“ไปเอาเนื้อมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน!”
เสิ่นหงชุ่ยที่ไม่ได้ลิ้มรสชาติของเนื้อมาครึ่งปีเห็นจะได้ถึงกับตะลึงตาค้างเธอจ้องมองเนื้อแดดเดียวชิ้นโตที่เหลืออยู่หลายชิ้นในกล่องข้าวอะลูมิเนียมจนน้ำลายแทบไหล
นี่หลี่เสวี่ยเหลียนกินยาลืมเขย่าขวดหรืออย่างไร?หรือว่าเ้าเสิ่นเหยาจะออกไปเป็โจรปล้นชิงใครเขามา?
เดิมทีหลี่เสวี่ยเหลียนกับเสิ่นหงชุ่ยก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันอยู่แล้ว
ยามที่เสิ่นเหยาถึงวัยออกเรือนเธอเห็นเสิ่นหลิงคอยเดินตามต้อยๆ ส่งเสียงเรียก ‘พี่เสิ่นเหยา’อย่างนั้น ‘พี่เสิ่นเหยา’ อย่างนี้ไม่ขาดปาก ก็เคยมีความคิดอยากจะดองเป็ทองแผ่นเดียวกันอยู่บ้างประการแรกคือบ้านอยู่ใกล้กัน ฐานะพอกัน ประการที่สองคือเสิ่นหลิงเอวหนาสะโพกผายดูท่าทางจะเป็งานเป็การไม่น้อย
ใครจะไปรู้ว่าเสิ่นหงชุ่ยกลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยแถมยังนึกรังเกียจว่าครอบครัวของเธอยากจน
เื่นั้นยังพอทำเนาความจนเป็เื่จริง ในเมื่อเขาไม่อยากเกี่ยวดอง เธอก็ไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไร
ทว่าเสิ่นหงชุ่ยคนนี้ดันมีปากเสียๆชอบไปเที่ยวป่าวประกาศว่าเสิ่นเหยาของเธอเป็คางคกอยากกินเนื้อหงส์!
เหอะๆไม่ตักน้ำชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่าลูกสาวหน้าตาเป็อย่างไรยังจะมีหน้ามาพูดถึงเนื้อหงส์? น่าขำสิ้นดีสะใภ้ใหม่บ้านเธออย่างอิ๋งอิ๋งต่างหากถึงจะเรียกว่าหงส์ตัวจริง!
“พี่สะใภ้เสิ่น ให้พี่ต้องมาเห็นภาพน่าอายเสียแล้วพอดีอิ๋งอิ๋งเขาตั้งใจเอามาส่งให้ฉันน่ะ บอกว่ากลัวฉันจะกินไม่อิ่มท้อง!” หลี่เสวี่ยเหลียนจงใจหยิบเนื้อแดดเดียวขึ้นมาหนึ่งชิ้นพลางเคี้ยวเสียงดังจั๊บๆอย่างเอร็ดอร่อย
เสิ่นหงชุ่ยเหลือบมองเจียงอิ๋งอิ๋งที่ยืนสวยสะพรั่งอยู่ตรงนั้นทีหนึ่งแล้วเบนสายตามองเนื้อในกล่องข้าวอีกที ก่อนจะแค่นหัวเราะเ็า“น้องหลี่ ไม่ใช่ว่าพี่จะตำหนิเธอหรอกนะแต่โบราณเขาว่าจะแต่งงานต้องหาภรรยาที่เป็คนดีมีคุณธรรมรู้จักประหยัดอดออมถึงจะสร้างตัวได้”
พูดจบเธอก็ดึงแขนลูกสาวตัวเอง“ดูอย่างเสี่ยวหลิงบ้านฉันสิ อายุแค่นี้ก็รู้จักเก็บหอมรอมริบแล้วเป็ผู้หญิงถ้ามัวแต่ล้างผลาญเสบียง แล้วจะไปมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร?”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นทนฟังไม่ได้เธอถลึงตาใส่ด้วยความโกรธเคือง “ป้าหงชุ่ยป้าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ! เนื้อนี่พี่สะใภ้ตั้งใจเก็บไว้ให้แม่ฉันนะเื่เก็บไม่เก็บอะไรกัน? ถ้ามัวแต่เก็บไว้กินคนเดียวสิเขาถึงเรียกว่าเห็นแก่ตัว!”
