีก
“แต่ว่านายตรวจจับหรือรู้การมีอยู่ของคนนี้ได้ยังไงกัน?” สมิธหันไปถามกรีนชิลดด้วยความสงสัยอย่างที่สุดเพราะคนของหน่วยพิเศษนับได้ว่าเป็นหนึ่งในแนวหน้าของโลกทั้งเรื่องทักษะและพละกำลัง แล้วยิ่งบุคคลที่ได้รับหน้าที่ในการสอดแนมย่อมมีทักษะในการลบตัวตนหรืออะไรสักอย่างที่เหนือขั้นขึ้นไปอีกระดับชนิดที่ว่าหาตัวจับได้ยากมาก แต่กรีนชิลดสามารถตรวจจับและจับชายผู้นี้ได้ยิ่งไปกว่านั้นมันไม่มีร่องรอยของการขัดขืนหรือต่อสู้เลยทำให้รู้ได้ทันทีว่ากรีนชิลดจับชายคนนี้มาได้อย่างง่ายดาย
“ฮ่า ฮ่า นายถามคำถามที่กำลังดูถูกข้าคนนี้อยู่รู้ไหม? กับอีแค่มนุษย์ที่มีทักษะลบตัวตนนิดหน่อยคิดว่าจะหลบพ้นจากสายตาข้ารึ เจ้ามนุษย์คนนี้ยังเทียบกับกบสายฝนจากบ้านเกิดข้าไม่ได้เลย” กรีนชิลดตอบออกมาด้วยความมั่นใจ ด้วยความสามารถของตัวมันที่ทำการหว่านเกสรลงพื้นให้โลกดูดซับตั้งแต่บ้านของสมิธจนไปถึงภูเขาทั้งลูกที่อยู่หลังฟาร์ม ทำให้ตัวมันเปรียบเสมือนมีอาณาเขตตั้งแต่บ้านสมิธจนไปถึงภูเขาทั้งลูก สิ่งใดก็ตามที่หลุดรอดเข้ามาภายในอาณาเขตของมันตัวมันรู้หมด
“นายอยากปลูกอะไรเดี๋ยวฉันให้นายเลือกอีกครั้งเลย!” สมิธยิ้มออกมาด้วยความสุข เขาคิดถูกแล้วที่ไปเจอเผ่าพันธุ์บาร์ค
“มันต้องแบบนี้สิสหายข้า! แต่ว่านะเจ้าจะให้ข้าทำยังไงกับพวกที่เหลือที่ตอนนี้พวกมันกำลังแอบสอดส่องเจ้าอยู่จากบนเขายอดนั้น” กรีนชิลดชอบใจที่มันจะได้ดูเมล็ดพันธุ์อันแปลกพิศดาลอีกครั้งและมันก็รายงานถึงกลุ่มชายที่คล้ายคลึงกับชายคนนี้ที่ตัวมันจับได้ว่ากำลังแอบสอดส่องสมิธอยู่บนยอดเขาสูงสุด
“ปล่อยพวกนั้นไว้เหอะแล้วก็ปล่อยหมอนี้ด้วย คนพวกนี้แค่มาสังเกตการณ์ฉันเท่านั้น นายจำคนที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ได้ไหมว่าเป็นความหวังของมนุษย์ชาติคนพวกนี้ก็เหมือนกัน” สมิธคิดสักพักก่อนจะติดสินใจปล่อยคนเหล่านี้ไปเพราะอย่างไรในอนาคตคนเหล่านี้คือความหวังที่จะทำให้โลกใบนี้อยู่ง่ายขึ้น แค่โดนสังเกตการณ์สมิธไม่ได้เดือดร้อนหรือรู้สึกโดนคุกคามอะไรเขาคุ้นชินแล้วกับการโดนสอดส่องเหมือนที่เมืองกรีนฟลล์ที่เขาโดนเหล่าผู้อายุจ้องเกือบจะทั้งเมืองเขายังไม่รู้สึกอะไรเลย สายตาของคนปกติยังห่างชั้นกับสายตาของปีศาจจากขุมนรกหลายขุมแค่นี้ทำไรเขาไม่ได้หรอก
“มาม่ะ! เมล็ดอันแสนแปลกประหลาด “