ดวงตาของจางหลินเป็นประกาย เขารีบรับกล้องไม้แกะสลักมาและเปิดดูสิ่งของด้านในอย่างร้อนใจ “ขออนุญาต…”
ทันทีที่กล่องไม้ถูกเปิดออก กลิ่นหอมของบุปผานานาชนิดก็ตีขึ้นจมูก ทำให้จิตวิญญาณของจางหลินรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมา
แค่การดมกลิ่นเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้จิตวิญญาณยุทธ์ของเขามีชีวิตชีวา หากเขามอบผลไม้นี้ให้จางหยินเซียวไม่ต้องสงสัยเลยว่า ปัญหาของต้นกำเนิดแห่งชีวิตที่แตกสลายจะได้รับการแก้ไขในทันที
เมื่อเห็นความดีใจฉายผ่านดวงตาของจางหลิน ราชาวานรอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตร “ผลมหาโพธิสัตว์ผลนี้ถูกดูแลโดยเผ่าวานรบรรพกาลเป็นระยะเวลากว่า 900 ปี ซึ่งถือได้ว่าอยู่ในขอบเขตสูงสุดของการดูแลแล้ว… โชคร้ายหน่อยที่หากมีเวลาอีกประมาณ 100 ปี มันจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นผลมหาโพธิสัตว์เก้าสีที่มีความสามารถที่ท้าทายสวรรค์มากกว่านี้ แต่ถึงอย่างไรแค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะรักษาต้นกำเนิดแห่งชีวิตที่แตกสลายได้”
“ผลมหาโพธิสัตว์ผลนี้มีอายุถึง 900 ปีเชียวหรือ?” จางหลินที่ได้ยินดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตกใจ
นั่นไม่ได้หมายความว่าเผ่าวานรบรรพกาลได้ปกป้องผลมหาโพธิสัตว์มาหลายยุคหลายสมัยแล้วหรอกหรือ?
ผลมหาโพธิสัตว์ผลนี้ดำรงอยู่ตั้งแต่ก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอาณาจักรหยวนเทียนด้วยซ้ำ!
คาดไม่ถึงเลยว่าราชาวานรยินยอมที่จะมอบสิ่งของล้ำค่าอย่างผลมหาโพธิสัตว์ 900 ปีที่มีตั้งแต่ยุคก่อนการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ให้แก่เขาโดยไม่แม้แต่จะไตร่ตรอง
ไม่ว่าเขาจะหาเหตุผลอะไรมารองรับ เขาก็ไม่สามารถหาคำตอบได้เลย ว่าสิ่งของล้ำค่าที่เผ่าวานรบรรพกาลดูแลรักษามาหลายยุคหลายสมัย เหตุใดถึงได้ถูกมอบให้แก่ผู้ที่ไร้พลังยุทธ์เช่นเขาง่ายดายเช่นนี้?
นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย
จางหลินรู้สึกซาบซึ้งใจ เขาประสานมือเอ่ยถามราชาวานรอย่างสุภาพ “ผู้อาวุโส ขอทราบชื่อของท่านได้หรือไม่?”
“ราชาผู้นี้มีนามว่าซุนจินหลง เจ้าแค่เรียกข้าว่าผู้เฒ่าซุนก็พอ” ซุนจินหลงตอบพลางยิ้มจางๆ
จางหลินรีบประสานมือขอบคุณอีกครั้ง “ผู้เฒ่าซุน แม้ว่าท่านจะขออะไรจากข้า ข้าจะไม่ปฏิเสธคำขอของท่านเลย”
เขารู้สึกผิดเล็กน้อยที่มาช่วงชิงผลมหาโพธิสัตว์จากเผ่าวานรบรรพกาล
แต่ท้ายที่สุดเขาก็มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับมันมาเพื่อที่จะรักษาอาการเจ็บป่วยของจางหยินเซียว
ซุนจินหลงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ไม่จำเป็นต้องมากพิธี... เงื่อนไขของข้ามีเพียงอย่างเดียว ข้าต้องการกิ่งของจิตวิญญาณพฤกษาของเจ้าเพียงกิ่งเดียว… คำขอของข้าคงไม่มากเกินไปใช่หรือไม่?”
จางหลินคิดไม่ถึงเลยว่าคำขอของซุนจินหลงจะเป็นเพียงคำของ่ายๆเช่นนี้ “นะ-แน่นอน”
โดยไม่จำเป็นต้องไตร่ตรอง จางหลินได้หักกิ่งสีทองในทะแลแห่งจิตวิญญาณของเขาออกมา และมอบมันให้แก่ซุนจินหลงในทันที
ซุนจินหลงพยักหน้าเบาๆและรับเอากิ่งไม้สีทองมาเก็บไว้ “เอาล่ะ ที่นี้เจ้าก็ออกไปได้แล้ว ข้าจะส่งเจ้าไปที่ทางออกของป่าผืนนี้…”
“ข้าจะย้ำเตือนอีกครั้ง จงจำไว้ว่าหลังจากนี้ห้ามเปิดเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงของจิตวิญญาณพฤกษาของเจ้าให้ใครเห็นเป็นอันขาด! แม้แต่คนในตระกูลของเจ้าเองก็ตาม!”
