หลี่อวี้ฝูอยู่สนทนาจิปาถะกับสวี่เหวินคุนครู่หนึ่งก่อนขอตัวออกมาจากตำหนัก เหตุเพราะใกล้่บ่ายที่เหล่าพระสนมผู้สูงศักดิ์เฝ้ารอจะใช้เวลาหวานชื่นกับพระสวามีของพวกนางเเล้ว
ทว่าเมื่อประตูตำหนักเปิดออกสตรีที่ไม่อยากเห็นเเม้เเต่เงากลับโผล่มาเสียได้
"ประจบขอสิ่งใดจากเสด็จพ่ออีกเล่า"สวี่ว่านหลินเลิกคิ้วมองอีกฝ่ายด้วยสายตายียวนไม่เข็ดหลาบกับเื่ที่ผ่านมา
นั่นทำให้หลี่อวี้ฝูมองตาขวางแต่องค์หญิงสูงศักดิ์มักไม่ทำตัวเช่นหญิงปากตลาดนางคิดเสียว่าให้ทานสัตว์โลกแล้วกัน ก่อนหลับตาสงบอารมณ์ "หลีก"
ทว่าทานที่องค์หญิงผิงอันมอบให้ด้วยจิตสูงส่งองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ั้แ่สายเืต้นกำเนิดนั้นไม่้า
"หรือคิดขอเเต่งกับจ้าวอ๋องเเคว้นเจาหลินกันล่ะ"
หลี่อวี้ฝูถอนหายใจเมื่อไหร่สวี่ว่านหลินจะเลิกทำตัวน่าอายเเก่วงศ์ตระกูลสวี่เสียทีหรือต้องรอให้นางมีจิติญญาของมารดา และให้ทายาทมาเตือนสติกันนะ
จ้าวอ๋ององค์ชายโอวหยางอิ๋งเจี๋ยเเห่งเเคว้นเจาหลิน นางเคยพบเขาหนึ่งครั้ง ครางานฉลองวันพระราชสมภพของฝ่าาเมื่อปีก่อนปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปงามเเละเฉลียวฉลาดเกินมนุษย์ ซ้ำยังร่ำรวยน่าอิจฉา เเต่น่าเสียดายที่นางไม่สนใจพ่อลูกห้าเเม้เเต่น้อย
อีกอย่างหนึ่งคือเเคว้นข้างเคียงต่างรู้กันดีโอวหยางอิ๋งเจี๋ยบูชาพระชายาของเขายิ่งชีพ เขาไม่มีทางยอมเเต่งชายาสอง ชายาสาม หรือชายาสี่เข้าวังในภรรยาผู้เป็ที่รักช้ำใจหรอก
คงมีเเต่องค์หญิงปัญญาน้อยเท่านั้นที่ไม่รู้
"ข้าเลี้ยงตัวเองเเละสามีได้ขอบคุณที่เป็ห่วง"หลี่อวี้ฝูเอียงหน้ารับวาจาหญิงตรงหน้า ความเยือกเย็นนี้ยิ่งให้อีกฝ่ายยิ่งหัวเสีย
"ว่าที่พระชายาองค์ชายเเคว้นโฮ่วเซี่ยช่างฉะฉาน"สวี่ว่านหลินประสานมือพลางย่อกายลงท่าทางและสีหน้าเต็มไปด้วยความประชดประชัน
แต่นางกลับลืมไปเสียสนิทว่าบนโลกนี้ไม่ได้มีเพียงตนที่ประชดผู้อื่นได้
"หวังว่าฮูหยินพลทหารจะอิ่มท้องทุกมื้อ"องค์หญิงผิงอันตอบเสียงเรียบแต่อานุภาพนั้นช่างรุนแรงเหลือเกิน
"หลี่อวี้ฝู!"
