ภายในชั้นที่ 11 แห่งนี้นั้นนับว่ามีความยากลำบากอยู่มิใช่น้อย มิเพียงเส้นทางที่จะดูสลับซับซ้อนแต่ยังรวมไปถึงสัตว์อสูรที่สุดแสนจะทรงพลังนับว่าสถานการณ์เช่นนี้นับเป็นสถานการณ์ที่ชวนดูแล้วสิ้นหวังอย่างแท้จริง ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขาเองพยายามที่จะหลบหนี้เจ้าสัตว์ร้ายตนนี้อย่างสุดความสามารถ เพราะพลังของเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้นั้นมันอยู่เหนือกว่าตนเองมากนักนี่นับว่าเป็นการที่ไม่ฉลาดเลยหากว่าตนเองคิดที่จะเอาชนะมันแบบซึ่งๆหน้าตัวของเขาเพียงทำได้แต่เดินไปตามเกมส์เท่านั้น
โฮกกก ทางด้านของเจ้าสัตว์อสูรเองตัวของมันนั้นก็วิ่งไล่ตามหลินเทียนมาติดๆราวกับว่าตัวของมันนั้นสนใจเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นพิเศษ ความคิดภายในหัวของมันนั้นมีเพียงสิ่งเดียวคือฉีกกระชากร่างของเจ้าเด็กผู้นี้ให้ได้
“บัดซบที่สุด นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันทำไมมันถึงคิดที่จะเล่นงานข้าคนเดียว” หลินเทียนกล่าวออกมาอย่างหัวเสียเพราะเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นไม่คิดที่จะเล่นงานรุ่นเยาว์คนอื่นเลยทั้งที่ภายในสถานที่แห่งนี้มีผู้คนตั้งมากมายแท้ๆ ไม่เพียงแต่ตัวของหลินเทียนจะต้องใช้ทักษะเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5 เท่านั้นแต่ตัวของเขานั้นยังที่จะต้องเปิดประสาทสัมผัสขั้นสูงสุดว่าสถานที่ตรงหน้านั้นเป็นอย่างไรกันแน่ หากตัวของหลินเทียนไม่เปิดประสาทการรับรู้ไม่แน่ว่าหนทางข้างหน้าที่ตัวของเขาเลือกเดินนั้นมันอาจจะเป็นทางตัน
“เหอๆ เจ้าหมอนั่นช่างโชคร้ายถึงขีดสุด ที่ถูกเจ้าสัตว์เดรัจฉานตนนั้นหมายตานี่นับว่าเป็นผลดีของพวกเราที่จะสามารถผ่านเขาวงกตแห่งนี้ไปได้” เหล่าเด็กรุ่นเยาว์เป็นจำนวนไม่น้อยที่เลือกทางเดินเส้นทางเดียวกันกับหลินเทียนพวกมันถือโอกาสนี้เพื่อที่จะให้พวกมันเองออกจาเขาวงกตแห่งนี้โดยเร็วที่สุด
“แต่จะว่าไปแล้วพลังฝีมือของมันผู้นี้ช่างโดดเด่นนักข้าไม่เคยเห็นผู้ใดรวดเร็วได้มากมายถึงเพียงนี้มาก่อน” ในช่วงเวลานี้ชื่อของหลินเทียนถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าใครก็ต้องเห็นมันผู้นี้วิ่งหนีเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ไปทั่วถึงแม้ว่าพวกมันจะชื่อชมในตัวหลินเทียนแต่พวกมันเองก็อดรู้สึกที่จะรู้สึกสงสารมิได้ ไม่รู้ว่าตัวของมันผู้นี้โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ที่ถูกสัตว์อสูรร้ายพวกนี้หมายตาอยู่คนเดียว มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้นที่เจ้าสัตว์อสูรพวกนี้หมายตาในตัวหลินเทียนนั่นก็เป็นเพราะตัวของเขานั้นแข็งแกร่งและมันอาจจะแข็งแกร่งพอที่จะเป็นภัยคุกครามต่อพวกมันดังนั้นแล้วเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้จึงคิดที่จะบดขยี้ร่างของเด็กหนุ่มผู้นี้ให้ได้อย่างโดยเร็วที่สุด
ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขานั้นแทบที่จะหืดขึ้นคอตัวของเขานั้นเริ่มที่จะรู้สึกหน้ามืดขึ้นไปทุกทีอันเป็นผลมาจากการที่ตัวของเขานั้นใช้พลังเวทที่เป็นจำนวนมากเกินไปในระหว่างที่สติของหลินเทียนใกล้ที่จะดับหายนั้นอยู่ๆแสงสว่างก็วาปผ่านความรู้สึกนึกคิดของเขา
