บทที่ 80 มิติเร้นลับ
“ดูเหมือนว่าความทรงจำหลายอย่างของนายจะหายไป” รินไม่ได้โกรธที่สายฝนขัดจังหวะ เธอเข้าใจว่าสายฝนน่ะความทรงจำหายไปแบบไม่ได้ต้องการ ไม่มีใครต้องการให้ความทรงจำตนเองหายไปหรอก
รินเริ่มอธิบายว่ามิติเร้นลับคืออะไรให้สายฝนฟัง “มิติเร้นลับเป็นสถานที่หนึ่งซึ่งไม่ได้อยู่บนดาวดวงนี้และไม่ได้อยู่ในจักรวาลแห่งนี้ด้วย ตามที่ฉันศึกษาประวัติของมันมามิติเร้นลับน่าจะถูกสร้างด้วยฝีมือของผู้แข็งแกร่งที่ในยุคปัจจุบันไม่มีอยู่อีกต่อไป มีหลายคนคาดเดาว่าการจะสร้างมิติเร้นลับได้อย่างน้อยต้องมีพลังระดับเทพเจ้า”
“เหมือนโบราณสถานรึเปล่า?” สายฝนครุ่นคิดก่อนถาม
“ไม่เหมือน หากเทียบโบราณสถานกับมิติเร้นลับ มิติเร้นลับจะอันตรายกว่ามาก โบราณสถานเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างในยุคแรกเริ่มของดาวดวงนี้ แต่มิติเร้นลับนั้นต่างออกไป มิติเร้นลับไม่ได้ถูกสร้างในยุคแรกเริ่มของดาวดวงนี้ หลายคนคิดว่ามันถูกสร้างก่อนดาวดวงนี้จะเกิดขึ้นซะอีก”
“จักรวาลคืออะไร?” สายฝนแปลกใจมากเมื่อได้ยินคำว่าจักรวาลออกมาจากปากริน เขาไม่คิดมาก่อนว่าคนบนดาวโอเชี่ยนเซียจะรู้จักจักรวาล ผู้คนบนดาวไม่เคยออกไปยังอวกาศสักหน่อย
เห็นสายฝนถามเรื่องจักรวาล รินก็พูดขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “ถามได้ดี! คนปกติทั่วไปย่อมไม่รู้เกี่ยวกับจักรวาลแต่ว่านั่นไม่ใช่สำหรับฉัน เรื่องที่ฉันจะเล่าให้นายฟังต่อจากนี้ นายอาจไม่เชื่อว่ามันคือเรื่องจริงทว่าฉันขอยืนยันเลย มันคือเรื่องจริงแน่นอน นายก็รู้ ฉันไม่เคยโกหกนาย”
“ฉันไม่รู้” สายฝนส่ายหน้าพลางกล่าวเช่นนั้น
รินเก้อเขิน เธอนึกได้ว่าผู้ชายเบื้องหน้าจำเรื่องของเธอไม่ได้ ฉับพลันรินรีบเล่าเรื่อง “จักรวาลนั้นน่ะกว้างใหญ่ไพศาล ใหญ่ยิ่งกว่าดาวดวงนี้ซะอีก หากเทียบดาวดวงนี้กับจักรวาล ดาวดวงนี้ก็เหมือนมด ส่วนจักรวาลก็เหมือนดาวเคราะห์ทั้งดวง ความจริงแล้วดาวที่พวกเราอาศัยอยู่กันเป็นเพียงหนึ่งในดาวเคราะห์ทั้งหมดในจักรวาล”
“เธอรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?” จังหวะที่รินหยุดพูดสายฝนพลันถาม กระทั่งฮันน่ายังไม่ได้รู้ข้อมูลเยอะขนาดนี้ ทำไมรินถึงรู้ได้ล่ะ? เป็นไปได้มั้ยว่าตัวตนรินมีเบื้องหลังมากกว่าที่เห็น
“ถ้าฉันบอก นายห้ามเอาไปบอกใครโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันเด็ดขาด เข้าใจนะ?” สายฝนพยักหน้าบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว เห็นสายฝนพยักหน้ารินก็เอ่ยขึ้น “ฉันรู้เรื่องนี้จากห้องสมุดลับของตระกูลฉันน่ะ”