"ข้าพูดสิ่งใดผิดขอองค์หญิงเเจงด้วย"
"ข้าจะคอยดูว่าเ้าจะทำหน้าเช่นนี้ได้อีกนานเเค่ไหน"สวี่ว่านหลินกระฟัดกระเฟียด จงใจเดินชนไหล่คู่อริอย่างเเรงเเต่ไม่เเรงพอถึงขั้นล้มลงกับพื้นจนน่าอดสูเช่นนี้
ก่อนร่างหลี่อวี้ฝูจะหล่นลงพื้นนางจงใจร้องเสียงดังให้สวี่เหวินคุนได้ยิน ซึ่งทุกอย่างสมบูรณ์เเบบ เสียงเเละเหตุการณ์ต่างๆขณะนี้บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เเห่งต้าจิ้งรับรู้ทุกอย่างเเล้ว
"ข้าไม่คิดว่าเพียงบังเอิญสวมชุดสีเหมือนกันองค์หญิงจะไม่พอใจถึงเพียงนี้"หลี่อวี้ฝูเอ่ยเสียงสั่น เเววตาหรี่ลงแสดงความอัดอั้นใจผิดกับสวี่ว่านหลินที่ตาเบิกกว้าง คาดไม่ถึงว่าคนรักศักดิ์ศรีจะยอมใช้ลูกไม้สกปรก
ดูเหมือนว่าลูกไม้สกปรกนี้จะได้ผลทีเดียวสวี่เหวินคุนปิดตำราในมืออย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดาษกระทบกันสายตาของชายหนุ่มวัยกลางคนเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"ต่ำช้านัก! สวี่ว่านหลิน!"
เขาชี้หน้าบุตรีในสายเืยิ่งทำให้นางลนลานเข้าไปใหญ่ รีบทรุดลงพื้นเพื่ออ้อนวอนขอความเมตตา
"มะ...ไม่ใช่นะ!เ้าล้มลงไปเอง! ไม่ใช่นะเพคะเสด็จพ่อ!"
"ข้าทราบว่าองค์หญิงไม่พอใจข้ามาตลอดเเต่องค์หญิงอย่าทำเช่นนี้เลยเพคะ"หญิงเ้าบทบาทเบือนหน้าหนีเช่นคนทนจนเหลืออดก่อนลุกขึ้นยืนเช่นนางเอกอุปรากรผู้เข้มเเข็ง
"ขอโทษพี่สาวเ้าเสีย"ผู้ตัดสินสั่งเสียงเย็น
"เสด็จพ่อ!หม่อมฉันไม่ได้ผลักนางนะเพคะ!"สวี่ว่านหลินยังคงตั้งมั่นในความยุติธรรมของตนทว่าผู้พิพากษากลับไม่รับคำค้านของนาง
"สวี่ว่านหลิน!เ้าเถียงข้ารึ!"
"ไม่เป็ไรเพคะเสด็จพ่อหม่อมฉันเป็เพียงผู้อาศัย บังอาจทำให้องค์หญิงระคายเคืองเสียได้"หลี่อวี้ฝูพูดเสียงสั่นเล็กน้อยพองามเม้มปากกระพริบตาถี่เสริมความสมจริงอีกสักหน่อย ก่อนย่อกายขอตัวออกมาจากตำหนัก
หลังจากนั้นเสียงดุของมหาบุรุษดังลอดออกมาข้างนอก คาดว่าสวี่ว่านหลินคงโดนคาดโทษหนักสักพัก แน่นอนว่านางไม่สงสารหรอกนะผู้ใดใช้ให้มาวอเเวกับนางกันล่ะ
หลังจากกลับมาจากวังข่าวการเสียชีวิตของเหลียงป๋อถูกพูดถึงทั่วสำนักเหวยฝูเเละละเเวกข้างเคียง
"เขาลือกันว่าเหลียงป๋อตายคาอกนางโลมขอรับ"เสี่ยวเหวยพูดด้วยสีหน้าเหยเกเเละอนาถใจเเม้จะไม่กินเส้นกัน เเต่ก็เพิ่งเห็นหน้ากันหลัดๆนี้เอง
