อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 127 เอาชนะด้วยวิธีเดียวกัน

    บทที่ 127 เอาชนะด้วยวิธีเดียวกัน




    การท้าสู้แบบนี้ ซูหยวนเคยเห็นในภาพยนตร์จากยุคที่เธอมาเป็นจำนวนมาก นี่ไม่ได้เรียกว่าการดวลปืนหรอกหรือ? ซึ่งเธอก็เห็นด้วยกับการที่เขาเสนอแบบนี้ ในเมื่อทั้งสองคนไม่คิดจะซ่อนตัว อย่างนั้นก็มาทำให้มันจบๆไปเถอะ


                


    การต่อสู้ที่แปลกประหลาดดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อยเลย ดังนั้นสนามการแข่งขันของซูหยวน จึงมีผู้สนใจเป็นจำนวนมาก เพียงแต่...สิ่งที่พวกเขาสนใจกลับไม่ใช่ผลการแข่งขัน เพราะทุกคนในสนามรู้อยู่ก่อนแล้วว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง




    “เด็กสาวคนนั้นโง่หรือเปล่า!”




    “นั่นมันสนามที่ตระกูลอี้เตรียมเอาไว้เชียวนะ เธอคิดจะทำอะไร? ต่อสู้กันด้วยความเร็วงั้นหรอ? คิดว่าคนตระกูลอี้คนนั้นจัดการได้ง่ายๆรึไง อีกอย่าง...ด้วยระยะการโจมตีแค่นี้ ถ้าถูกโจมตีเข้าจริงๆ ไม่รู้เลยว่าจะช้ำในขนาดไหน ถึงจะบอกว่าการแข่งขันนี้ค่อนข้างปลอดภัยเพราะไม่ได้ใช้ลูกศรจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีคนตายเสียหน่อย!




    “ประมาทเกินไปแล้ว เด็กคนนั้น...เด็กนั่นน่ะ รู้จักพื้นที่ในการแข่งขันเป็นอย่างดี ไม่แน่ว่าตำแหน่งที่เด็กคนนั้นจะเดินไป อาจมีกับดักซ่อนอยู่ก็ได้”




    “นั่นสินะ ประมาทเด็กตระกูลอี้เกินไปแล้ว”




    “เด็กคนนั้นเพิ่งเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรก เธอยังอายุน้อยมากอยู่เลย ไม่น่าแปลกใจที่จะไม่เข้าใจแผนการพวกนี้”




    “เฮ้อ คิดเสียว่าเป็นประสบการณ์ชีวิต นักธนูที่ผ่านความเจ็บปวดไปได้ จะเติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง”


                


    ผู้ชมที่อยู่ด้านนอก พวกเขาสนใจการแข่งขันนี้ก็เพราะอยากเห็นว่าคนสกุลอี้จะไร้อย่างอายแบบไหนอีก ไม่ได้สนใจหรอกว่าเด็กสาวคนนั้นจะโต้กลับอย่างไรบ้าง สภาพน่าเอนจอนาถของเธอถูกคาดการณ์เอาไว้แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงทำนายเกี่ยวกับวิธีที่น่ารังเกียจกันแทน


                


    ซูหยวนไม่ได้ยินคำพูดของคนเหล่านี้ ทั้งยังไม่ได้สนใจด้วยว่าพวกเขาจะคิดยังไง เธอตกลงกับอีกฝ่ายแล้วหันหลังทันที ซึ่งอี้เฟินเองก็หันหลังตามด้วย เพียงแต่...เมื่อนับถอยหลังจนถึง 5 4 แล้ว อี้เฟินที่ควรจะหันหลังก็เปลี่ยนใจ เขาหันหน้ากลับมาพร้อมกับง้างคันธนูขึ้นรอ ขอเพียงกรรมการนับ 1 และ 0 เขาก็พร้อมจะโจมตีออกไปทันที


                


    เมื่อผู้ชมเห็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ที่จะโห่ร้องออกมา ความไร้ยางอายนี้มันอะไรกัน! ช่างน่ารังเกียจ น่ารังเกียจยิ่งกว่าที่พวกเขาคิดเสียอีก!!


                


    กรรมการไม่อยากจะประกาศเลข 0 ออกมาเลย เขารู้สึกอับอายแทนผู้ใช้ธนูทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่วิธีการแบบนี้ก็ไม่ได้ผิดกฎการแข่งขัน แถมมันยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ได้ด้วย




    “ไอ้สารเลวเอ้ย!!”




