พอรถม้าหยุดจอดนิ่ง ร่างบางจึงลุกขึ้นก้าวลงพื้น เห็นสามีผู้ใจดีมายืนรอรับตนอยู่จึงยื่นมือบางให้เขาประคองเข้าเรือน สปาต้ายังอยู่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศ เขาดูมีสง่าราศี ดูดีไปหมด ไม่ว่าเขาจะสวมชุดขาดวิ่นมอมแมม ชุดพวกนั้นก็มีค่ามีราคาขึ้นมาทันที...
"สปาต้า ท่านเพิ่งมาถึงหรือ?" หล่อนถาม เห็นเขาพยักหน้าตอบพร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม จึงเอ่ยขอบคุณ..
"ขอบคุณท่านที่รอข้า"
"ที่รัก จะทานอะไรก่อนไหม?" เขาถามพลางประคองหล่อนเดินเข้าห้องหนึ่ง....
"เดี๋ยวค่ะ นี่มันห้องนอน!"
"ใช่ครับ" เขาตอบยกยิ้มยวน
"น้องทานในห้องก็ได้ พี่ก็จะทาน....ในห้อง" เขาพูดเป็นัย สายตาคมสะดุดกล่องเล็กๆ ในมือบาง เขาเกือบหลุดถามออกไป แต่ยั้งไว้เสียดีกว่า
"..."
สปาต้าพาร่างเล็กของภรรยานั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะย่อตัวคุกเข่า คว้าเท้าเล็กสองข้างแล้วค่อยๆ ถอดรองเท้าหุ้มส้นบอบบางออก ผู้ที่ถูกกระทำก็เริ่มเก้ๆ กังๆ เงอะงะทำอะไรไม่ถูก จะค้านก็เกรงใจ จะถกเท้าหนีก็เสียดาย แต่สิ่งที่หล่อนกังวลหาใช่เื่นั้นไม่...
"เท้าข้าเหม็นเหงื่อ ท่านอย่าเปื้อนมือเลย" หล่อนก้มลงจับมือใหญ่ เขาเงยมองสตรีตัวเล็กแล้วยิ้มจางๆ พลางพูดหยอกเ้าหล่อน
"หือ...พี่เองก็เหม็นเหงื่อ..." พอดีกับบ่าวนำอ่างน้ำอุ่นเข้ามา เขาจึงแนะ..."อ่างนี่เล็กไป...น้องว่าไหม?" เขาพูดชวนคิดไปทางอื่น ทำเอาสาวใช้ตัวเล็กร้อนผ่าว นางจึงขออนุญาตตนแล้วเร่งรุดออกจากห้องใหญ่ ให้ทั้งสองได้คลอเคลียกันเต็มที่...
"ท่านก็พูดชวนเข้าใจผิด...จะให้ข้าขัดหลังให้ไหมล่ะ?" หล่อนตอบกลับ ไม่น้อยหน้า เขาทำราวกับตัวเองขึ้นบ่าวใหม่ๆ แขนขากำลังเพศคึกครื้น หล่อนมองแววตาใสๆ ราวกับจะขอขนมหวานนั่น...เขาดูไม่ร้าย ไม่มีพิษมีภัย ทำให้เ้าหล่อนเผลอตอบเอาใจ....
