ทันที่ที่ผู้คนได้ยินและได้เห็นว่าผู้ชนะเลิศการแข่งขันเพื่อเป็นตัวแทนด้านโอสถของอาณาจักเนตรอสูร ต่างตกตะลึงเพราะผู้ชนะทั้งสามอันดับต่างอยู่ในที่นี้ทั้งสิ้น และผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่งกลับเป็นอดีตขยะของตระกูลกังซะด้วย ต่างส่งเสียงซุบซิบออกมาจนวุ่นวายเป็นเวลานาน
"โอ๊ะ ..!! การคัดเลือกตัวแทนด้านโอสถของอาณาจักรเนตรอสูร"
"ทั้งสามถึงกับเป็นตัวแทนด้านโอสถของอาณาจักรเนตรอสูร มิน่าเชื่อ..!!"
"ขยะของตระกูลกังถึงกับได้เป็นตัวแทนด้านโอสถของอาณาจักรเนตรอสูร โอ้พระเจ้า..!!"
ทั้งสามได้ออกไปรับเหรียญตราโอสถซึ่งทางสมาคมโอสถได้มอบหยกสื่อสารสำหรับติดต่อให้คนละชิ้นด้วย ท่านกลางสายตาหลากหลายความรู้สึกของผู้คน ที่มีทั้ง ตะลึง เลื่อมใส อิจฉา
"เมื่อทำหน้าที่เสร็จแล้ว ข้าขออำลา ต้องขออภัยที่มาขัดจังหวะ เชิญท่านทั้งหลายทำกิจที่ยังคั่งค้างต่อ"
"พรึ่บ..!!"
พูดจบผู้ส่งสารของสมาคมโอสถ ได้เปิดเผยปีกยุทธออกมาและเหินบินจากไปอย่างรวดเร็ว สร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง เสียงอุทานหลากหลายอารมณ์ดังขึ้น
"โอ..ปีกยุทธ...ปราณระดับราชันย์ นักปรุงโอสถผู้นี้ถึงกับมีพลังยุทธถึงระดับปราณราชันย์..ข้ามีวาสนาได้พบเห็นผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์ ข้าจะได้ไปคุยบอกกล่าวต่อหลาย ๆ คน"
"ปีก..ปีกยุทธ ข้าได้เห็นผู้มีปีกยุทธ ข้ามิได้ฝันไป "
"ปราณยุทธระดับราชันย์ถึงกับมีขึ้นแล้ว "
ได้ยินเสียงอุทานต่าง ๆ ดังขึ้น หม่าเทียนหลงและบุรุษกลางคนทั้งสองแม้จะตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หลังจากได้เห็นคนต่างแตกตื่นเมื่อได้พบเจอผู้ฝึกยุทธระดับปราณราชันย์ต่างหัวเราะเบา ๆ และยิ้มให้แก่กัน หม่าเทียนหลงกล่าวกับกังหลง
"เจ้าหนุ่ม มินึกว่าเจ้าจะมีความสามารถด้านโอสถเช่นกัน เหนือความคาดหมายชองข้ายิ่งนัก เมื่อมิมีเรื่องใดอีกงั้นพวกเรามาเริ่มการประลองกันเดี๋ยวนี้เลยจะได้ตัดสินแพ้ชนะให้จบไป"
หม่าเทียนหลงมองกังหลงด้วยสายตามุ่งร้ายครุ่นคิดขึ้น
"มินึกว่าบุตรชายขยะของเจ้ากังหยางถึงกับมีความสามารถด้านโอสถด้วย ด้วยวัยเพียงแค่นี้หรือพรสวรรค์ของเจ้าหนุ่มนี่ได้เกิดขึ้นแล้ว เห็นทีต้องรีบกำจัดทิ้งซะวันนี้เลยหากปล่อยไว้ย่อมเป็นการไม่ดีแก่ตระกูลหม่าเราเป็นแน่แท้ เฮอะ ช่างประจวบเหมาะที่เจ้าหนุ่มนี่โง่งม ถึงกับเพิ่มสัญญา หากสามารถทำร้ายหรือเผลอสังหารผู้ใดจากหนึ่งในสามนี้จะมิมีผู้ใดกล่าวโทษและแก้แค้นและรังควานต่อกัน สัญญานี้นับว่าเปิดโอกาสให้ข้าโดยแท้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวรรค์ช่างเป็นใจกับข้าจริง ๆ แม้สมาคมโอสถจะยิ่งใหญ่จนมิอาจแตะต้อง แต่ตอนนี้เจ้าหนุ่มนี่ยังมิได้เป็นคนของสมาคมโอสถโดยสมบูรณ์ เพียงเพิ่งได้รับเหรียญตราโอสถแต่ยังมิได้ไปรายงานตัวที่สามาคมโอสถ หากกำจัดตอนนี้ปัญหาก็มิได้ใหญ่โตเทียบเท่าหลังการได้รายงานตัวกับสมาคมโอสถแล้ว"
