เช้าวันถัดมา
ยามนี้ทั่วทั้งเมืองหลวงต้าเหยียนต่างก็มีเสียงพลุดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่กำลังมุ่งหน้าไปยังภูเขาเหยียนเทียน ซึ่งเป็นภูเขาขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงต้าเหยียนประมาณสองร้อยลี้
ภูเขาเหยียนเทียนเป็นภูเขาขนาดใหญ่ บนนั้นมีสนามประลองขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และรอบๆก็มีสนามประลองขนาดเล็กอีกสิบกว่าสนาม เนื่องจากบนภูเขาเหยียนเทียนแห่งนี้เป็นสถานที่ใช้ในการประลองศึกร้อยสถาบันและการประลองสำคัญต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน
นอกจากนี้มันยังเป็นสถานที่ใช้ในการจัดการประลองของสถาบันต้าเหยียน ซึ่งเป็นสถาบันหลวงของเมืองหลวงอีกด้วย เพราะฉะนั้นบนภูเขาเหยียนเทียนจึงมีทั้งสนามประลองและที่นั่งให้ผู้ชมรับชมอีกด้วย ซึ่งที่นั่งบนภูเขามีจำนวนมากกว่าห้าล้านที่นั่งแถมยังมีที่นั่งระดับสูงอีกหลายแสนที่นั่งอีกด้วย เพราะฉะนั้นการแข่งขันศึกร้อยสถาบันจึงถูกจัดที่ภูเขาเหยียนเทียนทุกครั้ง
ตอนนี้คนของสถาบันฉินเยี่ยกำลังนั่งรถม้าไปยังภูเขาเหยียนเทียน
รถม้าที่พวกเขาใช้โดยสารเป็นรถม้าขนาดใหญ่สามารถจุคนได้มากกว่ายี่สิบคนแบบไม่อึดอัดเลยทีเดียว
“ ศิษย์น้องหนานเป็นเพราะเจ้าเลยข้าจึงสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ได้สำเร็จ ” ฟางเซียงลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
เนื่องจากไม่กี่วันก่อนหนานหมิงได้มอบโอสถหยางเสวียนให้กับศิษย์พี่ของเขาก่อนที่จะประลองศึกร้อยสถาบัน ด้วยโอสถหยางเสวียนนี้เองทำให้ฟางเซียงลู่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ได้สำเร็จ
ส่วนทางด้านของหยางไท่และเยี่ยนเจวี๋ยเองก็ทะลวงเข้าสู่ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นสมบูรณ์ สำหรับน่าหลันหวงเมิ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับปราชญ์ยุทธ์ขั้นกลาง แต่พลังวิญญาณในร่างกายของเขาก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมกว่าครึ่งและคาดว่าอีกไม่นานเขาก็อาจจะทะลวงเข้าสู่ขั้นกลางได้อย่างไม่เป็นปัญหา
เพราะแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นฟางเซียงลู่หรือคนอื่นๆ พวกเขาก็กล่าวขอบคุณหนานหมิงด้วยความซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
“ ดูเหมือนว่าพวกเราจะเป็นจุดสนใจของทุกๆคนแล้วล่ะ ” เยี่ยนเจวี๋ยกล่าวขึ้นเมื่อเขามองไปด้านนอกและเห็นว่าผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากมองมาที่รถม้าของพวกเขาเป็นสายตาเดียวกัน
“ จุดสนใจ? ใช่รถม้าของพวกเราเป็นจุดสนใจจริงๆแต่ที่พวกเขาสนใจน่ะคือศิษย์น้องหนานหมิงต่างหาก ” หยางไท่ที่อยู่ข้างเยี่ยนเจวี๋ยกล่าวขึ้นพร้อมกับหัวเราะให้กับหนานหมิง
ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆต่างก็อยากที่จะเห็นหนานหมิง บุตรชายของผู้นำตระกูลหนาน ตระกูลลึกลับที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่เพิ่งจะปรากฏตัวขึ้นไม่นานมานี้