หลี่อวี้ฝูได้เเต่พยักหน้าไม่ตอบอะไรลูกบุญธรรม ทว่าในหัวเต็มไปด้วยความคิดมากมาย เหลียงป๋อสิ้นวันที่มีชายปริศนาตามเเจสรุปเเล้วเป็ยมทูตจริงหรือนี่
เเล้วหากเขาเป็ยมทูตจริงฝันที่คิดว่าเป็ฝันอาจเป็เื่จริงได้ในพริบตา
"ประเดี๋ยวเอาจดหมายไปส่งให้สำนักเหลียงคุนด้วย"หลี่อวี้ฝูสั่งพลางโบกมือไหวๆก่อนเดินเข้าเรือนนอน ทว่าถูกเสี่ยวเหวยรั้งไว้อีกครา
"อาจารย์เเม่จางลี่เก็บป้ายหยกนี้ได้”เสี่ยวเหวยควักป้ายหยกสีขาวในสาบเสื้อยื่นให้หลี่อวี้ฝู
นางรับมาด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่เื่ราวในหัวช่างสับสน ซักไซ้ถามว่าจางลี่เก็บได้ตรงไหน ที่แท้ก็เก็บได้ในเรือนนอนของนางนั่นล่ะแสดงว่าเื่ของยมทูตตนนั้นกับนางไม่ใช่เื่ล้อเล่น เขาเป็ยมทูตนี่คือเื่จริง และเื่ที่ดวงสัมพันธ์นางกับเขาผูกกัน นี่ก็เื่จริง
นางไม่สนใจว่าคนอื่นจะหาว่านางเพ้อเจ้อหรือไม่แต่การที่ท่านยมทูตมองนางด้วยสายตาเช่นนั้น นางตัดสินว่าเขาชอบนางและการที่นางและเขาสามารถสื่อสาร นั่นคือวาสนาของเราสองคน
ที่สำคัญคือนางไม่อนุญาตให้ใครแย้งความคิดนี้ของนางด้วย
นางจะแต่งงานกับเฮยอู๋ฉางให้ได้
“ประกาศทั่วฉางเฟิ่งอีกเจ็ดวันจะมีแข่งประลองหมากล้อม ชายใดชนะใจข้าได้ ข้าจะสมรสกับเขา”วาจาขององค์หญิงผิงอันประกาศกร้าวสีหน้าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งในความคิดตน เสี่ยวเหวยคือพยานชั้นดีหลังจากนี้สามวันจะเกิดเื่ราวบทใหม่บนหน้าประวัติศาสตร์ไม่ผิดแน่
เทียบเชิญชายหนุ่มฉางเฟิ่งลุ้นรับโชคหนักเป็ราชบุตรเขยเป็ที่เล่าลือไปทั่วเพราะไม่ว่าจะยากดีมีจนอย่างไร เพียงมีความสามารถจะชนะองค์หญิงผิงอันได้ชายผู้นั้นก็จะกลายเป็ชายผู้น่าอิจฉาที่สุดในพริบตา
สามวันผ่านไปดั่งเื่โกหกแต่นี่คือเื่จริง ชายหนุ่มที่ยังไม่มีภรรยาต่างหลั่งไหลมาแออัดอยู่ในต้าเหวยไจ นับเป็เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ก็ไม่เกินความจริง
ขณะนี้กำลังวุ่นวายเพราะชายหนุ่มช่างฝันนั้นเยอะเกินที่หลี่อวี้ฝูคาดไว้ยามนี้กำลังให้ลูกศิษย์ช่วยกันนับจำนวน ทว่ายิ่งนานเข้าก็ยิ่งวุ่นวาย กลายเป็ว่าพวกเขาเ่าั้กลับเริ่มถกเถียงว่าใครเป็คนแรกที่ขึ้นประลองทั้งที่เ้าของงานเองยังไม่ได้แจงสิ่งใดด้วยซ้ำ
