แรกแสงสุริยันประทับบนผืนนภา
ชายหนุ่มคาดผ้าปิดตาเดินออกมาจากชายป่าที่หน้าบ้านมีสตรีผู้หนึ่งยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวผมของเธอเปียกชุ่มจากน้ำค้างยามเช้า ปากของเธอสั่นเทาด้วยความหนาว
ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาเธอด้วยความงุนงงหญิงสาวมองเขาแต่ไม่เห็นว่าแววตาของเขาเป็อย่างไรแม้แต่ยามถอดผ้าปิดตาออกมาซักชายหนุ่มก็ไม่เคยลืมตาให้นางเห็นมาก่อนเลยมีเศษกิ่งไม้ใบไม้ติดตามตัวเขาไปหมดนางส่ายหัวสลัดความคิดฟุ้งซ่านเดินไปปัดเศษฝุ่นออกก่อนจะกล่าว "เ้ากลับมาแล้วเมื่อคืนเ้าไม่ได้ทานอะไรเลย ข้าจะไปอุ่นน้ำแกงมาให้"
หลานหลิงยิ้มพลางพยักหน้าม่ายตระกูลหวังเดินเข้าไปจุดเตาเพื่ออุ่นอาหาร หลานหลินก็เดินตามเข้าไปหน้าตาเฉยนางได้แต่ทำใจ เด็กคนนี้เหมือนหลุดมาจากแดนลับแลไม่รู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรจนนางคร้านจะสนใจแล้ว
"เ้าไปอาบน้ำก่อนเถอะ"ฮูหยินหวังบอก
หลานหลินก้มลงมามองตัวเองพบว่าเสื้อผ้าของเขาสกปรกไปมากมีคราบบางอย่างที่ไม่น่าดูอยู่ด้วยจึงเดินออกไปอาบน้ำด้วยโอ่งรองน้ำฝนด้านหลังอย่างง่ายๆ
เมื่อใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้านที่ฮูหยินหวังซักให้เขาแล้วก็กลับมานั่งเช็ดโต๊ะทานข้าวรอด้านม่ายตระกูลหวังก็อุ่นอาหารเสร็จพอดี นางพบว่าหลานหลิงกำลังอุ่นสุราไว้ด้วยนางไม่รู้เลยว่าเขาไปหยิบชุดสุราหรูหราพวกนี้มาจากไหน
"นี่เ้าไปเอาของใครมาหรือ"นางถาม แต่หลานหลิงเพียงยิ้มให้ เขารินสุราส่งให้นาง
ม่ายตระกูลหวังลอบถอนหายใจแต่ก็รับสุรามาจิบจากนั้นทั้งสองไม่ได้พูดคุยอะไรกันอีก ต่างทานอาหารด้วยกันอย่างเงียบ ๆม่ายตระกูลหวังคีบผักให้หลานหลิง หลานหลิงคีบเนื้อให้กับนาง
หลังทานเสร็จทั้งสองก็เก็บกวาดหลานหลิงรินสุราให้ฮูหยินอีก ทั้งคู่นั่งมองดวงอาทิตย์ขึ้นพลางจิบสุราเงียบ ๆ
"ยามข้ายังเยาว์เด็กในหมู่บ้านวัยเดียวกับข้าล้วนอิจฉาทั้งรูปโฉม ทั้งฐานะทั้งความเป็ที่รักยิ่งในตระกูลของข้า"ม่ายตระกูลหวังเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาหลานหลิงหันมามองนางด้วยเพราะนางไม่เคยเล่าเื่อดีตมาก่อน
"แรกเริ่มนั้นข้ารู้สึกยินดีกับมันยิ่งนักแต่ไม่นานข้าก็ค้นพบว่าความสุขที่ข้าได้รับมานั้นต้องตอบแทนโดยการเป็สะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลพ่อค้าตระกูลหนึ่งในเมืองข้างๆ ความสุขในวัยเยาว์ของข้า...ก็พังทลายลง
นับแต่นั้นมาข้าเฝ้าถามตนเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าจะทนใช้ชีวิตเช่นนกน้อยในกรงทองได้หรือไม่ภายในใจของข้าตอบว่าไม่ ด้วยความบุ่มบ่ามข้าเลือกเ้าคนแซ่หวังเด็กวัยเดียวกันที่โดดเด่นในหมู่บ้านเป็ผู้ที่จะช่วยให้ข้าได้อยู่ที่แห่งนี้ต่อไป
ผ่านทั้งการโกหกและขู่เข็ญในที่สุดข้าก็เป็อิสระแต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือสัมพันธ์ระหว่างบิดาที่ขาดสะบั้นลงข้ากับคนแซ่หวังได้ออกมาตั้งบ้านใหม่แต่เพียงไม่นานปีกที่ทะยานขึ้นไปก็กลายเป็ร่วงหล่น
ข้ามิอาจปรับตัวกับชีวิตยากจนได้เงินที่สามีหามาตัวข้าก็ใช้ไปกับการรักษาหน้าจนหมดสิ้นชีวิตแสนลำบากยิ่งหลังจากข้ามีลูกน้อยด้วยแล้ว ข้าทั้งรักทั้งชังลูกของตนเองลูกในไส้ที่ตนให้กำเนิดมาแต่ยามที่ต้องพบเจอกับเหล่าสตรีในหมู่บ้านยิ่งเป็คนที่เมื่อก่อนข้าเคยปรามาสว่าต้อยต่ำแต่มาบัดนี้เจริญรุ่งเรืองเพราะทำตามคำสั่งผู้ใหญ่ในตระกูลทุกประการข้ายิ่งทนไม่ได้
วันสุดท้ายที่เราอยู่กันพร้อมหน้าเ้าเชื่อหรือไม่ข้าไม่ได้อยากกินเห็ดป่าหายากอะไรนั่นเลยแม้แต่น้อยข้าแค่ไม่อยากเห็นใบหน้าที่ตอกย้ำความตกต่ำของคุณหนูตระกูลจางเท่านั้นเอง
ดังนั้นข้าจึงยอมรับทัณฑ์์แต่โดยดีนี่เป็เพราะข้าร่ำร้อง้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนี่เองกระมัง์จึงพรากทุกอย่างของข้าไป หากว่าวันนั้น..." ม่ายตระกูลหวังเงียบเสียงลง
หลานหลิงหันไปมองนางชั่วเสี้ยวลมหายใจภาพของหมู่บ้าน ท่านแม่ ชาวบ้าน ผ่านเข้ามาในหัวของหลานหลิง"ท่านอาจจะไม่ได้ทำถูกต้องไปทุกอย่างและข้าก็ไม่เคยเห็นคนที่ทำทุกอย่างได้ถูกต้องไปหมดมาก่อนแต่ข้าคิดว่าความ้าที่จะเป็อิสระของท่านนั้นไม่ผิดอันใดอย่างแน่นอน"
ม่ายตระกูลหวังหันใบหน้าเปื้อนน้ำตามามองทางหลานหลิง"จริงหรือ"
หลานหลิงพยักหน้า"คนเราไม่ควรเกิดมาเพื่อตอบสนองความ้าของใครคนใดคนหนึ่งไปจนตายหากจะโทษต้องโทษที่ฟ้าดินกว้างใหญ่แต่ไม่มีที่ให้คนอย่างพวกเราได้โผบิน"
ม่ายตระกูลหวังขำพรืด"เป็เด็กเป็เล็กพูดจาเสียใหญ่โตไปได้ นี่แนะ!คิดสั่งสอนข้าแล้วหรือเดี๋ยวนี้"
