หลังจากทำการยึดทรัพย์สินของพระยากำแหงและพรรคพวกแล้วพลเอกสดมภ์ก็ออกแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงมูลเหตุที่ต้องทำรัฐปะายึดอำนาจในครั้งนี้ว่าเนื่องด้วยพระยากำแหงทุจริตโกงกินบ้านเมือง สมคบกับต่างชาติในการจัดซื้ออาวุธจนคณะทหารของพลเอกสดมภ์ทนไม่ไหวอีกต่อไป จำต้องยึดอำนาจเพื่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ
การแถลงข่าวในครั้งนี้ทำให้พลเอกสดมภ์กลายเป็วีรบุรุษขี่ม้าขาวในสายตาของประชาชนชาวSouvanna ( โซวันน่า )ไปโดยปริยาย เพราะต่างก็เกลียดชังพระยากำแหงมานานแล้ว รอแต่เวลาให้ไฟปะทุขึ้นเท่านั้น
ณ คุกมหันตโทษ
“ เป็อย่างไรเล่าเ้าชายดูรี ไยจึงต้องอยู่แต่ในคุกนี้ไม่ออกไปเสวยสุขกับพวกสายลับฝรั่งที่ข้างนอกเล่าก็ท่านส่งคนมาลอบยิงข้าและสร้างสถานการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองเพื่อบีบให้ข้าลาออกไม่ใช่หรือ” พระยากำแหงหาญ หรือบัดนี้ถูกเรียกชื่อว่า นักโทษชาย เยี่ยม ยงอยู่ยืนเกาะลูกกรงห้องขัง กล่าวคำทักทายเพื่อนร่วมชะตากรรมในห้องตรงข้าม
“ไยเ้าจึงกล่าวเช่นนั้น ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นล้วนเป็ผลจากบาปกรรมที่เ้าสร้างไว้ทั้งสิ้นนะ นายเยี่ยมเราหาได้มีทุจริตคิดชั่วในการก่อเวรสร้างบาปให้แก่บ้านเมืองเยี่ยงเ้าไม่ ” เ้าชายดูรีดำรัสตอบ
“ ไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็ใครก็....” พ่อของไมตรีพูดไม่ทันจบก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี เ้าของเสียงนั้นคือ พลเอกสดมภ์
“ เอาละ ๆไม่ต้องโต้เถียงกัน ไหน ๆ ก็มาอยู่ในคุกพร้อมกันแล้วเราจะเมตตาเปิดเผยความจริงให้พวกแกได้รู้ไว้นะ
ไอ้แก่เยี่ยมเอ๋ยคนที่สั่งมือปืนไปยิงมึงทั้งสองครั้ง ก็คือกูเอง
และสถานการณ์ความวุ่นวายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็การก่อการประท้วง เดินขบวน นัดหยุดงาน อันธพาลวิวาทกันเผาสถานที่ราชการ ปาะเิ ล้วนแล้วแต่เป็แผนของกูทั้งสิ้นเพื่อให้มึงกลายเป็ไอ้แก่จอมวายร้ายในสายตาประชาชนไงล่ะยิ่งชาวบ้านเกลียดมึงมากขึ้นเท่าไหร่ เงื่อนไขในการรัฐปะาของกูก็จะยิ่งสุกงอมกูก็จะใช้เป็ข้ออ้างในการยึดอำนาจจากมึงไม่ต้องทนให้มึงโขกสับเหมือนหมูเหมือนหมาต่อไป รอยแค้นที่มึงทำกับพ่อแม่กูไว้จะได้สะสางกันเสียที ยังจำได้ไหม สมัยที่พ่อกูเป็ทหารรับใช้ขับรถให้มึงเมื่อเห็นว่าแม่กูสวย มึงก็เลยข่มขืนแม่กู แล้วบีบบังคับให้พ่อกูยิงตัวตายจนแม่ของกูต้องฆ่าตัวตายตาม ปล่อยให้ลูกทหารนายสิบจน ๆอย่างกูกับน้องสาวต้องไปอาศัยกินข้าวก้นบาตรในวัด กว่ากูจะโตมาจนสอบเข้าเป็นายสิบแล้วไต่เต้าจนมารับใช้มึงได้ เฮอะ สาสมใจกูแล้ว ”