หลี่เสวี่ยเหลียนแสร้งทำเป็ดุแล้วดึงตัวลูกสาวไว้“เสี่ยวอวิ๋นนั่งลง พูดจาเลอะเทอะกับป้าเขาได้ยังไงกัน!”
เสิ่นหงชุ่ยนั้นขึ้นชื่อเื่ปากคอเราะร้ายเธอไม่ได้โกรธเคืองแม้แต่น้อย แต่กลับกวาดสายตามองเจียงอิ๋งอิ๋งั้แ่หัวจรดเท้าพลางแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัย “อุ๊ยตายอิ๋งอิ๋งนี่สวยจริงๆ เลยนะ ท่าทางเหมือนคุณหนูในเมืองไม่มีผิดผิวพรรณละเอียดลออแบบนี้ต้องรักษาให้ดีล่ะขืนลงนาทำงานจนผิวถลอกปอกเปิกขึ้นมาล่ะก็ เสียของแย่!”
คำพูดนี้ฟังอย่างไรก็เป็การประชดประชันว่าเจียงอิ๋งอิ๋งทำงานไม่เป็
เจียงอิ๋งอิ๋งเอียงคอเล็กน้อยพลางแย้มยิ้มอย่างใสซื่อไร้เดียงสา “ป้าหงชุ่ยป้าเองก็ต้องดูแลผิวให้ดีๆ เหมือนกันนะคะ ดูสิคะหน้าป้าดำยิ่งกว่าพี่เหยาของฉันเสียอีก! แล้วก็พี่เสี่ยวหลิงด้วยผิวพรรณก็ดูไม่ค่อยดีเลยนะคะ!”
พูดจบเธอก็หันไปตบหลังมือเสิ่นเสี่ยวอวิ๋นเบาๆ“น้องสาวไม่ต้องกลัวนะ ในห้องพี่สะใภ้ยังมีครีมหิมะเหลืออยู่ตอนเย็นน้องกับคุณแม่แวะไปทาสักหน่อยนะคะ”
เสิ่นหงชุ่ยได้ยินดังนั้นใบหน้าก็ยิ่งมืดดำด้วยความโกรธ “เหอะพวกชาวไร่ชาวนาขี้ตีนติดดิน ต่อให้ดัดจริตแค่ไหนก็ไม่มีวันได้เป็คุณหนูหรอก!”
เธอรู้ดีว่าเจียงอิ๋งอิ๋งเป็ที่รักใคร่ของทางบ้านเดิมแต่เป็ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านแล้วอย่างไรเล่า!
จะส่งเนื้อมาให้กินกันได้ทุกวันเชียวหรือ?เนื้อแดดเดียวแค่นิดเดียวนี้ไม่รู้ว่าอุตส่าห์เจียดมาจากปากท้องตัวเองตั้งนานเท่าไหร่!
กินไปเถอะกินเข้าไป มื้อนี้กินเสร็จ มื้อหน้าก็เชิญไปกินลมกินแล้งเอาแล้วกัน!
เธอสะบัดหน้าหนีพลางค้อนขวับ“เหอะ กินมื้อนี้ไม่เผื่อมื้อหน้า ระวังจะสำลักจนตายเอาล่ะ!”
คิ้วของเสิ่นเหยาขมวดมุ่นคำพูดนี้ออกจะรุนแรงเกินไปเสียหน่อย เขากำลังจะอ้าปากปกป้องแต่เจียงอิ๋งอิ๋งกลับชิงพูดขึ้นเสียก่อน “ป้าหงชุ่ยถ้าป้าอยากกิน ฉันจะแบ่งเนื้อให้ป้าลองชิมสักชิ้นก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะคะแต่ทำไมต้องพูดจาใจดำขนาดนี้ด้วยล่ะ?”
“ใครอยากกินของแกกัน?”
เสิ่นหลิงเห็นท่าทางออดอ้อนออเซาะนั่นแล้วก็รู้สึกรำคาญใจ“ก็แค่เนื้อไม่กี่ชิ้น แกจะกินไปได้ตลอดชีวิตเชียวหรือ?”
