ค่ายทหารชายแดนแคว้นหยาง
ภายในค่ายทหารกำลังวุ่ยวายกับการเต็มการต้อนรับชินอ๋องด้วยทางค่ายได้รับสารจากทางเย่วฉางอี้ที่ให้คนส่งข่าวมาให้กับทางผู้ดูแลของค่ายก่อนหน้านี้แล้ว
ปกติที่นี่จะเป็ค่ายทหารประจำสังกัดของแม่ทัพบูรพาเท่านั้น จึงมีทหารที่ประจำอยู่ที่นี่และมีบางส่วนที่ต้องกลับไปประจำเมืองหลวงพร้อมกับแม่ทัพเยว่ตามระยะเวลาที่กำหนดหรือมีการทำศึกาถึงจะกลับมาประจำที่ค่ายชายแดนนี้อีกครั้ง
ด้วยการมาครั้งนี้มีพลทหารในสังกัดของชินอ๋องพวกเขาจำต้องเตรียมที่พักเพิ่มเติมและจัดสรรพื้นที่สำหรับทหารของชินอ๋องที่เพิ่มเข้ามา และตอนนี้ขบวนทัพจากเมืองหลวงหรือพวกชิงเซียนก็ได้มาถึงที่หน้าค่ายแล้ว ทหารทุกนายจึงจัดตั้งขบวนแถวต้อนรับ แต่สิ่งที่ทหารในค่ายเหล่านี้ต่างตระหนกกันก็คือหัวขบวนทัพปรากฏร่างสัตว์อสูรขนาดใหญ่ถึงสองตัวที่ระดับไม่ต่ำกว่าตำนานแถมบนหลังอสูรทั้งสองตัวยังมีหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีที่ไม่คุ้นตานั่งมาด้วย!
หากแต่บุรุษผู้นั้นพวกเขาสามารถคาดเดาได้ว่าอาจจะเป็ชินอ๋องถึงจะมีข่าวลือไม่ดีกับชินอ๋องอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครเคยพบหรือรู้เื่ราวของชินอ๋องอย่างจริงๆจังๆสักคนมีเพียงข่าวลอยๆเท่านั้น และชินอ๋องยังเป็คนในราชวงศ์หยางพระองค์หนึ่งจึงไม่อาจดูิ่เกียรติของพระองค์ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นด้วยพวกตนเป็เพียงทหารชั้นผู้น้อยจะมีความกล้าใดไปกล่าวใครๆต่างก็รักชีวิตกันทั้งนั้น และที่สำคัญทหารของแม่ทัพบูรพาทุกนายจะไม่ดูคนที่ภายนอกหรือเหยียดหยามคนอื่นแม้ตัวเองจะแข็งแกร่งกว่าก็ตาม พวกเขานั้นก็เคยเป็คนที่อ่อนแอมาก่อนจะกล่าวไปก็เหมือนถุยน้ำลายลดหน้าตัวเองเสียเปล่าๆ
ตอนนี้ทุกสายตาจดจ้องให้ความสนใจปนสงสัยกับสตรีบนหลังราชสีห์เมฆาอัศนีมากกว่าสิ่งใดเพราะทั้งที่เห็นหน้าเพียงครึ่งก็รู้ได้ว่างดงามเพียงใด แต่ร่างบางหาสนใจทุกสายตาที่มองมาที่ตนไม่ มีเพียงสามบุรุษสกุลเยว่ที่กำลังหงุดหงิดและหวาดกลัวไปพร้อมกัน เพราะด้วยเวลานี้หลงเทียนที่เห็นสายตาของเหล่าทหารในค่ายมองมายังชิงเซียนไม่ว่าจะด้วยสายตาแบบใดก็ตามแต่มันทำให้เขาหงุดหงิดจนเผลอแผ่ไอเย็นๆออกมา!
"ท่านเป็อันใดไปรึท่านพี่หลงเทียน?..." ข้าที่รู้สึกว่ามีบรรยากาศแปลกๆรอบๆตัวพี่หลงเทียนจึงกล่าวถามออกไป
"เปล่า....ข้าแค่อยากพักผ่อนน่ะ"-_-
"เฮ้อ.....ช่างท่านเถอะข้าก็อยากพักผ่อนเช่นกันไปต่อกันเถอะเ้าคะ"ข้าเห็นเขาไม่อยากตอบก็เลยปล่อยไป
ทางด้านแม่ทัพเยว่ถึงแม้จะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ก็กลัวว่าถ้าไม่รีบแยกย้ายทหารของตนคนเหล่านี้อาจจะไม่ได้อยู่เป็กำลังรบให้ตนจนถึงเวลาทำศึกต่อเป็แน่ เพราะดูเหมือนชายหนุ่มผู้เ็าผู้นี้จะมีอาการหงุดหงิดหลังจากเห็นสายตาของเหล่าทหารและอาจจะเผลอแช่แข็งทหารของเขาให้กลายเป็ประติมากรรมน้ำแข็งก็เป็ได้!....
