บทที่24โชควาสนาพัดผ่านไปพร้อมลมวสันต์
วันคืนพ้นผ่านมาหลายรอบ ลมวสันต์พัดผ่านไปก็หลายหนเม็ดฝนเองก็ล่วงหล่นโปรยปรายมาแล้วมากมายสุดคณานับ เช่นเดียวกับความพยายามของอวิ๋นเซ่อที่ฝึกปรือความแข็งแกร่งของร่างกายทั้งรวบรวมเพิ่มพูนพลังญาณ และฝืนไขว่คว้าหาเส้นทางที่จะไขประตูสู่วิถีเพลิงปราณมาตลอดจนนับครั้งมิถ้วน
หนึ่งเดือนแล้วที่ชายหนุ่มเอาแต่เคี่ยวกรำฝึกฝนตนเองอย่างหนักด้วยความมุ่งมานะหนึ่งเดือนแล้วที่มันเฝ้าอดทนดึงรั้งพลังธรรมชาติอันน้อยนิดเพื่อเพิ่มพูนแลปรับสมดุลพลังญาณในร่างหนึ่งเดือนแล้วที่มรรคจิตของมันแทบแตกดับจากการฝืนฝ่าประตูสีขาวโพลนในห้วงแห่งมโนจิตอย่างไม่ย่นระย่อและเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านพ้นไปนี้ ก็ถึงวันที่ชายหนุ่มรอคอยมาโดยตลอดเสียที วันนี้ภายใต้สภาพท้องฟ้าที่แจ่มใสไร้หยาดฝนสำนักมือปราบแห่งราชวงศ์หลิงได้เปิดรับสมัครการสอบคัดเลือกเป็วันแรก
อวิ๋นเซ่อมุดออกมาจากซอกหินขนาดใหญ่ที่ใช้เป็ที่พักผ่อนหลับนอนภายใต้ซอกหินนี้ยังช่วยป้องกันน้ำฝนได้เป็อย่างดี คนออกมาจากซอกหินก็ไปกอบเอาน้ำฝนอันใสสะอาดที่เจิงนองบนแอ่งศิลาขึ้นมาล้างหน้าดื่มกินก่อนปีนขึ้นไปเก็บผลไม้ป่ามากินแทนอาหารเช้า ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้เื่อาหารการกินแลน้ำสะอาดจึงไม่เป็ปัญหาสำหรับชายหนุ่มเพราะธรรมชาติได้สรรค์สร้างเอาไว้สำหรับมันแล้ว แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็ความเมตตาจากเฒ่าเร่ร่อนผู้นั้นทั้งสิ้น
อวิ๋นเซ่อบังเกิดความซาบซึ้งใจต่อความช่วยเหลือเหล่านี้ก่อนจากชายหนุ่มจึงคุกเข่าลงยังพื้นศิลาแล้วคำนับจนศีรษะจรดพื้นด้วยสำนึกขอบคุณ อวิ๋นเซ่อก้มศีรษะอยู่เนิ่นนานแล้วจึงเงยหน้าพร้อมลุกยืนขึ้นเผยให้เห็นประกายตาที่คมวาวของชายหนุ่มที่มีแต่ความเด็ดเดี่ยวฉายชัดออกมา
“ข้าต้องทำให้ได้"
ก่อนคนจะไปตรวจดูลาดเลา เมื่อพบว่าปลอดภัยไร้ผู้คนชายหนุ่มจึงเดินทางลงจากเขามุ่งหน้าสู่สำนักมือปราบทันที
ที่เมืองหลวง แห่งเขตปฐมพสุธาวันนี้ดูคึกคักจอแจเป็อย่างยิ่งผู้คนเดินสวนกันไปมาอย่างคับคั่งเนืองแน่น ร้านรวงตามรายทางก็มากมายทอดยาวสุดลูกหูลูกตาให้ผู้คนทั้งหลายได้จับจ่ายซื้อสอยแน่นอนว่าคนเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากหลายเมือง หลายเขตในแผ่นดินใหญ่ เพื่อมาทำตามเป้าหมายของตนคือการสอบเป็มือปราบเช่นเดียวกับชายหนุ่มที่มีถิ่นกำเนิดจากเขตอันทุรกันดารอย่างเขตห้าขุนเขาผู้นี้ อวิ๋นเซ่อก้าวเดินฝ่าฝูงชนอย่างเร่งรีบวันนี้นับว่าสายมากแล้ว หากมันไม่มัวหลบซ่อนแลระมัดระวังตัวป่านนี้ก็คงจะถึง และด้วยมันมาสายใบสมัครที่เปิดจำหน่ายจึงหลงเหลือเพียงไม่กี่ใบเพียงเปิดรับสมัครวันแรกจำนวนผู้สมัครก็จะเต็มอัตราที่ตั้งไว้แล้ว เห็นทีจะมิต้องเสียเวลาเปิดรับสมัครในวันที่สองและสามเป็แน่แสดงให้เห็นว่าสำนักมือปราบเฟื่องฟูถึงเพียงไหน ผู้ใดก็้าเป็มือปราบ หรือจะกล่าวให้ถูกก็คือผู้ใดก็้าเป็มือปราบติดลำดับกันอย่างถ้วนทั่ว
ตลอดรายทางอวิ๋นเซ่อระมัดระวังตัวเป็อย่างดีทำให้มันมิได้เจอโจทก์เก่าที่ร้ายกาจผู้นั้น แต่์กลับเล่นตลก บุคคลที่มันคิดหลบเลี่ยงมาโดยตลอดกลับยืนอยู่ตรงทางผ่านจุดรับสมัครตรงหน้าของมัน!
ฟู่หวินเหลือบสายตามายังอวิ๋นเซ่อด้วยแววที่นิ่งขึมส่งให้อวิ๋นเซ่ออดรู้สึกประหลาดใจขึ้นมามิได้ แววตาเช่นนี้นับว่าเป็แววตาที่น่าหวาดหวั่นกว่าครั้งที่มันมีโทสะเสียอีกอวิ๋นเซ่อชะงักฝีเท้าชั่วขณะ ก่อนจะเหลือบมองไปรอบกายเห็นผู้คนเพล่นพล่านเต็มไปหมดรวมถึงเหล่ามือปราบก็ยืนอยู่มากมายยิ่ง เมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชนเช่นนี้คนถือดีเช่นมันคงไม่ลดตัวมาเล่นงานตนเป็แน่เช่นนั้นอวิ๋นเซ่อจึงก้าวเดินออกไปอย่างมิช้าไม่เร็ว สายตาของชายหนุ่มก็นิ่งสงบราวผิวน้ำที่ไร้ระลอกจนฟู่หวินยังต้องหรี่ตา มดปลวกเมื่อเจอพญาอินทรีย์แม้จะทำตัวอวดเก่งไม่เกรงกลัว แต่ั์ตาก็มิอาจจะปิดบังความกลัวได้ทว่ามดปลวกตัวนี้ นอกจากภายนอกมันจะอวดเก่งแล้ว จิตใจของมันก็ยังอวดดีอยู่มิน้อย นับเป็มดปลวกที่ถือดีในตัวจริงๆ
อวิ๋นเซ่อก้าวเดินผ่านฟู่หวิน แต่ด้วยนิสัยจากก้นบึ้งจิตใจของชายหนุ่มที่ใครดีมาข้าดีกลับใครร้ายมาข้าร้ายตอบ เช่นนั้นเมื่อเห็นสายตาที่ไม่เป็มิตรและแฝงความเหยียดหยามของฟู่หวินมองมายังตนตลอดเวลาจึงได้ส่งให้ฝีเท้าของอวิ๋นเซ่อหยุดลง คนสาดประกายตาที่ไม่ย่นระย่อมองตอบกลับ ทั้งสองปลดปล่อยจิตสังหารที่ไม่มีใครยอมใครอย่างหนักหน่วงแม้อวิ๋นเซ่อจะเสียเปรียบด้านพลังลมปราณ แต่พลังจิตใจของมันก็สูงล้นแกร่งกล้าเป็อย่างยิ่งทั้งไม่เป็สองรองใครในผืนปฐีแห่งนี้
“ใบสมัครสอบคัดเลือกของปีนี้เหลืออีกที่เดียวเท่านั้น"
เสียงประกาศของมือปราบในจุดรับสมัครดังก้องกังวานขึ้นทั่วบริเวณเหล่าคนที่ยังมิได้รับใบสมัครอีกจำนวนมากต่างลุกฮือถาโถมขึ้นเพื่อจะแย่งชิงโอกาสสุดท้ายในการเข้าสู่หนทางแห่งการคัดเลือกความชุลมุนวุ่นวายจึงปรากฏ บางคนถึงกับวาดไม้วาดมือชกต่อยกันอย่างทุลักทุเลเพื่อที่จะเข้าไปให้ถึงใบสมัครใบสุดท้ายจนเหล่ามือปราบต้องเข้าห้ามปราบและรักษาความสงบในที่สุด
อวิ๋นเซ่อเองมิอาจชักช้าคนทะยานกายพุ่งผ่านร่างของฟู่หวินไปอย่างรวดเร็วฟู่หวินสายตาทอดยาวไปเบื้องหน้า ส่วนปากก็กล่าววาจาขึ้น
“วันนี้ยังเป็วันที่โชคดีสำหรับเ้าอยู่”
ก่อนคนจะมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือของเมืองหลวงไป
อวิ๋นเซ่ออาศัย่ความชุลมุน พริ้วกายด้วยความรวดเร็วบรรลุถึงมือปราบนายหนึ่งผู้ซึ่งจำหน่ายใบสมัครอวิ๋นเซ่อรีบคว้าตั๋วเงินขึ้นมาเพื่อเป็ค่าสมัครและรับใบสมัครใบสุดท้าย ทว่ามือปราบนายนั้นกลับมีไหวพริบแก้ไขสถานการณ์ได้ดีมันประเมินว่าหากให้ใบสมัครสุดท้ายแก่ชายหนุ่มผู้นี้ไป ความวุ่นวายจะเกิดขึ้นจนยากควบคุมเป็แน่เช่นนั้นมันจึงคืนตั๋วเงินแก่อวิ๋นเซ่อ ก่อนเปิดปากกล่าววาจาเสียงสนั่นก้อง
“พวกเ้าทุกผู้จงฟัง หากใครกล้าอาละวาดยังสถานที่อันเข้มงวดนี้อีกข้าจะสั่งให้คุมขังจนหมดสิ้น!
ได้ยินเช่นนั้นความวุ่นวายจึงค่อยสงบลงราวกับป่าช้าเป็ใครก็มิกล้าที่จะลองดีกับสำนักมือปราบถึงที่เช่นนี้ เมื่อเหตุการณ์สงบลงแล้ว มือปราบนายนั้นจึงกล่าวต่อ
“เนื่องจากในปีนี้มีผู้สนใจสอบคัดเลือกมือปราบเป็จำนวนมากมากจนเกินอัตราที่กำหนด ซึ่งวันนี้เป็วันเปิดรับสมัครวันแรกของปี และจะเป็วันรับสมัครสุดท้ายเพราะเหลือพื้นที่อีกเพียงหนึ่งเท่านั้นฉะนั้นเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้มีใจจะเป็ผู้พิทักษ์ความสงบสุขให้อาณาประชาราษฎร์ทั้งหมดข้าจะให้พวกเ้าเสี่ยงดวงด้วยการจับฉลากเพื่อคว้าสิทธิ์ใบสุดท้ายนี้!”
อวิ๋นเซ่อพร้อมด้วยคนอื่นๆ ต่างอุทานขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“จับสลาก”
มือปราบนายนั้นกล่าวขึ้น “ถูกต้อง พวกเ้าทุกผู้จะต้องเสี่ยงดวงกันเอาเอง” หยุดเล็กน้อยก่อนหันไปสั่งการเหล่ามือปราบที่อยู่ด้านหลัง
“พวกเ้าไปเตรียมฉลากมา”
ผ่านไปชั่วธูปไหม้ไหขนาดใหญ่ใบหนึ่งพลันถูกยกออกมาวางตั้งตรงหน้าเหล่าผู้้าสมัครสอบคัดเลือกกลุ่มสุดท้ายก่อนที่มือปราบนายดังกล่าวจะกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ในนี้จะมีกระดาษเปล่าอยู่เต็มไปหมด แต่จะมีแผ่นหนึ่งที่เขียนอักษรคำว่า‘ได้’…. ใครจับได้ฉลากแผ่นนี้ ใบสมัครสุดท้ายจะเป็ของมันผู้นั้น"
ผู้ที่คิดมาสมัครสอบมือปราบกลุ่มสุดท้ายที่เหลือแม้จะรู้สึกไม่พร้อมใจแต่การกระทำเช่นนี้นับว่ายุติธรรมอยู่ มีบางคนที่เสนอเงินค่าสมัครให้ถึงห้าเท่าสำหรับใบสมัครสุดท้ายมันผู้นั้นก็ถูกปัดตกจากผู้มีสิทธิ์จับฉลากในทันที นี่แสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมของสำนักมือปราบมากเพียงไหนจึงไม่มีใครกล้าโต้เถียงหรือคิดใช้อำนาจบารมีรวมทั้งทรัพย์สินเงินทองมาเป็ข้อเสนออีกทุกผู้ไม่ว่าจะรวยหรือจนล้วนมีสิทธิ์เท่าเทียมกันทั้งสิ้นสำหรับสำนักมือปราบแห่งราชวงศ์หลิงแห่งนี้ฉะนั้นทุกผู้จึงต้องฝากดวงวาสนาไว้กับกระดาษแผ่นนั้น!