    “สาวน้อยคนนั้นโง่เกินไป ไม่ได้มีหลุมพรางอะไรมากมายเลย ก็แค่โดนหลอกเท่านั้น”




    “ทำไมเด็กคนนั้นเชื่อคำพูดของคู่แข่งได้ล่ะ เธอมาที่นี่เพื่ออยากแข่งขันจริงไหมเนี่ย!!”




    “ไอ้คนตระกูลอี้มันไร้ยางอายเกินไปจนผู้คนคาดเดาไม่ได้ต่างหาก แค่เห็นหน้ามัน...ฉันก็อยากจะอาเจียนแล้ว!” เสียงผู้ชมข้างนอกก่นด่าระงม โชคดีที่ในสนามจะไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้ เพื่อให้พวกเขามีสมาธิอยู่กับแผนการของตนเอง ไม่อย่างนั้นอี้เฟินอาจจะเสียสมาธิไปแล้วก็ได้




    “3 2 1 และ...เริ่มได้!”


                


    ปัง!!


                


    ลูกศรปลอมถูกยิงออกไปทันที เป้าหมายของมันก็คือหัวของอันซูหยวนที่ยืนอยู่ไม่ไกล


                


    ในความคิดของทุกคน หัวของซูหยวนตอนนี้คงจะบอบช้ำหนัก บางที...เธออาจจะกลายเป็นเด็กไม่สมประกอบอีกเลยก็เป็นได้ เนื่องจากแรงโจมตีที่อยู่ในระยะใกล้เกินไป ทว่า...สิ่งที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดก็คือ การโจมตีที่ไร้ยางอายนั้น กลับถูกการโจมตีที่ไร้ยางอายยิ่งกว่าสวนกลับมา


                


    ไม่ใช่หัวของเด็กสาวที่ถูกโจมตี แต่เป็นหน้าผากของเด็กสกุลอี้ต่างหากที่ถูก “คันธนู” ขว้างมาจนหงายกลิ้งล้มลงไปกับพื้น


                


    และใช่! ซูหยวนไม่ได้ใช้ลูกศรในการโจมตีด้วยซ้ำ เธอรู้อยู่แล้วว่าอี้เฟินไม่ใช่คนดี ในเมื่อเขาต้องการเล่นงานกับเธอด้วยวิธีไร้ยางอาย เธอจำเป็นต้องเกรงใจเขาด้วยหรือ?


                


    ในตอนที่เขายิงลูกศรออกมา ซูหยวนก็ขว้างคันธนูของตนเองไปในตำแหน่งเดียวกัน ไม่เพียงแค่ปัดการโจมตีของอีกฝ่ายได้เท่านั้น คันธนูของเธอยังกระแทกเข้ากลางหน้าผากของอี้เฟินจนเขาหงายท้องล้มตึงหมดสติไป




    “เอ่อ....อันซูหยวนเป็นฝ่ายชนะ”




    “...............”




    “..............”


                


    ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนามแข่งขันทันที ผู้ชมที่กำลังรอดูสภาพที่น่าสงสารของเด็กสาว กลับไม่แม้แต่จะกล้าหายใจออกมาด้วยซ้ำ ปรากฏว่า...เรื่องเป็นแบบนี้ได้ยังไง!


                


    ไม่ใช่แค่เธอไม่ถูกโจมตีเท่านั้น ยังสามารถล้มเด็กหนุ่มตระกูลอี้ที่มากแผนการได้ด้วยหรอ? เอาชนะมาด้วยวิธีนี้ก็ได้หรือ?


                


    ในขณะที่นักแข่งจากตระกูลอี้ยังโจมตีด้วยลูกศร ถึงแม้จะใช้วิธีน่ารังเกียจอย่างการโกหกก็เถอะ แต่สิ่งที่เด็กสาวทำ...มันจะไม่หยามเกียรตินักธนูกันเกินไปหน่อยหรอ? 


