บรรยากาศภายในลานกว้างตอนนี้กำลังคึกคักกันเป็นอย่างมาก แต่ละคนมองหน้ากันเหมือนกับพบเจอศัตรูคู่แค้นกันเลยก็ว่าได้ ในขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่เริ่มจับกลุ่มกันขึ้น พวกเขาพูดคุยซุบซิบกันอย่างเงียบๆและตั้งเป้าหมายของพวกตนไว้ ในกติกาของสำนักไม่ได้บอกถึงข้อนี้ไว้ว่าไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ พวกเขาขอเพียงแค่ติดอยู่ภายในหนึ่งร้อยอันดับแรกไม่ว่าจะใช้วิธีการใดมันก็สามารถใช้ได้ทั้งนั้น
ชายชราลอบพยักหน้าอย่างพอใจ ไม่ว่าจะปีไหนๆก็จะต้องเป็นเช่นนี้เสมอ กฏเกณฑ์การรับเข้าสมัครของสำนักนั้นออกแบบมาเช่นนี้ก็เพื่อที่จะให้ทุกคนแข่งขันกันอย่างสุดกำลัง โดยปกติแล้วในทุกๆปีส่วนใหญ่พวกที่อยู่ภายในหนึ่งร้อยอันดับแรกจะเป็นเด็กผู้ที่รวมกลุ่มกันอยู่เสมอ ส่วนผู้ฝึกยุทธรุ่นใหม่ที่ตัวคนเดียวนะหรอ บอกเลยว่าเป็นไปได้ยากที่จะไปแข่งขันกับคนอื่นๆ การลงมือหลายคนกับการลงมือคนเดียวคงจะไม่ต้องบอกนะว่าอันไหนมันรวดเร็วมากยิ่งกว่าในการหาคะแนน
ขณะนั้นโหวฉางคงก็ตบมือสองสามที พริบตานั้นก็ปรากฏแผ่นป้ายขนาดเท่าฝ่ามือบินว่อนไปทั่ว พวกมันออกมาจากแหวนมิติของชายชราพร้อมกับบินวนไปมาทั่วทั้งลานกว้าง ทุกคนเมื่อเห็นมันก็อุทานออกมาอย่างตกใจ นี้นะหรอแผ่นป้ายที่ท่านเจ้าสำนักพูดถึงเมื่อกี้
บนท้องฟ้าด้วยการควบคุมพลังของชายชราก็ทำให้แจกจ่ายแผ่นไม้ได้ในทันที พวกมันพุ่งลงมาจากท้องฟ้าพร้อมกับผสานเข้าใส่ร่างของพวกเขาอย่างไม่ทันที่จะตั้งตัว แต่ละคนทำได้เพียงตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่พวกเขาได้พบเจอ แผ่นป้ายไม้นั้นผสานเข้าไปในร่างของพวกเขาและหายวับไปแล้ว
"นี้คือแผ่นป้ายวิญญาณอาคม เป็นแผ่นไม้ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้เชื่อมต่อวิญญาณ พวกมันมีพลังที่จะทำสิ่งต่างๆได้ดังใจนึกตามแต่ผู้ที่สร้างมันขึ้นมา แผ่นไม้นี้ถูกทำขึ้นด้วยวัสดุพิเศษที่สามารถผสานเข้ากับร่างของผู้ฝึกยุทธได้"
"ตอนนี้ทุกคนก็เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว ก็อย่างที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้ แผ่นไม้นี้จะเป็นตัวเก็บคะแนนในการฆ่าสัตว์อสูร เมื่อพวกเจ้าสังหารสัตว์อสูรได้หนึ่งตัว คะแนนหนึ่งคะแนนก็จะถูกบันทึกไว้ภายในแผ่นป้ายโดยอัตโนมัติ การบันทึกของพวกมันแม่นยำเป็นอย่างมาก เรียกง่ายๆว่าจะไม่มีการโกงเกิดขึ้นภายในการแข่งขันนี้อย่างแน่นอน"