อวิ๋นเซ่อเฝ้ามองคนเบื้องหน้าตนคนแล้วคนเล่าที่เดินไปหยิบจับฉลากในไหขนาดใหญ่ผ่านไปชั่วอึดใจก็ถึงคราวของชายหนุ่มที่ต้องไปยืนตรงนั้นบ้าง อวิ๋นเซ่อก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าไหใบใหญ่การเสี่ยงดวงครั้งนี้ถือเป็การเสี่ยงโชคชะตาชีวิตของมันเลยก็ว่าได้ มือขวาที่ยื่นออกมาคว้าจับลงในไหจะเป็สิ่งที่ตัดสินทางเดินให้แก่มันในภายภาคหน้าเพียงมือััลงยังแผ่นกระดาษภายในไห ในห้วงสมองก็ปรากฏความคิดอันยุ่งยากซับซ้อนขึ้น
มันคิดใช้พลังญาณเพื่อค้นหาพลังธรรมชาติที่แปลกแยกของกระดาษภายในไหแต่อีกจิตใจก็ลังเลว่าหากปลดปล่อยพลังธรรมชาติออกมาใช่จะเป็การเปิดเผยพลังนอกรีตสำหรับโลกแห่งนี้หรือไม่ยอดฝีมือที่นี่ก็ชุกชุมยิ่งกว่าดงพยัคฆ์ หากผิดพลาดประการใดขึ้นมาเส้นทางชีวิตมันอาจจบสิ้นเป็แน่
ชั่วขณะที่อวิ๋นเซ่อกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงของมือปราบนายนั้นก็กล่าวขึ้น
“ขืนเ้ามัวชักช้าอยู่อีกจะโดนตัดสิทธิ์"
อวิ๋นเซ่อไม่มีเวลาให้คิดมากความ คนยื่นมือไปหยิบกระดาษในไหทันทีตอนนี้ทุกอย่างคงต้องอาศัยโชควาสนาจริงๆ แล้ว
กระดาษในไหถูกหยิบขึ้น พร้อมกับปณิธานอันแรงกล้ากระดาษถูกคลี่ออกอ่าน ปณิธานอันแรงกล้าของชายหนุ่มพลันมอดดับในทันที
“กระดาษเปล่า!"
อวิ๋นเซ่อนิ่งค้างคล้ายถูกสายวิชชุฟาดผ่าลงยังร่างกระดาษในมือของมันล่วงหล่นยังพื้นดิน คนเดินกลับหลังอย่างไร้จุดหมาย เดินไปยังไม่ทันจะถึงสามก้าวเสียงร้องว่า ‘ได้’ พร้อมความตื่นเต้นยินดีของสตรีนางหนึ่งก็ดังขึ้นที่เื้ัของมันอวิ๋นเซ่อเบี่ยงกายกลับไปมองผู้ที่โชคดีคนนั้น เห็นนางสวมใส่ชุดคลุมปกปิดพลางใบหน้าทั้งหมดเพียงแค่นั้นก็ค่อยเดินจากไปพร้อมกับความผิดหวัง ผิดหวังั้แ่ที่ยังมิได้เริ่มต้นด้วยซ้ำ
“นี่ข้าคงไม่เหมาะจะเป็มือปราบจริงๆ์ถึงได้กลั่นแกล้งเช่นนี้"
เสียงระฆังสัญญาณของสำนักมือปราบดังเหง่งหง่างสะท้อนสะท้านไปทั่วผืนฟ้าก่อนตามมาด้วยเสียงเปล่าประกาศที่ดังก้องกังวานจนแทบจะปกคลุมทั่วเมืองหลวง
“ผู้ที่ได้รับใบสมัครทุกผู้โปรดทราบ การสอบภาคการคิดวิเคราะห์จะเริ่มขึ้นในยามมู่ซื่อชั่วยามที่หนึ่ง ของอีกเจ็ดวันข้างหน้า ขอให้พวกเ้าจงโชคดีในการสอบ"
……………………………………………