“ข้าจะเป็คนแรก!”จนกระทั่งมีชายฐานะดีผู้หนึ่ง ยกมือเสนอตัวขึ้นท่ามกลางความชุลมุนทำหานหย่งเหลียงและสวี่เหลียงคุนพากันใจหล่นวูบทันควัน
“อวี้ฝูพ่อค้าเซียวเหลียงผู้นี้ ฝีมือหมากล้อมไม่ด้อยกว่าเหลียงป๋อ อย่าเสี่ยงดีกว่า”หานหย่งเหลียงรีบเดินมาดักหน้าหลี่อวี้ฝูซึ่งกำลังกอดอกมองความวุ่นวายตรงหน้าด้วยสายยากคาดเดา
“ไม่ใช่เื่ของเ้า”นางตอบเสียงเรียบ สายตาพิจารณาเซียวเหลียงกลางฝูงชน
เซียวเหลียงผู้นี้นับตามมาตรฐานทั่วไปของหญิงไม่มากความ ถือว่าเป็ชายที่พร้อมด้วยรูปและสินทรัพย์แต่หากมองด้วยสายตาขององค์หญิงผิงอัน เขาคือบุรุษที่นางไม่มีวันแลหาใช่เพราะเขาหน้าตาธรรมดา พอควงออกหน้าออกตาได้ หาใช่เพราะเขาเป็เพียงพ่อค้าพลอยแต่เป็เพราะนิสัยเ้าชู้มักมากในกามของเขาต่างหาก ผู้ใดเล่าในฉางเฟิ่งมิเคยได้ยินเื่หนึ่งคืนแต่งเข้า สองคืนนางโลม สามคืนแต่งใหม่ของเขากันน่ะ
“เหตุใดจึงไม่ใช่เื่ของข้าเซียวเหลียงเคยร่วมสำนักหนานหลาง ครั้งหนึ่งเขาเป็ถึงศิษย์เอก หากเขาชนะเ้าได้เ้าต้องเป็ภรรยาเก้าของเขานะ!”คุณชายหานสู้กลับเถียงคอเป็เอ็นจนเส้นเืหน้าผากแทบปูด
แต่ความหวังดีของเขาเหมือนดั่งถูกเทลงแม่น้ำจนสิ้น
“เ้าจะบอกว่าเขาชนะแน่นอนรึ?”หลี่อวี้ฝูสะบัดกางพัดออกมา ดูถูกความห่วงใยของสหายผู้นี้จนเขารู้สึกตงิดใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นข้าเพียงคิดว่าเ้าควรล้มงานนี้เสีย ศักดิ์ศรีเพียงหนึ่งครั้ง…”ชายหนุ่มเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงแต่นั่นไม่ได้ทำให้ฝ่ายหญิงสาวเลิกรังเกียจแม้แต่น้อย
“หุบปากของเ้าเสีย”
“อวี้ฝูเ้าต้องยอมรับความจริง เขาไม่ใช่เหลียง…”
“ข้าพร้อมทิ้งไมตรีท่านแม่ทัพเสมออย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
สายตาของหลี่อวี้ฝูที่หันมามองหานหย่งเหลียงเต็มไปด้วยความรำคาญแต่พิเศษตรงที่นี่ไม่ใช่เพียงอารมณ์หญิงทั่วไปใช้ประชดวาจาทุกคำที่ออกมานางพร้อมทำตามเสมอ
แม่ทัพใหญ่อย่างนั้นรึ หานจ้วงอย่างนั้นรึ หากเขามีอำนาจค้ำฟ้านักเขาคงไม่คิดประจบฮ่องเต้ด้วยการส่งลูกชายที่รักมาตีสนิทกับนางหรอก
ทหารที่ใช้ชีวิตพวกพ้องแลกตำแหน่งแม่ทัพใหญ่จำเป็ต่อการเคารพและเกรงกลัวเพียงนั้นเชียวหรือ
“อวี้ฝู!”หานหย่งเหลียงหลุดปากเสียงดังใส่สาวงามที่ตนเฝ้าถนอมทันใดนั้นสวี่เหวินเฉิงรีบยกมือกันห้ามเขาเข้าใกล้นางทันที