อ่างอุ่นในห้องนอนไม่กว้างพอให้คนสองคนลงแช่ หล่อนจึงให้เขาอาบก่อน ร่างกำยำเปล่าเปลือยมีเพียงผ้าผืนบางปกปิดแก่นกายไว้ ก้าวลงอ่างอุ่นหอมกรุ่นกลิ่นดอกไม้จากๆ เขานั่งนิ่งให้หล่อนปรนนิบัติขัดถู ร่างสาวยังสวมใส่ผ้าคลุม ไม่ยอมอ่อนข้อให้อยู่ในที แล้วนั่งลงข้างๆ ปากอ่าง ข้างหลังสามี มือบางลูบไล้เครื่องหอมถูกายแกร่ง มองแผ่นหลังแข็งแรงมั่นคงแลให้ความรู้สึกปลอดภัย หญิงสาวมองเขาด้วยแววตาสนใจ สามีผู้นี้ราวกับเด็กน้อยว่านอนสอนง่าย....ตัวเองจึงไม่ทันตั้งตัวและเผลอไผลไปกับกล้ามเนื้อแข็งแรง จนสังเกตเห็นรอยแผลเป็หลายขนาดถูกตราทับทั่วแผ่นหลัง สะกิดต่อมใคร่สงสัย
"สปาต้า ท่านได้แผลเหล่านี้มาได้อย่างไร?" หล่อนหลุดถาม เขาเงยหน้าหาหล่อน มือใหญ่จึงถือโอกาสจับมือเล็กมาจูบ แล้วใช้มือบอบบางลูบไล้เนื้อกายตนตรงรอยแผลทั่วอกแกร่ง
"...แผลพวกนี้มาจากการทรมาน ทหารฝั่งศัตรูซุ้มโจมตีค่ายเรา พวกพี่ถูกจับไปทรมานเพื่อความสะใจของพวกมัน ประมานสองสัปดาห์ กว่าหน่วยช่วยเหลือจึงมาถึง เพื่อนทหารด้วยกันสิ้นใจไปสามสี่นายเหลือไม่ถึงสิบที่รอดมาได้ มีพี่ รอน แวนและหัวหน้าทหารค่าย ส่วนคนอื่นๆ มาตายเอาตอนรักษาเพราะติดเชื้อ"
เขาพูดอย่างกับเป็เื่เล่าของบุคคลอื่น ทำเอาผู้ฟังถึงกับอึ้งในความเย็นะเืของเขา บางอย่างที่มันเป็แผลไปแล้วมันไม่มีวันเลือนหายไปเพราะเวลาหรอกนะ มีแต่เราที่ดักและล็อกซ่อนมันไว้ นานไปเลยคิดว่าเราหายดี แต่ไม่ใช่เราแค่ลืมมันไปชั่วขณะเท่านั้น แผลนั่นยังคงซุกซ่อนอยู่ ถ้าบาดลึกมาก เจ็บมาก ก็เ็ามาก ทำเหมือนไม่มีอะไรทั้งที่เ็ปมากแท้ๆ แผลในใจน่ะมันไม่หายไปเหมือนแผลสดที่คอยสมานเรื่อยๆ นะ เหมือนกับเครื่องแก้วถึงจะหนาและแข็งแรงแค่ไหนถ้าได้ร้าวแล้วล่ะก็ ความจริงที่รู้ว่ามันร้าวมันก็ร้าวอยู่วันยังค่ำ.....
"ท่านกลัวไหม?" หล่อนถาม สีหน้ากังวล
"....กลัวสิ" เขามองหล่อนนิ่ง เเล้วเล่าต่อ
"พี่ยังเด็ก หลังจากที่พ่อกับแม่เสียไป ก็ถูกเรียกให้ร่วมศึก ตอนนั้นยังไม่ประสีประสา ถึงตายไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยน ถึงอยู่ไปก็ไม่เปลี่ยนอะไร แต่ยังมีลมหายใจอยู่เลยต้องอยู่" เขามองภรรยาที่มองเขาด้วยสายตาห่วงใยมีน้ำใสๆ คลออยู่ สปาต้าถือโอกาสนี้คว้าร่างบางให้ลงอ่าง นั่งตักแข็งแรงของเขา หล่อนส่งเสียงร้องใแต่ไม่ขัดขืนใดๆ สปาต้ายิ้มพอใจกอดร่างนวลแน่นให้ความอบอุ่นแก่ภรรยาสาว เขาจึงเล่าต่อ..
"ชีวิตพี่มันน่าเบื่อ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก" เขาว่า
"แต่ข้าก็อยากรู้....ท่านเป็สามีข้า ถ้าผู้เป็ภรรยาไม่รู้อะไรเกี่ยวสามีนางเลย ก็ไม่น่าเรียกว่าภรรยาหรอกใช่ไหม?" หล่อนหันมองเขา "ข้าอยากรู้เื่ของท่าน ชีวิตท่าน ทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ข้าอยากรู้ไปหมด" หล่อนกอดท่อนแขนแข็งแรงเอาไว้ราวจะยืนยันว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้ว...เขายังมีหล่อน ั์ตาคู่คมจ้องภรรยาตัวเล็กในอ้อมแขน ใช่....เขามีภรรยาเป็ตัวเป็ตนแล้ว จับต้องได้...รู้สึกได้...หล่อนเป็ภรรยาเขา และเป็คนที่ประกาศจะหย่ากับเขาเมื่อหลายชั่วโมงก่อน....