“ ทำไมไม่ฆ่ากูให้ตาย ๆ ไปเลยล่ะ ” นายเยี่ยมร้องถาม
“ ยังหรอก แกกับเ้าชายดูรี ยังเป็ตัวประกันให้ข้าได้อยู่รอให้ข้าเถลิงอำนาจจนหนำใจไร้เสี้ยนหนามแล้ว ค่อยมาจัดการกับแกสองคน ” สดมภ์กล่าวเสร็จก็เดินออกไปปล่อยอดีตนายเก่ากับเชื้อพระวงศ์อยู่กันลำพังในคุกอันมืดมัวสลัวลาง
วันต่อมาไมตรีพาแม่มาเยี่ยมบิดาในคุกก็ได้รู้ความจริงจากปากของพ่อว่าโสมสุดาและพวกสำนักข่าวเกาหัวไม่ใช่ผู้อยู่เื้ัการลอบสังหารและก่อการวุ่นวายในบ้านเมืองหากแต่เป็ฝีมือของพลเอกสดมภ์ ลูกน้องคนสนิทนั่นเองไมตรีจึงรับปากว่าจะหาทางช่วยพ่อออกไปให้ได้
“ แม่มัน เธอจงหนีไปอยู่กับญาติที่เมืองสยามเถิดบ้านนี้เมืองนี้คงไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเราเสียแล้ว ไมตรีไปส่งแม่ให้ปลอดภัยด้วยนะ ”พระยากำแหงสั่งเสียภรรยา
“ ครับพ่อ “ ไมตรีรับคำสั่งบิดา
เมื่อไมตรีรู้ความจริงแล้วก็รู้สึกผิดต่อโสมสุดาอยากจะไปขอโทษเธอ แต่เมื่อไปหาที่สำนักข่าว ก็พบว่ายังไม่กลับมาจากลาพักร้อนไมตรีจึงไปหากาวิต้า เผื่อว่าจะรู้ เพราะหล่อนเป็เพื่อนสนิทของโสมสุดา
ที่ร้านขายผ้าอินทิรา
“เอาล่ะ ในเมื่อคุณรู้สำนึกว่าเข้าใจผิด ฉันก็จะบอกให้ ”กาวิต้าหันไปหยิบซองที่ปิดผนึกอย่างดีให้ไมตรี “ นี่เป็จดหมายที่โสมสุดาฝากมาให้นานแล้วเธอบอกว่าถ้าคุณมาถามหาและบอกว่าสำนึกผิดแล้ว ให้คุณเปิดอ่านจดหมายนี้ก็จะรู้ว่าเธอไปไหน ”
เนื้อความในจดหมายนั้นมีว่า
“ ถึงไมตรี ผู้เป็ทั้งมิตรและศัตรู
เมื่อคุณได้อ่านจดหมายฉบับนี้ฉันแน่ใจว่าคุณคงรู้สำนึกในความผิดของคุณซึ่งปรักปรำดิฉันว่ามุ่งร้ายต่อชีวิตของพ่อคุณและสร้างเหตุการณ์วุ่นวายต่าง ๆขึ้นในบ้านเมือง และคุณคงรู้แล้ว ว่าไม่ใช่ดิฉัน
หากว่าคุณยังคิดที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีกับดิฉันต่อไปก็จงเร่งไปหายายมะ เพื่อขอจดหมายอีกฉบับซึ่งมีข้อความระบุว่าดิฉันอยู่ตรงจุดใดของปีนัง
แต่ถ้าคุณไม่คิดจะสานต่อความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกันแล้วไซร้ ก็จงฝากบอกมาทางกาวิต้า เพื่อนรักของดิฉันด้วยจักเป็พระคุณอย่างสูง และขอให้เราจงอโหสิกรรมต่อกันเสียเพียงเท่านี้
รัก
โสมสุดา”