“คุณชายหานอย่าเสียมารยาท”คำพูดและการกระทำขององค์ชายเป็สุภาพบุรุษทำนางกำนัลที่แอบมองสถานการณ์ต่างเทใจให้ไปไม่น้อย
เรียกได้ว่าชายคนหนึ่งติดลบชายอีกคนทะยานฟ้า
“เื่นี้ไม่เกี่ยวกับพระองค์ขอองค์ชายโปรดหลีกไป”หานหย่งเหลียงมองตาขวางใส่ชายผู้สูงศักดิ์ด้วยแต่เดิมก็ไม่เคยชอบหน้าเขาเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว
“อวี้ฝูถือเป็น้องสาวของเราเหตุใดจะไม่เกี่ยว”องค์ชายเอ่ยเสียงเรียบนิ่งแฝงไปด้วยกลิ่นอายของชายหนุ่มที่เป็ผู้นำ เหนือกว่าชายโผงผางแทบทุกอย่าง
นั่นยิ่งทำให้บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ทัพหานยิ่งเดือดดาล
“องค์ชาย พระองค์อย่าเอาดีเข้าตัวเองไปเลยคิดว่าข้าดูไม่ออกรึ?”เขาจ้องอีกฝ่ายตาเขม็งอย่างไม่เกรงกลัวแต่ไหนแต่ไรมา องค์ชายสวี่เหวินเฉิงนี่ล่ะ ที่เป็เสี้ยนตำใจมาตลอด
าวาจาขนาดย่อมเริ่มปะทุแต่ยังไม่ทันเริ่มแบบเต็มรูปแบบก็พลันมอดไปเสียก่อน
“หากยังไม่หยุดพูดไร้สาระข้าจะให้ทหารมาลากออกไป”หลี่อวี้ฝูพับพัดเก็บแล้วยื่นให้เสี่ยวเหวยน้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยโทโสและเอาจริงเช่นว่าหากชายใดพูดเื่ไม่เข้าหูให้นางได้ยินนางพร้อมจะลากเขาออกไปด้วยตัวเองทันที
หลี่อวี้ฝูยอมรับความกล้าหาญที่เสนอตัวของเซียวเหลียงนางจึงยอมให้เขาเป็ผู้เปิดการประลองคนแรกแม้จะค้านสายตาชายหนุ่มทั้งหลายในต้าเหวยไจไปเสียหน่อยแต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องสนใจ
เซียวเหลียงอกผายไหล่ผึ่งเดินขึ้นไปนั่งบนเวทีด้วยสีหน้าแห่งผู้ชนะสายตามองเกี้ยวองค์หญิงเ้าของสำนักั้แ่ข้างล่างเวที จนกระทั่งนางเดินขึ้นมานั่งต่อหน้าเขา
“องค์หญิงผิงอันงดงามสมคำร่ำลือ”เขาเริ่มเปิดวาจาคำหวานด้วยท่าทีสุภาพบุรุษหวังเห็นท่าทีเอียงอายอันล้ำค่าของนาง
“พ่อค้าเซียวตรงไปตรงมาข้าขอรับไว้”หลี่อวี้ฝูพยักหน้ารับคิ้วที่เลิกเล็กน้อยตอกใจฝ่ายชายสาหัส
ทว่าเืนักสู้ของเซียวเหลียงยังคงสูบฉีด
“เป็เื่จริงทั้งหมดหวังว่าเราจะมีวาสนาร่วมกัน”เขาป้อนคำหวานต่อทั้งยังปั้นฝันอันมืดมิดขึ้นมาเสียด้วย
“ข้าไม่ชอบใช้สามีร่วมกับหญิงอื่น”หลี่อวี้ฝูยิ้มหวานตอบกลับ ซ่อนความรังเกียจราคะของอีกฝ่ายได้อย่างมิดชิดเพราะเขาดูไม่สะทกสะท้านสักเท่าไหร่
