D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    จนกว่าความตายจะพรากจาก

             

             

            บทที่ 9

            จนกว่าความตายจะพรากจาก

             



            แทนก้มมองดูที่พื้น สายตามองเห็นระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม“ท่าทางจะอยู่นานไม่ได้นะ”ชายหนุ่มพูด

            “เราน่าจะมีเวลาไม่มาก น้ำขึ้นมาเกือบถึงเข่าของพวกเราแล้วท่าทางเราต้องรีบแล้วล่ะ” นิกกี้รีบจัดการตรวจดูการ์ดและอุปกรณ์ต่างๆของเธอ แต่ในขณะนั้นก็มีแสงกระพริบเตือนอยู่ที่หน้าจอของเธอ “อ่าว...ครั้งนี้สร้างอะไรได้ล่ะ”

            “สร้าง? สร้างอะไร” แทนขมวดคิ้วถามอย่างสงสัยบลานซ์ยื่นหน้ามาดูแต่ไม่ได้พูดอะไร ส่วนเอ็ดเงิร์ดนั่งคำนวณเงินที่เสียไปกับการต่อสู้ในครั้งเมื่อสักครู่

            “สกิลช่างกลไงล่ะ” หญิงสาวตอบ

            “ยกพวกตีกันบนรถเมล์?” แทนถาม

            นิกกี้ขมวดคิ้วมองหน้าแทนตาเขียว “อยากให้ฉันใช้สกิลเอาปืนยิงนายทิ้งไหมล่ะ”เธอพูดเสียงเข้ม สีหน้าจริงจังว่าสามารถทำอย่างที่พูดได้แน่นอน

            “เอ่อ...” แทนพูดพร้อมหันมองคนอื่นบลานซ์นั้นยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ “ฉันว่าเอาไว้ครั้งหน้าดีกว่าตอนนี้พวกเรากำลังรีบใช่ไหมล่ะ เรารีบไปต่อกันเถอะนะ” เขารีบเปลี่ยนเรื่อง

            “เดี๋ยว...” นิกกี้แทรกขึ้นมาแทนที่กำลังจากเดินออกไปจากที่นี่หยุดยืนตัวแข็ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามอง “ดูจากรายการแล้วตอนนี้ฉันสามารถสร้างอาวุธได้สองชิ้น” เธอว่า

            แทนถอนหายใจยาว “อาวุธอะไร” เขาถาม

            “จากของที่พวกเรามีอยู่น่าจะสร้างอาวุธธาตุความมืดได้”

            “อะไรบ้าง?” แทนถามต่อ

            “ได้ทั้งอุปกรณ์เสริมทั้งดาบใหญ่ มีด ปืน แล้วก็ธนูอาวุธที่พวกเราแต่ละคนใช้ได้น่ะ” นิกกี้ตอบอีกครั้ง

            “เออใช่ ฉันอยากใช้ปืนดูบ้างน่ะ นิกกี้พอมีการ์ดปืนเหลือบ้างไหม” แทนถามพร้อมแบมือออกไป

            นิกกี้หรี่ตามองก่อนจะพูดออกมา “ไหนเปิดค่าสถานะนายมาดูดิ”เธอสั่งพร้อมชี้มือชี้ไม้

            แทนเปิดหน้าจอสถานะของเขาออกมาทันทีแล้วหลังจากนั้นนิกกี้ก็สั่งให้แทนเปิดไปหน้าต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหน้าที่มีรูปอาวุธและชุดเกราะต่างๆ

            “หยุดๆ” เธอสั่ง

            แทนหยุดอยู่ที่หน้าจอนั้นทันที “แล้วไงต่อ” เขาหันไปถาม

            “ดูซะ ในนี้บอกว่านายใช้ปืนได้แค่ระดับ 3 ดาว ใช้ดาบได้แค่ ดาบมือเดียว 3ดาว แต่ใช้ธนูและหน้าไม้ได้ถึงระดับสูงสุด” หญิงสาวอธิบายหน้าจอที่ปรากฏออกมามันมีแถบสีบอกถึงความถนัดในอาวุธชนิดต่างๆ