“ห้องสมุดลับของตระกูล? เรื่องนี้เธอเอามาบอกฉันมันจะดีเหรอ? ตระกูลเธอไม่มีกฏเลยหรือ? แล้วทำไมเธอถึงบอกฉันกัน?” สายฝนไม่เข้าใจ เขาไม่คิดว่ารินจะบอกเรื่องนี้ให้เขาฟังโดยไม่ได้หวังอะไร สังคมที่สายฝนเติบโตมาคนรอบข้างมักเข้าหาเข้าเพื่อหวังผลประโยชน์ ยกตัวอย่างหนึ่งคน เป็นผู้หญิงที่สายฝนรู้จักตอนอยู่มัธยม เธอหลอกให้เขาซื้อกระเป๋าราคาแพงให้ ด้วยความโง่สายฝนเลยซื้อกระเป๋าให้เธอ
‘ในจักรวาลแห่งนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆโดยไม่สูญเสียอะไรเลย การที่ผู้หญิงคนนี้เล่าเรื่องแบบนี้ให้ฉันฟังแสดงว่าเธอต้องการบางอย่างจากฉัน ฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร? ลองดูท่าทีเธอไปก่อนแล้วกัน หากเธอต้องการสิ่งที่มันมากเกินไป ฉันไม่สนว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหรือไม่ ฉันจะฆ่าเธอซะ’ สายฝนคิดอยู่ภายในใจ เขาไม่รู้เลยว่าความคิดตนเองนั้นรุนแรงมากแค่ไหน ก่อนจะมาดาวดวงนี้เขาไม่ได้เป็นแบบนี้มาก่อน
รินมองสายฝนด้วยสายตาแฝงความรู้สึกบางอย่างเอาใว้ซึ่งแน่นอนว่าสายฝนไม่เข้าใจมัน ผ่านไปสามวินาทีเธอก็เปิดปากตอบ “ถ้าเป็นคนอื่นฉันจะไม่บอกหรอกนะ แต่ในเมื่อเป็นนายฉันก็เลยยอมบอก ส่วนเรื่องกฏน่ะ นายไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอกนะ ตราบใดที่นายไม่ไปบอกใครเรื่องที่ฉันเล่า ฉันก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรอก”
“ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเธอถึงบอกเรื่องนี้กับฉัน ฉันขอบอกใว้ก่อนเลยนะว่าหากเธอต้องการสิ่งที่มันมากเกินไปฉันจะฆ่าเธอซะ” สายฝนกล่าวด้วยหน้าตาจริงจัง
ในชีวิตสายฝนมีน้อยคนนักที่จะเข้าหาเขาโดยไม่หวังผลประโยชน์ เพื่อนที่จริงใจต่อเขายังมีไม่เกินสิบคนด้วยซํ้า ความคิดแรกตอนคนอื่นเข้าหาเขาคืออีกฝ่ายต้องการอะไรจากเขา
“คิกคิก ถึงนายจะความทรงจำหายไปทว่านายก็ยังโง่เหมือนเดิมสินะ” รินหัวเราะเบาๆ สิ่งที่กล่าวทำให้สายฝนรู้สึกโกรธทว่าก็ได้แต่เก็บอารมณ์ใว้ในใจ ไม่สามารถระบายมันออกมาได้
วินาทีนั้นสายฝนพลันฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ ‘เดี๋ยวนะ หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะมีความรู้สึกดีๆให้กับไอ้คิงนั่น ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล บางคนเคยบอกใว้ว่าความรักนั้นสามารถทำให้คนโง่ได้ ฉันล่ะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนอย่างคิงมันถึงมีผู้หญิงมาชอบด้วย’
“เธอยังเล่าเรื่องมิติเร้นลับไม่จบนะ” สายฝนกล่าว ต้องการให้รินกลับไปยังเรื่องมิติเร้นลับ