"ในขณะเดียวกันเมื่อเจ้าตกอยู่ในอันตรายหรือยอมแพ้แล้วนั้นพวกเจ้าก็เพียงแค่พูดคำว่า ยอมแพ้ออกมา เพียงแค่นั้นแผ่นป้ายที่อยู่ภายในร่างของเจ้าก็จะตอบสนองและนำพาพวกเจ้าเคลื่อนย้ายออกมายังลานกว้างนี้เช่นเดิม"
"พิกัดการทดสอบถูกติดตั้งไว้แล้ว อีกยี่สิบนาทีจะเริ่มการทดสอบขึ้น เมื่อพวกข้าให้สัญญาณพวกเจ้าก็เพียงแค่บอกว่าเข้ารับการทดสอบร่างของพวกเจ้าก็จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังผืนป่าหลังสำนัก เตรียมตัวให้พร้อม แค่นี้ละ"
ชายชราอธิบายถึงวิธีการใช้ต่างๆออกมาอย่างยาวเหยียดและเมื่อเขาพูดจบแล้วก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับหายวับไป โดยที่เขานั้นยังให้ผู้อาวุโสของสำนักจิตวิญญาณเป็นผู้ควบคุมการทดสอบแทน
ผู้ฝึกยุทธรุ่นเยาว์ที่อยู่ภายในลานกว้างเมื่อเห็นว่าเหลือเวลาอีกเพียงยี่สิบนาทีในการเตรียมตัวก็รีบควานหากลุ่มของตนกันใหญ่ แต่ละคนเริ่มแยกย่อยกันไปตามกลุ่มต่างๆแต่ทว่าก็มีหลายคนที่ไม่ได้สนใจที่จะเข้ากลุ่มและแยกตัวออกมา แต่ละคนถึงกับส่งเสียงออกมาหึออกมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก จับกลุ่มหรอไร้สาระชะมัด
ขณะเดียวกันหลินตงที่อยู่รอบวงนอกของลานกว้างก็มีหลายคนที่มาเชิญชวนเขา พวกนั้นก็คือผู้ที่เห็นถึงความเร็วของชายหนุ่มก่อนที่จะขึ้นมายังเทือกเขาของสำนักนั้นเองแต่ทว่าชายหนุ่มก็ไม่สนใจพลางเอ่ยปัดปฏิเสธไปอย่างเฉยชา
ชายหนุ่มมีท่าทางไม่ต้อนรับแขกก็ทำให้หลายคนต้องตีตัวออกห่างและไม่อยากจะเข้าใกล้ หลินตงก็ไม่ได้สนใจมัน เขาค่อยๆนั่งลงพลางขัดสมาธิเพื่อเตรียมพร้อมร่างกายอย่างถึงที่สุด
หลินตงตอนนี้กำลังสำรวจแผ่นป้ายที่อยู่ภายในร่างของตนเองอยู่ มันล่องลอยอยู่ภายในห้วงวิญญาณของตนอย่างเงียบๆพร้อมกับมีคลื่นพลังที่แปลกประหลาดแผ่กระจายออกมาอยู่นิดๆ วัสดุของแผ่นป้ายนี้บอกได้เลยว่ามันถูกสร้างมาด้วยสิ่งของที่ไม่ธรรมดาเพราะว่ามันสามารถผสานเข้ากับร่างกายของตนเองได้ ของระดับนี้ส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่าของล้ำค่า
"ผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณ..!!"