แถมมีข่าวลือว่าตระกูลหนานเป็นกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังหอการค้าหมื่นสมุทรด้วยซ้ำ แต่นี้เป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น แต่ถ้าหากสืบลึกลงไปแล้วทั้งสองกองกำลังนี้ก็มีความเกี่ยวข้องกันจริงๆ
เพราะตระกูลหนานตั้งอยู่ที่ภูเขามู่อวิ๋นติดกับเมืองฮุ่ย เมืองเล็กๆที่อยู่ทางตอนใต้ของแคว้นฉิน และเมืองฮุ่ยนี้เองก็เป็นเมืองแรกที่หอการค้าหมื่นสมุทรปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน อีกทั้งความแข็งแกร่งของหอการค้าหมื่นสมุทรก็นับว่าทรงพลังมาก พวกเขามียอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธ์อยู่หลายคน ถ้าหากไม่ใช่มีตระกูลหนานอยู่เบื้องหลัง กองกำลังอื่นๆก็คงไม่เชื่อเป็นแน่
จากเมืองหลวงต้าเหยียนไปยังภูเขาเหยียนเทียนใช้เวลาเดินทางประมาณสองเค่อจึงจะถึง
ตอนนี้รอบๆภูเขาเหยียนเทียนมีทหารจำนวนมากเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนี้เป็นการประลองสุดยอดรุ่นเยาว์ของอาณาจักรต้าเหยียน ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมันจะกลายเป็นความสูญเสียของอาณาจักรต้าเหยียนในทันที เพราะรุ่นเยาว์แต่ละรุ่นพวกเขาก็จะกลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอนาคต
เนื่องจากเป็นรถม้าของสถาบันฉินเยี่ย ทหารที่อยู่รอบๆภูเขาเหยียนเทียนจึงปล่อยให้พวกเขาเข้าไปด้านในโดยที่ตรวจสอบพอเป็นพิธีเท่านั้น และอีกอย่างบนรถม้าคันนี้ก็มีหนานหมิงอยู่ด้วย ทำให้ทหารได้รับคำสั่งมาว่าให้ปล่อยผ่านไปได้ทันทีโดยที่แกล้งทำเป็นตรวจสอบเล็กน้อยเท่านั้น
หนานหมิงมองไปยังภูเขาขนาดใหญ่ด้านหน้าด้วยความสนใจ เพราะสถานที่แห่งนี้ก่อกำเนิดอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงในอาณาจักรต้าเหยียนหลายต่อหลายคนแล้ว
บนท้องฟ้าเหนือภูเขาเหยียนเทียนเต็มไปด้วยทหารองครักษ์วิหคเพลิงกระจายตัวกันเฝ้าระวังจากบนท้องฟ้า ด้านล่างก็มีทหารที่สวมชุดเกาะสีฟ้าคราม พวกเขาคือทหารองครักษ์มังกรคราม ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหลวงต้าเหยียน
ภูเขาเหยียนเทียนเป็นภูเขาใหญ่ ข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้สีเขียวชอุ่ม แถมยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้และกลีบของดอกไม้หรือใบไม้จำนวนมากลอยตามลมอย่างต่อเนื่อง ทำให้กลายเป็นภาพที่งดงามอย่างมาก
ไม่นานนัก รถม้าของสถาบันฉินเยี่ยก็มาจอดอยู่ที่ลานจอดรถม้า
ที่จอดรถม้าเวลานี้เต็มไปด้วยรถม้าหลายสิบคัน ซึ่งเป็นรถม้าที่เอาไว้ส่งคนของสถาบันต่างๆที่เข้าร่วมศึกร้อยสถาบัน
หนานหมิงและคนอื่นๆลงมาจากรถม้า
รองผู้อำนวยการเหวินนำทางคนอื่นๆมุ่งหน้าไปยังห้องพักของสถาบันฉินเยี่ย
ระหว่างทางที่รองผู้อำนวยการเหวินนำทาง พวกเขาก็กลายเป็นเป้าสายตาของสถาบันอื่นๆทันที
สำหรับหนานหมิงที่เป็นถึงยอดฝีมือระดับเซียนยุทธ์ เขาย่อมได้ยินสิ่งที่ศิษย์ของสถาบันอื่นๆพูดคุยกันอย่างชัดเจน
ซึ่งส่วนมากก็เป็นการพูดคุยกันว่านี้หรือสถาบันฉินเยี่ย
คนไหนคือหนานหมิงที่กำลังโด่งดังในตอนนี้?
