บทที่6 ตลาด
ออกมาจากช่องมิติแล้วรูริกับเชลซีก็เตรียมเดินทางไปยังตลาดในเมืองหนึ่งของเขตอาณาจักรั
“คุณเชลซี ตลาดนี่อยู่ที่ไหนเหรอคะแล้วมีรถหรือเปล่า”
“รถ...หมายถึงรถม้ารึของแบบนั้นจะไปมีได้ยังไง เรามีม้าที่ไหนกัน”
“งั้นจะไปยังไงล่ะ!?”
บ้านหลังนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยป่าทึบ
เป็ไปไม่ได้เลยที่จะมีตลาดอยู่ใกล้ๆ
“ถ้าเดินไปตามปกติหมู่บ้านใกล้ที่สุดจะอยู่ห่างจากที่นี่ห้าวัน”
“ห้าวัน!! ต้องเดินขนาดนั้นเลย!?”
“ถ้าเดินไปละนะ ข้าไม่บอกสักคำว่าต้องเดินไปแล้วตลาดไม่ได้อยู่ที่หมู่บ้านนั่นหรอก เราต้องไปถึงเมืองที่อยู่เลยไปอีก”
“วิธีไปอย่างอื่นนอกจากเดินเท้าก็ไม่มีแล้วยังต้องไปต่ออีก...อ๊ะ หรือว่ามีวิธีวาร์ปไปแบบแฟนตาซีน่ะ?”
อีกฝ่ายปล่อยให้รูริพูดอย่างตื่นเต้นแล้วเดินไปยังที่โล่งซึ่งไม่มีของเกะกะ ก่อนที่ร่างของหญิงชราจะเปล่งแสง
รูริหรี่ตาลงด้วยความแสบตาแสงนั้นยิ่งขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จนใหญ่ยิ่งกว่าบ้าน ไปจนมีความสูงพอๆ กับยอดไม้
“หวาาาาาา!”
เมื่อแสงหายไป สิ่งที่อยู่ตรงนั้นคือกิ้งก่าขนาดั์ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ด มันมีหางยาวและปีกขนาดใหญ่
“คุณเชลซีกลายเป็กิ้งก่าไปแล้ว!!”
เธอะโอย่างแตกตื่นแล้วเชลซีก็แขวะกลับมาเหมือนทุกที
‘ไม่ใช่กิ้งก่า ัต่างหาก! อย่าเอาัผู้มีเกียรติไปรวมกับกิ้งก่าธรรมดาได้ไหม เสียมารยาทจริงๆ’
เสียงนั้นไม่ได้ผ่านหูหากดังขึ้นในสมองโดยตรง
“เสียงนี่มัน คุณเชลซี?”
‘โทรจิตไงละ ข้าพูดกับในหัวเ้าโดยตรงเพราะร่างัพูดไม่ได้หรอก’
“ั...คุณเชลซีเป็เผ่าัเหรอคะเนี่ย”
ตอนแรกนึกว่าเป็กิ้งก่าตัวใหญ่แต่เมื่อวิ่งอ้อมวนรอบตัวเชลซีที่เป็ัแล้ว ก็พบว่ามีจุดแตกต่างอยู่หลายอย่าง
อีกอย่างคือไม่ใช่ัตัวยาวๆแบบัจีน แต่เป็ัแบบตะวันตก
ซึ่งน่ากลัวเอาการทีเดียว...
เธอรู้ว่านี่คือเชลซีจึงทำเหมือนเป็ปกติได้แต่ถ้าเป็ัตนอื่น ก็คงจะตัวสั่นงันงกไปนานแล้ว
‘เอ้า มัวเหม่ออะไรอยู่ รีบขึ้นมาเร็ว’
ตกลงว่าจะไม่เดินไป แต่บินไปแทน เธอเข้าใจในที่สุดว่ารถนั้นไม่มีความจำเป็เลย
“ขึ้นมาที่ว่านี่ จะให้ขึ้นยังไงล่ะ...”