หลินตงครุ่นคิดถึงผู้ใช้พลังก็เริ่มที่จะสนใจมันขึ้น ภายในทวีปชิงหลงแห่งนี้นอกจากผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรแล้วก็ยังมีผู้ทรงพลังอีกกลุ่มนึง พวกเขาถูกเรียกว่าผู้เชื่อมต่อวิญญาณ พวกเขามีพลังวิธีการที่จะแปรเปลี่ยนห้วงวิญญาณของตนให้ออกมาสู่โลกภายนอกได้ พวกเขาสามารถใช้มันในการสร้างอาวุธชุดเกราะล้ำค่าต่างๆและสิ่งประดิษฐ์ส่วนใหญ่ที่ใช้กันสะดวกสบายอย่างแพร่หลายภายในทวีปแห่งนี้ก็ทำขึ้นมาจากผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณกันทั้งนั่น ยกตัวอย่างเช่นก็ลูกแก้วเพลิงที่เอาไว้จุดไฟก็เช่นเดียวกัน พวกมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้ผู้คนธรรมดาสามารถจุดไฟได้อย่างง่ายๆโดยที่ไม่ต้องสนใจถึงอะไร
ก็เพราะแบบนี้แหละผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณถึงได้รับความเคราพไม่แพ้ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรเลยแม้แต่นิด ไม่ใช่สิ ต้องบอกก่อนว่าพวกเขานั้นได้รับการนับถือมากยิ่งกว่าอีก เพราะถึงยังไงการจะเป็นผู้เชื่อมต่อวิญญาณก็ยากมากยิ่งกว่าสิ่งใดๆ การที่จะเป็นผู้เชื่อมต่อวิญญาณได้ว่ากันว่ามีเพียงแค่หนึ่งในร้อยหรือในพันคนเลยก็ว่าได้ พวกเขาจะต้องมีห้วงจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกยุทธในระดับเดียวกันไปมากโขจึงจะสามารถเป็นได้
และที่สำคัญเลยพลังของพวกเขาไม่ธรรมดา ว่ากันว่าผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณสามารถนำเอาห้วงจิตวิญญาณผสานเข้ากับคลื่นพลังยุทธของตนและสร้างบางสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดขึ้นมา พวกมันถูกเรียกว่าชุดเกราะอักขระวิญญาณ มีหลายคนถึงกับบอกว่าถ้าอยู่ในระดับเดียวกัน ผู้ฝึกยุทธต่อให้จะมีจิตยุทธระดับสูงก็ไม่สามารถต่อกรกับผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณได้เลยแม้แต่นิด บอกง่ายๆว่าพวกเขาแข็งแกร่งนั่นเอง
"ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนว่าที่มหาจักรวาลพันภพก็จะมีขุมพลังระดับสุดยอดของผู้เชื่อมต่อวิญญาณด้วยนิน่ะ"
"ให้ตายสิ โลกแห่งการฝึกฝนพลังนี้มันเริ่มกว้างใหญ่ขึ้นไปอีกแล้ว ผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณกับผู้ฝึกฝนสัตว์อสูร ถ้าเอาทั้งสองมาผสานกันจะเป็นยังไงน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
หลินตงบ่นพึมพำออกมาอย่างคาดหวัง ผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณ เขาเคยได้ยินที่ท่านอาจารย์เล่าออกมาอย่างไม่สนใจครั้งนึง เขาบอกว่าถ้าเจ้าได้เป็นด้วยก็จะถือว่าเป็นการดี เพราะพลังของห้วงจิตวิญญาณนั้นสามารถผสานเข้ากับกองทัพสัตว์อสูรจนทำให้มันไร้เทียมทานได้ ลองคิดดูสิ ถ้าเกิดเขาสร้างชุดเกราะอักขระของสัตว์อสูรมาใส่ให้กับกองทัพของเขาก็ไม่อยากจะคิดมันเลยว่าจะทรงพลังเพียงใด
ความคิดของชายหนุ่มบอกได้เลยว่าก็มีหลายคนที่คิดจะลองทำมันแต่ทว่าด้วยทรัพยากรที่ต้องใช้อย่างมากมายมหาศาลจึงทำให้พวกเขาไม่ได้สนใจพวกมัน