กังหยางเห็นเตุการณ์ดำเนินมาถึงขึ้นนี้ ได้แต่ทำใจ ฝืนยิ้มกล่าวออกมา
"ในเมื่อมิอาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ได้ เพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่สิ่งรอบด้านเชิญทุกท่านไปลานประลองของตระกูลเถอะ"
หลังจากกังหยางกล่าว ทุกคนได้พากันไปยังลานประลองของตระกูลกัง กังหลงก้าวนำไปรอพวกหม่าเทียนหลงยังกลางลานประลองก่อน เมื่อทั้งสามมาพร้อมกังหลงกล่าวขึ้น
"มิทราบจะเป็นผู้ใดจะให้เกียรติออกมาให้คำแนะนำข้าก่อน"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าอสูรดำขอยืดเส้นยืดสายบ้างข้ามิได้สังหารผู้คนมาห้าวันรู้สึกอึดอัดจนยากจะทนทานแล้ว ท่านหม่าคงมิว่ากระมัง ท่านลงมือชนะไปหนึ่งครา ฝ่ายตรงข้ามเหลืออีกสองคราก็จักพ่ายแพ้ เจ้าเด็กหนุ่มผู้นี้เพียงระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดแม้จะดูอ่อนแอจนถึงที่สุด แต่ย่อมมีโลหิตที่ทำให้ข้าคลายความอึดอัดลงได้บ้าง ข้าเมื่อมีโอกาสมาเยือนอาณาจักรเนตรอสูร จะอย่างไรก็ต้องแสดงฝีมือไว้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้คนของอาณาจักรเนตรอสูรได้ทราบบ้าง ว่าเมื่อเทียบกับอาณาจักรอื่นแล้ว มันมิมีค่าใดเลย แม้แต่คิดจะเป็นข้าทาสก็มิอาจจะคู"
ผู้ที่เรียกตัวเองว่าอสูรดำเป็นคนที่มีรูปร่างผอมสูงดุจไม้ซีก และเป็นหนึ่งในสองที่มากับหม่าเทียนหลงหัวเราะและกล่าวขึ้น เมื่อกังหยางได้ยินคำว่า อสูรดำก็มองไปยังอีกคนที่มีรูปร่างอ้วนเตี้ยที่ยืนกอดอกอยู่ด้านข้างหม่าเทียนหลงอย่างมิเห็นใครอยู่ในสายตาเช่นกัน ฉับพลันก็นึกถึงนักฆ่าคู่หนึ่งขึ้นมา รำพึงด้วยใจที่ตระหนก
"หรือสองคนนี้จะเป็น อสูรดำขาว ฉายาอ้วนผอมจอมทมิฬ จากอาณาจักรหยาดพิรุณอาณาจักรอันดับสามในบรรดาอาณาจักรทั้งเจ็ด ซึ่งเป็นนักฆ่าอิสระที่ใครก็สามารถซื้อตัวได้หากมีคนจ่ายค่าตอบแทนที่พอใจทั้งคู่ต่างเป็นยอดนักฆ่าระดับปราณราชันย์ที่โหดเหี้ยมวิปริตชอบเห็นโลหิตผู้อื่นเป็นสิ่งสำราญใจ พวกมันจะค่อย ๆเชือดเฉือนหยอกล้อเป้าหมายให้หลั่งโลหิตออกจากกายจนเหือดแห้งค่อย ๆ สิ้นชีพไปอย่างช้าๆ"
กังหยางถามขึ้น
"พวกท่านหนึ่งอ้วนหนึ่งผอมใช่เป็นผู้ที่มีจากอาณาจักรหยาดพิรุณใช่หรือไม่ ? "
"เฮอะ เฮอะ อาณาจักรต่ำต้อยเช่นนี้ถึงกับมีคนที่รู้จักพวกเราขึ้นมารึนี่..!!ใช่แล้ว..เราสองต่างมาจากอาณาจักรหยาดพิรุณ "
ผู้ที่เรียกตัวเองว่าอสูรดำกล่าวขึ้นอย่างลำพอง
"ถ้างั้นพวกท่านทั้งสองใช่มีฉายา อ้วนผอมจอมทมิฬ นักฆ่าอิสระผู้โด่งดังเมื่อตั้งหลายสิบปีก่อนใช่รึไม่ ? "
"ฮ่า ฮ่า ฮ่านั่นเป็นเพียงฉายาที่หลายท่านสร้างเสริมเติมแต่งให้เองเท่านั้น ..!!"