ไมตรีได้รู้แล้วว่าโสมสุดาหนีไปปีนังจึงรีบไปหายายมะ เพื่อขอจดหมายอีกฉบับ ซึ่งยายมะก็นำมามอบให้แต่โดยดีเพราะได้รับคำสั่งจากโสมสุดาไว้ก่อนแล้ว
เนื้อความในจดหมายฉบับที่สองนั้นมีเพียงสั้นๆ ว่า
“ โรงเรียนเซนต์มารีอาคอนแวนต์ ”
ไมตรีจึงรีบเตรียมตัวเดินทางแต่เมื่อไปถึงท่าเรือเดินสมุทรก็พบว่าทางการสั่งห้ามเรือทุกชนิดทุกสัญชาติเข้าออกในทุกท่าน้ำรวมทั้งปิดกั้นถนนทุกสายที่จะเดินทางออกนอกประเทศด้วยเขาจึงต้องพักเื่เดินทางไปพบโสมสุดาไว้ก่อน
ปลายเดือนเมษายนก็มาอยู่ในคุกพร้อมกันแล้วเราจะเมตตาเปิดเผยความจริงให้พวกแกได้รู้ไว้นะ
อกสดมภ์
เกิดการปะทะกันระหว่างทหารและตำรวจพล.ต.อ.ผ่องกับสารวัตรแผ้ว แอบหนีไปเมืองนอก
พลเอกสดมภ์จึงกุมอำนาจทั้งทหารและตำรวจ
ทางฝ่ายเ้าค้ำฟ้า ทรง้าเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในหัวเมืองชนบทแต่พลเอกสดมภ์บอกว่าไม่มีงบประมาณเ้าค้ำฟ้าจึงทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์อันมีอยู่น้อยนิดเสด็จประพาสไปในเมืองใกล้ ๆ กับพระนครแบบไพรเวท โดยไม่มีพิธีรีตองใด ๆและจากการไปเยี่ยมเยียนประชาชนนี้ ทำให้เป็ที่ชื่นชมของพสกนิกรเป็อย่างมากซึ่งพระองค์เองก็ได้นำสิ่งที่ได้พบเห็นมาวางแผนจัดทำโครงการตามพระราชดำริเพียงแต่ยังขาดงบประมาณ จึงต้องรอเวลาที่เงินพร้อม
“ ท่านหายไปหลายวันเลยนะไปเที่ยวมาหรือ ”กาวิต้าถามเ้าค้ำฟ้าซึ่งปลอมพระองค์เป็แขกขายถั่ว และนั่งคุยกับเธออยู่ริมท่าน้ำริมฝั่งสีมานที
“ จะกล่าวเช่นนั้นก็ใช่แต่ฉันไปดูความเป็อยู่ของราษฏรในชนบทใกล้ ๆพระนครเรานี่เองเขายังประสบความลำบากแร้นแค้น ถนนหนทางก็ยังเป็ฝุ่นลูกรังน้ำกินน้ำใช้ก็ไม่บริบูรณ์ ทำเกษตรก็มีโรคระบาดและศัตรูพืช พอขายผลผลิตก็ถูกพ่อค้านายทุนกดราคาทำให้ลูกหลานต้องอพยพมาขายแรงงานในเมือง ถูกกดค่าแรงจากเ้าของโรงงานอีกพวกข้าหลวงที่ไปดูแลหัวเมือง บางคนก็ไปสร้างอิทธิพลในทางชั่วร้ายรวมหัวกับพวกแก่บ้าน ขูดรีด คดโกงชาวบ้าน ถึงขั้นฉุดคร่าหญิงสาวมากระทำย่ำยีก็มีแต่ฉันยังทำอะไรลงไปมิได้ เนื่องด้วยพลเอกสดมภ์มันกุมอำนาจไว้หมดแต่ครั้งพระยากำแหงถูกยึดอำนาจ ก็นึกว่าจะหมดสิ้นกลียุคแล้ว ที่ไหนได้...” เ้าค้ำฟ้าทรงสาธยายสิ่งที่พบเห็นอย่างละเอียดจนรู้สึกพระองค์ได้ก็พบว่ากาวิต้าซบอยู่กับหัวไหล่ หลับไปเมื่อใดไม่ทราบได้
“ อ้าว หลับซะแล้ว ”ทรงลูบเรือนผมอันยาวสลวยเงางามดำขลับของกาวิต้าพร้อมเหม่อมองสายน้ำที่ไหลล่องไปในยามเย็น เหมือนจะครุ่นคิดถึงการณ์ข้างหน้า