            “อ่าว...เซ็งดิ” แทนบ่น

            “เกมนี้สายอาชีพจะเป็นตัวกำหนดอาวุธที่ใช้น่ะนายเลือกอาชีพนี้มาแล้วก็ต้องทำใจ” นิกกี้พูดพร้อมก้มมองพลังของเธอว่าฟื้นคืนมาหรือยัง

            “เจ้าแทนไม่ได้เลือกหรอก” เสียงบลานซ์พูดขึ้นและเสียงที่ว่าก็ดึงดูดสายตาของนิกกี้กับเอ็ดเวิร์ดได้เป็นอย่างดี

            “ห่ะ...ไม่ได้ได้เลือก?” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงสงสัย

            บลานซ์พยักหน้ารับ “เจ้าแทนมันสุ่มอาชีพเอา” เขาพูด

            “หา!” เสียงอุทานดังเกือบจะพร้อมกัน “มีมนุษย์แบบนี้อยู่จริงๆ น่ะรึ อย่างกับสารคดีสัตว์ประหลาดเลือกสุ่มอาชีพก่อนเล่นเกมแบบนี้ ไม่ใช่เกมต่อยกันเล่นสามยกเลิกนะ” เป็นนิกกี้ที่เริ่มก่อน

            ตามมาด้วยเอ็ดเวิร์ด “ก็สมกับเป็นมันน่ะล่ะ” เขาเสริม

            “จริง” บลานซ์สนับสนุนด้วยสีหน้าจริงจัง

            “เดี๋ยว...ฉันว่าเรื่องบูมเมอแรงไม่ต้องคิด เสด็จพี่เอ็ดเวิร์ดโจมตีเบาจนมดยังไม่ปลิวส่วนดาบใหญ่ก็น่าจะไม่จำเป็น เพราะตอนนี้บลานซ์คงไม่ต้องโจมตี เอางี้...ฉันสร้างอุปกรณ์เสริมธนูให้ก็แล้วกัน”นิกกี้สรุปทุกอย่างเอาเอง “เอาของพวกนี้มา อยู่ที่ใครเอาออกมาด้วย”

            หลังจากนั้นนิกกี้ก็พูดชื่อไอเทมต่างๆที่ต้องการสำหรับการสร้างการ์ดอุปกรณ์เสริมของอาวุธด้วยสกิลช่างกลของเธอซึ่งรายชื่อของไอเทมก็มีดังนี้

             

            ขากรรไกรฉลาม ได้มาจากอนีมาชาร์ค

            วิญญาณแห่งการล้างแค้นได้มาจากโซลคอลลเคเตอร์

            ปลายหอกแห่งการทำลายล้างได้มาจากนายพลบาดาลหรือที่ระบบเรียกว่าหล่อๆ ว่าดีปซีเจเนอรัล

             

            “สร้างได้สองชิ้น” นิกกี้เหลือบตามองไปที่หน้าจอการใช้สกิลของเธอ“อุปกรณ์เสริมอาวุธสองอย่าง อาบิสไรเดอร์และประกายแห่งอาร์คระดับ 9 ดาวทั้งคู่” เธอพูดขณะสายตายังก้มมองที่หน้าจอ

            “มันทำอะไรได้บ้าง” แทนขมวดคิ้วถาม

            “ไม่รู้...” นิกกี้พูดพร้อมส่ายหัวเบาๆ

            “หา...ไม่รู้เนี่ยนะ” แทนขมวดคิ้วหนักเข้าไปใหญ่

            “รู้แค่ชื่อน่ะ ถ้าอยากรู้รายละเอียดต้องไปร้านข่าวสาร นายจะเอายังไงจะรอกลับขึ้นไปก่อนไหมล่ะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับรอยยิ้มเย้ย

            แทนส่ายหัวทันที “ไม่!เอาตอนนี้เลย” เขาตอบ

            “งั้นจัดการล่ะนะ ลองสร้างทั้งสองอันดู” นิกกี้พูดก่อนจะเรียกใช้สกิล“โอกาสสำเร็จประมาณสี่สิบเปอร์เซ็นต์” เธออ่านหน้าจอที่คำนวณค่าความสำเร็จ