“ก็คงไม่ได้หรอกค่ะ”
เจียงอิ๋งอิ๋งส่ายหน้ายอมรับตามตรง“แม่ของฉันแบ่งเนื้อแดดเดียวมาให้แค่เท่านี้เองค่ะ”
หลี่เสวี่ยเหลียนได้ยินดังนั้นเนื้อในปากพลันจืดชืดลงทันตาเธอรีบห่อเนื้อแดดเดียวที่เหลือทันที “ลูกสะใภ้คนดีเนื้อพวกนี้ลูกเก็บไว้เถอะ เอาไว้ค่อยๆ กินนะ!เราจะกินให้หมดในมื้อเดียวไม่ได้หรอก!”
เจียงอิ๋งอิ๋งเม้มริมฝีปากแดงระเรื่อ“แม่คะ กินเถอะค่ะ! ตอนเย็นเราค่อยกินเนื้ออย่างอื่นกัน”
เสิ่นหงชุ่ยแค่นเสียงหัวเราะมองเจียงอิ๋งอิ๋งราวกับมองคนปัญญาอ่อน “ฮ่าๆยังจะกินเนื้ออีกเรอะ? ทำไม? หรือว่า์จะประทานเนื้อลงมาให้แกกินอีกล่ะ!”
ขนาดพวกกรรมกรในเมืองยังไม่กล้าคุยโวเลยว่าจะได้กินเนื้อทุกมื้อ!
สิ้นเสียงของเธอทันใดนั้นก็มีก้อนสีขาวนวลพุ่งพรวดออกมาจากป่าละเมาะด้านหลังราวกับมีอะไรบางอย่างไล่กวดมา มันกระโจนเข้าสู่อ้อมอกของเจียงอิ๋งอิ๋งอย่างแม่นยำ
ก่อนจะนอนหมอบนิ่งสงบเสงี่ยมอยู่อย่างนั้น
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวทันที“ค่าโชคชะตาเข้าบัญชีเรียบร้อย โปรดตรวจสอบด้วยครับโฮสต์”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มอย่างเอียงอาย“สมพรปากป้าหงชุ่ยเลยนะคะ ์ประทานเนื้อมาให้ฉันกินจริงๆด้วย...”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นอุทานด้วยความใ“นี่มันตัวอะไรน่ะ?”
เสิ่นเหยาเอื้อมมือไปหิ้วเ้าสิ่งนั้นออกมาจากอ้อมกอดของเจียงอิ๋งอิ๋งมันคือกระต่ายป่าตัวหนึ่ง ซึ่งทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย“มันวิ่งเข้ามาเองเลยงั้นหรือ?”
กระต่ายป่าเป็สัตว์ที่ขี้ตระหนกและกลัวคนเป็ทุนเดิมอย่าว่าแต่จะวิ่งเข้าหาคนเลย แค่ได้ยินเสียงแว่วมาแต่ไกลก็โกยอ้าวหนีหายไปแล้ว
วันนี้ช่างเป็เื่อัศจรรย์ที่หาดูได้ยากจริงๆ
กระต่ายตัวนั้นทั้งใหญ่ทั้งอ้วนมันยอมให้เสิ่นเหยาหิ้วไว้นิ่งๆ ราวกับยอมรับชะตากรรม
เสิ่นหงชุ่ยอิจฉาจนตาแดงก่ำแทบอยากจะถลันเข้าไปแย่งมาทันที “เ้าเสิ่นเหยากระต่ายตัวนี้จะตกเป็ของแกฝ่ายเดียวไม่ได้นะ!”
เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นรีบลุกขึ้นมายืนขวางทางไว้“กระต่ายมันวิ่งมาชนอ้อมกอดพี่สะใภ้ของฉันเองเพราะฉะนั้นมันก็ต้องเป็ของพี่สะใภ้!”
กระต่ายตัวเบ้อเริ่มขนาดนี้จะเอาไปทำเนื้อกินได้ตั้งกี่มื้อกัน!