"เลิกแถว!..แล้วแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเองซะ! แล้วไว้ข้าจะเรียกรวมอีกที! ไปได้!!"เยว่ฉางอี้กล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด
"รับทราบขอรับ!!! ท่านแม่ทัพ!!!!!"
ทุกคนต่างแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตนได้รับม้อบหมายไว้ ส่วนทหารของชินอ๋องที่มาใหม่นั้นมีผู้นำทางไปยังที่จัดสรรค์ไว้ให้ ส่วนคนอื่นๆก็แยกย้ายตามที่พักของตนโดยมีการแบ่งที่พักหรือกระโจมดังนี้ กระโจมใหญ่มีสองหลังหนึ่งเป็ของชินอ๋องหยางหลงเทียน หลังที่สองถัดมาเป็ของแม่ทัพเยว่และฮูหยิน และกระโจมขนาดกลางอีกสามหลังเป็ของชิงเซียน ชิงหลงและชิงเทียนตามลำดับ โดยชิงเซียนจะพักอยู่กึ่งกลางระหว่างครอบครัวและมีกระโจมแม่ทัพเยว่กลั่นกลางระหว่างชินอ๋องและชิงเซียนไว้ รอบๆก็เป็กระโจมต่างๆของเหล่านายกองและทหาร ทั้งยังมีส่วนของโรงครัว โรงหมอและลานฝึกซ้อมของคนในค่าย ความกว้างใหญ่ของค่ายมีประมาณสิบลี้(1ลี้=500เมตร)รอบๆค่ายเป็ป่าที่อุดมสมบูรณ์ด้านในป่ามีน้ำตกขนาดกลางที่เป็ต้นน้ำไว้ให้คนในค่ายใช้สอย.....
ภายในกระโจมแม่ทัพเยว่
ตอนนี้ทุกคนกำลังปรึกษาหาลือเกี่ยวกับการวางแผนรับมือศัตรูที่ไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ และที่พวกตนมายังที่ค่ายเร็วกว่ากำหนดเพราะต้องเตรียมการรับมือไว้ก่อนเท่านั้น
ส่วนทางฝั่งแคว้นต้าเองก็เริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้วถึงจะไม่ได้ประกาศทำาอย่างชัดเจนแต่ข่าวที่แหล่งข่าวได้มานั้นก็เชื่อถือได้พอสมควรจึงต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เป็การประมาทศัตรูมากไปจะดีกว่า
ในการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คนของค่ายบูรพาเท่านั้น ยังมีหนึ่งบุรุษคาดว่าจะเป็ชินอ๋องที่นั่งอยู่นิ่งๆ และหนึ่งสตรีปริศนาที่ไม่รู้ว่าเป็ใครนั่งฟังอยู่ด้วยมันสร้างทั้งความกดดัน ความสงสัยและหวาดระแวงเป็อย่างมากให้หัวหน้านายกองที่ต้องรายงานเื่ต่างๆ อีกทั้งๆสองยังมีรูปลักษณ์และบรรยากาศที่คล้ายคลึงกันไม่ว่าจะเป็สีผม สีตา ผิวที่ขาวเนียน และที่เหมือนกันมากคือแววตาที่เ็าดูไม่สนโลกตลอดเวลานั่น! มันทำให้พวกเขาสงสัยยิ่งขึ้นว่าสองคนนี้เป็ใครกัน ทำไมเหมือนกันขนาดนี้เพราะตอนมาถึงก็ไม่มีการแนะนำตัวใดๆทั้งสิ้น!
"พวกท่านทำตัวตามปกติเถิดหาได้ต้องสนใจข้าไม่ ข้าเพียงมาร่วมฟังด้วยเท่านั้นและอีกอย่างท่านนี้คือชินอ๋องหยางหลงเทียนและข้าเยว่ชิงเซียนบุตรีของแม่ทัพเยว่หาใช่คนนอกไม่โปรดวางใจได้แล้วข้ากับชินอ๋องเราสองคนเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันไม่ต้องระแวงหรือสงสัยอะไรอีกถ้าพวกท่านไม่มีความผิดอันใดก็หาได้ต้องกลัวไม่ควรรู้ในสิ่งที่ควรรู้อย่าทำให้ความอยากรู้นำภัยสู่ตนเองและพวกพ้อง..." ข้าที่เห็นท่าทีของแต่ละคนจึงใช้ความสามารถของต่างหูแล้วมันทำให้ได้ยินความคิดของแต่ละคนข้าจึงกล่าวออกไป แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนในที่นี้ใเป็อย่างมากเช่นกันที่นางรู้ความคิดของพวกเขา ส่วนคนที่เอ่ยถึงก็ยังคงนิ่งเหมือนเดิม......
แทนที่ความสงสัยจะหายไปกับสร้างความตระหนกใเข้ามาแทนชินอ๋องพวกเขายังพอเดาได้แต่พวกเขาไม่คิดเลยว่าสตรีตรงหน้าจะเป็บุตรีของท่านแม่ทัพ! .
ด้วยตลอดระยะเวลาของการที่ได้มาเป็ทหารในค่ายนี้ไม่เคยมีใครเคยเห็นบุตรีของท่านแม่ทัพเยว่มาก่อน จะมีเพียงรับรู้ว่านางร่างกายอ่อนแอจึงไม่สามารถมาที่ค่ายได้ แต่นี่อะไรกันไหนล่ะร่างกายอ่อนแอ? ไหนจะข่าวว่านางเป็สวะบ้างล่ะ? บิดามันเถอะ! ใครกันที่เป็คนปล่อยข่าวลือ! นี่หรือที่ว่าสวะ! นี่หรือที่ว่าอ่อนแอ! แต่ที่เห็นนี่มันนางพญาหงส์ชัดๆ ทั้งรูปงามดั่ง์ปั้นแต่งไหนจะกลิ่นอายความแข็งแกร่งมีอำนาจนี่อีก! โอ้์!!!
"อะ แฮ่ม พวกเ้าก็เลิกใซะทีเถอะก็เป็ดั่งที่นางกล่าวหากหายสงสัยกันแล้วก็รายงานทุกเื่ที่รู้และเื่ต่างๆภายในค่ายมาได้แล้ว..." ฉางอี้ตอนแรกที่เห็นทั้งสองยืนข้างกันก็แปลกใจเหมือนกัน เพราะพึ่งสังเกตุว่าทั้งสองเหมือนกันมากหากไม่ใช่เพราะตนเป็พ่อก็คงคิดว่าสองคนเป็พี่น้องกันและต้องแปลกใจอีกครั้งที่ไม่ว่าจะรูปลักษณ์หรือบรรยากาศรอบตัวต่างก็เหมือนกันทั้งที่แต่ก่อนบุตรีของตนหาใช่คนเยี่ยงนี้ไม่แต่ก็ต้องทำใจเพราะทุกอย่างมันคงเปลี่ยนไปแล้วนับั้แ่นางได้ผ่านความเป็ความตายมา.... เฮ้อ.....
"ขะ ขอรับพวกข้าทราบแล้ว..."
จากนั้นเหล่าหัวหน้านายกองก็รายงานเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็ความเคลื่อนไหวแถบชายแดน การป้องกัน เสบียงอาหาร อาวุธ การฝึกซ้อมฯลฯ
เมื่อรายงานจบลงก็ทำการว่างแผนป้องกันรอบๆค่ายโดยเเค่การว่างกับดักจำพวกขุดหลุมดักสัตว์ ดงลูกธนูโดยรอบ แต่ในสายตาของชิงเซียนนางเห็นว่ามันเป็แค่กับดักพื้นๆหาได้ดีเด่อันใด หากทางฝั่งศัตรูมีคนที่มีวรยุทธสูงๆก็สามารถฝ่ามันเข้ามาได้โดยง่ายโดยเฉพาะเหล่าพวกมือสังหาร! แต่ก็ฟังต่อไปเรื่อยๆจนไม่เห็นใครออกความคิดเห็นอะไรต่อนางจึงลองเอ่ยถามบิดาของนางดู
"ทำไมที่นี่ไม่ใช้ค่ายกลล่ะเ้าคะท่านพ่อ?"