             

            “ครีเอชั่น นัมเบอร์ ทรี!(Creation number three)”

             

            แสงสว่างปรากฏอยู่ที่มือของนิกกี้มันรวมตัวเป็นแสงทรงกลมก่อนจะแตกกระจายออกไป “พังไปหนึ่งอาบิสไรเดอร์สร้างไม่สำเร็จแฮะ” เธอพูดพร้อมกับถอนหายใจ “อีกที...”

             

            “ครีเอชัน นัมเบอร์ ทรี!(Creation number three)”

             

            แสงสว่างปรากฏออกมาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มันค่อยๆรวมตัวกันแล้วสร้างเป็นรูปร่างเหมือนถุงมืออะไรสักอย่าง และเมื่อแสงสว่างหายไปถุงมือที่มองเห็นก็เปลี่ยนเป็นการ์ดระบบแจ้งเกี่ยวกับการ์ดที่นิกกี้สร้างขึ้นได้ทันที

             

            ผู้เล่นนิกกี้สร้างการ์ดถุงมือนักธนูประกายแห่งอาร์ค ระดับ 9 ดาวได้สำเร็จ ระดับทักษะครีเออชันเลื่อนจากระดับ 3เป็นระดับ 4…

             

            เมื่อสิ้นเสียงจากระบบ การ์ดถุงมือที่สร้างขึ้นได้ก็ถูกส่งให้แทน“ใช้ให้มีประโยชน์ล่ะ”นิกกี้พูดขณะที่มือยังไม่ปล่อยการ์ดใบที่ว่า “ถ้ารอดไปได้ว่างๆจะสร้างของอื่นให้” เธอหันมาพูดกับทุกคน

            “ก็ทำเท่าที่ทำได้ล่ะน่า...” ชายหนุ่มตอบ หลังจากนั้นแทนก็นำการ์ดที่ได้มาใส่ในเด็คส่วนคนอื่นๆ ก็ลุกขึ้นเตรียมพร้อมเพื่อจะไปยังห้องต่อไป “ขอให้ออกมาเถอะนะ”แทนพูดกับการ์ดของเขา

            “ขอให้ได้ขอให้โดน...” เอ็ดเวิร์ดแทรกขึ้นมา

            เสียงของเอ็ดเวิร์ดมันทำให้แทนต้องหันไปหรี่ตามองรุ่นพี่ของเขาอย่างระอาใจ“ผมว่าผมก็เกรียนแล้วนะพี่พี่นี่ทั้งเสี่ยวทั้งเกรียนเลยนะครับพี่สมโชค” แทนพูดพร้อมรอยยิ้มสะใจ

            “สักวันฉันจะจัดการแกเจ้าแทน” เอ็ดเวิร์ดหน้าเข้ม

            “ด้วยเลเวลสิบเก้า?” แทนทำเสียงตั้งคำถาม

            “เออ...ไม่เก่งบ้างให้มันรู้ไป” เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างเซ็งๆก่อนจะส่ายหัวไปมา

            หลังจากนั้นทุกคนก็ออกเดินทั้งสี่คนออกจากห้องที่เคยปะทะกับโซลคอลเลคเตอร์ ออกเดินไปสู่ห้องถัดไป...        

             

            ทางเดินยาวนำพวกแทนลึกเข้าไปด้านในสู่พื้นที่ถัดไปของวิหารเทพสมุทีด้านนอกของวิหารมองเห็นทิวทัศน์ใต้น้ำสีคราม หน้าต่างบานใหญ่นับร้อยบานเรียงต่อกันทางด้านซ้ามือพวกของแทนเดินผ่านทางเดินนี้พร้อมกับมองภาพที่เห็นจนลืมเรื่องความอันตรายของที่นี่ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่แสงยังส่องลงมาถึงนั้นงดงามเมื่อริ้วคลื่นขยับตัวแสงที่ส่องลงมาก็ไหวไปตามการขยับตัวที่ว่า

            พวกของแทนเดินมาจนถึงประตูบานหนึ่ง ประตูที่ว่าถูกบลานซ์เปิดออกเขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปยังห้องตรงหน้า แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนห้องก่อนๆมันไม่มีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับมอนสเตอร์ในห้องนั้นมีเพียงประตูที่จะเปิดไปสู่สองห้อง

            ประตูซ้ายสีน้ำเงินเข้ม และประตูขวาสีดำ...