ในคุกมหันตโทษ
บุหงากับไมตรีเข้ามาเยี่ยมอดีตพระยากำแหงหาญ เพื่อดูแลอาการไข้ตามประสาคนแก่เจ็บออด ๆ แอด ๆเพราะสภาพความเป็อยู่ในคุกนั้นขาดความสะดวกสบายต่างจากคฤหาสน์อย่างเทียบกันไม่ได้
พยาบาลสาวผู้งามหมดจดสวยปนเศร้า ทำการวัดความดันโลหิต วัดไข้ให้พ่อของคนที่ตนเรียกว่าพี่ไมตรีเสร็จแล้วก็จัดยาให้รับประทาน
“ ทานยานี้วันละ ๓ ครั้งหลังอาหาร ไม่กี่วันก็จะดีขึ้นนะคะ ” บุหงาเก็บอุปกรณ์ใส่กระเป๋า
“ ขอบใจหนูมากนะ ฉันคิดแล้วก็ละอายใจ เพราะเคยทำไม่ดีกับครอบครัวหนูไว้มากหากหนูจะฉีดยาให้ฉันตายไปเลย ฉันก็ไม่คิดแค้นแม้สักนิดแต่นี่หนูยังมาทำดีกับฉันอีก คนสิ้นอำนาจวาสนาอย่างฉัน คงต้องไปทดแทนเอาในชาติหน้า”
“ อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ พี่ไมตรีก็เหมือนพี่ชายของหนูคุณพ่อก็เหมือนกับคุณพ่อของหนูเช่นกันค่ะ ”นางฟ้าในชุดขาวจับแขนของชายสูงอายุเพื่อให้กำลังใจ
“ พ่อครับ เดี๋ยวผมขอตัวลากลับก่อน แล้วจะเลยไปส่งบุหงากลับบ้านด้วยครับ ” ไมตรีกราบลาพ่อในคุก แล้วพาบุหงาออกไปขึ้นรถ
ที่บ้านพักของบุหงา
ไมตรีจอดรถแล้วก็เดินลงไปส่งบุหงาเข้าบ้าน
“ พี่คะ เข้ามาทานข้าวด้วยกันก่อน เดี๋ยวบุหงาจะทำกับข้าวให้ทาน นานแล้วที่พี่ไม่ได้ทานกับข้าวฝีมือบุหงาเลย นะคะ อย่าดื้อ ”บุหงาว่าพลางก็ดึงแขนพี่ชายต่างอุทรเข้าไปในบ้าน
บ้านไม้สองชั้นมีบริเวณปลูกต้นไม้ใบหญ้ารอบ ๆ ดูร่มรื่น น่าพักผ่อน ไมตรีนั่งชมนกชมไม้สักพักบุหงาก็จัดโต๊ะอาหารเสร็จ เดินมาเชิญไปรับประทาน
“ โอ้โห ฝีมือยังไม่ตกเลยนะ แกงมัสมั่นที่พี่ชอบไปกินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ารสมือของบุหงา ” ไมตรีตักกับข้าวเข้าปากแล้วชมเปาะ
แม่ครัวหัวป่าก์นามบุหงาก็นั่งยิ้มเท้าคางกับโต๊ะอาหารจ้องมองไมตรีกินข้าวด้วยจิตใจเบิกบานแต่แววตาของเธอนั้นเหมือนกับแมวน้อยที่รอเ้าของหยิบยื่นอาหารให้ก็ไม่ปาน
ไมตรีอิ่มจากสำรับคาวหวานแล้วก็เตรียมจะลากลับ แต่บุหงาถลันเข้าไปยืนขวางไมตรีไว้ และกล่าวว่า
“อย่าเพิ่งกลับเลยนะคะ พี่ไมตรีคะ บุหงามีอะไรจะให้ รอสักครู่นะคะ”
ไมตรียิ้มแล้วถามว่า
“คืออะไรหรือ”
บุหงาเข้าไปหยิบของในห้องแล้วรีบเดินออกมาพร้อมกับสิ่งของในมือ
“บุหงาปักเองเลยนะคะปลอกหมอนนี้พร้อมหมอนยัดด้วยใบเตยตากแห้งและดอกไม้อีกหลายชนิดที่เรียกว่าบุหงารำไปไงคะ พี่ไมตรีหนุนแล้วจะได้คิดถึงน้องทุกคืนอย่าลืมฝันถึงน้องด้วยนะ” พยาบาลสาวยื่นหมอนปักรูปหัวใจสีแดงบนผืนผ้าขาวสะอาดให้ชายหนุ่ม
“แหม เข้าใจทำนะ ขอบใจมาก พี่จะหนุนมันทุกคืน ไม่ต้องซักเลย ดีไหม”
“จะบ้าหรือไม่ซักก็เหม็นตายละสิ พี่ชอบนอนน้ำลายยืดหรือเปล่าล่ะ”
“ฮ่าฮ่าก็มีบ้าง งั้นพี่กลับก่อนนะ”
“ขับรถดีๆ นะคะพี่” บุหงายกมือไหว้ ก่อนจะเดินไปส่งที่ประตูรั้ว
สายตาของน้องสาวท่านนายพลมองตามรถที่แล่นจากไปด้วยแววเศร้าสร้อย หล่อนอยากบอกความในใจ แต่ไม่กล้าเอื้อนเอ่ย
คืนนั้นที่บ้านพักของไมตรี ซึ่งเขาย้ายมาอยู่ชานพระนครหลังจากบ้านหลังเดิมถูกรัฐบาลของพลเอกสดมภ์ยึดไปจากบิดาของเขาแล้ว
ไมตรีหยิบหมอนที่บุหงาให้มาขึ้นเพิ่งพิจารณาดูเมื่อลองบีบดู ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ข้างใน จึงถอดปลอกหมอนออกก็พบซองจดหมายห่อหุ้มด้วยกระดาษไขกันน้ำอีกสองชั้นเมื่อแกะซองออกอ่านก็พบข้อความที่บุหงาบรรยายไว้ว่า
“พี่ไมตรีคะบุหงารักพี่ค่ะ รักมานานแล้ว ั้แ่เรายังเรียนอยู่ด้วยกันเวลามีนักเรียนชายมาแกล้งบุหงา พี่ก็ช่วยปกป้อง ในชีวิตของน้อง นอกจากพี่ชม(พลเอกสดมภ์ ) แล้ว ก็มีแต่พี่ไมตรีนี้แหละค่ะ ที่หนูรักมากที่สุด”
ไมตรีวางจดหมายนั้นลงแล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกระดาษมาเขียนจดหมายตอบบุหงาว่า
“บุหงา น้องรักอันเื่ความรักความใคร่นั้น เป็เื่ของบุพเพวาสนาอันสั่งสมมาของคนทั้งคู่จะบังคับขับไสให้เป็ไปดั่งใจหวังเสมอไปมิได้ดอก น้องรักซึ่งเธอผูกสมัครรักใคร่พี่มาแต่ยังเยาว์นั้น พี่ก็ซาบซึ้งแลปลาบปลื้มในใจโขอยู่แต่ขอให้นางหักห้ามอารมณ์เช่นนั้นไว้เสียก่อนเถิดด้วยพี่ชายรักและเอ็นดูเธอเสมอน้องสาวร่วมอุทรหาได้คิดบัดสีไปในเชิงชู้สาวสักน้อยไม่ ขอจงตัดใจเสียเถิด คนดี จงถนอมรักษาตัวไว้ยังมีชายดี ๆ ที่คู่ควรกับเธออีกมาก
รักน้องสาวคนนี้เสมอ
พี่ไมตรี “
รัฐสภาแห่ง Souvanna( โซวันน่า )
เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในสภานิติบัญญัติเพราะพวกสมาชิกพากันประท้วงและข่มขู่ว่าจะไม่โหวตเสียงให้ร่างงบประมาณของรัฐบาลผ่านสภาหลังจากที่ต่อรองผลประโยชน์กันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลแล้วไม่ลงตัว
พลเอกสดมภ์จึงตัดสินใจยุบสภานิติบัญญัติไม่ให้มีสมาชิกสภา ยกเลิกรัฐธรรมนูญเดิม แล้วร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ให้อำนาจเขาเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่ผู้เดียว