"เ้าลืมไปแล้วรึเซียนเออร์ ผู้ที่จะใช้ค่ายกลได้ต้องเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวขึ้นไปแต่ในแคว้นเราหาผู้ใช้อักขระสีแดงน่ะง่ายแต่สีเขียวขึ้นไปส่วนมากเป็คนของสำนักใหญ่ๆหรือราชวงศ์เท่านั้น ในค่ายเราไม่มีหรอกถ้าจ้างมาก็ไม่รู้ว่าที่มาเป็คนของใคร?..."ฉางอี้กล่าว
"งั้นก็ให้ชินอ๋องสร้างให้ก็ได้นิเ้าคะ? ชินอ๋องเป็ผู้ใช้อักขระขั้นสีน้ำเงินเลยน๊า...ท่านไม่คิดที่จะช่วยหน่อยรึเ้าคะ...หึหึ..."ไม่เสนอเปล่ายังโยนภาระให้คนอื่นอีก แถมยังมาเปิดเผยเื่ที่ข้าปิดบังไว้อีก เ้าคิดที่จะแกล้งใช้งานข้าใช่ไหมเซียนน้อย...ได้!...แต่เ้าอย่างคิดว่าตัวเองจะรอดไปได้... หึหึ
" ได้สิ! แต่เ้าต้องช่วยข้าด้วยในเมื่อเ้าก็เป็ผู้ใช้อักขระ เช่นเดียวกับข้าแถมยังขั้นสูงกว่าข้าด้วยซ้ำ...หึหึ" ชิงเซียนที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าไม่พอใจใส่หลงเทียนที่เอาคืนตน!
ทั้งสองไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่พูดมานั้นสร้างความตระหนกใให้ผู้คนภายในที่แห่งนี้มากแค่ไหน! ใครๆก็รู้ว่าผู้ใช้อักขระหายากแค่ไหนและที่นี่ยังมีถึงสองคนทั้งยังเป็ขั้นที่ไม่ค่อยจะมีปรากฏออกมาให้เห็นโดยง่าย! แล้วที่สำคัญชินอ๋องที่มีขั้นสีน้ำเงินว่าน่าใแล้วแต่นี่อะไรบุตรีท่านแม่ทัพสูงยิ่งกว่าเช่นนั้นหรือ?นี่พวกเขาไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ตัวตนที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยปรากฏตัวที่ไหนมาก่อนกับมาอยู่ที่นี่แถมยังมีถึงสองคน!! โอ้์ช่างลำเอียงกับพวกเขายิ่งนักทั้งรูปโฉมทั้งความสามารถถ้าเทียบกันแล้วแม้แต่เศษอากาศพวกเท่ายังเป็ไม่ได้หากมีสองคนนี้ตรงหน้า!!
"ก็ได้เ้าค่ะ!...แต่......"
"แต่อะไร? เ้า้าอะไรว่ามาเลย!"
"แต่เราต้องมาประลองฝีมือกัน ใครแพ้คนนั้นต้องเป็คนสร้างค่ายกลรอบๆค่าย และถ้าข้าแพ้ข้าจะมอบสิ่งนี้ให้ท่านด้วย!"
วาร์ปป~~
"แหวนมิติ??"
"ใช่! แต่มันไม่ได้เป็แหวนมิติธรรมดาหรอกนะเ้าคะ แต่มันสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์เป็ 'อาวุธ' ได้อีกด้วยหากท่าน้าให้มันเปลี่ยนเป็อาวุธเพียงนึกถึงรูปลักษณ์ของมันจะเปลี่ยนไปตามที่ท่าน้าและเพียงท่านหยดเืลงไปมันก็จะเป็ของท่านแต่เพียงผู้เดียว!ถึงท่านตายก็ไม่มีใครแย่งไปได้เพราะมันจะสลายหายไปพร้อมๆกับจิติญญาของท่านที่เป็เ้าของท่านตกลงหรือไม่เ้าคะ?..."ถึงท่านไม่ชนะข้า ข้าก็คิดจะให้ท่านอยู่แล้วพี่หลงเทียนเพียงข้าเอามาเป็ข้ออ้างที่จะประลองกับท่านเท่านั้น...ฮิฮิ....
"ได้! ข้าตกลง!"
"ดียิ่ง! งั้นไปที่ลานประลองกัน!"
ทั้งสองจากไปโดยทิ้งให้คนในกระโจมนั่งแข็งทื่อั้แ่เห็นแหวนมิติแล้ว แถมพอมารู้ความสามารถของมันแล้วแต่ละคนไม่ต่างกับร่างไร้ิญญารวมถึงครอบครัวของชิงเซียนด้วย แต่ทุกคนก็รีบตั้งสติและรีบออกไปยังลานประลองทันทีเพราะพวกตนไม่อยากพลาดโอกาสที่จะได้เห็นคนทั้งสองต่อสู้กันแน่นอน!
ฟิ้ววววว~~~~
ฟิ้ววววว~~~~
ฟิ้ววววว~~~~