            ก่อนที่ทุกคนจะตกลงกันว่าจะใช้ประตูบานไหนแทนก็สังเกตสิ่งปกติที่เกิดขึ้น การ์ดใบหนึ่งของเขาส่องแสงการ์ดขอบสีดำซึ่งมีเควสติดอยู่กับการ์ดใบนั้นด้วย

            “บลานซ์!” แทนตะโกนเรียกเพื่อนของเขาพร้อมกับชี้ให้ดูที่การ์ด

            “มันเรืองแสง!” ชายหนุ่มร่างสูงว่า

            “อะไรกัน ทำไมการ์ดของเจ้าแทนเรืองแสง” เอ็ดเวิร์ดเดินเข้ามาใกล้ๆพร้อมทำท่าประหลาดใจ

            “การ์ดเควส การ์ดสีดำของแมมม่อนที่มีเควสบาปทั้งเจ็ดติดอยู่เปล่งแสง?”นิกกี้พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิด “หลังประตูนี้น่าจะเป็นการ์ดอีกหนึ่งใบในชุดนี้ว่าแต่แมมมjอนนั่นตอนเจอเลเวลเท่าไร” เธอหันไปถามแทน

            “หกสิบมั้ง” เขาตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจ แต่จริงๆแล้วคำตอบนั้นถูกต้อง แมมม่อนนั้นเลเวล 60 แต่อยู่ในระดับ 7 ดาว

            “แล้วมอนสเตอร์ในปราสาทล่ะ ปราสาทผลึกที่แมมม่อนอยู่น่ะ” นิกกี้ถามต่อ

            “ห้าสิบกว่าๆ ถึงเจ็ดสิบน่ะ มังกรมิตินั่นเลเวลเจ็ดสิบ” แทนตอบอีกครั้ง เขามั่นใจเรื่องเลเวลของมังกรมิติมากเพราะมันทำให้เขาต้องเหนื่อยไม่ใช่น้อย

            “ถ้าอย่างนั้น มอสเตอร์ที่อยู่หลังประตูนี้น่าจะเลเวลสูงไม่ใช่เล่นเอายังไงดีล่ะ จะเข้าหรือไม่เข้า” นิกกี้ถามทุกคน

            “แหง!” แทนรีบพูดออกมาก่อน “เธอบอกเองนี่ว่าถ้ามีชุดนี้อีกสักใบราคาจะเพิ่มเป็นสิบเท่า” เขาหันไปทางนิกกี้ที่เคยบอกเรื่องนี้กับเขา

            “ยืนยัน...แพงแน่ๆ” เอ็ดเวิร์ดที่ชำนาญเรื่องราคาของว่า“แต่ถ้าจะเข้าไปต้องให้ฉันมีเอี่ยวด้วยนะ” เขาไม่ทิ้งลายพ่อค้าใหญ่

            “นั่นสินะ...” บลานซ์พูดยิ้มๆเขารู้อยู่แล้วว่าแทนต้องเข้าไปเก็บเจ้าการ์ดใบนั้นอยู่แล้ว

            “งั้นไปกันเลยดีกว่า” แทนพูดพร้อมหันไปที่ประตูก่อนจะบ่นอีกนิดหน่อย“ไอ้น้านี่ก็ท่วมจั๊ง!”