เ้าค้ำฟ้าทรงพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่แล้ว ไม่ทรงเห็นชอบ จึงไม่ลงพระปรมาภิไธยแต่พลเอกสดมภ์ก็ยังดื้อดึงประกาศใช้รัฐธรรมนูญจนได้
ที่บ้านบุหงาในหลายวันต่อมา
พยาบาลสาวเปิดอ่านจดหมายที่ไปรษณีย์นำมาส่งเป็ของไมตรีที่ส่งมาให้หล่อน เมื่อเปิดอ่านข้อความจนหมด น้ำตาใส ๆก็ไหลอาบทั้งสองแก้มหล่อนยืนเกาะระเบียงบ้านริมสวนนั้นสะอื้นไห้อยู่คนเดียวจนดวงตะวันลับฟ้า
บ้านพักพลเอกสดมภ์
บัดนี้ชะอมหรือคุณโรสได้กลายเป็คุณนายของท่านผู้เผด็จการแห่งแผ่นดินไปแล้วจึงกลัวจะอายชาวประชาว่ามียายเป็แม่ค้าขายกับข้าวคุณเธอจึงได้จัดสรรสร้างบ้านใหม่ให้ยายมะกับน้องม่าเหมี่ยวเข้าไปอยู่อาศัยพร้อมกับให้เลิกทำอาชีพขายกับข้าวอันเคยเป็แหล่งรายได้เลี้ยงชีพทั้งสามคนมาเสียโดยให้อยู่กินเฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร มีบ่าวไพร่คอยทำแทนทุกอย่างน้องม่าเหมี่ยวจะไปโรงเรียนก็มีรถรับส่ง แต่ผู้ที่ทนไม่ได้กับความสบายเยี่ยงนี้ดูจะมีแต่ยายมะคนเดียว
“ โอย กูว่ากูคงจะเป็ง่อยรับประทานในไม่ช้า วัน ๆไม่ได้หยิบจับอะไรสักอย่าง เสื้อผ้าก็ไม่ได้ซักเองอย่างเคยทำมันไม่สะอาดอย่างใจข้าเลยว่ะ คิดถึงลูกค้ากับข้าวขาประจำป่านนี้คงจะลำบากหารับประทานกันไม่ได้ ” ยายมะบ่น
“ แหม ก็ฉันเป็คุณหญิงคุณนายแล้ว จะปล่อยให้ยายไปขายของงก ๆถ้าใครมารู้เข้า เขาก็จะว่าฉันอกตัญญูน่ะสิ อยู่สบาย ๆ ยังไม่ชอบอีก ” โรสเอ่ย
ค่ำคืนนั้น
โรสปรนนิบัติบีบนวดให้พลเอกสดมภ์ขณะนอนเล่นบนโซฟาแล้วก็ออดอ้อนขอสิ่งที่อยากได้แต่คราวนี้ไม่ใช่แค่เครื่องเพชรหรือเครื่องประดับบ้าน หากเป็บ้านพัก
“ น้องอยากได้บ้านพักตากอากาศไว้สังสรรค์กับพวกคุณหญิงคุณนายรัฐมนตรีน่ะคะไปดูที่ดินมาแล้ว มีที่ชายทะเลบางหอย กับเนินเขาบนอุทยานแห่งชาติเขาช้างเหมาะจะทำสนามกอล์ฟด้วยนะคะคุณพี่ ”
“ อืม ไว้จะเนรมิตให้ แค่บ้านสองหลัง ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกไม่ใช่เงินของเรา ใช้ ๆ ไปเถอะ ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ”พลเอกสดมภ์กล่าวตัดรำคาญ
“ ขอบคุณค้า พี่ใจดีที่สุดเลย ฮิฮิ ”โรสกราบลงบนอกของสดมภ์ แล้วทั้งคู่ก็ฟัดกันนัวเนียไปตามประสาเมียผัว
ต้นเดือนพฤษภาคมค.ศ.1933
ร้านขายผ้าอินทิรา
เกิดเหตุปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านของกาวิต้าเนื่องจากพ่อแม่ของกาวิต้าบังคับให้แต่งงานกับหนุ่มเศรษฐีชาวอินเดียจากเมืองกัลกัตต้า