เสิ่นหลิงในยามนี้ลืมเื่กิริยามารยาทไปจนสิ้นเธอลุกพรวดขึ้นในทันที ร่างที่หนาใหญ่สั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุมได้“ที่นี่มีแค่บ้านเราสองบ้าน ควรจะแบ่งกันคนละครึ่งถึงจะถูก!”
“ฝันไปเถอะ! นี่เป็ของพี่สะใภ้ฉัน!”
แม้เสิ่นเสี่ยวอวิ๋นจะมีรูปร่างผอมบางแต่ก็ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
นี่คือน้องกระต่ายตัวอ้วนพีเชียวนะ!อย่าว่าแต่จะให้ครึ่งตัวเลย ต่อให้เป็หางกระต่ายเธอก็ไม่มีวันยกให้เด็ดขาด!
เสิ่นหงชุ่ยอาศัยความหน้าด้านหน้าทนยื่นแขนหวังจะฉกกระต่ายไปจากอ้อมอกเจียงอิ๋งอิ๋งทว่าเจียงอิ๋งอิ๋งกลับเบี่ยงตัวหลบไปอยู่ข้างหลังเสิ่นเหยาได้อย่างคล่องแคล่วพลางโผล่หน้าออกมายิ้มเยาะอย่างเสแสร้ง “ป้าหงชุ่ยป้าทำฉันใหมดเลยนะคะ!”
“นังปีศาจ ส่งกระต่ายนั่นมาเดี๋ยวนี้นะ!”
เสิ่นหงชุ่ยโกรธจนหน้าเขียวหน้าแดงแต่เพราะเสิ่นเหยานั้นรูปร่างกำยำและสูงใหญ่ เธอจึงทำได้เพียงยืนโวยวายอยู่กับที่ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป
เจียงอิ๋งอิ๋งใช้มือข้างหนึ่งอุ้มกระต่ายส่วนอีกข้างก็เกาะแขนเสิ่นเหยาไว้พลางทำหน้าตาไร้เดียงสาน่าสงสารราวกับดอกไม้ป่าสีขาวดอกเล็กๆ“พี่เหยาคะ ดูสิ ป้าเขาว่าฉัน แถมยังจะแย่งของของฉันด้วย!”
เสิ่นเหยาหลุบสายตาเ็าลงมองที่แขนตัวเองนิ้วมือเรียวยาวขาวผ่องราวมุกเนื้อดีตัดกับผิวสีเข้มของเขาอย่างชัดเจน
เขารวบสายตากลับหิ้วกระต่ายตัวนั้นไว้ก่อนจะปรายตามองเสิ่นหงชุ่ย “กระต่ายตัวนี้เป็ของบ้านผมถ้าป้าอยากได้ ก็เอาธัญพืชมาแลก”
อะไรกัน!กระต่ายตัวนี้เป็ของเธอต่างหากล่ะ เธอไม่อยากได้เสบียงแลกเปลี่ยนเธออยากจะกินเนื้อ!
เจียงอิ๋งอิ๋งใช้นิ้วจิ้มเบาๆที่เอวด้านหลังของเสิ่นเหยาพลางบ่นพึมพำอย่างออดอ้อน“พี่เหยาจ๋า ฉันไม่อยากแลกนี่จ๊ะ!”
“ตกลง งั้นก็ไม่แลก”
น้ำเสียงของเสิ่นเหยาอ่อนลงเล็กน้อยเขาส่งกระต่ายคืนให้เธอ พอหันกลับไปหาอีกฝ่ายน้ำเสียงก็กลับมาเย็นเยียบแข็งกระด้างทันที “เธอไม่แลกเพราะฉะนั้นพวกป้าก็เลิกหวังเสียเถอะ”
เสิ่นหงชุ่ยแทบจะล้มพับไปด้วยความโกรธเธอไปตกลงว่าจะเอาเสบียงมาแลกั้แ่เมื่อไหร่กัน?
ทว่าเสิ่นเหยาไม่ได้สนใจเธออีกเขาคว้าจอบขึ้นมาสับลงบนพื้นดินอย่างแรงเสียงกระทบดังหนักแน่นแฝงไปด้วยไอสังหารที่เย็นะเื“ได้เวลาทำงานแล้ว ป้าหงชุ่ย ถอยไปหน่อย!”