            บลานซ์เป็นคนเปิดประตูออกไปประตูที่ว่าพาพวกเขาออกสู่สถานที่ซึ่งอยู่นอกตัววิหาร มันเป็นสะพานหินสีขาวทอดยาวไปไกลหลายร้อยเมตรตรงสุดสะพานหินที่ว่ามีลานกว้างซึ่งมีบางอยู่ตั้งอยู่ที่นั่น ถ้าประมาณเอาจากตรงที่พวกแทนยืนอยู่พวกเขาคิดว่าน่าจะเป็นรูปปั้น

            “แสงมันชี้ไปที่นั่น” แทนพูดพร้อมกับมองไปตรงลานกว้างที่ว่า

            “งั้นไปกันเถอะ ระวังตัวด้วยนะพี่เอ็ดเพราะยังไม่เข้าการต่อสู้ผมใช้สกิลยังไม่ได้” บลานซ์พูดเสียงเข้ม

            ทั้งหมดค่อยๆ เดินไปบนสะพานหินที่ทอดยาว ด้านบนเป็นท้องน้ำสีครามที่มีสรรพสัตว์แหวกว่ายด้านข้างเป็นมวลน้ำที่แหวกออกรอบตัวสะพาน เสียงซ่าของกระแสน้ำที่ตกลงไปที่พื้นได้ยินอย่างชัดเจนบรรยากาศรอบตัวงดงาม ถ้าไม่ต้องเจอกับอะไรอย่างพวกอสูรในเจ็ดบาปที่นี่น่าจะเป็นสถานที่เหมาะแก่การปลดปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปไม่น้อยเลยทีเดียว

            ทั้งสี่คนเดินผ่านสะพานที่ว่าอย่างตื่นตะลึง ไม่นานนักพวกเขาก็เดินมาถึงรูปปั้นหินรูปสุนัขขนาดใหญ่มันแยกเขี้ยวอย่างน่ากลัว ส่วนที่เป็นดวงตาเป็นอัญมณีสีเขียวสด

            “เลวิอาธาน...” เสียงของบลานซ์ดังขึ้น

            นิกกี้หันไปทางชายที่พูด “เลวิอาธานมันเป็นงูทะเลไม่ใช่รึฉันเล่นเกมมาเยอะแยะเห็นแต่เป็นแบบนั้น งูทะเลตัวใหญ่ๆ”

            “ก็ถูก...” บลานซ์ตอบ “ตามความเชื่อของพวกเราในนิกายโรมันคาทอริกเลวิอาธานคืองูทะเลยักษ์ที่ต่อต้านพระเจ้าเป็นสัญลักษณ์ของความริษยาแต่สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของบาปนี้นั้นคือสุนัขและสีเขียว” เขาพูดพร้อมกับมองไปที่ตาของรูปปั้นที่เป็นมรกตขนาดใหญ่ทั้งสองข้าง

            “ใช่สินะ...นายจะเป็นคริสต์ก็ไม่แปลก” นิกกี้พูดเสียงเรียบเธอลืมนึกไปว่าบลานซ์นั้นเป็นลูกครึ่งการที่เขาจะนับถือศาสนาคริสต์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

            ในขณะนั้นแทนก็ถือการ์ดแมมม่อนเดินไปที่รูปปั้นตรงหน้าแสงจากการ์ดชี้ว่าการ์ดอีกใบอยู่ที่นี่แน่นอนชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับที่รูปปั้นตรงหน้า หลังจากนั้นเสียงของระบบก็แจ้งขึ้นมา

     

            เลวิอาธานงูทะเลยักษ์แห่งความริษยา เลเวล 112 ผู้ครอบครองหนึ่งในบาปทั้ง 7 ปรากฏตัว...

     

            เมื่อสิ้นเสียงที่ว่าแสงสว่างสีเขียวก็พุ่งออกจากดวงตาของรูปปั้นสุนัขมันพุ่งเข้าไปยังกำแพงน้ำที่ล้อมรอบลานกว้างแห่งนี้...