น้ำเสียงของเขาแสดงออกถึงความร้ายแรงอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าหากจิตวิญญาณยุทธ์ของจางหลินได้ถูกรับรู้โดยใครบางคน มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้
จางหลินเพียงพยักหน้าอย่างจริงจัง
ดูเหมือนว่าหลังจากนี้เขาต้องค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับจิตวิญญาณพฤกษาของเขาให้มากกว่านั้
จางหลินยิ้มออกมา และประสานมืออย่างนอบน้อม “ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของผู้เฒ่าซุน”
“ตามข้ามา” หลังจากพยักหน้า ซุนจินหลงก็นำทางจางหลินไปยังส่วนลึกของผืนป่า โดยมีซุนเฮ่ยชิงตามหลังมาอย่างนอบน้อม
พวกเขาทั้งสามมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ใจกลางป่าดงดิบ เบื้องหน้าของพวกเขาคือเขตอาคมลึกลับที่ประกอบด้วยวงแหวนอาคมขนาดใหญ่ที่มีพลังงานบริสุทธิ์หมุนเวียนอยู่ทุกขณะ
เขตอาคมคือหนึ่งในศาสตร์ลึกลับของอาณาจักรหยวนเทียน ว่ากันว่ามีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับสืบทอดมรดกเท่านั้นจึงจะสร้างเขตอาคมเฉพาะของแต่ละตระกูลหรือแต่ละเผ่าพันธุ์ได้
เมื่อมาถึงเบื้องหน้าเขตอาคมลึกลับ ซุนจินหลงก็กล่าวว่า “นี่คือเขตอาคมที่จะนำพาเจ้าไปสู่ทางออกของป่าอสูรร่ำไห้ ด้วยเส้นทางนี้ข้ามั่นใจว่าผู้ที่กำลังไล่ตามเจ้าจะไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนของเจ้าได้อีก”
จางหลินอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างปิติยินดี “ขอบคุณผู้เฒ่าซุน”
แต่จู่ๆสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา “ผู้เฒ่าซุน ท่านพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเหตุใดท่านถึงได้ทำดีกับข้ามากขนาดนี้?”
เขาตระหนักได้ว่าหลังจากที่ซุนจินหลงมองเห็นอัตลักษณ์ที่แท้จริงรวมถึงจิตวิญญาณยุทธ์ของเขา เขาก็ได้รับการปฏิบัติจากซุนจินหลงเป็นอย่างดีราวกับเป็นแขกผู้มีเกียรติ
อีกฝ่ายยอมมอบแม้กระทั่งผลมหาโพธิสัตว์ที่เป็นสมบัติสืบทอดของเผ่าพันธุ์ให้แก่เขาโดยไม่ขอคำขอยากๆด้วยซ้ำ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะพยายามช่วยเหลือเขาให้ได้มากที่สุดอีกต่างหาก
หากเขาไม่ได้ไขข้อข้องใจนี้ เขาคงจะเก็บมันไปคิดทั้งวันทั้งคืนเป็นแน่
ซุนจินหลงเงียบไปครู่หนึ่ง พลางกล่าวอย่างราบเรียบ “ไม่มีอะไร ข้าแค่ถูกโฉลกกับเจ้าเท่านั้น”
จางหลินรับรู้ได้ว่าซุนจินหลงไม่ต้องการอธิบายให้เขาได้รับรู้ ดังนั้นเขาทำได้เพียงกล่าวถามอีกครั้ง “ผู้เฒ่าซุน หากข้ากลับออกไปแล้ว ข้าสามารถกลับมาหาท่านผ่านเส้นทางเดิมได้หรือไม่?”
ซุนจินหลงยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าอยากจะมาหาข้าอีกครั้งและถามในสิ่งที่เจ้าอยากรู้ทั้งหมดใช่หรือไม่?”
จางหลินอดไม่ได้ที่จะเกาศีรษะอย่างเขินอาย
ซุนจินหลงเพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างใจดี “ไม่ต้องกังวล เส้นทางนั้นจะยังคงอยู่ และมีเพียงแค่เจ้าเท่านั้นที่สามารถเข้ามาที่แห่งนี้ได้โดยที่ข้าไม่จำเป็นต้องควบคุมเขตอาคมด้วยตนเอง”