เชลซีในตอนนี้สูงประมาณตึกห้าชั้นเกล็ดทั่วร่างเป็มันวาว ดูแล้วไม่น่าจะปีนไหวสักนิด
‘เ้ามีเวทมนตร์นี่ ลองใช้พลังของภูตลมช่วยให้ตัวลอยขึ้นมาสิ’
เธอลองวาดภาพบินขึ้นฟ้าตามคำแนะนำแล้วร่างก็พลันลอยขึ้นไป
แต่การทรงตัวก็ยากเย็นจนไม่สามารถลอยอยู่นิ่งๆได้ และหมุนตัวไปมากลางอากาศ
‘ตอนแรกจะทรงตัวยากหน่อยแต่รูริชินเมื่อไหร่ก็น่าจะบินไปพร้อมกับข้าได้ แต่ตอนบินต้องใช้พลังเวทไปเรื่อยๆด้วย จะบินก็ระวังด้วยละว่ามีพลังเวทเหลือพอไหม แต่สำหรับรูรินี่คงไม่ต้องห่วงหรอกมั้ง’
เธอบินเบี้ยวไปมาแต่ก็มาถึงบนตัวของเชลซีได้ในที่สุดมือก็เอื้อมไปเกาะเขาอันหนึ่งซึ่งงอกมาจากหัวของั
‘เอ้า ออกเดินทางกันเถอะ จับไว้ให้ดีล่ะ’
“ค่า”
ได้ยินเสียงขานรับของรูริแล้ว ร่างมหึมาของเชลซีก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
ในพริบตา พวกเธออยู่สูงขึ้นไปบนท้องฟ้ามองลงมาเห็นป่าอยู่ด้านล่าง
รูริไม่ถูกกับเครื่องเล่นเรียกเสียงกรีดร้องในสวนสนุกอยู่แล้ว
ไหนจะไม่มีเข็มขัดนิรภัยอย่างเดียวที่พึ่งได้คือเขาของเชลซี หากผิดคาดที่เธอกลับไม่รู้สึกกลัว
นั่นคงเพราะพลังของภูตลมที่ััได้จากรอบตัว
ถึงจะพลัดตกลงไปเธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ต้องห่วงอะไรเลย
อีกทั้งเชลซียังกางเขตแดนไว้รอบๆลมที่พัดมาปะทะจึงเพียงแ่เบาสบายตัวเท่านั้น
วันนี้ฟ้าโปร่งมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน
ข้างล่างคือป่าซึ่งมีบ้านของเชลซีอยู่
มองจากข้างบนก็เห็นว่าป่านั้นต่อเนื่องไปสุดลูกหูลูกตาหากถูกทิ้งไว้ที่นี่โดยปราศจากอุปกรณ์ใดๆ ก็เป็ไปไม่ได้เลยที่เธอจะเอาชีวิตรอดได้
เธอยิ่งซาบซึ้งที่ตัวเองยังมีชีวิตรอดอยู่
หากไม่มีพวกภูต เธอก็คงอดตายไปแล้วถือว่ารูริยังโชคดี
นาดาเชียก็คงไม่มีใครคิดว่ารูริจะรอดตายมาได้ถ้าพวกเขายอมตัดใจคิดเสียว่าเธอตายไปแล้วก็ดีหรอก...
พวกเธอผ่านหมู่บ้านที่ต้องเดินเท้าห้าวันไปในไม่ช้าและไปต่ออีกไม่กี่ชั่วโมงหลังจากออกเดินทาง
เมื่อผ่านชุมชนหลายแห่งไปแล้วก็เห็นเมืองขนาดใหญ่อยู่ข้างหน้า
‘ถึงแล้ว’
เชลซีร่อนตัวลงห่างจากประตูเมืองไประยะหนึ่ง
ในใจแอบคิดว่าลงไปที่หน้าประตูเมืองเลยก็ได้พลางลงจากหัวั
เห็นว่ารูริลงไปแล้วร่างของเชลซีก็ทอแสงอีกครั้ง ก่อนจะกลับเป็ร่างมนุษย์ดังเดิม
อีกฝ่ายหยิบวิกผมสีน้ำตาลของรูริจากช่องมิติมาส่งให้พอเห็นเธอทำหน้างงก็บอก
“ข้าลืมบอกไปเ้าใส่นี่ไว้ตอนเข้าเมืองดีกว่า แล้วเวลาอยู่ในเมืองห้ามถอดออกละ”
“ได้ค่ะ แต่ทำไมเหรอคะ”
“สีผมของรูริสำหรับโลกนี้แล้วเป็ของแปลกมากไงเล่า ดีไม่ดีเ้าจะโดนพ่อค้าทาสหมายตาเอาได้ ห้ามถอดออกเวลาอยู่กับคนอื่นเด็ดขาด”
“มีทาสด้วยเหรอคะ!?”
เป็เื่ช็อกไม่เบาสำหรับรูริที่โตมาในประเทศที่ห่างไกลจากคำว่าทาสไม่แน่ว่าโลกนี้อาจจะมีความปลอดภัยน้อยกว่าที่เธอคิดอีกก็ได้
“อาณาจักรัไม่มีหรอกแต่ประเทศที่ถือว่าระบบทาสถูกต้องตามกฎหมายก็มีอยู่ไม่น้อยเผ่าหายากหรือคนที่มีสีแปลกตาจะถูกซื้อขายในราคาสูง ที่โดนลักพาตัวไปก็มีบ่อยๆประเทศของรูริน่าจะสงบมาก ขอให้เ้าระวังตัวให้ดีเถอะโดยเฉพาะกับเผ่ามนุษย์นั่นแหละ”
รูริทำหน้าไม่พอใจที่เชลซีกำชับเหมือนเธอเป็เด็กเล็กๆแต่ไม่ทันจะบ่นก็ได้ยินประโยคที่สะดุดเสียก่อน
“โดยเฉพาะมนุษย์เหรอคะ”
“ใช่ มนุษย์นั่นแหละ”
เชลซีกวาดตาไปรอบๆตัวรูริเหมือนอ่านออกว่าเธอไม่เข้าใจเหตุผลเลย
รูริพลอยหันไปมองตาม แต่ก็เห็นเพียงภูตอยู่รอบๆตัวเหมือนเช่นเคย
เธอเอียงศีรษะอย่างกังขาแล้วเชลซีก็อธิบายปนถอนใจ
“คิดจะปองร้ายคนที่มีภูตติดตามเป็โขยงแบบนี้ถ้าไม่ใช่มนุษย์ที่พลังเวทน้อยจนมองไม่เห็นภูต ก็ต้องเป็พวกอยากฆ่าตัวตายละ”
“เผ่าโบราณก็มีคนที่มีพลังเวทน้อยไม่ใช่เหรอคะ”
“ถึงมองไม่เห็น เผ่าโบราณก็มีประสาทััไวกว่ามนุษย์หลายเท่ามีภูตอยู่เยอะขนาดนี้ก็พอรู้สึกได้หรอก แต่มนุษย์น่ะคงมีคนที่มีพลังเวทสูงจนมองเห็นอยู่แค่หยิบมือเดียวเ้าถึงควรระวังตัวให้ดี อย่าไปเตะตาใครเข้าให้ล่ะ”
หากมีอันตรายถึงตัวรูริที่จะเจออันตรายยิ่งกว่าก็คือคนรอบๆ
กว่าจะเดินไปถึงเมืองเชลซีก็กำชับเื่นี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนหูแทบชาไปเลย
รอจนลอดผ่านประตูเมืองไปที่นั่นก็คือสวน์ของความนุ่มฟู...
ตึกอาคารแบบยุโรปกับถนนปูแผ่นหินสองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านค้า มีผู้คนเดินจับจ่ายใช้สอยกันคลาคล่ำ
แต่คนที่มาซื้อของเหล่านี้ไม่มีใครถือข้าวของไว้ในมือเลย นั่นคงเพราะเวทช่องมิติที่เธอเพิ่งเรียนมาวันนี้เอง
เมืองที่มีคนคับคั่งแล้วบวกด้วยอีกองค์ประกอบที่ทำให้เธอยิ่งตื่นเต้น
มนุษย์สัตว์ที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์แต่ก็มีหูหรือหางสัตว์ด้วยหรืุ์สัตว์ที่ใกล้เคียงไปทางสัตว์ซึ่งเดินสองขา บนถนนเต็มไปด้วยคนที่มีความหลากหลายเช่นนั้นเดินกันขวักไขว่
เผ่าโบราณบางคนเช่นเชลซีก็มีรูปร่างไม่ต่างอะไรกับมนุษย์จึงเป็การยากที่จะแยกว่าใครเป็เผ่ามนุษย์บ้างหากในเมืองนี้ก็เป็เผ่าโบราณเกือบทั้งหมด
เด็กๆ ในเมืองนั้น บ้างก็มีหูหรือหางสัตว์บ้างก็มีท่อนล่างหรือท่อนบนเป็สัตว์
นั่นเพราะยังเล็กอยู่จึงไม่สามารถอยู่ในร่างมนุษย์ให้สมบูรณ์ได้
เด็กตัวเล็กๆกับขนนุ่มนิ่มนั้นช่างน่ารักเสียเหลือเกิน
อยากขอฟัดสักที...
เธอถึงกับเดินซวนเซไปหาเด็กๆที่เล่นกันอยู่ ก่อนจะย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน
เด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่เงยหน้ามองรูรินั้นมีหูแมวตั้งตรงกับหางยาวฟูไปด้วยขนคงเพราะยังแปลงร่างมนุษย์ได้ไม่ถนัด ใบหน้าก็ยังมีจมูกกับหนวดเป็แมวด้วย
“คือว่านะ ขอลูบหัวหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
“ได้สิ”
เธอคิดอยู่ว่าเจอคนโรคจิตมาขอลูบหัวทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อนนี่ต้องโดนปฏิเสธแน่เลยแต่อีกฝ่ายก็รับปากอย่างง่ายดาย
ความไร้เดียงสานั้นทำให้รูริที่เป็ฝ่ายถามยังอดห่วงขึ้นมาไม่ได้แต่ความน่ารักกับขนฟูฟ่องก็ทำให้หน้าเธอทลายลงเป็รอยยิ้ม
หูที่ลูบนั้นอุ่นมือ และกระดิกไปมาเหมือนจั๊กจี้บอกให้รู้ว่านี่เป็หูจริงๆ ไม่ใช่ของปลอมจากนั้นเธอหันไปลูบหัวเด็กอีกคนที่มีหูกระต่ายสีขาวโพลนบนศีรษะราวกับกระต่ายขาวในอลิซและเป็ปลื้มกับความน่ารักของพวกเขา
“์แท้ๆ...”
“มัวทำอะไรอยู่น่ะ รูริ ไปกันได้แล้ว”
“ดูสิ เชลซี น่ารักสุดๆ เลย”
“เด็กๆ น่ารักก็ถูกต้องแล้วเลิกเถลไถลแล้วไปทำธุระซะทีเถอะ”
เชลซีดึงแขนเธอไปในขณะที่รูริโบกมืออำลาเด็กๆด้วยความอาลัยอาวรณ์เธอตามหลังผู้ร่วมทางไปยังตลาดโดยระวังไม่ให้พลัดหลงไปกับฝูงคน
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei