ตอนที่ 168 เขียนรายงานวิชาการใหม่
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
“การย่อสูตรเวทนั้นไม่ได้ยาก เพียงแค่ใช้ความคิดนิดหน่อยก็สามารถแก้โจทย์พวกนี้ได้แล้ว” เมอร์ลินกล่าวออกมาอย่างมั่นใจ
เป้าหมายของเมอร์ลินตอนนี้คือการสะสมแต้มวิชาการให้ถึงหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม เพื่อที่จะบรรลุคุณสมบัตินักวิชาการสามดาว
สำหรับการสะสมแต้มวิชาการแล้ว แม้นักวิชาจะสามารถจ่ายแต้มวิชาการอ้างอิงได้ และมันมีโอกาสที่พวกเขาจะใช้จ่ายแต้มวิชาการอ้างอิงไปมากจนตกจากอันดับคุณสมบัติ แต่ถึงอย่างนั้นสภาเวทมนตร์ก็จะไม่ลดระดับหรือยึดเข็มกลัดคืน
ยกตัวอย่างเช่น หากเมอร์ลินเคยสะสมแต้มวิชาการจนเกิน 1,500 แต้มมาแล้ว แต่เขาใช้แต้มวิชาการในการอ้างอิงจนต่ำกว่า 1,500 แต้ม เขาก็ยังไม่ถูกยึดหรือปรับให้มีระดับต่ำลงมา เขายังคงเป็นนักวิชาการสามดาว มีเพียงแต้มวิชาการของเขาเท่านั้นที่ต่ำลง แต่จะไม่ส่งผลต่อสถานะของเขา
แต่ถึงอย่างนั้นการใช้แต้มวิชาการในการอ้างอิงมากเกินไปก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสีย นั่นเพราะหากจะยกระดับในขั้นต่อไป พวกเขาจะทำได้ยากกว่าเดิม เพราะการยกระดับแต่ละขั้นนั้นมักจะใช้แต้มวิชาการเท่าตัว นั่นหมายความว่าแต้มวิชาการที่จ่ายไปใช้อ้างอิงนั้นจะต้องสร้างผลงานที่คุ้มค่า
มันเหมือนการเสี่ยงโชค เพราะหลายคนที่จ่ายแต้มวิชาการอ้างอิงไป แต่ก็ไม่ได้รับผลลัพธ์ที่น่าพอใจกลับมา
อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้แล้วเมอร์ลินไม่ได้เข้าไปแตะปัญหาในข้อนี้ เขาคิดแค่เพียงทำในสิ่งที่ง่ายที่สุดและสร้างผลลัพธ์ที่ดีออกมา ซึ่งการย่อสูตรเวทดูเหมือนจะทำให้เขาเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
“ตอนนี้ฉันต้องคิดในมุมมองของนักประดิษฐ์ว่าจะย่อสูตรเวทมนตร์ประเภทใด ...”
เมอร์ลินขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ความจริงฉันไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพียงแค่ทำในสิ่งที่ฉันเคยทำออกมาให้ดีกว่า”
ใช่แล้ว ตอนนี้เมอร์ลินตัดสินใจที่จะย่อสูตรเวทต้นกำเนิดแบบเดิม
“แต่ธาตุแสงนั้นได้รับผลตอบรับที่ดี ตอนนี้พวกนักประดิษฐ์คงจะนำไปใช้งานแล้ว หากฉันทำสูตรใหม่ออกมา สูตรเดิมคงจะทำประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ ขณะเดียวกันธาตุอื่นๆ กลับให้ผลลัพธ์ที่น้อยกว่า ฉันควรสร้างพวกมันให้ดีกว่าเดิมแล้วย่อเวทต้นกำเนิดธาตุใหม่ๆ ขึ้นมา”
เมื่อคิดได้ดังนั้นเมอร์ลินก็ลงมือทันที
เดิมทีเขาย่อสูตรเวทต้นกำเนิดธาตุไฟ ดิน น้ำ และลมให้เล็กมากอยู่แล้ว ตอนนี้เขาต้องย่อสูตรเวทพวกนี้ให้เล็กยิ่งกว่า
การทำเรื่องพวกนี้พูดแล้วเหมือนจะง่าย แต่เมื่อลงมือทำจริงๆ กลับไม่ง่ายเลย
แม้แต่เมอร์ลินเองในครั้งนี้เขายังต้องลงแรงยิ่งกว่าครั้งแรกมาก
จนกระทั่ง ...
ในคืนวันนั้นเขาก็สามารถย่อเวทต้นกำเนิดธาตุไฟได้สำเร็จ
ดูเหมือนว่าครั้งนี้เขาจะใช้เวลาในการคำนวณการย่อสูตรเวทมากกว่าเดิม
การย่อสูตรเวทของเมอร์ลินไม่ได้ทำแค่ย่อสูตรเวทเฉยๆ แต่เขายังคงใช้รูนศาสตร์ในการคำนวณหาความถูกต้องของสูตรเวทด้วย เพื่อรับรองว่าสูตรเวทที่เขาย่อออกมานั้นไม่ผิดพลาด
“ไม่คิดเลยว่าการทำในสิ่งที่ดีกว่าเดิมนั้นจะมีความยากขนาดนี้”
ในตอนแรกเมอร์ลินมั่นใจในตัวเองมาก ต้องรู้ไว้ว่าการย่อสูตรเวทในครั้งแรกเขาใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น แต่ในครั้งนี้เขากลับย่อสูตรเวทนานนับชั่วโมงกว่าจะได้สูตรเวทหนึ่งบท
อย่างไรเขาก็ทำมันได้สำเร็จ ซึ่งความสำเร็จนี้นั้นสร้างคำถามข้อหนึ่งให้กับเขา
“ความจริงการย่อสูตรเวทต้นกำเนิดพวกนี้ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่ทำไมพวกนักวิชาการคนอื่นๆ ถึงไม่ย่อพวกมันออกมา” เขาเอ่ยพึมพำ
ซึ่งเมอร์ลินไม่รู้ว่าแม้จะมีคนที่สามารถทำได้ก็จริง แต่คนเหล่านั้นไม่ได้มาสนใจเรื่องเล็กๆ พวกนี้ หรือต่อให้มีคนสนใจ คนพวกนั้นก็มีความสามารถไม่พอ
อีกทั้งคนที่มีความสามารถด้านรูนศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมเหมือนเมอร์ลินแล้วด้วย พวกเขานั้นถือตนเองว่าเป็นนักรูนศาสตร์สายบริสุทธิ์ ในสายตาของพวกเขานั้นดูถูกพวกที่นำรูนศาสตร์ไปประยุกต์ใช้กับสิ่งอื่นๆ นั่นจึงไม่แปลกที่จะไม่มีตัวตนระดับเทพมาทำเรื่องพวกนี้
ในสายตาของนักรูนศาสตร์บริสุทธิ์ขั้นเทพ พวกสายประยุกต์นั้นไม่มีค่าในสายตาพวกเขา และพวกเขาก็ไม่เคยคิดจะเหลือบตาลงมาสนใจ
เดิมทีรูนศาสตร์นั้นก็มีผู้ที่ร่ำเรียนอยู่น้อยมากอยู่แล้ว ดังนั้นการที่จะหานักรูนศาสตร์เก่งๆ มาสนใจเรื่องพวกนี้ก็มีน้อยมากเช่นกัน ซึ่งออสตินและเมอร์ลินคือหนึ่งในนั้น
ในช่วงทานอาหารเย็น
“คุณมาร์เทล พรุ่งนี้คุณช่วยหาซื้อโต๊ะเก้าอี้ แล้วก็ชั้นวางหนังสือให้ผมด้วยนะครับ ผมจะนำพวกมันไปวางไว้ในห้องทดลองด้านล่าง” เมอร์ลินเอ่ยกับมาร์เทล
เงินที่มาร์เทลจ่ายคือค่ายใช้จ่ายที่ออสตินเป็นคนจ่ายเงินอยู่แล้ว เมอร์ลินรู้ว่าตนเองตอนนี้ต้องประหยัด จึงถือโอกาสใช้เงินของออสติน อีกอย่างข้าวของพวกนี้ก็ไม่ใช่ของแพงอะไรอยู่แล้ว เขาจึงพูดเรื่องนี้กับมาร์เทล
“ครับ วันพรุ่งนี้ผมจะจัดทุกอย่างให้คุณ” มาร์เทลรับคำ
ความจริงเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว อีกอย่างเขาเองก็อยากจะทำอะไรให้เมอร์ลินบ้าง เพราะการที่เขาแค่ดูแลบ้านนั้นเหมือนจะสบายเกินไป จนทำให้เขารู้สึกตนเองทำงานไม่คุ้มกับค่าจ้าง
“ขอบคุณครับ” เมอร์ลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อ้อ อีกอย่างช่วงนี้ผมจะไม่เข้ามหาลัยนะครับ คงต้องรอให้งานวิจัยของผมเสร็จก่อนถึงจะออกจากบ้านได้”
“ผมทราบแล้วครับ”
เมอร์ลินพูดคุยกับมาร์เทลระหว่างมื้ออาหารในเรื่องทั่วไป พวกเขามีการวิจารณ์ข่าวในหนังสือพิมพ์บ้าง ท่าทางของพวกเขาแทบจะไม่ต่างคนในครอบครัวเดียวกันเลย
หลังจากกินอาหารมื้อนั้นเสร็จเมอร์ลินก็กลับขึ้นไปทำงาน แน่นอนว่าเขาต้องนอนดึก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังได้นอน
วันพรุ่งขึ้นมาร์เทลออกไปซื้อฟอร์นิเจอร์ตามที่ได้รับปากกับเมอร์ลิน
โชคดีที่ยุคนี้มีแหวนเก็บของ นั่นจึงทำให้การขนย้ายไม่ได้ยาก ทางร้านขนฟอร์นิเจอร์เข้ามาในบ้าน และเป็นเมอร์ลินที่รับฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ใส่เข้าไปในแหวนเก็บของของเขาอีกทอดหนึ่ง
ก่อนหน้านี้เมอร์ลินมีแหวนเก็บของแค่วงเดียวและมันก็ใกล้จะเต็มแล้ว โชคดีที่ออสตินพึ่งให้แหวนเก็บของวงใหม่ซึ่งบรรจุพาหนะเวทและหินเวทพลังงานสำรองข้างในนั้น มันจึงยังมีพื้นที่คงเหลืออีกมาก ซึ่งเพียงพอที่จะนำฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ใส่เข้าไป
นั่นทำให้พวกเขาไม่ต้องขนย้ายมันให้เมื่อย