การเริ่มต้นวางหมากเป็ของเซียวเหลียงเขาวางกลหมากแเี สมคำร่ำลือว่าเคยเป็ศิษย์เอกจากสำนักหนานหลางมีหลายครั้งที่หลี่อวี้ฝูเกือบเสียท่าให้ แต่อย่างน้อย์ยังเป็ใจบังตาไม่ให้เขาเห็นจุดผิดพลาดของนางได้
เวลาผ่านไปแล้วยี่สิบนาทีกลหมากของชายหญิงแผ่ไปทั่วกระดาน หากเล่นต่อหลี่อวี้ฝูสามารถพาแต้มคะแนนทะยานไม่ทิ้งฝุ่น แต่นั่นเสี่ยงเกินไปไม่มีผู้ใดทราบได้ว่าเซียวเหลียงจะเล่นกลใดดังนั้นการรีบจบนั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้ว
“หมากกระดานนี้สนุกมากขอบคุณพ่อค้าเซียวที่ให้เกียรติร่วมเล่น”
อวี้ฝูวางหมากของตนปิดตำนานอดีตศิษย์เอกหนานหลางทำบุรุษทั้งหลายพากันถอนหายใจโล่งอกกันยกใหญ่ ผิดกับเซียวเหลียงที่นั่งนิ่งคล้ายลืมพกิญญามาจากบ้าน
เสี่ยวเหวยรู้งานรีบพาชายกำยำขึ้นไปลากเซียวเหลียงลงจากเวที ส่วนตัวเขารีบปรี่เข้าไปหามารดาบุญธรรมด้วยความเป็ห่วง
“อาจารย์แม่เมื่อครู่เกือบไปแล้วนะขอรับ”เขาจับมือของนางแน่นไออุ่นของมือเล็กๆส่งไปถึงมือขาวที่เย็นเฉียบได้อย่างน่าแปลกใจ
“ไม่เป็ไรให้คนที่สองขึ้นมา”หลี่อวี้ฝูกล่าวพลางตบหลังมือเด็กน้อยเบาๆอย่างอ่อนโยน
หลังนางออกคำสั่งแน่นอนว่าเสี่ยวเหวยรีบทำตามคำสั่งทันที แต่ไม่ทันได้ลุกผู้สั่งการกลับถามถึงชายชุดดำ ในที่นี้มีเพียงหานหย่งเหลียงที่ใส่ชุดสีดำปากเ้ากรรมช่างว่องไว ตอบกลับทันทีว่าถามหาคุณชายหานเช่นนั้นหรือนั่นทำให้บรรยากาศค่อนข้างแย่ สายตาของอาจารย์แม่เต็มไปด้วยคำถามว่านางจะถามหาชายผู้นั้นด้วยเหตุผลใด
หากอยู่ต่อคงมีคนถูกลากไปพร้อมสองชายหนุ่มแน่เสี่ยวเหวยจึงรีบทำความเคารพแล้วลงจากเวทีทันที
แม้จะเริ่มไปแล้วหนึ่งรอบแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าครั้งต่อไปจะเรียบร้อย ความเป็จริงครั้งที่สองยิ่งวุ่นวายกว่ารอบแรกเป็เท่าตัวเพราะกลุ่มคนรอลาภลอยต่างคิดเหมือนกันว่ารีบคว้าโอกาสให้ไวที่สุดเป็สิ่งที่สมควรทำที่สุด
“ข้าจะประลองกับนาง”แต่ทันใดนั้นเอง เสียงทุ้มต่ำเสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออกทำเหล่าชายหนุ่มหยุดส่งเสียงจอแจทันที
ชายชุดดำเดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาในต้าเหวยไจก่อนหยุดลงที่หน้าเวทียามนี้ไม่มีผู้ใดตื่นเต้นจนหัวใจแทบหลุดออกมาเช่นหญิงบนเวทีอีกแล้ว