            กำแพงน้ำแยกเป็นสอง เสียงคำรามแผดก้อง เสียงนั้นสูงและดังรุนแรงจนร่างกายทั้งสี่สั่นสะท้านเงาบางอย่างกำลังปรากฏที่ตรงหน้า และในที่สุดเจ้าของร่างนั้นก็ปรากฏออกมาร่างกายที่เป็นดั่งอสรพิษยักษ์แห่งท้องน้ำ

            ด้วยเกล็ดสีเขียวมรกตและครีบนับสิบคู่ทำให้ร่างกายของมันดูงดงามแต่แฝงความสะพรึงหัวทรงลูกศรสีเขียวสดจ้องผู้มาที่ผู้รบกวนการหลับใหลด้วยดวงตาสีเลือดร่างกายที่ใหญ่โตและยาวหลายร้อยเมตรขยับสะบัดไปมาอยู่ตรงหน้ากลุ่มเพลเยอร์แต่ถ้าเทียบกันแล้ว เจ้าเลวิอาธานตนนี้ยังมีขนาดเล็กกว่ามังกรน้ำโพเซดอนอยู่มากพอสมควร

            มังกรน้ำอ้าปากแผดเสียงร้องแหลมสูงอีกครั้งก่อนที่จะพ่นน้ำแรงดันสูงใส่เอ็ดเวิร์ดที่ยังยืนตกตะลึง “พี่เอ็ด!” เสียงของแทนตะโกนเรียก มันทำให้สติของเอ็ดเวิณ์ดกลับมาอีกครั้งเขาพยายามจะหนีออกห่างจากเจ้าของร่างยาวสุดลูกหูลูกตา แต่มันก็สายไปเสียแล้วเลวิอาธานโจมตีเขาด้วยการพ่นน้ำแรงดันสูง...

             

            “8,745!”

             

            ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทำให้แทนและนิกกี้รู้ได้ทันทีว่าการโจมตีเมื่อครู่มันเกินกว่าพลังสูงสุดของเอ็ดเวิร์ดทั้งสองตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

            “เอ็ดเวิร์ด!!”

            เมื่อสิ้นเสียงตะโกนร่างของเอ็ดเวิร์ดที่ควรจะสลายไปกลับยังคงยืนอยู่ที่เดิมท่อนแขนที่ยกขึ้นมาบังไว้อย่างอัตโนมัติทำให้เขามองไม่เห็นภาพรอบตัวแต่ในที่สุดก็มีเสียงหนึ่งเรียกชื่อเขาทำให้กลับมามีสติอีกครั้ง

            “พี่เอ็ด...!” เป็นเสียงบลานซ์ที่ตะโกนเรียก“พื้นพลังให้ผมเร็วเข้า!” เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงรีบเร่ง

            เอ็ดเวิร์ดมองดูรอบตัวแล้วก็รู้ได้ว่าเขายังไม่ตายแต่ก็ยังไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วเขาถูกบลานซ์ช่วยเอาไว้ บลานซ์ใช้ท่าดาเมจลิงค์ได้ทันเวลาเขาใช้มันก่อนที่กระสุนน้ำแรงดันสูงจะถูกร่างของเอ็ดเวิร์ด

            “บลานซ์...?” เอ็ดเวิร์ดยังดูงงๆ

            แทนที่เริ่มลำดับเหตุการณ์ได้พุ่งเข้าไปคว้าตัวเอ็ดเวิร์ดแล้วเหวี่ยงไปด้านหลังทันที“พี่เอ็ด...! ฟื้นพลังให้บลานซ์ แล้วหนีไปที่สะพานเร็วเข้าหาโอกาสสนับสนุนเราจากที่ไกลๆ!” เขาต้องการให้เอ็ดเวิร์ดไม่อยู่ในรัศมีการโจมตีของเลวิอาธานแล้วคอยหาจังหวะคอยช่วยเหลือจากแถวหลัง

            “ไอเทม!” เอ็ดเวิร์ดรีบใช้น้ำยาฟื้นพลังระดับ 3 ระดับ 7ดาว ที่จะเพิ่มพลังชีวิตได้ถึง 10,000แต่เพราะการใช้การ์ดใบนี้ พลังเวทมนต์ของเขาก็เหล่าเพียงครึ่งเดียว

             

            “+10,000!”

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน