ในช่วงเวลาที่เทียนฉินทดสอบอนุภาพของดาบเขี้ยวพยัคฆ์อยู่นั่นเอง ในศาลาแห่งหนึ่งที่ล้อมรอบไปด้วยดอกไม้หลากสีสัน ต่างส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ นิ้วของหยางชิงเว่ยคีบหมากล้อมสีขาวกำลังจะวางลงบนกระดานก็พลันหยุดชะงัก ก่อนจะหันหน้ามองไปทางหนึ่งด้วยสีหน้าตกตะลึง
"มีอะไรอย่างนั้นหรือท่านประมุข?"
ชายชราที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสังเกตุเห็นความผิดปกติของหยางชิงเว่ยก็เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย หากเทียนฉินอยู่ที่นี่ เขาจะจำได้เลยว่าชายชราคนนี้ก็คือ พ่อบ้านที่พาเขาไปที่คลังสมบัติส่วนตัวของหยางชิงเว่ยนั่นเอง
"ไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนั้นจะเลื่อนขั้นอีกแล้ว!"
หยางชิงเว่ยเอ่ยตอบกลับมา แต่สายตายังคงมองไปทางที่เทียนฉินอยู่เหมือนเดิม ส่วนในใจกลับมีความรู้สึกหลากหลายอารมณ์
"เอ๊ะ! จริงรึนี่!"ชายชราได้ยินดังนั้นก็ร้องอุทานอย่างตกใจ แต่ไม่นานก็กลับมาตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว
"ยินดีกับท่านประมุขที่มีศิษย์เก่งกาจเช่นนี้ด้วย!"
ชายชรากล่าวชื่นชมออกมาด้วยรอยยิ้ม มันเลยไหนจะไม่รู้ได้ว่าเทียนฉินมีพรสวรรค์มากแค่ไหน ตั้งแต่ที่เห็นเทียนฉินครั้งแรกจนถึงตอนนี้ ผ่านมาเพียงปีเดียวจากระดับพลังผันแปรขั้นกลาง กลับสามารถเลื่อนขั้นมาถึงระดับก่อกำเนิดขั้นสูงสุดได้ หากไม่เรียกว่ามีความสามารถแล้วคงไม่มีผู้ใดมีความสามารถอีกแล้วแน่
"แล้วข้าจะเอาสิ่งใดรั้งตัวศิษย์คนนี้ไว้ได้กัน!!"
หยางชิงเว่ยทอดถอนใจออกมาอย่างใจลอย ตัวมันเข้าใจดีว่าหากต้องการบรรลุระดับหลุดพ้นนั้น มีความยากและต้องใช้ทรัพยากรมากเพียงใด ขนาดตัวมันเองยังต้องใช้เวลาหลายปี และใช้ทั้งเม็ดยา สมุนไพรต่างๆกว่าจะเลื่อนระดับสำเร็จ แล้วเทียนฉินจะไม่ใช้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างไรกัน
อีกทั้งหากอยู่แต่ภายในนิกาย คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรวบรวบสิ่งของพวกนี้ได้ ซึ่งเหตุผลข้อนี้นี่เองที่ทำให้หยางชิงเว่ยรู้สึกผิดหวัง ที่ไม่อาจจะหาทรัพยากรเหล่านั้นมาให้ลูกศิษย์ของมันได้
"หากท่านประมุขอนุญาติให้เทียนฉินไปตอนนี้ แล้วเรื่องการแข่งขันที่กำลังจะมีขึ้น ท่านประมุขจะทำเช่นไรหรือ?"
ชายชราได้ยินดังนั้นก็กล่าวถึงเรื่องการแข่งขันขึ้นมา เพราะจากที่หยางชิงเว่ยได้เคยบอกกับมันนั้น คนที่หยางชิงเว่ยตั้งความหวังไว้มากที่สุดก็คือเทียนฉิน แล้วถ้าหากเทียนฉินไม่อยู่ที่นิกายแล้ว หยางชิงเว่ยจะยอมล้มเลิกกลางคันอย่างนั้นหรือ
"เห็นทีข้าคงต้องไปคุยกับศิษย์คนนี้เสียหน่อยแล้ว!"
หยางชิงเว่ยเลิกคิดฟุ้งซ่านในใจพลันนึกถึงการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเหาะไปหาเทียนฉินอย่างรวดเร็ว เพราะเรื่องการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้สำคัญมากสำหรับนิกายเพลิงอัคคีของเขา หากเทียนฉินไม่อยู่ขึ้นมามันจะต้องเสียโอกาสที่จะคว้าชัยชนะมาได้อย่างแน่นอน
เพียงใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป หยางชิงเว่ยก็ได้เหาะมาถึงยังสถานที่ที่เทียนฉินอยู่ แต่ทว่าเมื่อได้เห็นดาบเขี้ยวพยัคฆ์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ สีหน้าของเขาก็พลันกลายเป็นตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม
"อาวุธระดับอมตะ!!"
เทียนฉินกำลังครุ่นคิดถึงพลังของดาบเขี้ยวพยัคฆ์พลันสะดุ้งตื่นจากภวังค์ แต่พอเมื่อหันมาทางต้นเสียงก็เห็นว่าเป็นอาจารย์ของตนเอง จึงได้คลายความกังวลลงไปบ้าง จากนั้นก็พลันยกมือเรียกดาบเขี้ยวพยัคฆ์กลับคืนมา แล้วจึงเหาะไปทางหยางชิงเว่ยทันที
"ศิษย์คารวะท่านอาจารย์!"