ทางทิศเหนือของเมืองหลวง เขตปฐมพสุธา ที่แห่งนี้ไม่ค่อยจะมีตึกรามบ้านช่องหนาตาเท่าใดนักส่วนใหญ่จะเป็ที่พำนักของเหล่าขุนนาง หรือบุคคลที่มีตำแหน่งในชนชั้นต่างๆ ของเหล่าข้าราชการในราชวงศ์หลิงที่แห่งนี้จึงมีแต่ตึกหรือที่พักหลังใหญ่ มีพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก และมีความเป็ส่วนตัวค่อนข้างสูงไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านมาหากมิใช่คนใน ทว่าในวันมานี้มีบุคคลแต่งกายชุดคลุมดำปกปิดทั้งใบหน้าได้เวียนผ่านมาเยี่ยมเยือนมิทราบว่ามันมาด้วยจุดประสงค์ใด แต่มันกำลังมุ่งไปยังตึกหลังหนึ่งที่อยู่แถวในสุดห่างไกลผู้คน
ตึกหลังนี้ค่อนข้างโอ่อ่าภูมิฐาน ตัวอาคารถูกสรรค์สร้างขึ้นมาจากไม้เนื้อดีมีราคาหลังคาก็กอปรไปด้วยวัสดุชั้นดีหายาก เป็ที่ทราบได้ว่าเ้าของน่าจะมีตำแหน่งทางชนชั้นราชการที่ไม่ธรรมดา
มิผิด ตึกหลังนี้ก็คือที่พำนักของอดีตขุนนางฝ่ายในขั้นเจ็ดที่พึ่งปลดเกษียณไปเมื่อไม่นานถึงเวลาที่มันต้องวางมือมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายสุขสบายกับครอบครัวเสียที
“ลู่เอ๋อ ออกไปเล่นซุกซนที่ไหน ข้าสั่งพวกเ้าแล้วมิใช่หรือว่าให้ดูแลลูกข้าไว้ดีๆ"อดีตขุนนางเฒ่ากล่าวเสียงตำหนินางรับใช้ที่ปล่อยปละละเลยจนทำให้ลูกของมันแอบหนีออกไปได้
“ท่านพี่โปรดสงบใจลงก่อน เรากักขังนางไว้แต่ในบ้านตลอดหลายปีที่ผ่านมานางคงจะอึดอัด" เสียงสตรีวัยห้าสิบเศษภรรยาของมันกล่าวขึ้น
สองสามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตรในสายเืเมื่อเกือบสิบกว่าปีก่อนพวกมันจึงได้รับอุปการะเด็กสาวผู้หนึ่ง เลี้ยงดูรักใคร่ราวกับบุตรสืบสายเืที่แท้จริงพวกมันจึงห่วงนางเป็อย่างมาก ครั้งนี้รู้สึกมีลางสังหรณ์ใจเป็พิเศษ อดีตขุนนางชราจึงมิวายที่จะร้อนรนถึงเพียงนี้เป็ภรรยาของมันที่กล่าวสืบต่อ
“หรือว่านางจะแอบไปเล่นในเมือง”
“จื่อลู่เอ๋ย บิดาเตือนเ้าแล้วว่าอย่าแอบออกไปไหนเพียงลำพัง”
ความวุ่นวายภายในตึกมิอาจหลบรอดสายตาของบุคคลชุดคลุมดำปกปิดที่มาถึงได้บุคคลผู้นี้เดินทางไปมาเป็เวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว มันแวะเวียนมายังที่นี่บ่อยครั้งแต่เนื่องด้วยยังมีบางสิ่งที่ไม่ประจวบเหมาะต่อจุดประสงค์ของมัน มันจึงเพียงได้แต่มาดูมิอาจทำอะไรได้ ตึกแห่งนี้นอกจากจะโอ่อ่าใหญ่โตแล้ว ก็ยังมีข่ายปราณชนิดส่งสัญญาณเตือนครอบอยู่ทั่วบริเวณบ้านหากเป็ที่อื่นมันคงบุกเข้าไปมิสนสิ่งใด แต่ที่นี่คือเมืองหลวง มีทั้งพยัคฆ์และัชุกชุมข่ายปราณก็มิทราบแน่ชัดว่าส่งสัญญาณไปยังสถานที่ที่อันตรายอย่างสำนักมือปราบหรือไม่มันจึงมิอาจที่จะผลีผลามทำอะไรจนอาจลุกลามเป็เื่ใหญ่โตได้ เช่นนั้นมันจึงได้แต่แวะเวียนเพื่อหาจังหวะและโอกาสซึ่งวันนี้นับว่า์เป็ใจ เพราะโอกาสอันดีสำหรับมันได้เปิดออกแล้ว!