บทที่ 15 แก้ไขสถานการณ์
บรรยากาศโดยรวมของบริษัทในวันนี้ช่างผ่อนคลายและสนุกสนาน บรรดาพนักงานต่างกำลังพูดคุยเกี่ยวกับงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งของหนัวต้ากรุ๊ป
“เยี่ยเจีย… เยี่ยเจีย… วันนี้เป็งานฉลองวันก่อตั้งบริษัท เธอเตรียมชุดไว้บ้างหรือยัง นี่เป็งานใหญ่เลยนะ เตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ!” ต้านหนี่มองเยี่ยเจียที่ไม่ได้ร่วมสนทนาด้วย จึงเข้ามาถามอย่างสงสัย
เยี่ยเจียเงยหน้ามองอีกฝ่าย “งานนี้… ฉันไม่ได้ไปร่วมหรอกนะ”
“เธอไม่ไปงั้นเหรอ! ทำไมล่ะ เลขาของผู้บริหารระดับสูงและตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการขึ้นไป สามารถเข้าร่วมได้นี่นา”
“ฉันไม่ได้เตรียมชุดไว้น่ะ” เยี่ยเจียหาเหตุผลมาอ้างแบบขอไปที เพื่อหลีกเลี่ยงการเซ้าซี้จากต้านหนี่
วันนี้มีประกาศให้เลิกงานตอนบ่ายสามโมง เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงวันก่อตั้งบริษัทในค่ำคืนนี้
เมื่อใกล้จะเลิกงาน เยี่ยเจียก็ได้รับโทรศัพท์จากหานปิง “หมอหาน คุณโทรมาหาฉัน มีเื่อะไรหรือเปล่า”
“เยี่ยเจีย ตอนนี้ฉันอยู่ด้านล่างของบริษัทเธอ ลงมาหาฉันหน่อยสิ”
“ฉันยังลงไปไม่ได้…” เยี่ยเจียยังไม่ทันพูดจบ อีกฝ่ายก็ตัดสายไปเสียแล้ว
เธอเก็บมือถือเข้ากระเป๋า และมองดูเวลา พบว่ายังเหลืออีกห้านาที หากเดินไปกดบัตรลงเวลาตอนนี้ น่าจะสามโมงพอดีซึ่งเป็เวลาเลิกงาน
เมื่อลงมายังด้านล่าง เยี่ยเจียก็เห็นหมอหาน เขาสวมสูทเนี้ยบเรียบร้อย รูปร่างสูงสง่า ไม่เหมือนตอนสวมชุดกาวน์สีขาวตามปกติ ดูเหมือนเขาตั้งใจแต่งตัวมาเป็พิเศษ เดิมทีหานปิงก็หน้าตาดีอยู่แล้ว แต่เมื่อสวมสูทก็ดูแตกต่างไปอีกแบบ
“หมอหาน วันนี้… คุณแต่งตัวแบบนี้ทำไมเหรอ”
“ตามฉันมาสิ จะได้คุยกันระหว่างทาง” หานปิงพาเธอขึ้นรถโดยไม่พูดอะไรให้มากความ
ไม่รู้ว่ามีเื่สำคัญอะไร แต่เมื่อเห็นหานปิงรีบร้อนแบบนี้ เยี่ยเจียก็ยอมขึ้นรถแต่โดยดี หลังจากคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว จึงหันไปมองเขาและเอ่ยถาม “มีเื่อะไรหรือเปล่าคะ หรือว่า… คุณป้าให้คุณนัดดูตัวผู้หญิงอีกแล้ว คุณคงคิดจะพาฉันไปแก้ไขสถานการณ์อีกแล้วใช่ไหม”
เมื่อก่อน หานปิงเคยให้เยี่ยเจียไปช่วยแก้ไขสถานการณ์ถึงสองครั้ง เธอยังจำได้ดี ทว่าที่ผ่านมา อีกฝ่ายกลับไม่เคยแต่งตัวด้วยสูทที่ดูดีขนาดนี้มาก่อน
หานปิงอมยิ้มแล้วมองหน้าเธอ “ก็เป็การช่วยแก้ไขสถานการณ์จริง ๆ… แต่ครั้งนี้เป็การช่วยเธอต่างหาก”
“ฉันเหรอ”
“ไม่ใช่ว่าเธอต้องไปร่วมงานเลี้ยงฉลองวันก่อตั้งบริษัทหรอกเหรอ ฉันไปในฐานะตัวแทนของตระกูลหาน กลัวว่าเธอจะประหม่า เลยคิดจะอยู่เป็เพื่อนเธอยังไงล่ะ”
“แต่ฉันไม่คิดจะไปเลย”
ต่อให้เธอไม่อยากไปอย่างไร แต่หมอหานกลับพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้จงได้ “นี่เป็การร่วมงานเลี้ยงของบริษัทครั้งแรกหลังจากที่เธอฟื้นตัว เธอไม่อยากทำผลงานบ้างหรือไง หรือว่า… ฟู่อวิ่นซางไม่อนุญาตให้เธอไป”
“ไม่ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ห้ามฉันหรอกนะ ฉันแค่ไม่ค่อยชอบที่ที่มีคนเยอะ โดยเฉพาะที่ที่เต็มไปด้วยคนแปลกหน้า”
“งั้นก็ถือว่าเธอไปเป็เพื่อนฉันสิ ฉันตกลงกับคุณปู่แล้วว่าจะเป็ตัวแทนตระกูลหาน ตอนแรกฉันคิดว่าเธอจะไปด้วย เลยตอบตกลง แต่ถ้าเธอไม่ไป… ฉันจะไปทำไม”
“แต่ฉัน…” จนแล้วจนรอดเธอก็ยังไม่อยากไป
หลายวันมานี้ เยี่ยเจียรู้สึกสับสนมาก เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับฟู่อวิ่นซาง แม้แต่ในบริษัทเธอก็จงใจหลีกเลี่ยงที่จะพูดคุยกับสวีเสี้ยนหย่า
หานปิงล้วงมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋ากางเกง เขายักไหล่แล้วพูดว่า “ไม่เป็ไรหรอก ถ้าเธอไม่อยากไปจริง ๆ ฉันก็จะไม่บังคับ”
ชายหนุ่มนิ่งงันไปพักหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ถ้าฉันไม่ไป… อย่างมากก็คงโดนคุณปู่ด่าเท่านั้นเอง”
“งั้น… งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ”
หลังจากลังเลไปหลายรอบ เยี่ยเจียก็ตัดสินใจที่จะไป ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องเผชิญหน้ากับสองคนนั้นในสักวัน สู้ไปในวันนี้ให้รู้แล้วรู้รอดก็ดีเหมือนกัน
รถหรูเคลื่อนมาจอดยังหน้าร้านทำผมแห่งหนึ่ง
หานปิงลงจากรถ เขาคว้าข้อมือของเยี่ยเจีย แล้วพูดว่า “เราต้องไปเตรียมตัวสำหรับงานฉลองในคืนนี้ มันใช้เวลาค่อนข้างมาก เรารีบไปกันเลยดีกว่า”