                


    ถ้าบอกว่าการกระทำของอี้เฟินเป็นการกระทำที่ไร้ยางอาย ในฐานะนักธนูด้วยกันแล้ว...พวกเขายังรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมาด้วยซ้ำ เช่นนั้น...วิธีการต่อสู้ของเด็กสาวสกุลอันคนนั้นเล่า! มันทำให้พวกเขาอยากจะเลิกการเป็นนักธนูเสียด้วยซ้ำ


                


    นี่มันการแข่งขันของนักธนูนะ เธอไม่แม้แต่จะดึงสายธนูก็เอาชนะได้แล้วหรือ? ไม่สิ! ถึงจะบอกแบบนั้น ก็ไม่มีกติกาไหนที่จะสั่งห้ามไม่ให้ใช้คันธนูในการต่อสู้อยู่ดีนี่...อ๋า บัดซบแล้วจริงๆ นี่พวกเขากำลังคิดอะไรอยู่กันล่ะเนี่ย


                


    ซูหยวนแค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง คนที่คิดจะต่อสู้กับเธอจำเป็นต้องคิดให้มากหน่อยก่อนที่จะลงมือทำอะไร ไม่อย่างนั้น...เธอก็อาจจะย้อนคืนสนองให้ง่ายๆแบบนี้เลย และมันก็น่าอายเกินไป...


                


    เมื่อทุกคนเห็นซูหยวนเดินออกมาจากสนามการแข่งขัน ไม่มีใครกล้าพูดหรือทักทายเธอเลยแม้แต่คนเดียว พวกเขากำลังรอดูท่าทางของคนตระกูลอี้คนอื่นๆที่กำลังดูการแข่งขันอยู่ ไม่รู้ว่าเด็กคนนี้จะถูกจัดการยังไงบ้าง




    “ยินดีด้วย นี่เป็นการต่อสู้ที่ดีจริงๆ” อี้ไค่ที่เป็นผู้ชมกล่าวขึ้น เขากระโดดมาขวางทางซูหยวนเอาไว้ สายตาจับจ้องไปที่เธอ แม้คำพูดจะเหมือนแสดงความยินดี แต่ท่าทางของเขาไม่ได้บอกแบบนั้นเลย




    “ขอบคุณมากค่ะ ฉันเองก็อยากจะเป็นนักธนูที่ดีเหมือนคนตระกูลอี้ให้ได้เลยค่ะ” ได้ยินเธอตอบกลับแบบนั้น ต่อให้โง่ขนาดไหนก็เข้าใจได้ว่าเธอตั้งใจจะทำแบบนั้นตั้งแต่แรก




    “ผู้หญิงแบบเธอนั้นน่าสนใจมากจริงๆ ทั้งอวดดี...และไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง”




    “อ้อ ค่ะ ขอบคุณที่สนใจค่ะ” สิ่งที่ซูหยวนไม่ถนัดก็คือการพูดคุย แต่สิ่งที่เธอถนัดยิ่งกว่าก็คือการตอกหน้าคน


                


    สาเหตุที่ผู้คนไม่ชอบเธอมากที่สุด แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ก็ได้ ทุกครั้งในการทำงาน...ใครคิดจะขัดขวางเธอ อย่างนั้นเธอก็จะย้อนกลับคืนไปให้เหมือนกัน


                


    เวลาคนคิดจะทำนั้นไม่ได้สนใจว่าผู้อื่นจะรู้สึกอย่างไรหรอก จนกระทั่งเวลาที่ตัวเองโดนทำร้ายเองนั่นแหละ ความโกรธความเกลียดจึงจะเริ่มขึ้น บางคนกล่าวหาว่าถูกรังแกด้วยซ้ำ ไม่ได้ดูเลยว่าก่อนหน้านี้ใครกันแน่ที่เป็นคนเริ่ม...


                


    อี้ไค่ได้ยินการตอบกลับของซูหยวนอย่างนั้น เขาก็รู้ว่าเธอกำลังยั่วโมโหเขาแน่ๆ ก่อนหน้าที่เธอจะออกมาจากพื้นที่แข่งขัน เขาได้ให้คนตรวจสอบสถานะของเธอแล้ว พบว่าเป็นแค่เด็กนักเรียนของสถาบันนักล่าอันดับหนึ่งที่อวดดีได้เพราะเป็นศิษย์ของอาจารย์เติ้ง


                


    ที่ตระกูลของเขาก็มีไม่ใช่หรอ? ไอ้พวกอวดดีแล้วคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าคนอื่นเพียงเพราะอาจารย์เติ้งเป็นอาจารย์ของพวกมันน่ะ


                


    เหอะ! ไอ้พวกโง่ทั้งสองจะหลอกลวงใครให้เชื่อก็ได้ทั้งนั้น แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันมีพรสวรรค์! ก็แค่ไอ้พวกดวงดี ติดตามอาจารย์ที่มีดีแค่ชื่อ แต่ทักษะการใช้ธนูไม่เคยเห็นเป็นที่ประจักษ์สายตา เขาส่งเด็กเข้ามาแข่งขันที่ตระกูลอี้ทุกปี แต่ก็ไม่เคยผ่านเข้ารอบ 1 ใน 50 คนเลย ดังนั้นนี่หมายความว่าอะไร? ไม่ใช่เป็นการยืนยันให้รู้หรอกหรือ...ที่อี้เหิงและอี้กังได้รับการสนับสนุนแบบนั้น แท้จริงแล้วก็คือความเข้าใจผิด ความคิดไปเองของผู้ใหญ่ทั้งนั้นแหละ!