ไม่รู้ว่าหนานหมิงจะแข็งแกร่งจริงหรือไม่? หรือว่าเข้าร่วมการแข่งนี้เพราะเบื้องหลัง?
ถ้าหากข้าเอาชนะหนานหมิงได้จะต้องกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นแน่ อะไรประมาณนี้
หนานหมิงเองก็กวาดสายตามองดูรอบๆด้วยความสนใจเช่นกัน
ไม่นานนักพวกเขาก็เดินทางมาถึงด้านหลังของภูเขาเหยียนเทียน
ด้านหลังของภูเขาเหยียนเทียนมีอาคารขนาดใหญ่ตั้งอยู่กว่าสิบอาคารด้วยกัน ซึ่งอาคารเหล่านี้จะใช้เป็นที่พักของสถาบันต่างๆ
สำหรับที่พักของสถาบันฉินเยี่ยซึ่งเป็นสถาบันห้าอันดับแรก ทำให้มีที่พักพิเศษกว่าที่พักของสถาบันอื่นๆอยู่บ้าง เพราะที่พักของสถาบันฉินเยี่ยเป็นบ้านพักเดี่ยวหลังใหญ่
เมื่อหนานหมิงและคนอื่นๆเข้ามาด้านใน น่าหลันหวงเมิ่งก็ได้เรียกสมาชิกทั้งหมดมารวมตัวกันเพื่อพูดคุยกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะออกไปสู้กับสถาบันอื่นในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้า
หลังจากที่พูดคุยกันประมาณหนึ่งเค่อเศษ ทุกๆคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนหรือทำสมาธิเพื่อเตรียมตัวต่อสู้
“ ศิษย์น้องหนานเจ้ารอก่อน ” น่าหลันหวงเมิ่งกล่าวขึ้น
ฟางเซียลู่และคนอื่นๆที่กำลังจะแยกย้ายกันไปก็พากันหยุดชะงักและหันมามองทันที
“ ศิษย์น้องหนานเจ้าต้องระวังตัวให้ดี เพราะตอนนี้เจ้าตกเป็นเป้าสายตาของทุกๆคน ด้วยชื่อเสียงของเจ้าถ้าหากมีคนต้องการเอาชนะเจ้า พวกเขาก็ต้องทุ่มทุกอย่างใส่เจ้าเป็นแน่ เพราะพวกมันคิดว่าถ้าหากเอาชนะเจ้าได้จะต้องกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงอย่างมาก แต่ข้ารู้ว่าแม้พวกมันจะใช้พลังทั้งหมดก็ไม่น่าจะทำอะไรเจ้าได้ แต่เจ้าก็ต้องระวังตัวเอาไว้ เพราะไม่แน่ว่าพวกมันอาจจะเล่นงานเจ้าด้วยพิษหรืออาวุธลับ ” น่าหลันหวงเมิ่งกล่าวเตือน
เนื่องจากการประลองศึกร้อยสถาบันเป็นการประลองแบบจริงจัง เพราะฉะนั้นการใช้อาวุธลับหรือยาพิษบางประเภทจึงสามารถนำมาใช้งานในสนามประลองได้
แน่นอนว่ายาพิษเหล่านั้นจะต้องเป็นยาพิษที่มีทางแก้ และพิษเหล่านั้นจะต้องนำมาให้คณะกรรมการตรวจสอบก่อน ถ้าหากไม่มีจะถือว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นถูกปรับแพ้และถูกจับกุมในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนทางด้านของสถาบันที่ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นสังกัดอยู่ก็จะถูกลงโทษอย่างหนัก อย่างเช่นห้ามเข้าร่วมการประลองศึกร้อยสถาบันเป็นเวลาสิบปีหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น และจะต้องถูกปรับเงินหรือไล่ผู้อำนวยการออกจากสถาบัน
“ ใช่แล้วศิษย์น้องหนาน เจ้าต้องระวังพวกอาวุธลับและยาพิษให้ดี โดยเฉพาะพวกสถาบันถังเกิงซึ่งเป็นสถาบันที่ใช้พิษเป็นหลัก ” ฟางเซียงลู่กล่าวเสริม