"......พ่อแม่พี่....ไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ....ท่านถูกวางยา..."
"!!!!"
"ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าพวกท่านอยู่ใน่ทดลองยา"
"เอ๊ะ!!!"
เขามองหล่อน แล้วเคลื่อนมือลูบร่างบาง พยายามจะถอดเสื้อคลุมสีขาวออก พลางเล่าเื่อดีต....ที่เขาไม่เคยลืมในสิบกว่าปีมานี้
"ราวๆ หน้าฝน ท่านแม่ก็ป่วยโดยไม่มีสาเหตุ จากนั้นไม่นานบ่าวใช้ที่ดูแลท่านก็ป่วยตาม อาการหอบ ชัก และอาเจียน มีเวียนหัวรุนแรง ไม่มีหมอคนไหนรู้ว่าท่านป่วยเป็อะไร" เขาหยุดเล่า.....เมื่ออาบเ้าหล่อนสะอาดแล้วจึงอุ้มร่างเปียกโชกขึ้นจากอ่าง หาผ้าแพรมาชุบเช็ดให้ แล้วห่อตัวภรรยาด้วยผ้าคลุมผืนใหญ่ เสร็จแล้วจึงเอาผ้ามาพันสะโพกแข็งแรง ร่างสูงจึงอุ้มหล่อนมานั่งบนเตียงกว้าง เอาผ้าแพรผืนเล็กมาเช็ดผมดำขลับที่เปียกชื้นของหล่อน พลางเริ่มเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสบายๆ หล่อนตั้งใจฟังเขาเล่า และปล่อยให้สามีทำตามใจ
"หลังจากนั้นท่านพ่อก็สั่งให้ท่านแม่อยู่แต่ในห้องห้ามใครเข้าออก ท่านพ่อมาเยี่ยมนางบ้างเป็ครั้งเป็คราว แต่อยู่ด้วยไม่นาน ผ่านไปสองสัปดาห์ ท่านพ่อก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้าบ้าน ผู้หญิงคนนั้นอ้างว่า นางรู้ว่าท่านแม่ป่วยเป็อะไรและมีวิธีรักษาท่านให้หาย ่นั้นท่านพ่อตระเวรหาหมอมาดูอาการท่านแม่แทบไม่ได้พัก เมื่อรู้ว่ามีวิธีรักษาจึงไม่รีรอ ท่านพ่อให้นางอยู่เรือนใหญ่ และเข้าออกเรือนเล็กตามสบาย จนกว่าท่านแม่จะหายดี" เขาเอามือบีบแก้มหล่อน แล้วพาตัวเองนั่งลงข้างๆ โซเฟียเห็นผมสีทองยังเปียกอยู่หล่อนจึงหยิบผ้าแพรมาเช็ดให้ สปาต้ายกยิ้มพอใจแล้วว่าต่อ..
" ไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นทำอะไรกับท่านแม่บ้าง นางมีอาการดีขึ้นจนคนอื่นๆ เข้าเยี่ยมได้ และมีท่าทีดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านพ่อจึงยกเหมืองให้เป็การตอบแทนแก่หญิงคนนั้น และชีวิตของเราก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง แต่มันเหมือนความฝันและความหวังอันริบหรี่ในความมืด ไม่นานท่านพ่อก็ป่วยตาม ท่านแม่ก็มีอาการทรุดลง คนในบ้านก็เริ่มป่วย ไม่เว้นแม้แต่พี่เอง แต่ก็เหมือนฝันร้าย" เขาเล่า คิดเห็นถึงวินาทีที่คนทั้งบ้านกระอักเื ล้มลงทีละคนสองคน ตอนนั้นเขารู้ทันทีว่าถูกวางยากันทั้งบ้าน จะบอกว่าโชคดีหรือโชคร้ายล่ะ เพราะ่นั้นเขาใช้ชีวิตในโรงเรียนเป็ส่วนใหญ่ทั้งอาหารการกิน เขาจึงรอดอย่างหวุดหวิด คนที่รอดมีไม่ถึงสิบคนในคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนี้ เขาเป็เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบปี ไปๆ มาๆ ระหว่างโรงเรียนกับเรือน พอกลับมาเยือนบิดามารดาอีกที ก็พบเจอกับการสูญเสียครั้งใหญ่ การตายของเคานต์บรินและมาดามบรินถูกพับเก็บเป็ความลับราวกับเื่ไร้สาระ เหลือเพียงเขาเเละคนในเรือนจำนวนหนึ่งที่รอดตาย คนที่เหลือก็สาหัสสากันมาตายเอาตอนหลัง เด็กสิบขวบอย่างเขาจะทำอะไรได้ในเวลานั้น การสังหารยกครัวที่ถูกวางแผนมาอย่างดิบดีกับคนร้ายที่ลอยนวลอยู่จนถึงทุกวันนี้ หากเขาจับได้...ไม่สิ เขารู้ว่าคนที่อยู่เื้ัไม่ใช่ใครที่ไหน...ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เขาทำอะไรไม่ได้ ตัวเขายังอยู่ภายใต้บารมีของคนที่ฆ่าพ่อแม่ตน หากจะโค่นล้ม มันก็ต้องสาสมกับความแค้นที่ฝังลึกมาหลายปี.....
