จากเวลาที่ทารกน้อยหยางเทียนเข้ามาอยู่ในตระกูลด้วยฐานะบุตรบุญธรรมของบ่าวหญิงรับใช้นามหยางซูเวลาได้ล่วงเลยผ่านมานานจนกระทั่งบัดนี้เด็กน้อยหยางเทียนอายุเข้าปีที่ 8เด็กน้อยยังคงผิวพรรณอันกระจ่างใสดั่งจันทราสะท้อนบนผิวน้ำ พร้อมกับเค้าโครงหน้าอันหล่อเหลาที่เริ่มปรากฎออกมาทีละน้อย
ในขณะเดียวกันความงามของหยางซูผู้เป็มารดาบุญธรรมเองก็ไม่แพ้กันเนื่องจากขณะนี้หยางซูอายุได้ 28ปีแล้วผิวพรรณและหน้าตาของนางเรียกได้ว่ามาอยู่จุดสูงสุดในด้านความงามของหญิงสาวเลยก็ว่าได้ความงามของนางเกินกว่าที่สาวใช้ควรจะมีไปมากนักแม้เป็บุตรธิดาของหัวหน้าตระกูลระดับกลางของเมืองฟ้าอำพันก็มิสามารถเทียบเคียงความงามล้ำของนางไปได้
หากผู้ใดได้เห็นสองแม่ลูกนี้คงอดคิดไม่ได้ว่าเป็แม่ลูกที่ผิวกายและโครงหน้าดีโดยแท้จริง อาจกล่าวได้ว่าผู้บุตรได้รับเค้าโครงหล่อเหลาจากความงามของผู้เป็มารดาก็ว่าได้และคงมิมีผู้ใดคิดว่าสถานะของเด็กน้อยหยางเทียนจะเป็เพียงบุตรบุธธรรมของหยางซูเนื่องด้วยผิวพรรณและเค้าโครงหล่อเหลาที่ราวกับดึงจากผู้เป็มารดามาไว้ที่ตน
" ท่านแม่ข้ากลับมาแล้ว วันนี้ข้าได้ปลาตัวใหญ่จากลำธารด้านทิศตะวันออกของตระกูลมาด้วย " น้ำเสียงใส่ซื่อบริสุทธิ์ดังออกมาจากปากเด็กผู้หนึ่งน้ำเสียงเจือปนด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุดจนมิอาจปิดบังผู้ใดได้ส่งผลให้ผู้ที่เห็นย่อมต้องรักใคร่เอ็นดูเด็กผู้นี้ยิ่งนัก
" หยางเทียนเ้าชอบไปเล่นซนอยู่เรื่อยๆ นี่ก็เลยเวลาตะวันตกดินไปชั่วยามนึงแล้วถึงค่อยกลับมาบ้านได้เ้าต้องมั่นฝึกฝนบ่อยๆเพื่อเป็กำลังให้นายท่านหยางจ้าวในภายภาคหน้าหากเล่นซนอยู่แบบนี้เ้าจะแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างไรเ้าลูกคนนี้ " แม้ว่าผิวเผินน้ำเสียงของหยางซูเหมือนจะแฝงไปด้วยโทสะแท้ที่จริงกลับเป็การว่ากล่าวตักเตือนด้วยความรักอย่างที่สุดของผู้เป็มารดาจะกระทำได้
" โถ่…. ท่านแม่ข้ารู้แล้วข้าฝึกั้แ่เช้ายันเย็นจนก่อนกลับบ้านข้าได้ไปพบลำธารด้านทิศตะวันออกของตระกูลเราเข้าตลอดชีวิตข้ามิเคยรู้มาก่อนว่าในตระกูลหยางมีลำธารน้ำใสสะอาดเช่นนี้ พอข้ามองไปก็พบปลาแหวกว่ายอยู่มากมายระหว่างทางกลับมาบ้านข้าจึงได้จับติดไม้ติดมือมาฝากท่านแม่เพื่อทำอาหารกินกันท่านแม่อย่าได้โกรธลูกเลยนะขอรับ " เด็กน้อยยังกล่าวออกด้วยท่าทางใสซื่อบริสุทธิ์แววตากระจ่างใสไม่มีแววโกหกอื่นใดแม้แต่น้อย
" เ้าเด็กซนคนนี้เอาเถอะเ้ากล่าวมาขนาดนี้ว่ากลับช้าเพื่อหาปลามากให้แม่ แม่จะทำอย่างไรได้เล่าเ้าไปอาบน้ำก่อนแม่จะทำเตรียมกับข้าวที่เ้าชอบรอไว้ให้ " หยางซูยิ้มขึ้นขณะกล่าวไปยังบุตรที่นางรักและเมตตา