หนานหมิงยิ้มและกล่าวว่า “ ตกลง ข้าจะระมัดระวังตัวอย่างดีพวกท่านเองก็ต้องระวังตัวด้วยเช่นกัน ”
เนื่องจากหนานหมิงได้รับการฝึกฝนจากเจียงเหรินซึ่งเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งและเชี่ยวชาญด้านการใช้พิษเป็นหลัก ทำให้เขามีร่างกายที่สามารถต้านทานพิษนับพันชนิดได้ และสำหรับอาณาจักรเล็ๆแห่งนี้พิษของพวกเขาก็เหมือนกับขนมสำหรับเจียงเหรินด้วยซ้ำ
ส่วนทางด้านของอาวุธลับ หนานหมิงยิ่งไม่ต้องเป็นห่วงเข้าไปใหญ่เพราะเขาได้รับการฝึกจากหนิงขวงผู้มีทักษะกายาเหล็กสวรรค์ ซึ่งเป็นการทำให้ร่างกายแข็งแกร่งและทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้เป็นอาวุธระดับเซียนก็ไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับร่างกายของพวกเขาได้
ซึ่งทักษะกายาเหล็กสวรรค์มีอยู่ทั้งหมดห้าขั้นใหญ่ด้วยกัน ซึ่งตอนนี้หนานหมิงฝึกจนมาถึงขั้นที่สี่แล้ว
ขั้นที่หนึ่งสามารถต้านทานอาวุธหรือการโจมตีของระดับนักยุทธ์ถึงอาจารย์ยุทธ์
ขั้นที่สองสามารถต้านทานอาวุธหรือการโจมตีของระดับปรมาจารย์ยุทธ์ถึงปราชญ์ยุทธ์
ขั้นที่สามสามารถต้านทานอาวุธหรือการโจมตีของระดับราชันยุทธ์ถึงเหนือยุทธ์
ขั้นที่สี่สามารถต้านทานอาวุธหรือการโจมตีของระดับเซียนยุทธ์ถึงเทพยุทธ์
ขั้นที่ห้าสามารถต้านทานอาวุธหรือการโจมตีของเซียนขึ้นจนถึงเซียนทองคำ
เพราะฉะนั้นแล้วหนานหมิงที่สามารถฝึกฝนจนมาถึงขั้นที่สี่ทำให้เขาสามารถต้านการโจมตีของระดับเทพยุทธ์ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นแล้วการโจมตีของบรรพจารย์ยุทธ์หรือปราชญ์ยุทธ์ไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับเขาได้
พริบตาเดียวเวลาพักก็จบลง
หนานหมิงและคนอื่นๆถูกเรียกตัวไปยังห้องโถงของที่พัก ซึ่งตอนนี้ภายในห้องโถงคนอื่นๆก็ยืนรอกันหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรองผู้อำนวยการเหวินและสามอาจารย์ รวมไปถึงศิษย์หลักอีกสี่คน
เมื่อหนานหมิงมาถึง รองผู้อำนวยการเหวินก็กล่าวปลุกใจทันทีก่อนที่จะพาทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังลานประลองหลักของสนามประลอง
บนอัศจรรย์ที่นั่งรอบๆสนามประลอง
ผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากต่างก็นั่งพูดคุยกันถึงเรื่องที่ว่าสถาบันไหนจะเป็นผู้ชนะในการประลองศึกร้อยสถาบันในครั้งนี้
ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์ส่วนมากก็เทคะแนนไปยังโอวหยางจิงหานเพราะพวกเขารู้ว่าความแข็งแกร่งของเขานั้นแข็งแกร่งมาก แต่อีกครึ่งหนึ่งก็เทคะแนนให้กับหนานหมิง เพราะพวกเขาก็รู้มาว่าหนานหมิงเป็นบุตรชายของผู้นำตระกูลหนาน ซึ่งตระกูลหนานเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งและมีระดับเหนือยุทธ์อยู่ในตระกูล
