บทที่ 7 เรียกิญญาจับฆาตกร
"ท่านพ่อ ไปที่ห้องเก็บศพก่อนเถอะเ้าค่ะ ไปดูว่าผู้ตายคนอื่นมีเบาะแสอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หากไม่มีข้าจะใช้เส้นผมของพวกนางในการตั้งแท่นทำพิธี" ซูมู่มู่กล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม นางต้องหาตัวฆาตกรให้พบอย่างแน่นอน
ส่วนเื่สถานการณ์ที่วัดบนเขาชิงหลิงนั้นในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรทางธรรม นางไปที่นั่นคงไม่ค่อยเหมาะสมนัก
"...ตกลง!" เมิ่งเฮ่อรู้สึกขนลุกซู่ แค่เห็นผีผู้หญิงตนเดียวเขาก็แทบจะยืนไม่อยู่แล้ว หากต้องเจอผีผู้หญิงกลุ่มใหญ่แค่คิดขาก็อ่อนแรง
ซูมู่มู่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากระต่ายครู่หนึ่งก่อนจะหยิบยันต์คุ้มครองภัยออกมาแผ่นหนึ่ง "ท่านพ่อ ท่านพกสิ่งนี้ไว้จะไม่ถูกิญญาเข้าสิงและยังช่วยปกป้องพลังบริสุทธิ์ในตัวได้ด้วยเ้าค่ะ"
"ตกลง!" คำตอบรับครั้งนี้ช่างเด็ดขาดนัก เมิ่งเฮ่อรีบยัดยันต์ไว้ที่หน้าอกทันทีและรู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย
ในตอนนั้นเองเขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อครู่ลูกสาวเรียกเขาว่าท่านพ่อ
"มู่มู่ เ้าช่วยเรียกท่านพ่ออีกสักครั้งได้หรือไม่?" ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ท่านพ่อ ท่านนี่ดูซื่อบื้อจริง ๆ เลยเ้าค่ะ" มืออวบอ้วนของซูมู่มู่เขกจมูกท่านพ่อเบา ๆ
"พ่อเป็พ่อที่ซื่อบื้อของมู่มู่เพียงคนเดียว พ่อไม่สนหรอกว่าเ้าจะมีพ่อกี่คน แต่พ่อต้องเป็ที่หนึ่งและสำคัญที่สุด" เมิ่งเฮ่อโอบกอดลูกสาวเบา ๆ ด้วยความพึงพอใจยิ่ง เทพธิดายังจำเขาได้เขาเป็คนสำคัญที่สุด
ซูมู่มู่ในตอนนี้รู้สึกเลื่อมใสท่านแม่ผู้ให้กำเนิดจริง ๆ ดูการคิดของท่านพ่อที่หนึ่งคนนี้สิ ไม่มีความโกรธแค้นต่อท่านแม่เลยแม้แต่น้อยกลับปลอบใจตัวเองจนเชื่อเช่นนั้นได้เสียอย่างนั้น
"ใช่แล้วเ้าค่ะ ท่านคือท่านพ่อคนที่หนึ่ง สำคัญที่สุด" นางเริ่มรู้สึกสงสารท่านพ่อผู้ซื่อบื้อ จึงเอ่ยปลอบโยนเขา
ไม่นานนักรถม้าก็มาถึงห้องเก็บศพของที่ว่าการ เมิ่งเฮ่อนำลูกสาวเดินเข้าไปด้านใน เหล่าผู้คุมต่างพากันตกตะลึงคิดว่าใต้เท้าเมิ่งคงคลั่งคดีนี้จนเสียสติถึงขั้นเชื่อถือพวกนักพรต แต่พานักพรตตัวน้อยขนาดนั้นมาจะมีประโยชน์อะไรหากจะเชิญก็ต้องเชิญนักพรตผู้มีาุโหน่อยสิ!