" งั้นลูกจะรีบไปอาบน้ำและจะรีบออกมากินข้าวฝีมือท่านแม่เลย ฮี่ ฮี่.. ฝีมือท่านแม่อร่อยที่สุดแม้พ่อครัวหัวกะทิอย่างท่านหยางสิ่นพ่อครัวส่วนตัวของท่านหัวหน้าตระกูลก็มิมีทางเทียบเคียงฝีมือของแม่ข้าหยางเทียนผู้นี้ได้เลยแม้แต่น้อย " น้ำเสียงเด็กน้อยกล่าวออกด้วยความดีใจและโล่งอกที่ไม่ถูกผู้เป็มารดาทำโทษที่กลับบ้านช้าแต่คำพูดที่ว่ามารดาของมันมีรสมือกับข้าวเหนือล้ำนั้นเด็กหนุ่มมิได้กล่าวขึ้นด้วยความเอาอกเอาใจมารดาแต่อย่างใดแต่มันกลับเป็ความรู้สึกจริงที่เด็กหนุ่มคิดและกล่าวออกมา
" เ้าหยุดกล่าวเยินยอแม่ของเ้าได้แล้วรีบไปอาบน้ำเสียเราเลยเวลาทานอาหารมามากแล้ว " หลังจากหยางซูกล่าวเสร็จสิ้นต่อบุตรชายของตน จึงผลัดออกไปเตรียมอาหารในทันที
" แม่พึ่งสังเกตว่าลูกทะลวงระดับเข้าสู่ปราณแรกกำเนิดขั้นที่ 1 แล้วหรือไฉนจึงไม่บอกกล่าวใดแต่แม่เ้าบ้างเลยหะเ้าเด็กตัวแสบ " หยางซูกล่าวขณะทานอาหารเย็นร่วมกับบุตรชายอย่างอบอุ่น
" ข้าพึ่งทะลวงได้เมื่อ่เย็น กะว่าจะบอกท่านแม่อยู่พอดี แต่ท่านแม่ข้าเก่งกาจกลับรับรู้เื่ราวก่อนที่ข้าจะพูดออกไปเสียได้ " เด็กน้อยกล่าวด้วยความทะเล้นใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มเฉกเช่นที่เด็กวัย 8 ขวบควรจะมี
" เ้าลูกผู้นี้ของข้ามีนิสัยทะเล้นั้แ่เมื่อใดกันแต่เ้าทะลวงระดับปราณแรกกำเนิดขั้นที่1ได้ก็ดีแล้วพรุ่งนี้เช้าแม่จะนำพาเ้าเข้าตำหนักนายท่านหยางจ้าวเพื่อขอรับคัมภีร์ฝึกตนของตระกูลหยางขั้นต้นดีหรือไม่ "
" หะจริงหรือท่านแม่ ข้าจะได้ฝึกฝนลมปราณอันเป็เอกลักษณ์ของตระกูลเราแล้วในที่สุดข้าก็จะได้ฝึกมันแล้ว " ใบหน้าและน้ำเสียงแสดงออกถึงความตื่นเต้นและดีใจสุดประมาณดั่งเด็กที่ได้รับของเล่นที่ดีที่สุดในชีวิตก็ไม่ปานเนื่องด้วยความพยายามทะลวงเข้าระดับปราณแรกกำเนิดขั้นแรกของหยางเทียนใช้เวลาอยู่เกือบสองปีทำให้เห็นถึงความมุมานะบากบั่นของเด็กน้อยได้อย่างดีว่ามีความมุมานะเพียงใดถึงแม้ว่าหากเทียบกับเด็กน้อยผู้อื่นในตระกูลที่สามารถเข้าสู่ระดับปราณแรกกำเนิดได้ั้แ่อายุเจ็ดขวบจะห่างกันอย่างเห็นได้ชัดแต่กระนั้นในใจเด็กหนุ่มกลับไม่มีความยอมแพ้ปรากฏขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
" แม่จะหลอกเ้าไปทำไมเอาเถอะกินข้าวเสร็จแล้วก็รีบเข้านอนพรุ่งนี้เ้าต้องลุกแต่เช้าตามข้าเข้าพบท่านหยางจ้าว " หยางซูกล่าวไปยิ้มไปและอดที่จะเอ็นดูเด็กน้อยตรงหน้ามิได้เมื่อเห็นความดีใจและตื่นเต้นออกมาทางสีหน้าและท่าทางของผู้เป็บุตรของตน
ม