โคโรนาซอมบี้

    บทที่ 7

    โจเดินนำหน้าสาวๆทั้งสามคน เขาถือทูรไรเดอร์อุปกรณ์ปีนเขาเอาไว้ในมือมุ่งไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ถึงจะมั่นใจว่าจะไม่มีซอมบี้ตัวไหนอยู่ในโถงทางเดินภายในตึกอีก แต่ก็เพื่อความไม่ประมาท พวกเขาก็ค่อยๆเดินไปตามทางด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้  เมื่อเดินไปถึงจุดหนึ่งก่อนลงไปถึงชั้นล่างสุด หัวมุมตรงบันได มีกองไม้ และมันก็เป็นเหมือนโต๊ะที่ค่อนข้างหนักทับร่างของศพศพหนึ่งอยู่ แต่ศพนั้นไม่มีท่าทางจะตื่นขึ้นมาเป็นซอมบี้เลยแม้แต่น้อย โจทำสัญญาณมือให้หยุดเคลื่อนตัวชั่วคราว ก่อนจะก้มลงไปเก็บเศษหินใกล้ๆ เขาโยนมันไปทางซากศพตัวนั้น แต่มันก็ยังไม่ท่าทีใดๆที่จะเคลื่อนไหวหรือลุกขึ้นมา โจจึงค่อยเดินเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ ศพนี้ยังคงนิ่งเงียบอยู่ เขาจึงเข้าใกล้มากกว่าเดิมหวังที่จะตรวจสอบ หาข้อมูลจากพวกศพที่คาดการณ์ว่าเป็นซอมบี้ไปแล้ว และหาเหตุผลที่มันตายลงไป โฮกก!! เห้ย!! ...ฉับ!! เมื่อโจนั่งลงไปใกล้ๆกับตัวของมัน จู่ๆมันก็เคลื่อนไหวขึ้นมาซะอย่างนั้น โจร้องอย่างตกใจเพราะเขาคิดว่ามันตายไปแล้ว แต่ที่ไหนได้เหมือนว่าทั้งหมดนี้จะเป็นแผนของมันอย่างไรอย่างนั้น ในตอนที่เขาลดการป้องกันลง มันกลับตื่นขึ้นมาหวังที่จะเขมือบเขา โชคยังดีที่ตัวของมันติดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้นี้เอาไว้ ไม่อย่างนั้น เขาก็อาจจะกลายเป็นศพที่เดินได้เหมือนพวกมันแล้วในตอนนี้ ‘รอดตัวไปที.. การหลอกล่อเราเช่นนี้ มันเป็นสัญชาตญาณของสัตว์ป่าหรือพวกมันคิดได้กันนะ.. เราต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ต้องเจาะหัวพวกมันทุกศพที่เห็นเสียแล้ว’  โจปราดเหงื่อของบนหน้าผาก ก่อนจะลุกขึ้นยืนตั้งสติใหม่อีกครั้ง สาวๆที่เห็นอย่างนั้นก็ต่างขวัญผวาและความทรงจำที่พวกเธอวิ่งหนีพวกมันมาก็ลอยขึ้นมาอย่างเด่นชัดอีกครั้งหนึ่ง และคนที่ออกอาการมากที่สุดคงจะเป็นน้องเล็กสุดอย่างมายด์ที่หลบอยู่หลังพี่สาวทั้งสองของตน ‘เมื่อกี้ยังมั่นใจอยู่เลยนี่นา แล้วทำไมตอนนี้กลับหลบอยู่หลังคนอื่นอย่างนั้นล่ะ’ โจเอ่ยบ่นในใจ ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้เดินหน้าต่อไป  แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องระวังตัวมากขึ้น เจอศพที่ไหนโจจะไม่รอช้าเข้าไปซัดที่หัวของพวกมันก่อน เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม จากนั้นแผนการที่พวกเขาเตรียมเอาไว้ก็ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังเมื่อทั้งสี่ออกมาจนถึงหน้าประตูทางเข้าของตึกA “พวกเธอสองคนแยกไปปิดประตูด้านหน้า.. ถ้าเกิดอะไรขึ้น ให้รีบวิ่งไปบนดาดฟ้าได้เลย น้องมายด์มากับพี่ตามแผนเดิมนะ..” โจกล่าวหลังจากที่เขามั่นใจแล้วว่าเคลียร์ทุกศพในบริเวณพื้นที่โล่งกว้างของตึกแฝดสามนี้แล้ว แม้ว่าสาวๆเริ่มที่จะหวั่นใจ แต่มันก็จำเป็นต้องทำเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว พวกเธอพยักหน้าให้แก่โจ ก่อนเดินไปทางประตูหน้าอย่างระมัดระวัง โจเองก็เช่นกัน เดินมาพร้อมกับมายด์ที่เมื่อเธอเห็นว่าสถานที่นี้ค่อนข้างปลอดภัยเธอก็ใจกล้าขึ้นมาอีกครั้ง พวกบรรดาคนบนตึกทั้ง B และ C ก็ต่างมองไปยังพวกเขา และเอาใจช่วยอยู่ห่างๆแค่นั้น โฟร์ และเมย์เดินมาถึงทางประตูกันแล้ว เพราะประตูนี้อยู่ใกล้กับตึก A มากที่สุด  และนั่นมันก็เป็นเหตุผลว่าทำไมโจถึงได้ให้สองสาวไปทางนั้น ถ้ามันเกิดอะไรเหนือความคาดหมายขึ้น อย่างน้อยๆสองสาวจะได้วิ่งหนีไปได้ทัน ส่วนเขาก็แค่อุ้มสาวน้อยตรงหน้าที่ตัวเล็กไปอีกทางที่เตรียมเอาไว้หนีของทางนี้โดยเฉพาะ ไม่นานโจ และมายด์ก็เดินมาถึงทางประตูแล้ว พวกเขาสองคนพยักหน้าให้แก่กัน ก่อนที่จะส่งสัญญาณไปทางโฟร์ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง ถึงมันจะค่อนข้างไกลกันอย่างน้อยๆก็ 100 เมตรไปแล้ว แต่มันก็ยังพอเห็นกันและกันอยู่บ้าง โจยกมือของตัวเองขึ้น ก่อนที่จะสะบัดมันลงในทันที... คลืนนน!!!คลืนนน!!!คลืนนน!!!คลืนนน!!! เสียงประตูเลื่อนมันดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ซอมบี้ที่อยู่ด้านนอกพวกมันก็เริ่มหันมาให้ความสนใจ จมูกของพวกมันเริ่มที่จะสูดดมไปในอากาศอยู่หลายครั้ง และมันก็พุ่งมาตามทิศทางเสียงนั้นในทันที เพราะกลิ่นอันแสนจะคุ้นเคย ซอมบี้นับสิบนับร้อยตรงมุ่งตรงมาทางชุมชนอพาร์ทเม้นท์แห่งนี้แล้ว“เร็วเข้าน้องมายด์!!” โจกล่าวออกมา เมื่อเขาหันไปมองด้านนอกซอมบี้พวกนั้นมันเคลื่อนตัวได้เร็วมาก เกินกว่าที่เขาคำนวณเอาไว้ บางตัวมันอยู่ใกล้ๆ แต่ตอนที่เขาส่องจากกล้องกลับไม่เห็นพวกมัน ตอนนี้เขาไม่อยากจะคิดหาเหตุผลว่าทำไม มีแต่จะต้องปิดประตูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  เขาดันประตูเลื่อนมาจนสุดกึ่งกลางของประตูบานนี้แล้ว ไม่รอช้าโจรีบวิ่งไปช่วยมายด์ต่อในทันที จนในที่สุดมันก็สำเร็จ พวกเขาทั้งสองสามารถล็อกประตูได้ทันเวลาก่อนที่ซอมบี้พวกนั้นจะเข้ามาถึงประตู“ประตูนี้ก็หนักเอาเรื่องเหมือนกันนะ... เหนื่อยแทบแย่” โจกล่าวออกมา เขาหอบหายใจเกือบไม่ทัน ใจเต้นรัวตึกๆอยู่หลายครั้งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาทางมายด์ และสิ่งที่เขาได้เห็นนั้นก็คือภาพของมายด์ที่กำลังยืนช็อกอยู่นั้นเอง ก่อนที่เธอจะชี้ไปทางประตูหน้าโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ“...หื้อ... แย่แล้ว!!....” ในตอนแรกโจมองตามทางที่มายด์ชี้ เขามองอยู่นานกว่าภาพที่มองเห็นจะโฟกัสได้ก็ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อย มันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาเพิ่งจะมีอาการเหน็ดเหนื่อยมา จึงทำให้ภาพมันเบลอไปชั่วขณะ แล้วเมื่อภาพมันชัดเจนขึ้น โจก็เห็นสองสาวที่กำลังช่วยกันปิดประตู แต่เหล่าซอมบี้มันมาทันก่อนที่พวกเธอจะปิดมันสนิท แขนของพวกมันหลายตัวยื่นเข้ามาตรงกลางระหว่างทางปิดประตู ทำให้พวกเธอไม่สามารถปิดมันได้ โจรีบวิ่งไปหาพวกเธอในทันที เขาตะโกนออกไปดังลั่นเลยว่า ‘อดทนเอาไว้’ มายด์ที่ได้ยินโจตะโกนก็ได้สติคืนก่อนจะวิ่งตามโจไปอีกคน โดยระหว่าง 100 กว่าเมตรนี้อย่างน้อยๆมันก็ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆวินาที หากพวกเธอทนมันได้ มันก็คุ้มค่าแล้วที่พวกเขาจะเหนื่อย ทางด้านของสองสาวที่กำลังหน้าเขียวปัด พวกเธอต้องอดทนกับแรงอันมหาศาลของเหล่าซอมบี้ที่พยายามกรู่เข้ามาในช่องว่างตรงกลางนั้น“อดทนเอาไว้ก่อน นายโจกำลังมา...” เมย์กล่าวกับโฟร์ เพราะดูเหมือนว่าเพื่อนรักเริ่มที่จะไม่ไหวแล้ว เมย์เป็นคนที่ออกกำลังกายมาบ่อยจึงชินกับการออกแรงเยอะๆ แต่มันไม่ใช่สำหรับโฟร์ที่จู่ๆให้มาโหมแรงหนักขนาดนี้ ร่างกายมันก็มีขีดจำกัดของมันเอง“รู้แล้วน่า... ตอนนี้ก็ใจล้วนๆแล้ว!!..” โฟร์ตอบกลับก่อนที่ทั้งสองจะร้องลั่นเสียงดังเพื่อเรียกพลังให้ร่างกาย และจิตใจฮึกเหิมขึ้น ตอนนี้คนบนตึกต่างก็เอาใจช่วยพวกเธออยู่ห่างๆ แบบเหมือนคนกำลังรอลุ้นหวยอย่างไรอย่างนั้น พวกเธอทนจนสุดความสามารถของตัวเองแล้ว แต่พวกซอมบี้แรงของมันก็ไม่เคยตกเลยสักนิด ในจังหวะที่พวกเธอเริ่มที่จะหมดแรง โจก็วิ่งมาถึงในทันที ชวก!! โจใช้ด้านของทูรไรเดอร์ที่เป็นคมฟันแขนของซอมบี้พวกนั้นทันที แต่อุปกรณ์ปีนเขามันก็ยังเป็นแค่อุปกรณ์ปีนเขาอยู่วันยังค่ำ มันตัดแขนของซอมบี้ไม่ขาดทั้งหมด และนั่นมันคือปัญหาของพวกเขาในตอนนี้ เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่มีทางที่จะปิดประตูบานนี้ได้เลย หรือว่าพวกเขาควรจะต้องกลับไปตั้งหลักก่อน แล้วให้ที่ทำมาทั้งหมดมันสูญเปล่าไปอีกครั้ง โจมองไปยังสองสาวที่ไม่น่าจะมีแรงพอที่จะวิ่งหนีอีกต่อไป หากปิดประตูไม่ได้ นั่นก็คือจุดจบของชีวิตพวกเธอด้วยเช่นกัน โจเร่งใช้ความคิดของตัวเองอย่างรวดเร็ว เขามองไม่เห็นทางรอดอื่นๆแล้ว เขาแบกทั้งสามคนไปพร้อมกันไม่ได้ “เป็นไงเป็นกันวะ.. ไม่รอดก็ไม่รอดกันทั้งสี่คนนี่แหละ..” โจกล่าวออกมาพร้อมกับจะทำอะไรสักอย่างที่ไม่มีใครเข้าใจ...