“ อย่าเข้ามานะ หนูจะฆ่าตัวตาย ”กาวิต้าร้องห้ามพ่อแม่ ขณะที่เธอเตรียมจะโดดจากดาดฟ้าตึกสี่ชั้น
“ ใจเย็น ๆ ลูก กลับเข้าไปในบ้าน แล้วลงมาคุยกันดี ๆ ก็ได้นะลูก ” แม่ร้องปลอบ ขณะที่ฝูงชนก็ยืนมุงดูกันเต็มถนนหน้าร้าน
“ ถ้าไม่เชิญเ้าค้ำฟ้ามาพบ หนูจะไม่ลงไปเด็ดขาด ”กาวิต้าเสนอเงื่อนไข
“ อย่างนั้นให้คนไปเชิญเสด็จเ้าค้ำฟ้ามาเถอะนะ จะได้จบเื่อายชาวบ้านเขาจะแย่แล้ว ” พ่อของกาวิต้ากล่าวกับภรรยา
“ บาบู ไปเชิญเสด็จเ้าค้ำฟ้าด่วน บอกว่าคุณหนูจะแย่แล้ว ” แม่กาวิต้าสั่งคนรับใช้ให้รีบไป
20 นาทีให้หลัง
เ้าค้ำฟ้าก็เสด็จมาพร้อมเ้าหน้าที่ตำรวจ
“ อย่าคิดสั้นนะกาวิต้า ฉันมาแล้ว กลับเข้าบ้านแล้วลงมาคุยกัน ” เ้าค้ำฟ้าะโบอกสาวคนรัก
กาวิต้าก็ลงมาแล้วการเจรจาก็เริ่มขึ้น
พ่อแม่ของกาวิต้าเห็นว่าหนุ่มเศรษฐีกัลกัตต้ามีทั้งทรัพย์สมบัติ และรูปสมบัติอีกทั้งมีสกุลอันเก่าแก่ในอินเดีย หากไปเป็สะใภ้ คงจะมีหน้ามีตา
แต่กาวิต้าบอกว่ารักเพียงเ้าค้ำฟ้าองค์เหนือหัวแห่งชาวโซวาเนียนนี้เท่านั้น ผิดจากนี้ ก็จะไม่ขอครองคู่กับใครขอยอมตายดีกว่า
เ้าค้ำฟ้าก็ต่อรองกับหนุ่มอินเดียว่าในเมื่อฝ่ายหญิงเขาไม่รัก ถึงได้ไปเป็เมียก็คงไร้ซึ่งสุข จะมีประโยชน์อันใดเล่า
หนุ่มกัลกัตต้าก็เสนอเงื่อนไขว่า
“ หากท่านรักกาวิต้าแท้จริงแล้วไซร้ คงจะยอมแลกได้ทุกอย่างใช่ไหม ”
เ้าค้ำฟ้าตอบว่า” ใช่ แม้ด้วยชีวิต เราก็ยอมแลก เพื่อให้ได้เคียงคู่กับเธอ ”
หนุ่มนั้นกล่าวต่อว่า”ดีแล้ว เช่นนั้นท่านยอมสละราชบัลลังก์ให้เราหรือไม่ ”
เ้าค้ำฟ้านิ่งไปชั่วงูแลบลิ้นกล่าวว่า ” เรายินดีแลก ”
ทุกคนในที่นั้นต่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าองค์เหนือหัวแห่งแผ่นดินSouvanna ( โซวันน่า )จะยอมสละราชสมบัติมาแลกกับสาวสามัญชนคนหนึ่ง
หนุ่มต่างแดนจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ ข้าพเ้าเพียงแต่ลองใจฝ่าาดูหรอกในเมื่อท่านทั้งสองรักมั่นต่อกันเพียงนี้ ก็ยินดีจะถอนตัวให้ขอพรแห่งองค์เทพจงคุ้มครองท่านให้มีสุขตลอดชั่วนิรันดร์เทอญ ” แล้วเขาก็ลากลับ
พ่อแม่ของกาวิต้าก็ถามเ้าค้ำฟ้าว่าจะจัดงานอภิเษกกับลูกสาวตนเมื่อไหนอย่างไร เ้าค้ำฟ้าก็ยังไม่อาจตอบได้อ้างว่ายังไม่มีงบประมาณจัดงานให้สมพระเกียรติเพราะถูกจำกัดงบโดยพลเอกสดมภ์เสียทั้งสิ้น ดังนั้นจะขอหมั้นเสียก่อน กำหนดจะจัดงานหมั้นในเดือนหน้าพ่อแม่สาวก็พอใจ