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องเก็บศพไอเย็นะเืก็พุ่งเข้าปะทะ ยันต์ที่หน้าอกของเมิ่งเฮ่อเริ่มร้อนขึ้นทำให้จิตใจของเขาไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ซูมู่มู่มองดูศพทั้งแปดร่างด้วยความสงสาร หญิงสาวที่สวยราวกับดอกไม้เหล่านี้กลับต้องมาตายอย่างอนาถด้วยน้ำมือของปีศาจ นางท่องมนต์ในปากจากนั้นจึงปล่อยตัวลู่อิ๋งอิ๋งออกมา พลันทำให้ิญญาทั้งแปดดวงมารวมตัวกัน
ในตอนแรกิญญาอีกเจ็ดดวงยังแยกแยะสถานการณ์ไม่ออกคิดจะจู่โจมซูมู่มู่และเมิ่งเฮ่อ แต่ถูกซูมู่มู่ใช้สายตากดดันจนนิ่งสนิทไม่กล้าขยับเขยื้อน
เมิ่งเฮ่อมองดูผีผู้หญิงแปดตนยืนเรียงแถวร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจจนเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ท่านพ่อ ถามได้เลยเ้าค่ะ" ซูมู่มู่กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานหยดก่อนจะหันไปปั้นหน้าดุใส่ิญญาทั้งแปดดวง "หากท่านพ่อของข้าถามอะไร พวกเ้าต้องตอบตามความจริงทั้งหมด หากใครกล้าโกหกก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ"
นางถูนิ้วสองนิ้วเข้าด้วยกัน ทันใดนั้นก็มีไฟบริสุทธิ์ปรากฏขึ้น ซึ่งเป็ไฟที่ใช้เผาผลาญิญญาโดยเฉพาะ
เหล่าผีสาวใรีบพยักหน้าหงึก ๆ
ลู่อิ๋งอิ๋งเดินก้าวออกมา "พี่น้องทุกท่าน อย่ากลัวไปเลย ท่านนักพรตน้อยเป็คนดี นางกับใต้เท้าเมิ่งมาเพื่อช่วยเหลือพวกเรา เราต้องส่งปีศาจตนนั้นลงนรกให้ได้"
"ถูกต้อง ข้าจะจับตัวฆาตกรมาให้ได้แน่นอน" เมิ่งเฮ่อเปี่ยมไปด้วยไอเที่ยงธรรมเต็มเปี่ยม เขาจะต้องส่งตัวคนร้ายขึ้นสู่แท่นปะาให้ได้
"คนผู้นั้นสวมหน้ากาก ข้ามองเห็นใบหน้าไม่ชัด ข้าพยายามกัดที่ไหล่ของเขาอย่างแรง จากนั้นเขาก็ใช้หมัดชกข้าจนตาย"
"ข้าจำได้ว่าที่เอวของเขามีไฝอยู่เม็ดหนึ่ง"
"ส่วนข้าจำอะไรไม่ได้เลย ข้าถูกชกจนสลบ จากนั้นก็ตายไปเลย"
"ข้าจำได้ว่าเขามีสุนัขตัวหนึ่ง ดุร้ายมากเ้าค่ะ"
เหล่าิญญาสาวหลายตนช่วยกันระลึกความทรงจำและพบสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกนางทุกคนถูกโยนลงแม่น้ำหลังเสียชีวิตและมีกำหนดการแต่งงานในเดือนหน้าทั้งหมด หญิงสาวที่กำลังจะออกเรือนเหล่านี้เดิมทีควรจะมีชีวิตที่งดงาม