    “ดีเลย ช่วยแสดงความมั่นใจแบบนี้ไปจนกว่าจะจบการแข่งขันนะ เวลาที่ใบหน้าอวดดีถูกทำลาย มันทำให้ฉันสนุกมากเลย” อี้ไค่เลียริมฝีปาก ท่าทางเหมือนกับตอนที่เขาโจมตีรุ่นพี่หวังไม่มีผิด


                


    ซูหยวนหัวเราะออกมาเบาๆ นับเป็นการหัวเราะที่หาได้ยาก แต่นั่นหมายความว่าเธอกำลังโกรธจัดแล้วนั่นเอง!




    “คุณเองก็ชื่นชอบเหมือนกันหรอกหรอคะ เวลาที่ได้ทำลายความอวดดีของใครสักคน มันทำให้ฉันมีความสุขมากเลยค่ะ” ซูหยวนหัวเราะคิกคัก ท่าทางของเธอทำให้อี้ไค่อยากจะฆ่าให้ตายเสียตั้งแต่ตรงนั้นเลย


                


    น่าเสียดายที่นี่เป็นการแข่งขันที่ตระกูลอี้จัดขึ้น ตราบเท่าที่ไม่ใช่เวทีการแข่งขัน พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กันเองได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสิทธิทันที


                


    ซูหยวนมองดูจำนวนของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน โอกาสที่จะได้ต่อสู้กับอี้ไค่เป็นไปได้ยากมากสำหรับรอบนี้ เว้นเสียแต่ว่าอี้ไค่จะเล่นตุกติกอะไรบางอย่าง แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆเสียด้วย การยั่วโมโหของซูหยวนมีผลจริงๆ ถ้าหากเธอไม่ทำให้เขาจงเกลียดจงชังขนาดนี้ได้ จะลากมันลงมาแข่งขันด้วยกันได้ยังไง


                


    เมื่อรุ่นพี่หวังตกรอบนี้ เธอก็ไม่ยอมให้ไอ้สารเลวอี้ไค่คนนี้ผ่านเข้ารอบไปได้!!




    “การแข่งขันรอบต่อไป อันซูหยวนและอี้ไค่!” ทั้งสองคนมาเผชิญหน้ากันอีกครั้งท่ามกลางเสียงตื่นเต้นของผู้ชม 


                


    มีคนมากมายที่อยากเห็นความไร้ยางอายของซูหยวน และอยากเห็นความแข็งแกร่งแต่ไร้น้ำใจของอี้ไค่! ทันทีที่ทุกคนรู้ว่าการแข่งขันรอบต่อไปเป็นซูหยวนและอี้ไค่ พวกเขาเกือบจะทั้งหมดก็หันมาชมการต่อสู้ของพวกเธอแล้ว


                


    สนามการต่อสู้ที่อี้ไค่เลือก เป็นสนามหมายเลข 2 ซึ่งเป็นสนามที่อี้ไค่ไม่ได้ถนัดที่สุด แต่เขาก็เลือกสนามแข่งขันที่รองลงมา 


                


    พูดตามตรง อี้ไค่คนนี้มีความสามารถไม่น้อยเหมือนกัน ที่เขาสามารถโจมตีรุ่นพี่หวังได้หลายครั้งเช่นนั้นก็เป็นเพราะเขาแข็งแกร่งอย่างแท้จริงด้วย ทว่า...จุดที่ซูหยวนไม่พอใจมากที่สุด ก็คงจะเป็นแค่การที่เขาจัดการคู่แข่งจนหมดสภาพ ราวกับอยากจะให้อีกฝ่ายมีภาพจำที่โหดร้ายจนไม่อยากเป็นนักธนูอีกเลย


                