พระราชวังอกานันดอ
่สองถึงสามปีที่ผ่านมานั้นมีนักลงทุน นักธุรกิจจากประเทศไดเกียว เข้ามาประกอบการในเมืองโซวันน่าจำนวนมาก มีทั้งเปิดห้างสรรพสินค้าขายเครื่องมือกลทางการเกษตร ตั้งโรงงานผลิตสินค้าต่าง ๆ รวมถึงบาร์ไนท์คลับอีกด้วย
ประธานหอการค้าในขณะนั้นชื่อมหันต์ มณีจักรแก้ว ได้นำนักลงทุนเ่าั้เข้าเฝ้าเ้าค้ำฟ้าเพื่อถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศล และถวายการสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆด้วย
เนื่องจากเหตุนี้มหันต์จึงเริ่มเข้านอกออกในพระราชวัง จนคุ้นเคยรู้จักกับข้าราชการระดับสูงตลอดจนนักการเมืองต่าง ๆ เป็อย่างดี
“ เราขอบใจท่านมากที่ให้การสนับสนุนเราเป็อย่างดีและหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกท่านในโอกาสต่อไป ”เ้าค้ำฟ้ากล่าวกับนักลงทุนเ่าั้
เมื่อเริ่มมีเม็ดเงินเข้าสู่บัญชีส่วนพระองค์มากขึ้นฐานอำนาจของเ้าค้ำฟ้าก็เริ่มเป็ปึกแผ่นพอที่จะคัดง้างกับพลเอกสดมภ์ได้บ้างแล้ว
แต่คนอย่างพลเอกสดมภ์มีหรือจะปล่อยให้ใครลบเหลี่ยมได้ง่ายๆ ทันทีที่เขารู้ข่าวว่านักลงทุนต่างชาติให้การสนับสนุนเ้าค้ำฟ้าเขาก็แข่งบารมีบ้าง ด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองในเขตชานเมืองปริมณฑลใกล้พระนครในท่ามกลางสวนดอกไม้ห่างไกลผู้คน แต่พรั่งพร้อมด้วยความหฤหรรษ์เท่าที่มนุษย์จะคิดค้นขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็สุราชั้นดี นารีชั้นยอด ดนตรี กีฬาบัตรล้วนได้รับบัญชาจากท่านผู้เผด็จการให้เนรมิตขึ้นท่ามกลางสวนสวย และแขกที่ได้รับเชิญมาก็คือนักลงทุนต่างชาติราวครึ่งร้อยต่างก็เสพสุขอยู่ในอุทยาน์ของนายกรัฐมนตรีแห่งเมืองโซวันน่าอย่างดื่มด่ำ
ลูกสาวบ้านใดงามๆ ก็ถูกเกณฑ์มาให้บำเรอกามของแขกท่านผู้นำ โดยไม่คำนึงว่าพ่อแม่เขาจะยินยอมหรือไม่หากใครขัดขืนก็จะได้รับผลร้ายที่คาดไม่ถึง น่าสงสารเด็กสาวเ่าั้ที่ถูกหมุนเวียนกันขยี้ขยำจากมือของชายต่างชาติคนแล้วคนเล่าด้วยลีลาอันวิปริตวิตถารอันไม่อาจบรรยาย
หลังจากงานฉลองในคืนอันแสนสัปดนเหล่านักลงทุนก็หันไปสนับสนุนฝ่ายพลเอกสดมภ์มากขึ้นเรื่อย ๆจนห่างเหินจากเ้าค้ำฟ้าไปในที่สุด
เมื่อควบคุมเ้าค้ำฟ้าได้อยู่หมัดแล้วพลเอกสดมภ์ก็กระทำการอันสุดแสนบังอาจ โดยการบังคับให้เ้าค้ำฟ้าแต่งตั้งเขาเป็ “ จอมพลสดมภ์พิฆาตศัตรู”
จบตอนที่18 โปรดติดตามตอนที่ 19 ตามหาหัวใจ