“หรือนั้นคือเส้นทางออกจากหุบเขาวงกตแห่งนี้” ภายในหัวสมองของหลินเทียนนั้นเกิดภาพแผนที่ขึ้นมาระยะทางจากที่ตนอยู่ไปสู่จุดหมายปลายทางนั้นมันห่างไกลจากสถานที่แห่งนี้ไปไม่มากนักนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมันเป็นสถานการณ์ที่ช่วยให้เขาปลุกออกมาจากความสิ้นหวังอีกครั้งเมื่อพบกับแสงสว่างจากปลายอุโมงเบื้องหน้า หลินเทียนพยายามรีดเค้นพลังเวทของตนอย่างสุดความสามารถการเคลื่อนที่และความว่องไวของเขาในยามนี้นั้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวระยะทางระหว่างเขาและเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ค่อยๆทิ้งระยะห่างอย่างช้าๆในระหว่างนั้นภาพเบื้องหน้าของเขานั้นมันกำลังที่จะค่อยๆมืดดับไปอย่างช้าๆดูเหมือนว่าอีกเพียงไม่กี่ชั่วอึดใจสติความนึกคิดของตนนั้นกำลังจะดับหายไป
หวืดดดดด ถึงแม้ว่าในยามนี้นั้นภาพเบื้องหน้าของเขานั้นจะมืดดับไปแล้วแต่สติความนึกคิดของเขานั้นพยายามบงบอกและย่ำเตือนกับเขาว่าจงก้าวเท้าต่อไป ตึบ ตึบ ตึบ ตึง…. ในที่สุดหลินเทียนก็นำพาร่างของตนเองออกจากหุบเขาวงกตแห่งนี้ได้
โฮกกก ทางด้านของเจ้าสัตว์อสูรทำเพียงได้แต่ส่งเสียงกู่ร้องออกมาเท่านั้นถึงแม้ว่าตัวของมันนั้นอยากที่จะบดขยี้ร่างของหลินเทียนแต่ช่างเป็นเรื่องที่สุดแสนจะน่าเสียดายตัวของมันนั้นไม่มีทางทำได้เพราะที่โลกภายนอกนั้นได้ถูกวางอักขระขวางกั้นเอาไว้อยู่ทำให้ตัวของมันไม่สามารถที่จะออกมาได้
ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นตัวของเขานั้นไม่ต่างอะไรไปจากอยู่ในโลกของความฝันสติของเขาดับหายไปแล้วอันเป็นผลมาจากใช้พลังเวทที่มากจนเกินไปมันเกินกว่าที่ร่างกายและจิตใจของเขาจะรับไหวในช่วงที่ตัวของหลินเทียนอยู่ในอาการแห่งการหลับใหลนั้นร่างกายของเขานั้นค่อยๆที่จะฟื้นฟูตัวเองอย่างช้าๆ เมื่อหลินเทียนลืมตาตื่นตัวของเขาเองในยามนี้นั้นก็พบเจอกับรุ่นเยาว์เป็นจำนวนหนึ่งคาดว่าพวกมันก็เป็นหนึ่งในที่สามารถผ่านด่านชั้นที่ 11 ได้เช่นกันสาเหตุที่พวกมันยังไม่รีบที่จะผ่านไปยังชั้น 12 นั้นส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะพักเอาแรงเพราะไม่มีใครสามารถที่จะร่วงรู้ได้เลยว่าตนเองนั้นจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นนับว่าบางตาอย่างชัดเจนมีผู้เหลือรอดในยามนี้เพียงแค่ไม่กี่ 10 คนเท่านั้น และพวกมันส่วนหนึ่งที่สามารถผ่านมาถึงขั้นนี้ได้ก็เป็นเพราะหลินเทียน
เมื่อหลินเทียนลืมตาตื่นได้ไม่นานตัวของเขานั้นก็ทำการนั่งขัดสมาธิเพื่อที่จะรวบรวมพลังเวทอีกครั้ง จากเหตุการณ์เมื่อครู่ร่างกายของหลินเทียนเหนื่อยอ่อนไม่น้อยเลยทีเดียวเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วยามในยามนี้นั้นร่างกายของหลินเทียนกลับมาสู่ในสภาพฟื้นฟูเต็มพลังอีกครั้ง
ตู๊มมมมม พลังเวทเป็นจำนวนมากมายมหาศาลถูกปลดปล่อยระเบิดออกมาจากที่ร่างกายของหลินเทียนตัวของเขานั้นสามารถเลื่อนระดับพลังอย่างไม่ทันตั้งใจได้ถึง 1 ขั้นจึงทำให้ในยามนี้นั้นตัวของหลินเทียนเป็นจอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 3 เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าด้วยสถานการณ์ที่สิ้นหวังเช่นนี้นั้นจะสามารถช่วยส่งเสริมการยกระดับพลังของตนเองได้นับว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ผ่านมานั้นมีประโยชน์ต่อเขาอย่างแท้จริงอีกส่วนหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นสำคัญด้วยนั้นเพราะภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นมันอัดแน่นไปด้วยพลังเวทที่เป็นจำนวนมากมายมหาศาลชนิดที่ว่าที่โลกภายนอกนั้นเทียบไม่ติดยิ่งตัวของเขาเข้าไปสู่ชั้นที่ระดับสูงมากเพียงใดพลังเวทภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้ก็ยิ่งที่จะเพิ่มทวีความหนาแน่นมากเท่านั้น มียอดคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่หลังออกมาจากภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้พลังของพวกมันแต่ละคนนั้นล้วนแล้วแต่เปลี่ยนเป็นหน้ามือเป็นหลังมือหลังผ่านไปเพียงชั่วข้ามคืน