“เฮยอู๋ฉาง…!”หลี่อวี้ฝูพึมพำเสียงเบา มือกำแน่นเก็บอารมณ์สงวนท่าทีแต่ไม่อาจเก็บใบหน้าที่แสดงความปรีดาจนแทบลุกไปหาเขาด้วยตัวเอง ไม่สนเสียงเหล่าบุรุษหลายสิบคนที่กำลังเต็มไปด้วยความงุนงงและน้ำโหว่าชายลึกลับนั่นโผล่มาตัดหน้าได้อย่างไร
“ในที่สุดท่านก็มาเสียที”นางกล่าวเสียงตื่นเต้น สายตาที่มีความสุขตอนมองเฮยอู๋ฉางนั่งลงตรงหน้าแสดงออกชัดผิดกับคราเซียวเหลียงโดยสิ้นเชิง
“อย่าได้ใจไปข้าไม่ได้มาเพราะเ้าบอกให้มา”เฮยอู๋ฉางหรี่ตามองสตรีตรงหน้าด้วยความเบื่อหน่ายเสียงเรียบนิ่งอันเย็นเฉียบนั้นไม่ได้ทำให้หลี่อวี้ฝูกริ่นเกรงแม้แต่น้อย
นางยกยิ้มพลางส่ายหน้า“แต่ท่านก็มาไม่ใช่หรือ”
“ข้ามาเพราะป้ายค้ำฟ้า”เฮยอู๋ฉางรีบตอบทันควัน คิ้วขมวดแน่น ไม่เคยเจอหญิงประหลาดเช่นนี้มาก่อนแม้จะรู้อยู่ก่อนมาหลายรอบแล้วก็ตาม
“ท่านโกหกตัวเองแล้ว”หญิงสาวส่ายหน้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขจนอีกฝ่ายนึกสงสัย
“ข้าเล่นหมากล้อมไม่เป็มาตามคำพูด เท่านี้เ้าคงพอใจ…”เขารีบตัดบท
“เช่นนั้นยิ่งดี”หลี่อวี้ฝูยกมือขึ้นวางบนโต๊ะ ถอดแหวนที่นิ้วชี้ของตนลงในถ้วยเม็ดหมากก่อนดันไปให้ฝ่ายชาย “ข้าจะสอนท่านทั้งชีวิตเองท่านยมทูตผู้มั่งคั่ง”
“หมายความอย่างไร?”
ท่าทางของหลี่อวี้ฝูเต็มไปด้วยความสุขและความเย่อหยิ่งในตนเองแต่เฮยอู๋ฉางและคนอื่นๆที่มองอยู่กลับเต็มไปด้วยความฉงน ไม่เข้าใจว่านางจะทำสิ่งใดกันแน่
นางกวาดตามองไปทั่วก่อนลุกขึ้นยืนประกาศเื่สำคัญ ไม่หวาดกลัวสายนับหลายสิบคู่ที่จ้องอยู่
“ตัดสินบัณฑิตผู้นี้เป็เ้าบ่าวของข้าขอบคุณทุกท่านที่สละเวลา”
สิ้นเสียงหวานที่ประกาศออกมาเหล่าบุรุษที่มารอต่างเริ่มส่งเสียงชุลมุนด้วยความไม่พอใจ ส่วนเฮยอู๋ฉางได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจเขาไม่ได้มาเพื่อเหตุผลนี้ไม่ใช่หรือ
“อวี้ฝู! เ้าเป็อะไรไป!ตัดสินแพ้ชนะทั้งที่ไม่ได้วางหมากได้อย่างไร!”เสียงโวยวายของหานหย่งเหลียงดังกว่าชายใดในต้าเหวยไจแม้สวี่เหวินเฉิงจะทั้งใและไม่พอใจก็ยังพยามรักษาภาพพจน์
แน่นอนว่าเสียงของหานหย่งเหลียงไม่เคยมีค่าสำหรับหลี่อวี้ฝูเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เคยพูดว่าจะแต่งกับคนที่ชนะหมากล้อม”นางกอดอกพลางยกยิ้มเย็นเฉียบพร้อมให้คำตอบ “ข้าจะแต่งกับชายที่ข้าถูกใจ”