"เจ้าไปได้อาวุธระดับอมตะมาจากที่ใดกัน?"หยางชิงเว่ยเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ทั้งที่สายตายังจดจ้องอยู่ที่ตัวดาบที่เทียนฉินถืออยู่เขม็ง
"ดาบนี้มีชื่อว่าดาบเขี้ยวพยัคฆ์ ศิษย์บังเอิญโชคดีได้รับมาจากชั้นที่เก้าของหอคอยปฐมอัคคีในนิกายเมื่อครั้งนั้น!"
เทียนฉินก้มมองดาบที่ตัวเองถืออยู่ในมือ ก่อนจะตอบหยางชิงเว่ยไปตามตรง แต่ไม่ได้เอ่ยถึงรายละเอียดของตัวดาบว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรให้หยางชิงเว่ยรู้มากนัก
"ได้มาจากหอคอยปฐมอัคคีอย่างนั้นรึ? ช่างเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ!"
หยางชิงเว่ยพึมพำออกมาด้วยความเสียดาย ด้วยตัวมันเองก็ฝึกฝนวิถีแห่งดาบ เมื่อได้เห็นอาวุธที่มีจิตวิญญาณอยู่ตรงหน้า ไหนเลยจะไม่เกิดความสนใจได้ แต่อย่างไรก็ตามถึงมันจะสนใจในตัวดาบมากเพียงใด ตัวมันก็ไม่มีทางที่จะแย่งของของศิษย์ตนเองแน่ จึงได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
"ในเมื่อตอนนี้เจ้าได้เลื่อนระดับพลังไปถึงก่อกำเนิดขั้นสูงสุดแล้ว เจ้าได้คิดหรือยังว่าจะทำอะไรต่อไปดี!"
หยางชิงเว่ยกล่าวออกมาพร้อมกับจ้องมองหน้าเทียนฉินอย่างคาดหวัง ว่าศิษย์คนนี้จะให้คำตอบที่น่าพอใจแก่เขาบ้าง
เทียนฉินหยุดครุ่นคิดไปสักพักหนึ่ง จากนั้นจึงเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ราวกับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงแน่นอน
"อันที่จริงศิษย์ตั้งใจแล้วว่าจะเตรียมตัวออกเดินทางไปยังแคว้นวั่นเร็วๆนี้!"
"เพียงแต่ว่าก่อนหน้านั้น ศิษย์จะไปพบคนที่นิกายกระบี่สำราญเสียก่อน!"
"อาจารย์เข้าใจดีว่าตัวเจ้ายังมีเรื่องที่ต้องทำอีกเยอะแยะมากมาย อีกทั้งการอยู่ที่นิกายคงไม่อาจช่วยให้เจ้าได้บรรลุพลังในระดับขั้นต่อไปได้!"
หยางชิงเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ผิดหวังเล็กน้อย เมื่อได้รู้ถึงความตั้งใจของเทียนฉิน ก่อนจะเอ่ยบอกในสิ่งที่ตนเองต้องการให้เทียนฉินได้รู้
"แต่อาจารย์หวังว่าภายในหนึ่งปีให้หลังต่อจากนี้ เจ้าจะกลับมาที่นิกายเพลิงอัคคีนี้ได้หรือไม่?"
"ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า?"
"มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือท่านอาจารย์?"
สีหน้าและแววตาของเทียนฉินแปรเปลี่ยนเป็นงุนงง พร้อมกับรีบเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
หยางชิงเว่ยมองดูเทียนฉินที่ทำสีหน้างวยงงอยู่ก็เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นจึงได้เอ่ยชวนเทียนฉินไปยังศาลาที่มันพึ่งจากมา เพื่อสะดวกในการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้
ภายในศาลาเทียนฉินนั่งฟังหยางชิงเว่ยด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับเอ่ยถามรายละเอียดของการแข่งขันนี้อย่างตรงไปตรงมา ซึ่งทำให้เขาได้รู้เรื่องราวต่างๆได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญคือการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นครั้งนี้ อาจจะทำให้ตัวเขาเองได้รับประโยชน์มากมายมหาศาล จนถึงขั้นมีโอกาสได้บรรลุถึงระดับหลุดพ้นก็เป็นได้
หลังจากที่สอบถามจนเข้าใจกันดีเรียบร้อยแล้ว เทียนฉินจึงได้ขอตัวลา พร้อมกับรับปากอย่างหนักแน่นว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะรีบกลับมาที่นิกายอย่างแน่นอน จึงทำให้หยางชิงเว่ยเผยรอยยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
"ก่อนที่จะออกเดินทางแวะมาหาอาจารย์เสียหน่อย อาจารย์มีของบางอย่างจะมอบให้เจ้าได้ไว้ใช้แทนดาบเขี้ยวพยัคฆ์เล่มนั้น!"
เสียงของหยางชิงเว่ยยังคงดังแว่วอยู่ในหัวของเทียนฉิน ตัวเขาพอจะเข้าใจได้ถึงความหวังดีของอาจารย์ เพราะดาบเขี้ยวพยัคฆ์ตอนนี้นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เมื่อเขาใช้ยามอยู่ภายนอกอาจจะดึงดูดให้เหล่าผู้ที่มีพลังสูงส่ง กระหายอยากจะครอบครองจนเกิดการแย่งชิง
ขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นการดีกว่าถ้าหากเขามีดาบอีกเล่มไว้ใช้ในยามปกติ
จบตอนที่ 167