"ท่านพ่อ เบาะแสเหล่านี้ท่านจดไว้เพื่อใช้เขียนรายงานนะเ้าคะ ตอนนี้ข้าจะใช้เส้นผมของพวกนางตั้งแท่นทำพิธีเพื่อไปจับกุมตัวคนโดยตรง" ยิ่งฟังซูมู่มู่ก็ยิ่งโมโห นางจะปล่อยให้พี่สาวเหล่านี้ตายเสียเปล่าไม่ได้เด็ดขาด
"ตกลง! พ่อสนับสนุนเ้า" เมิ่งเฮ่อคิดว่าหากกฎหมายจัดการไม่ได้ก็ให้ลูกสาวใช้วิชาเร้นลับจัดการกับคนเลว
คนชั่วเช่นนี้จะปล่อยให้วนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด
ซูมู่มู่มองเขาด้วยความชื่นชม "ท่านพ่อ ท่านไม่เหมือนใครจริง ๆ เ้าค่ะ" นางเคยเห็นขุนนางมามากมายตอนอยู่บนเขา คนเ่าั้เทียบกับท่านพ่อที่หนึ่งไม่ได้เลย
เมิ่งเฮ่อที่ถูกลูกสาวชมก็รู้สึกปลาบปลื้มใจ รีบเข้าไปช่วยลูกสาวเตรียมของอยู่ข้าง ๆ การตั้งแท่นทำพิธีในห้องเก็บศพนั้น เป็การกระทำที่น่าตกตะลึงไม่ว่าใครมาเห็น แม้แต่เหล่าิญญาผีสาวแปดตนที่ตายอย่างไม่เป็ธรรมก็ยังมองดูสองพ่อลูกด้วยความงุนงง มีท่านพ่อแบบนี้ท่านนักพรตน้อยช่างมีโชคดีจริง ๆ
ซูมู่มู่เปิดผ้าคลุมศพออกด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วตัดเส้นผมของศพหญิงสาวเ่าั้ แม้จะต้องเผชิญกับใบหน้าที่บวมฉุจากการแช่น้ำแต่นางกลับไม่มีความกลัวเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับกันิญญาผีสาวเ่าั้ต่างรับไม่ได้ที่ตนเองกลายเป็คนอัปลักษณ์ จึงพากันร้องไห้โหยหวน
"เงียบ!" ซูมู่มู่หันไปถลึงตาใส่ "ก็แค่เปลือกนอก พวกเ้าเป็ตายกลายเป็ผีกันหมดแล้ว จะไปใส่ใจทำไม?"
"แต่พวกเราตายก่อนจะได้แต่งงาน ย่อมไม่อาจฝังรวมในสุสานบรรพชน ทำได้เพียงเป็ผีเร่ร่อนไร้ญาติขาดมิตรทั้งยังไม่อาจเข้าสู่กงล้อเวียนว่ายตายเกิดได้อีกด้วย" ผีสาวตนหนึ่งกล่าวจบก็ร้องไห้ออกมา
ผีตนอื่น ๆ ต่างก็พากันร้องไห้ตาม
เสียงผีร้องไห้ไม่เหมือนคนร้อง มันช่างบาดหูและน่ารำคาญยิ่งนัก
เมิ่งเฮ่อรีบเอามือปิดหู แม้เขาจะสงสารแต่เขาทนฟังไม่ได้จริง ๆ
ซูมู่มู่กวัดแกว่งกระบี่ไม้ส่งแสงสีทองพุ่งออกไป ทำให้ผีสาวทั้งแปดเงียบกริบลงทันที
"จะตีพวกนางจนตายหรือไม่?" เมิ่งเฮ่อรู้สึกไม่สบายใจ พวกนางไม่ได้ตั้งใจเสียหน่อย
"พวกนางตายไปแล้ว การที่พวกนางส่งเสียงดังจะทำให้หาฆาตกรไม่พบ ท่านพ่อ ท่านอย่าได้มีจิตใจเมตตาจนเกินเหตุ กับพวกนางเื่ไหนควรช่วยก็ช่วย เื่ไหนควรดุก็ต้องดุ ข้าบำเพ็ญเพียรทางธรรมไม่ได้บำเพ็ญตนเป็นักบุญเ้าค่ะ" ซูมู่มู่ถอนหายใจ หากท่านพ่อคนที่หนึ่งไม่เข้าใจนางก็จนปัญญา
