หลังทานอาหารเสร็จ หัวหน้าหวังต้องกลับไปทำงานที่สถานีรับซื้อของป่า หวังหย่ง หวังไฉ และหวังฝานขอตัวกลับบ้าน ส่วนหวังคุนรับหน้าที่พาหลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินไปเดินดูห้องแถวสำหรับเปิดเป็ร้านอาหารและร้านขายอาหารสด
“เป็ยังไงครับ พวกคุณพอใจกับห้องแถวที่ผมพาไปดูหรือเปล่า” นายหน้าถามอย่างกระตือรือร้น
“ผมถูกใจห้องแถวที่อยู่หน้าตลาดแล้วก็ห้องแถวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม แต่น่าเสียดายที่ห้องแถวฝั่งตรงข้ามติดป้ายให้เช่าเอาไว้ ผมตั้งใจว่าจะซื้อเงินสดน่ะครับ” หลินเฉียงพูดอย่างเสียดาย เพราะถ้าร้านค้าทั้งสองแห่งตั้งอยู่ใกล้กัน มันก็จะง่ายสำหรับการขนส่ง
“คุณ้าจะซื้อเป็เงินสดเหรอครับ” นายหน้าถามขึ้นด้วยความดีใจ “บอกคุณตามตรงเลยนะครับ ความจริงเ้าของห้องแถวฝั่งตรงข้ามตั้งใจจะขายห้องแถวสามห้องนั้นอยู่แล้ว แต่มีเหตุสุดวิสัยเล็กน้อยทำให้เขาต้องเปลี่ยนแผนมาเป็การให้เช่าแทนน่ะครับ”
“เหตุสุดวิสัยเหรอครับ? ผมขอถามเหตุผลได้ไหม”
นายหน้าถอนหายใจ “ห้องแถวสามห้องนั้นเ้าของตั้งราคาขายไว้ที่หนึ่งหมื่นห้าพันหยวน แต่เถ้าแก่หวง...พวกคุณรู้จักเถ้าแก่หวงเต๋อโห้ใช่ไหมครับ”
หลินเฉียง จางเมี่ยวเจิน และหวังคุนพยักหน้า
“ก็เพราะเถ้าแก่หวงนั่นล่ะครับ ได้ยินว่าเถ้าแก่หวงเล็งตรงนั้นไว้เพื่อเปิดร้านอาหาร แต่เขาไม่อยากจ่ายราคาตามที่เ้าของเสนอ เพราะเขา้าจ่ายเงินแค่หนึ่งหมื่นหยวนเท่านั้นน่ะครับ เ้าของห้องแถวก็เลยไม่ยอม ก็ใครจะยอมขายห้องแถวทำเลดีแบบนั้นในราคาขาดทุนจริงไหมครับ” นายหน้าถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะพูดต่อ
“พอเ้าของห้องแถวปฏิเสธ ทำให้ทุกครั้งที่มีคนสนใจจะซื้อห้องแถว หวงเต๋อโห้ก็จะส่งคนมาขัดขวางจนการเจรจาล้มเหลวไปทุกครั้ง แต่เ้าของห้องแถวก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาก็เลยติดป้ายประกาศไว้ว่าจะปล่อยเช่า ต่อให้รู้ว่าจะไม่มีใครมาเช่า แต่เ้าของห้องแถวก็ยังทำ คงเพราะอยากบอกหวงเต๋อโห้เป็นัยว่าต่อให้ไม่มีคนมาเช่า เขาก็ไม่ยอมขายห้องแถวให้หวงเต๋อโห้น่ะครับ”
“ถ้าผม้าซื้อห้องแถวห้องนั้น ผมต้องทำยังไงครับ”
“คุณพูดจริงเหรอครับ” นายหน้ายิ้มกว้าง
หลินเฉียงพยักหน้า “ผมพูดจริงครับ และถ้าตกลงกันได้ ผมพร้อมจ่ายเงินสดวันนี้เลย”
“คุณโชคดีแล้วครับ เพราะห้องแถวหน้าตลาดก็เป็เ้าของคนเดียวกัน” นายหน้าเดินนำหน้า “ไปครับ ผมจะพาพวกคุณไปพบเ้าของห้องแถวตอนนี้เลย”
“เสี่ยวลิ่ว เธอพาใครมา” คุณตากู้เดินออกมาต้อนรับอย่างไม่สบอารมณ์นัก “ถ้ามาติดต่อเื่ห้องแถว นายบอกพวกเขาไปหรือยังว่าพวกเขาจะต้องเจอปัญหาอะไรบ้าง”
“ผมบอกไปพวกเขาไปแล้วครับคุณตา” นายหน้าเชิญหลินเฉียงให้เข้าไปในบ้าน “เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะครับ พวกคุณไม่ต้องกลัว คุณตากู้ใจดีมาก แต่ที่น้ำเสียงฟังดูไม่ดีเพราะคิดว่าการซื้อขายครั้งนี้คงต้องล้มเหลวอีกแล้ว แกผิดหวังมาหลายครั้งแล้วน่ะครับ”
“ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ” หลินเฉียงเดินตามนายหน้าเข้าไปในบ้าน ขณะเดียวกันเขาก็สำรวจภายในบริเวณบ้านไปด้วย “คุณตากู้กำลังจะย้ายบ้านเหรอครับ”
“ใช่ครับ คุณตากำลังจะย้ายไปอยู่กับลูกชายที่ปักกิ่ง”
“ถามอะไรให้มากความ รีบเข้ามาพูดธุระให้เสร็จเถอะ ฉันจะได้เข้าไปเก็บของต่อ” คุณตากู้ยังพูดอย่างอารมณ์เสีย
“คุณตาครับ นี่คือคุณหลินเฉียง เขาอยากซื้อห้องแถวทั้งสองที่ของคุณตาน่ะครับ ทั้งห้องแถวที่อยู่หน้าตลาดแล้วก็ห้องแถวที่หวงเต๋อโห้เล็งไว้” นายหน้าบอก
คุณตากู้หรี่ตามองหลินเฉียง “รู้ว่าหวงเต๋อโห้อยากได้แล้วนายยังอยากจะซื้อมันอีกเหรอ ไม่กลัวว่าหวงเต๋อโห้จะส่งไอ้ลูกชายอันธพาลของเขามาหาเื่หรือไง”
“ถ้าคุณตาหมายถึงหวงเจ๋อ คุณตาไม่ต้องกังวลหรอกนะครับ เพราะผมกับหวงเจ๋อไม่ได้ผิดใจกันแค่เื่นี้เื่เดียว” หลินเฉียงบอกอย่างไม่ใส่ใจ
“หมายความว่านายกับหวงเจ๋อเคยมีเื่กันมาก่อนอย่างนั้นเหรอ”
“ครับ ผมกับเขามีปัญหากันมาหลายครั้งแล้ว”
“ฉันขอถามหน่อยได้ไหมว่าทุกครั้งใครเป็คนแพ้” คุณตากู้ถามต่ออย่างสนใจ “แต่ดูจากท่าทางมั่นอกมั่นใจของนาย คงเป็หวงเจ๋อสินะที่เป็ฝ่ายแพ้”
“ก็ไม่เชิงว่าแพ้หรอกครับ แต่เขาแค่สู้ผมไม่ได้ก็เท่านั้น”
คุณตากู้ได้ยินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “ถือว่านายแน่มากที่กล้าไปมีเื่กับไอ้อันธพาลแซ่หวงนั่น”
“ก็ไม่แน่เท่าไหร่หรอกครับคุณตา แค่หวงเต๋อโห้กับหวงเจ๋อยังเกรงใจคุณลุงของผมอยู่บ้าง ผมได้แต่อาศัยบารมีของคุณลุงน่ะครับ”
“คุณลุงของนายเหรอ? ในอำเภอของเรามีคนที่ทำให้สองพ่อลูกคู่นั้นกลัวได้ด้วยเหรอ”
หลินเฉียงชี้ไปที่หวังคุน “นี่คือพี่ชายของผมชื่อหวังคุน คุณลุงของผมก็คือพ่อของเขาที่ล่ะครับ”
คุณตากู้มองพิจารณาไปที่หวังคุน จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้าง “หน้าตาท่าทางอย่างนี้ นายคงเป็ลูกชายคนรองของหวังตงสินะ ได้ยินมาว่านายเคยเป็ทหารมาก่อนไม่ใช่เหรอ”
“ผมเคยเป็ทหารมาก่อนครับ แต่ตอนนี้ปลดประจำการแล้ว ว่าแต่คุณตารู้จักคุณพ่อของผมด้วยเหรอ” หวังคุนถามอย่
“รู้จักสิ รู้จักดีเสียด้วย เมื่อก่อนฉันถึงขนาดกับจะให้เขามาเป็ลูกเขยของฉันเชียวนะ แต่น่าเสียดายที่เขามีคนรักอยู่แล้ว”
หลินเฉียงกับหวังคุนได้แต่หันไปมองหน้ากันเงียบๆ ถ้าเป็เื่อื่นพวกเขายังพอจะผสมโรงไปด้วยได้ แต่เื่รักๆ ใคร่ๆ ของผู้ใหญ่แบบนี้ พวกเขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยจริงๆ
“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนกินแมลงวันเข้าไปอย่างนั้น มันเป็แค่เื่ขำๆ ในสมัยก่อนเท่านั้นเอง”