และหนานหมิงก็ได้รับการฝึกฝนจากตระกูลหนานมาอย่างยาวนานทำให้ความแข็งแกร่งของเขาไม่น่าจะแพ้โอวหยางจิงหาน เพราะแม้แต่พี่สาวของหนานหมิง หนานหลิงที่อายุเพียงแค่ยี่สิบปีแต่นางก็เอาชนะรุ่นเยาว์ทั้งหมดในสำนักผู้ตรวจการได้ตั้งแต่นางอายุสิบเก้าปี อีกทั้งความแข็งแกร่งของนางในตอนนั้นก็อยู่ในระดับปราชญ์ยุทธ์อีกด้วย
เมื่อกองกำลังยักษ์ใหญอย่างราชวงศ์เหยียน ห้าตระกูลใหญ่หรือสำนักผู้ตรวจการ มาคิดๆดูอีกที ในตอนที่หนานหลิงแข่งขันรุ่นเยาว์ของสำนักผู้ตรวจการ ก็ดูเหมือนว่านางไม่เคยเอาจริงด้วยซ้ำ แม้กระทั้งในการประลองรอบชิงนางก็ดูไม่ได้จริงจังมากนัก
และอีกอย่างในฐานะที่พวกเขาเป็นกองกำลังอันดับต้นๆของอาณาจักร พวกเขาย่อมมีเส้นสายภายใน ทำให้พวกเขารู้ในสิ่งที่กองกำลังทั่วไปไม่รู้ ซึ่งนั่นก็คือภายในสถาบันฉินเยี่ย หนานหมิงมีชื่อเสียงอย่างมากเพราะเขาเป็นคนที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการชี้แนะทักษะให้กับรุ่นเยาว์คนอื่นๆ
ซึ่งรุ่นเยาว์หลายคนที่ได้รับการแนะนำหรือชี้แนะจากหนานหมิง ความแข็งแกร่งของรุ่นเยาว์เหล่านั้นก็พัฒนาขึ้นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นแบบทันตาเห็นแต่พวกเขาก็ผ่านคอขวดในอดีตที่พวกเขาติดอยู่
ด้วยเหตุนี้ผู้คนจำนวนมากจึงตั้งความหวังในการประลองกันระหว่างสถาบันฉินเยี่ยและสถาบันหลวงต้าเหยียน
สำหรับสถาบันอื่นๆแม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อเทียบกับสถาบันหลวงต้าเหยียนที่มีโอวหยางจิงหานและสถาบันฉินเยี่ยที่มีหนานหมิงก็ดูเหมือนกับว่าจะจืดจางลงไปสักเล็กน้อย
ไม่นานนักเหล่าอาจารย์และศิษย์จากสถาบันต่างๆก็ปรากตัวขึ้นที่สนามประลอง
เนื่องจากการปรากฏตัวนี้ทำให้เสียงเชียร์ของสถาบันต่างๆดังขึ้น ถึงอย่างไรพวกเขาก็มีคนตามเชียร์มาจากบ้านเกิดอยู่บ้าง
เมื่อเหล่าศิษย์จากสถาบันต่างๆได้ยินเสียงเชียร์หรือเสียงตะโกนเรียกชื่อตัวเอง แววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและมุ่งมั่น พวกเขาตัดสินใจที่จะทุ่มพลังทั้งหมดเพื่อการประลองในครั้งนี้ อย่างน้อยๆถ้าหากพวกเขาแสดงความสามารถเข้าตากองกำลังใหญ่บางแห่ง พวกเขาก็อาจจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมกับกองกำลังเหล่านั้นก็ได้
เพราะในอดีตรุ่นเยาว์ที่มาจากตระกูลเล็กๆแต่มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเหมาะแก่การฝึกฝน กองกำลังใหญ่ไม่ว่าจะเป็นราชวงศ์หรือห้าตระกูลใหญ่ หรือกองกำลังที่มีชื่อเสียงก็จะรับสมัครพวกเขา พวกเขาก็จะให้ทรัพยากรในการฝึกฝนแต่มันก็ต้องแลกกับการที่พวกเขาจะเป็นคนของกองกำลังใหญ่เหล่านั้น
ในขณะที่รุ่นเยาว์กำลังตื่นเต้น เสียงเฮก็ดังลั่นขึ้นมา จากนั้นศิษย์บนสนามประลองก็หันไปมองด้านหลังก็พบว่าตอนนี้ศิษย์จากห้าสถาบันใหญ่ได้มาถึงสนามประลองแล้ว