หลานหลิงได้แต่กลอกตาไปมายิ้มเจือนๆ ม่ายตระกูลหวังก็คว้าสุราไปกรอกเข้าปากทั้งขวด
"เ้าก็จะจากไปอีกคนแล้วสินะ"นางเอ่ยถาม หลานหลิงไม่ตอบเพียงพยักหน้ายืนยันม่ายตระกูลหวังเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังสว่างสดใสประสานไปกับเสียงวิหคขับขาน
"จริงของเ้าต้องโทษว่าฟ้าดินกว้างใหญ่แต่ไม่มีที่ให้กับพวกเราสองคน"
ร่างงดงามของนางค่อยๆ เอนตัวลงมา
เช้าวันต่อมาหลานหลิงเพิ่งอาบน้ำเสร็จก็มีแขกมาหา เป็แม่นางหงลี่กับกวงตงจากวังหมื่นมรรคานั่นเอง
"คารวะท่านทั้งสองไม่ทราบการกำราบภูตพยัคฆ์ราบรื่นดีหรือไม่" หลานหลิงทำท่าคารวะที่น่าแปลกคือคราวนี้แม้แต่หงลี่ก็คารวะตอบด้วย
"เฮ่อ....เื่ราววุ่นวายกว่าที่คิดเมื่อคืนก่อนพวกข้ารีบร้อนออกไปต้องขออภัยด้วย" กวงตงถอดหายใจตอบ
"มิกล้าๆ ในเมื่อพวกท่านปลอดภัยก็ดีมากแล้ว เชิญท่านเข้าไปนั่งกันก่อน"หลานหลิงผายมือเชิญ
เมื่อเข้าไปในกระท่อมของหลานหลิงกวงตงเห็นว่าข้าวของหลายอย่างถูกเก็บกวาดจนโล่งมีห่อผ้าสำหรับสะพายยามเดินทางอีกด้วย เมื่อชงชากันเสร็จเรียบร้อยกวงตงจึงเอ่ยขึ้น
"น้องหลานเก็บข้าวของจะไปไหนหรือ"
หลานหลิงมองไปรอบ ๆพลางตอบ "ข้าเป็คนที่หลบหนีออกมา หากคนรู้ว่าข้าอาศัยอยู่ที่ไหนอาจจะมีปัญหาหากมีเฉพาะคนในหมู่บ้านก็ไม่เป็อะไร แต่ตอนนี้เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ั้แ่เมื่อวานมีคนผ่านเข้าออกหมู่บ้านมากมายเื่ราวของข้าอาจจะกระจายไปไกลเมื่อวานยังเห็นผู้บำเพ็ญตนเข้ามาในพื้นที่หลายคนข้าคิดว่าอยู่ที่นี้คงจะไม่ปลอดภัยแล้ว"
กวงตงทำสีหน้าว่าเข้าใจ"อ้อ...ผู้บำเพ็ญพวกนั้นเป็คนของเราที่เรียกมาควบคุมสถานการณ์เองเหตุการณ์เมื่อสองคืนก่อนค่อนข้างวุ่นวายเื่ราวเกี่ยวข้องกันกับเขตแดนหลายเขตจนกินวงกว้างดังนั้นจึงขอกำลังคนของวังหมื่นมรรคามาสมทบอีกเพื่อดูแลให้ทั่วถึง"
"เื่ราวใหญ่โตขนาดนั้นเลยหรือ?"หลานหลิงถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
กวงตงสังเกตสีหน้าของหลานหลิงดูไม่ตื่นใเกินไปหรือนิ่งสงบเกินไปบอกไม่ถูกที่สำคัญคือมองไม่เห็นดวงตาทำให้อ่านใจยากมาก "อืมเกรงว่าสาเหตุที่แท้จริงของการตายแปลก ๆในละแวกนี้เพราะมีคนล่วงล้ำเข้าไปเจอกับกลุ่มนักค้ามนุษย์เข้า"
"นักค้ามนุษย์?"
"เ้าไม่รู้จักหรือบางทีคนที่จับเ้าไปลองยาในตอนเ้ายังเด็กอาจจะซื้อเ้ามาจากกลุ่มคนพวกนี้ก็ได้"หงลี่เอ่ยขึ้นมา
"ข้า..."หลานหลิงไม่รู้จะตอบอย่างไร
"โชคดีที่น้องหลานมีดวงเนตรที่พิเศษจึงสามารถหลีกหนีจากเภทภัยได้แต่น่าเสียดายหากเ้ามาแจ้งทางการอาจจะมีคนที่ต้องประสบเคราะห์กรรมน้อยกว่านี้"กวงตงพูดอย่างเสียดาย
หลานหลิงทำสีหน้าละอายใจ"ข้าเป็เพียงเด็กบ้านนอกที่รอดตายมาได้ครั้งหนึ่งรู้จักแต่หลีกหนีเื่ยุ่งวุ่นวายก็เท่านั้นเอง"
กวงตงหยุดเล็กน้อยพร้อมกล่าวต่อ"เมื่อนึกถึงสถานะของเ้าข้าก็พอเข้าใจได้หากพวกมันรู้ว่าน้องชายหลานเคยหนีออกมาอาจเกิดเื่เลวร้ายได้ เื่นั้นช่างเถอะจริง ๆ แล้วสาเหตุที่ข้ามาเป็อีกเื่"
หลานหลิงมีสีหน้าประหลาดใจ"เชิญท่านกวงกล่าวมาเถอะ"
กวงตงกับหงลี่สบตากันเล็กน้อยก่อนกวงตงจะเปิดปาก"ไม่ทราบว่าหลังจากนี้น้องหลินจะทำอะไรต่อไปหรือ"
"ข้าหรือ"หลานหลิงเลิกคิ้ว "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันอาจจะลงใต้หรือไม่ทางตะวันตกที่ไม่เคยไปมาก่อน ท่านกวงมีคำแนะนำอะไรเชิญกล่าวได้เลย"
กวงตงพินิจหลานหลิงก่อนจะกล่าว"เช่นนั้นอภัยที่ข้าพูดตามตรง ข้านั้นมีสนใจในความสามารถของน้องหลานอยู่บ้างน้องหลานอายุยังน้อยทั้งยังมีพร์ แต่กลับมาใช้ชีวิตเงียบ ๆในที่ชนบทแห่งนี้ในความเห็นข้านับว่าเสียโอกาสเปล่าหากน้องหลานสนใจเดินไปบนเส้นทางฝึกตนข้าสามารถแนะนำให้เ้าเข้าวังหมื่นมรรคาของพวกเราได้"
ในสมองของหลานหลิงว่างเปล่าไปชั่วขณะเขา'มอง' กวงตงและหงลี่สักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นมา"ไฉนจู่ ๆ ถึง...แต่ว่า..ตามที่ท่านบอก ข้าเป็ผู้ใช้พิษหากวังหมื่นมรรคารับข้าเข้าไปจะไม่เป็ผลดีกับชื่อเสียงของวังฯหรอกหรือ"
กวงตงยิ้ม"มรรคามีหลากหลาย การฝึกตนมีมากมายหลายวิถีอย่างไรศาสตร์พิษแม้จะเป็วิถีหนึ่งแต่เป็สาขาย่อยสาขาหนึ่งเท่านั้นทั้งยังเป็ทางตันยากจะไปถึงจุดสูงสุดอย่างสายอื่นได้อย่างไรหากน้องหลานจะฝึกตนจะต้องเลือกวิถีหลักสักวิถีอยู่แล้ว ข้อนี้วังหมื่นมรรคาของเราสามารถให้สิ่งที่น้องหลาน้าได้แน่ส่วนศาสตร์พิษนั้น...เอ่อ ข้าแนะนำให้เ้าปิดความสามารถนั้นไว้ก่อนดีกว่า"
หลานหลิงนิ่งคิดกวนตงพอทราบว่าหลานหลิงยังไม่เชื่อใจอยู่บ้างจึงกล่าว"ที่ข้าพูดย่อมมีเหตุผลอยู่เมื่อวันก่อนข้าสอบถามเื่ของภูตพยัคฆ์จากชาวบ้านแต่กลับได้ข้อมูลน้องหลานมาแทนข้าได้ยินว่าน้องหลานเคยเขียนใบสั่งยารักษาให้เด็กที่ถูกงูกัดไว้ ดังนั้นข้าจึงไหว้วานให้นำกระดาษแผ่นนั้นมาให้ข้าดูหน่อยเช้าตรู่วันนี้เถ้าแก่นำลายมือของน้องชายหลิงมาให้ข้าดูแล้วข้าคิดว่าน้องหลานมีพร์สมควรมุ่งฝึกบำเพ็ญหนทางอื่นนอกจากมรรคาพิษได้น้ำดีไม่ปล่อยสู่นาคนนอก [1] ข้าคิดว่าวังหมื่นมรรคาของข้าสามารถรอบรับเ้าได้อย่างแน่นอน"
หลานหลิงอึ้งไปไม่นึกว่าในใบสั่งยาเมื่อหลายเดือนก่อนจะส่งผลทำให้กวงตงสนใจในตัวเขามากขึ้นว่าแต่น้ำดีอะไร คนนอกอะไรท่านเจอข้าครั้งเดียวข้าโดนนับเป็พวกของท่านแล้วรึ? หลานหลิงมีความสงสัยเื่อื่นท่านก็พูดแล้ว แต่ไม่พูดอย่างเดียวคือเื่ดวงตาของข้า....
หงลี่เห็นหลานหลิงนิ่งคิดไปกลับคิดว่าหลานหลิงลังเลเพราะสตรี จึงถามขึ้นด้วยความหงุดหงิด"หรือเ้าเป็ห่วงว่าม่ายตระกูลหวังจะอยู่ไม่ได้โดยไม่มีเ้า"
หลานหลิงกะพริบตาหันไปตอบนาง"ฮูหยินหวังจากไปแล้ว"
"จากไปแล้วหรือ?"หงลี่ทวน แต่หลานหลิงหันหน้าไปทางอื่นแล้วเมื่อเห็นว่าหลานหลิงไม่ได้พูดอะไรต่อกวงตงและหงลี่ก็ไม่สะดวกถามอีก
หลานหลิงคิดอยู่นานมองไปรอบๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ในเมื่อถึงขนาดที่ท่านกวงเอ่ยปากชักชวนข้าก็มิกล้าปฏิเสธ กลัวเพียงแต่ความสามารถข้าไม่ดีอย่างที่ท่านผู้าุโคาดรังแต่จะทำให้ท่านกวงผิดหวังก็เท่านั้น" หลานหลิงตอบ
กวงตงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออก"เื่ในภายภาคหน้าปล่อยให้เป็ลิขิตฟ้าเถอะ น้องหลานไม่ต้องกดดันไป"
"เช่นนั้นข้าต้องเตรียมตัวอะไรบ้างหรือ"หลานหลิงถาม
"น้องหลิงสามารถใช้เวลาเก็บสัมภาระได้อีกหนึ่งวันเราจะออกจากหมู่บ้านข้าต้องส่งต่องานให้ศิษย์ที่มาจากวังฯก่อน ไม่จำเป็ต้องพกสิ่งของมามากมายถึงวังหมื่นมรรคาจะไม่ใหญ่โตแต่ก็มิได้ขาดแคลนอะไร"
หลานหลิงพยักหน้าก่อนจะมองไปรอบๆ "บ้านของข้าซอมซ่อไม่สะดวกต้อนรับท่านทั้งสองพวกท่านไปพักในหมู่บ้านก่อนเถิดข้าขอเก็บของสักเล็กน้อยก่อน" หลานหลิงกล่าว
"เช่นนั้นพวกข้าไม่รบกวนแล้ว"กวงตงกล่าวจากนั้นทั้งสองก็ร่ำลาจากไป
หลังจากทั้งสองออกไปหลานหลิงก็ไม่รีบร้อนเมื่อเขา 'มอง' ไม่เห็นผู้บำเพ็ญทั้งสองจึงเริ่มเก็บกวาดห้องขณะหยิบเสื้อผ้าก็มีสิ่งของตกลงมาหลานหลิงก้มลงหยิบขึ้นมาปรากฏว่าเป็รองเท้าหุ้มข้อที่พึ่งเย็บขึ้นใหม่คู่หนึ่งเขานิ่งไปชั่วขณะก่อนจะใส่เข้าไปรวมกับสัมภาระอื่นในถุงผ้า
เปลวเพลิงลุกเหนือบ้านทั้งสองหลังหลังจากโยนคบเพลิงเข้าไปเขาก็ไม่หันกลับมามองอีกที่นี่เคยเป็บ้านของเขาชั่วระยะหนึ่ง แต่ก็เหมือนกับบ้านของเขาก่อนหน้าหรือที่ไหนๆ ล้วนมอดไหม้กลายเป็เถ้าถ่าน
"สุขสมหวังดั่งใจปรารถนา"
หลานหลิงพึมพำ
"ขอให้เ้าสุขสมหวังดั่งใจปรารถนา"
ขุนเขาตั้งตระหง่านมหาอารามประดิษฐ์ฐานเหนือเมฆหมอก เมฆลมพลิ้วปลิวไสวพัดจนเคราขาวของชายชราใส่ชุดนักพรตเต๋าผู้หนึ่งซึ่งยืนทอดสายตามองลงไปราวกับดวงเนตรนั้นสามารถสอดส่องทะลุทะลวงไอเซียนรอบขุนเขาไปยังโลกหล้าได้
ด้านหลังของเขามีคนเดินมาสองคนคนหนึ่งเป็นักบวชคิ้วขาวยาวจนถึงไหลดูแก่ชราราวกับว่าแค่เพียงลมพัดโบกชีวิตของเขาก็ปลิดปลิวไปมือขวาลีบเล็กกำไม้ขักขระสีทองส่องประกายสี่ห่วงใหญ่สิบสองห่วงเล็กพยุงตัวไว้อย่างมั่นคง
อีกคนเป็ชายชราเช่นกันใส่ชุดบัณฑิตสะอาดเรียบร้อยแต่เมื่อเทียบกับชุดเต็มยศของอีกสองคนก่อนหน้าเขาก็ดูเหมือนชนชั้นสามัญทั่วไปในทันที
"นักพรตเฒ่าดูอะไรอยู่หรือ"นักปราชญ์ถามอย่างอารมณ์ดี
"เฒ่าไม่ยอมตายอย่างพวกเ้าเสนอหน้ามาพร้อมกันยังจะถามเื่ไร้สาระอะไรอีก"นักพรตเฒ่าตอบ
"ท่านเห็นสิ่งใดบ้างหรือไม่"นักบวชเฒ่าถาม แต่นักพรตส่ายหน้า
"มองไม่เห็นก็อย่าได้มองแล้วมหามรรคาปั่นป่วนฝืนมองลิขิตฟ้าระวังจะอายุสั้น" นักปราชญ์กล่าวหยอก
นักพรตเฒ่าเค้นเสียงเย็น"บรรพชนมนุษย์มีคำทำนาย ไหนเลยแสร้งวางเฉยไม่สนใจได้รอวันมหาภัยพิบัติมาถึงดูสิว่าพวกเ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไรข้าอยากรู้นัก"
นักบวชยิ้มเย็น"ใต้หล้าผ่านเื่ราวมากมาย มีอะไรที่พวกเราผ่านไปไม่ได้บ้างมรรคาเ้าดูจะสั่นคลอนนะ ลองปลงผมศึกษาพระธรรมสักพันปีชีวิตอาจจะดีขึ้น"
"ลาหัวโล้นหยุดขายของได้แล้ว" นักพรตเฒ่าตวาดแหว ณ ที่ห่างไกลออกไปเกิดปรากฏการณ์สายฟ้าฟาดทอดยาวหลายร้อยลี้ทั่วผืนฟ้า
นักปราชญ์เหลือบมองลงไปเบื้องล่างกล่าวเบาๆ "ผ่านวันคืนหลายหมื่นปีนี่เป็ครั้งแรกที่มรรคา์สั่นคลอนบ่อยครั้งขนาดนี้หรือนี่ใต้หล้าคงกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แล้วกระมัง"
เชิงอรรถ
1. ^ผลประโยชน์, ทรัพย์สิน,หรือโอกาสที่ดี ควรเก็บไว้ให้คนในครอบครัวหรือพวกพ้องของตนเองก่อน