หลินเฉียงเห็นว่าคุณตากู้อารมณ์ดีขึ้นมาแล้ว เขาจึงรีบพูดธุระ เพราะนอกจากเื่ซื้อห้องแถว เขากับหวังคุนยังต้องรีบไปทำเื่จองรถบรรทุกอีก “ผมตั้งใจจะซื้อห้องแถวทั้งสองที่นั้นเลย ถ้าคุณตาพร้อม เราไปทำเื่โอนกรรมสิทธิ์กันเลยไหมครับ”
“ราคาห้องแถวทั้งสองที่ฉันคิดไว้อยู่ที่สองหมื่นห้าพันหยวน ต่อให้นายจะจ่ายเป็เงินสดฉันก็ไม่ลดราคาให้นายหรอกนะ นายลองไปถามดูก็ได้ว่าตอนนี้ที่ดินกับบ้านที่ตั้งอยู่ในอำเภอราคาสูงขนาดไหน เพราะฉะนั้นราคาที่ฉันตั้งไว้ก็สมเหตุสมผลแล้ว” คุณตากู้บอก
“ผมเดินสำรวจมาหลายที่ก็พอจะรู้ราคาของที่ดินในอำเภอของเราแล้วครับ เพราะฉะนั้นราคาที่คุณตาตั้งไว้ผมรับได้ และผมจะไม่ขอส่วนลดแม้แต่หยวนเดียว” หลินเฉียงยังคงพูดประโยคเดิม “คุณตาสะดวกไปโอนกรรมสิทธิ์กันตอนนี้เลยไหมครับ ผมจะได้ไปถอนเงินมาให้คุณตาเลย”
คุณตากู้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอามือปัดฝุ่นที่ขากางเกง “เห็นแก่ที่นายมีความกล้าที่จะสู้กับหวงเจ๋อ ถ้างั้นฉันจะลดราคาห้องแถวทั้งสองห้องให้นายไปหนึ่งพันหยวนก็แล้วกัน”
หลินเฉียงกับคุณตากู้ทำเื่โอนกรรมสิทธิ์กันเสร็จ ขณะที่พวกเขายืนอยู่หน้าสำนักงานที่ดิน หวงเต๋อโห้กับหวงเจ๋อก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางไม่น่าไว้ใจ
“ตาเฒ่ากู้ ตกลงแกไม่ฟังคำเตือนของฉันเลยใช่ไหม ฉันบอกแล้วว่าห้องแถวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตลาดฉันอยากได้ แล้วทำไมแกไม่ขายมันให้ฉัน” หวงเต๋อโห้พูดขึ้นอย่างโมโห “ไหน! ใครหน้าไหนถึงกล้ามาซื้อห้องแถวตัดหน้าฉัน”
หวงเจ๋อมองไปที่หลินเฉียง “แกมาทำอะไรที่นี่ อย่าบอกนะว่าคนที่ซื้อห้องแถวของตาเฒ่ากู้คือแก”
“ถูกต้องแล้ว! เ้าของห้องแถวคนใหม่คือฉันเอง” หลินเฉียงโบกโฉนดที่ดินที่ถืออยู่ในมือไปมา “ขอโทษทีนะ นายมาช้าไปแล้ว”
“เสี่ยวเฉียง! ตอนที่ฉันยังพูดด้วยดีๆ นายขายห้องแถวห้องนั้นมาให้ฉันซะ นายไม่รู้เหรอว่าฉันอยากได้ห้องแถวห้องนั้นไปเปิดร้านอาหาร ถ้าไม่อยากเดือดร้อนทีหลังก็รีบทำตามที่ฉันบอกเสีย” หวงเต๋อโห้พูดขึ้น
“คงไม่ได้หรอกเถ้าแก่หวง” หวังคุนขึ้นมายืนขวางหน้าหลินเฉียงกับจางเมี่ยวเจินไว้ “ห้องแถวห้องนั้นเสี่ยวเฉียงกับคุณพ่อของผมลงหุ้นกันซื้อไว้เพื่อเปิดร้านอาหาร หรือต่อให้เสี่ยวเฉียงจะยอม แต่คุณพ่อของผมคงไม่ยอมหรอกนะ”
“พ่อของนายอย่างนั้นเหรอ?” หวงเต๋อโห้มองพิจารณาหวังคุน จากนั้นเขาก็กัดฟันกรอดอย่างไม่พอใจ “อย่าบอกนะว่าพ่อของนายคือหัวหน้าหวัง”
“ใช่ครับ คุณพ่อของผมคือหัวหน้าหวังที่คุณรู้จักนั่นล่ะ”
“หัวหน้าหวังอีกแล้วเหรอ!” หวงเจ๋อหันไปมองหวงเต๋อโห้ “คราวที่แล้วเขากับหลินเฉียงก็ไปบังคับเอาสัญญากู้ยืมที่บ้านของเรามาหนหนึ่งแล้ว คราวนี้พ่อคงไม่ยอมเขาอีกใช่ไหม”