    ก่อนหน้ารุ่นพี่หวัง เขาก็ทำแบบนี้กับผู้แข่งขันคนอื่นๆ ทุกคนล้วนบาดเจ็บหนักและไม่สามารถใช้แขนได้อีกต่อไป อย่างน้อยๆก็กินเวลาเกือบหนึ่งถึงสองเดือน ดังนั้น...เขาจึงถูกเรียกว่า “โรคจิต” อย่างลับๆ


                


    ซูหยวนไม่ได้สนใจฉายาของเขา หลังจากที่ประกาศเริ่มเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ทั้งสองคนก็วิ่งไปคนละฝั่งเพื่อทำการซ่อนตัว ซึ่งครั้งนี้ซูหยวนไม่ได้ประมาทเลย เธอไม่ได้ยืนนิ่งๆเหมือนกับคนโง่เหมือนกับก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าการแข่งขันนี้มีเกียรติกว่ามากๆ


                


    อย่างไรก็ตาม...โดยไม่รู้ตัวมาก่อน ทันทีที่สัญญาณเตรียมตัวเสร็จ อี้ไค่ก็ใช้ธนูของตนเองโจมตีทันที




    “ศรติดตาม!!” วิชาระดับสูงที่อี้ไค่ฝึกฝนมาตลอดถูกเรียกใช้งานทั้งๆที่ยังไม่เห็นตัวซูหยวนด้วยซ้ำ พูดให้ถูกก็คือ..ตอนที่ต่อบทสนทนากันในครั้งแรก เขาก็ได้ใช้ทักษะติดตามกับเธอมาก่อนแล้ว


                


    พลังงานของอี้ไค่หลงเหลืออยู่รอบๆตัวของซูหยวน ดังนั้นเมื่อเขาเรียกใช้ทักษะนี้ ศรของเขาก็สามารถตามไปโจมตีเป้าหมายได้เลย ถือว่าเป็นอีกวิชาระดับสูงที่น่าสนใจอย่างมาก


                


    ปัง!!


                


    แคร็ก! เพล้ง!!


                


    พลังโจมตีที่รุนแรงนั้นทำเอา “โล่บาเรีย” ราคา 100,000 เหรียญของซูหยวนแตกกระจาย เสียงเหมือนกระจกที่แตกนั้นมีเพียงซูหยวนเท่านั้นได้ยิน คนภายนอกที่ชมการแข่งขันอยู่ พวกเขาเห็นเพียงลูกศรที่โจมตีโดนอะไรบางอย่าง แต่ไม่สามารถเข้าถึงตัวของซูหยวนได้เลย


                


    หญิงสาวกัดฟันกรอด การที่โล่บาเรียออกมารับการโจมตีนี้แทนเธอ นี่เป็นเพราะว่าการโจมตีนี้...บาดเจ็บถึงขนาดที่จะพรากเอาชีวิตเธอไปได้เลย


                


    คิดไม่ถึงว่าเขาจะโจมตีเต็มกำลังขนาดนี้ ที่ผ่านมา...เขาเพียงโจมตีเพื่อทำลายคู่ต่อสู้ไปเรื่อยๆ แต่กับซูหยวน...อี้ไค่ต้องการสังหารเธอด้วยการโจมตีครั้งเดียว เอาคืนให้รุ่นน้องอี้เฟินของเขา!


                


    ตึกๆ


                


    เพราะคิดว่าการโจมตีที่ผ่านมานั้นได้ผล อี้ไค่วิ่งออกมาจากที่ซ่อนเพื่อไปยังตำแหน่งอื่น แต่ระยะห่างของเขาใกล้ตำแหน่งของซูหยวนไปเรื่อยๆ ซึ่งในตอนที่เขาไม่ได้ระวังนั้นเอง...ลูกศรที่ไม่คาดฝันก็มาจ่อถึงหัวของเขาแล้ว




    “ระวัง!!”


                


    ปกติแล้ว มีกฎไม่ให้ผู้ชมหรือกรรมการช่วยเหลือผู้เข้าร่วมแข่งขัน ไม่อย่างนั้นจะตัดสิทธิทั้งผู้เข้าแข่งขันเอง และคนที่เตือนไม่ให้เข้าใกล้พื้นที่การแข่งขันของตระกูลอี้อีกต่อไป แต่...นั่นก็เป็นกฎที่มีไว้เพื่อป้องกันคนอื่นๆรังแกคนสกุลอี้ของพวกเขาเท่านั้น เมื่อถึงเวลาที่รุ่นเยาว์ของตระกูลอี้กำลังจะถูกทำร้าย พวกเขาจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ยังไง...




    ……………………………….