“งั้นฉันจะเล่าต่อก็แล้วกัน มิติเร้นลับน่ะถูกสร้างขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันแล้วแต่มิติเร้นลับ บางมิติเร้นลับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง บางมิติเร้นลับถูกสร้างขึ้นมาเพื่อผนึกสิ่งมีชีวิต บางมิติเร้นลับถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนสืบทอดมรดกของผู้สร้างมิติ ยังมีอีกหลายวัตถุประสงค์ซึ่งฉันไม่สามารถเล่าได้หมด...” รินหยุดพูดอยู่หลายวินาทีจากนั้นจึงกล่าวต่อว่า
“มิติเร้นลับที่พวกระดับสูงต้องการคนเข้าร่วมสำรวจน่ะยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด ดังนั้นมันจึงมีความอันตรายอย่างมาก ถ้านายตัดสินใจเข้าร่วมภารกิจนี้กับฉัน นายจะต้องระวังให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”
“ทำไมพวกระดับสูงไม่เข้าไปสำรวจเองล่ะ? ระดับของพวกระดับสูงอย่างตํ่าก็นักรบแห่งท้องทะเลเลยนะ ถ้าพวกนั้นเข้าไปสำรวจยังไงก็ต้องดีกว่าพวกระดับครึ่งก้าวสำรวจอยู่แล้ว” สายฝนถามริน
“นั่นก็เพราะมิติเร้นลับที่พวกเรากำลังจะไปสำรวจห้ามไม่ให้ระดับนักรบแห่งท้องทะเลหรือเหนือกว่านั้นเข้าไปน่ะสิ หากเข้าไปร่างกายจะกลายเป็นแค่กองเลือดเท่านั้น เพราะงั้นคนที่เข้าร่วมการสำรวจมิติเร้นลับนี้จะมีแต่คนธรรมดาและระดับครึ่งก้าวเท่านั้น ส่วนของรางวัลที่เราจะได้รับนั้นขึ้นอยู่กับผลงานที่ทำข้างใน จะมีพวกระดับครึ่งก้าวชั้นยอดที่ถูกส่งมาโดยพวกระดับสูงคอยจับตาดูเราเพื่อเขียนสิ่งที่เราทำในมิติเร้นลับ”
“ฉันขอเวลาคิดอีกสามวัน” สายฝนกล่าว ภายในใจเขาได้ตัดสินใจใว้แล้วว่าจะไม่เข้าร่วม เขาเป็นระดับหนึ่งย่อมไม่สามารถเข้ามิติเร้นลับที่รินบอกได้ สายฝนกลัวตาย เขาไม่กล้าเสี่ยงเข้าไปแล้วกลายเป็นกองเลือด
“ได้ ยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการสำรวจได้อีกห้าวัน การที่นายใช้เวลาตัดสินใจสามวันมันไม่น่าจะเป็นอะไร” พูดจบเธอก็หันมองรอบข้างก่อนกล่าวขึ้นอีกรอบว่า “ฉันขออยู่ที่นี่กับนายได้รึเปล่า? ที่พักของฉันน่ะมันอยู่ไม่สบายซักเท่าไหร่ อีกอย่างมันก็ไม่หรูหราเหมือนที่พักนายด้วย ที่พักนายก็ออกจะใหญ่ขนาดนี้ ให้ฉันอยู่เพิ่มอีกคนคงไม่เป็นอะไรหรอกใช่มั้ย?”
สายฝนนิ่งค้าง ‘นี่เธอต้องการมาอยู่ที่พักฉันเหรอเนี่ย? บ้าเอ้ย! ถ้างั้นฉันก็ต้องระมัดระวังตัวตลอดเวลาน่ะสิ ฉันจะไม่สามารถผ่อนคลายได้แม้เพียงวินาทีเดียว’ คิดแบบนั้นแล้วสายฝนรีบปฏิเสธทันที แต่เพราะรินยังคงโน้มน้าวเขาไม่หยุดจนสายฝนรู้สึกรำคาญ เขาไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากให้เธออาศัยอยู่ที่พักของเขา
---
บทที่ 80 มิติเร้นลับ