“ถ้าไม่ยอมแล้วจะให้ฉันทำยังไง แกกล้ามีเื่กับเขาเหรอ” หวงเต๋อโห้พูดกับลูกชายอย่างไม่พอใจ จากนั้นเขาก็หันไปมองหลินเฉียง “ในเมื่อนายกับหัวหน้าหวังกำลังจะเปิดร้านอาหาร ห้องแถวว่างที่อยู่แถวนั้นก็ยังมีอีกหลายห้อง ต่อไปเราคงต้องเป็ศัตรูกันแล้ว”
“ไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ เป็ศัตรูทางธุรกิจก็แค่แข่งขันกันทางธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณและถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนผลจะออกมาเป็ยังไงก็ปล่อยให้ลูกค้าตัดสิน” หลินเฉียงยิ้มรับ “และผมก็หวังว่าเถ้าแก่หวงจะคิดถึงจรรยาบรรณและยึดกฎหมายของประเทศเป็สำคัญนะครับ อย่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องมาเสียใจทีหลัง”
“แกกล้าขู่พ่อฉันเหรอ” หวงเจ๋อได้ยินอย่างนั้นก็พูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “มีเงินเข้าหน่อยก็ทำมาปากเก่ง คนี้เีอย่างแก สักวันก็คงจะผลาญเงินในมือไปหมด ถึงตอนนั้นอย่ามาอ้อนวอนขอกู้เงินกับฉันอีกล่ะ อ้อ...ถ้าถึงวันนั้น บ้านหรือทรัพย์อย่างอื่นฉันไม่เอา สิ่งเดียวที่จะเอามาค้ำประกันได้ก็คือ...”
หวงเจ๋อหันไปมองจางเมี่ยวเจินด้วยสายตาหยาบคาบ
หลินเฉียงได้แต่กัดฟันแน่น ‘รู้อย่างนี้พาเ้าเสี่ยวเฮยมาด้วยก็ดี หรือไม่คราวหน้าฉันจะสั่งให้เ้าเสี่ยวเฮยจัดการจนแกมีลูกไม่ได้ไปเลย เพราะนิสัยแย่ๆ แบบแกไม่ควรมีทายาทออกมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาหรอก’
“เสี่ยวเจ๋อ! อย่าเพิ่งสร้างปัญหา” หวงเต๋อโห้กระซิบกับลูกชาย “แค่ผู้หญิงคนเดียว ฉันมีวิธีเป็ร้อยแปดที่จะส่งหล่อนขึ้นเตียงแกได้ แต่ตอนนี้เราต้องกลับบ้านกันก่อน”
หวงเจ๋อไม่กล้าขัดคำสั่งบิดา เขาทำได้แค่จ้องไปที่หลินเฉียงอย่างไม่พอใจ “ฝากไว้ก่อนเถอะ”
คุณตากู้มองหลินเฉียงอย่างเห็นใจ “นายกลับไปปรึกษากับหวังตงให้ดี ฉันเชื่อว่าสองพ่อลูกต้องมาสร้างปัญหาให้นายอีกแน่”
“ครับคุณตา ผมจะกลับไปปรึกษากับคุณลุงหวังเพื่อเตรียมรับมือกับพวกเขาให้ดีครับ” หลินเฉียงยิ้มให้คุณตากู้อีกครั้ง “ขอบคุณคุณตาที่ขายห้องแถวให้ผมนะครับ และผมขอให้คุณตามีความสุขกับลูกหลานที่ปักกิ่ง ถ้ามีโอกาส ผมจะไปเยี่ยมคุณตานะครับ”
“ได้สิ หมายเลขโทรศัพท์ที่ฉันจดไว้ให้ก็เก็บไว้ให้ดีล่ะ เผื่อวันหน้าเราจะได้ติดต่อกัน” คุณตากู้พูดจบก็เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
จัดการธุระเื่โอนกรรมสิทธิ์เสร็จ หลินเฉียงก็ไปทำเื่จองรถบรรทุกกับหวังคุนต่อทันที ครั้งนี้เขาสั่งจองรถบรรทุกไว้ถึงสองคัน แถมยังจ่ายเงินไว้เต็มจำนวนอีกด้วย และเขายังไปซื้อรถสามล้อเครื่องเพิ่มอีกสองคัน เมื่อเห็นสามีใช้เงิน จางเมี่ยวเจินได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ แม้เธอพอจะรู้ว่าสามีมีเงินเก็บ แต่การที่เห็นสามีซื้อทรัพย์สินและยังจ่ายเป็เงินสดออกไปแบบไม่กะพริบตา ตกลงแล้วครอบครัวสามียากจนหรือเป็เศรษฐีกันแน่