เมิ่งเฮ่อมองลูกสาวที่ดูเป็ผู้ใหญ่เกินตัวของตนราวกับว่าเขาเป็เด็กที่ทำความผิด "พ่อขอโทษนะมู่มู่ คราวหน้าพ่อจะไม่ทำอีกแล้ว"
"อื้ม!" ซูมู่มู่จัดเตรียมแท่นบูชาเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มทำพิธี แม้ตัวจะเล็กแต่พลังฝีมือกลับล้ำลึก
หลังจากจุดกระดาษยันต์ได้เพียงชั่วครู่ นางก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ท่านพ่อ เตรียมม้าเร็วเ้าค่ะ เหยื่อรายที่เก้ากำลังจะตายในไม่ช้านี้แล้ว"
เมิ่งเฮ่อไม่ถามแม้แต่คำเดียวรีบนำกำลังเ้าหน้าที่พาลูกสาวออกเดินทางอย่างรวดเร็ว
ซูมู่มู่กระซิบที่ข้างหูม้าประโยคหนึ่ง ม้าตัวนั้นก็วิ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็วจนเมิ่งเฮ่อต้องกำสายบังเหียนไว้แน่น
"มู่มู่ จับเสื้อพ่อไว้!" เขาไม่สามารถควบคุมม้าได้
ซูมู่มู่รู้สึกว่าข้อเสียที่ใหญ่ที่สุดของการขี่ม้าคือเจ็บก้น หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วยามนางก็ลงจากม้าพร้อมกับกุมก้นที่ถูกกระแทกจนแทบจะแตกเป็เสี่ยง ๆ
รู้อย่างนี้ใช้วิชาตัวเบาดีกว่าก้นจะได้ไม่ต้องทนทุกข์
นางแบกลูกตุ้มดาวตกที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวของนางวิ่งมุ่งไปข้างหน้า เมิ่งเฮ่อวิ่งตามนางไป ส่วนเ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ตามมาทางด้านหลัง
ไม่ไกลนักมีชายสวมหน้ากากคนหนึ่งกำลังทุบตีหญิงสาวอยู่
เมื่อชายผู้นั้นเห็นพวกเขาก็รีบวิ่งหนี ซูมู่มู่ลากลูกตุ้มดาวตกไล่ตามไปจนลูกตุ้มนั้นเสียดสีกับพื้นจนเกิดประกายไฟ
"มู่มู่!" เมิ่งเฮ่อะโเรียกด้วยความกังวล เขาเป็ขุนนางวิ่งไม่ไหวจริง ๆ!
"ไปเลย!" ซูมู่มู่เหวี่ยงลูกตุ้มดาวตกออกไปเต็มแรง จนกระแทกเข้าที่เอวด้านหลังของชายผู้นั้นอย่างแม่นยำ
ชายคนนั้นล้มลง ซูมู่มู่พุ่งเข้าไปแล้วใช้เท้าทั้งสองข้างะโเหยียบลงบนตัวเขา "หนีสิ หนีอีกสิ!"
"ฆ่าคนไปตั้งมากมาย ข้าขอเป็ตัวแทน์มาเอาชีวิตเ้า!"
"ข้าจะเหยียบเท้าเ้าให้แหลก บดเข่าเ้าให้ละเอียดแล้วจะริบ..."
กลุ่มคนที่ตามมาทันเห็นนักพรตน้อยพลิกตัวชายผู้นั้นขึ้นมา แล้วใช้เท้าทั้งสองข้างเหยียบเข้าที่เป้ากางเกงของชายคนนั้นอย่างแม่นยำ ต่างพากันเอามือกุมหว่างขาด้วยความหวาดกลัว ช่างโเี้เกินไปแล้ว!