"อ้วนผอมจอมทมิฬ..!!..นั่นมันนักฆ่าเมื่อประมาณสิบปีก่อน "
"อา..นักฆ่าที่โหดเหี้ยมวิปริตชอบเห็นโลหิตผู้อื่นเป็นเรื่องบันเทิงใจ"
"ฮ่า ฮ๋า ฮ่า.."
อสูรดำหัวเราะอย่างสนั่นหวั่นไหวท่ามกลางเสียงอุทานอย่างตระหนกของหลายคนที่มีอายุมาเนิ่นนานเมื่อได้ทราบว่าทั้งสองเป็นใคร เพราะฉายาอ้วนผอมจอมทมิฬนั้นได้ยินผู้คนกล่าวขานมานานถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตจิตใจวิปริตแปรปรวนของนักฆ่าคู่นี้เนื่องด้วยวาสนาคราหนึ่ง ทั้งสองได้พานพบสิ่งวิเศษธรรมชาติทำให้พลังฝีมือพลันก้าวขึ้นสู่ปราณราชันย์พร้อมกันด้วยพลังฝีมือที่สูงส่งระดับราชันย์อันหายากยิ่งของอาณาจักรหยาดพิรุณในขณะนั้นจึงยากที่จะมีผู้ใดพอจะต่อกรได้ทำให้ทั้งสองหลงลำพองในพลังฝีมือก่อการฆ่าฟันจนเกิดมรสุมโลหิตไปทั่วอาณาจักรหยาดพิรุณแม้กระทั่งค่ายสำนักต่าง ๆ ที่พยายามร่วมมือกันกำจัดก็มิสำเร็จได้
แต่ด้วยฝีมือที่กล้าแข็ง กลับกันทำให้ค่ายสำนักต่าง ๆต้องสูญเสียผู้คนล้มตายไปอย่างมากมายนานเข้าทั้งสองได้กลายเป็นนักฆ่าที่รับงานว่าจ้างฆ่าคน ใครให้ราคาเป็นที่พอใจทั้งสองจะลงมือรับงานและเข่นฆ่าเป้าหมายอย่างโหดเหี้ยมด้วยจิตใจที่วิปริตชอบเห็นโลหิตผู้อื่นเป็นสิ่งสำราญใจ พวกมันจะค่อย ๆเชือดเฉือนหยอกล้อเป้าหมายให้หลั่งโลหิตออกจากกายจนเหือดแห้งค่อย ๆสิ้นชีพไปอย่างช้า ๆ เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่รับงานผู้คนตา่งหวาดหวั่นในพฤติการอันโหดเหี้ยมอำมหิตนี้
จนเป็นเหตุให้ส่วนรวมต้องรวมตัวกันจ้างวานและชักชวนนักสู้ผู้มีฝีมือที่กล้าแข็งจากอาณาจักรเหมันต์พิสุทธิ์อาณาจักรระดับสองเพื่อมากำจัดด้วยนักสู้ผู้มีฝีมือจากอาณาจักรที่สูงกว่า อีกทั้งมากมายหลายคนครานั้นทำให้อ้วนผอมจอมทมิฬต่างบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีหายไปจนไร้ร่องรอยตั้งแต่บัดนั้นเป็นเวลาหลายปีมินึกว่าจู่ ๆนักฆ่าที่ผู้คนต่างหวาดหวั่นที่ได้หายตัวไปทั้งสองได้กลับมาปรากฎตัวในที่นี่เวลานี้