บัดนี้...คงอีกไม่นานที่วันนั้นจะมาถึง....
"สปาต้า..." หล่อนเรียกสามี เพราะเห็นเขาเงียบไป ดวงตาแกร่งเผยแววอาฆาตราวจะห้ำหั่นใครบางคน ทำเอาหล่อนรู้สึกกลัวไปด้วย....เเน่นอนว่าเขาคงแค้นมากหากหล่อนเจอเหตุการณ์แบบนั้น หล่อนคงไม่ยอมรามือหาตัวคนร้ายแน่....
"แล้วท่านรู้ไหม ว่าเป็ฝีมือใคร?" หล่อนกุมมือเขา บีบเบาๆ อยากให้เขารู้ว่ายังมีตนคอยรับฟังอยู่....คอยให้ความอบอุ่นแก่เขาอยู่ เขายังมีหล่อนอยู่ข้างๆ ...
"ครับ" สปาต้าตอบสั้นๆ เขายกมือขึ้นขยี้ผมดำเงาอย่างเอ็นดู เพราะคนตัวเล็กทำท่าจะร้องไห้ เขาไม่อยากให้หล่อนต้องรับรู้เื่แย่ๆ
"สปาต้า...." หล่อนดุ
เห็นเขาเงียบไป จึงเดาว่าที่เหลือคงจะเป็ความลับที่หล่อนไม่สามารถรับมือได้ ....ร่างบางนั่งตัวตรง จ้องเขา มองเขา สีหน้าจริงจัง
"ข่าวพวกนี้ก็เป็ฝีมือท่านด้วยใช่ไหม!" ร่างสูงนิ่งทึ่ง ข่าวที่ว่า ไม่ต้องลงรายละเอียดมาก เ้าตัวก็คงเข้าใจดี
"ฮ่ะ!" เขาขำ เชิงประชด เหมือนตัวเองจะถูกสงสัยเสียแล้ว....เขายิ้มร่า ยิ้มกว้างจนคนถามใจหายวาบ ร่างสูงเยื้องเข้าใกล้ พลางยืนยันทั้งคำพูดและแววตา
"น้องก็เคยเห็น"
โทนเสียงเขา ทำเอาใจบอบบางเต้นโครมคราม แววตาแดงสีเืสด จ้องหล่อนอย่างมีเลศนัย ภาพหนึ่งจึงผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาดำขลับเบิกกว้างเต็มไปด้วยความตื่นกลัว!
นี่หล่อนพลาดท่าให้เขาแล้ว....เขาไม่ใช่สามีธรรมดา....เขาเป็ฆาตกรร้อยศพ..ไม่!..พันพันศพ....!
โอ้! หล่อนนึกถึงใบหย่าอีกครั้ง....พร้อมกับหัวน้อยๆ ที่ลอยล่องไปพร้อมกับกระดาษแผ่นบางๆ ....
………………………………………………………..
ฉันว่าแล้ว หล่อนต้องโดน โดนกันทั้งบ้าน โดนผู้งามๆ หลอกเข้าให้ ดั่งคำเขาว่า "อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจผู้"