สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

เล่มที่ 9 บทที่ 243 พรสวรรค์ที่ไร้เทียมทาน

        ในโลก Diablo

        ซุนเฟยยืนอยู่ในพื้นที่รกร้างนอก 'ค่ายโร้ก' เขาได้ยินเสียงเย็นชาลึกลับที่แสนคุ้นเคยกระซิบแจ้งเตือนที่ข้างหูตัวเองว่า ตัวละครคนเถื่อนถูกลดเลเวลจาก 40 เป็น 39 เมื่อนึกถึงยอดฝีมือที่อยู่ในค่ายทหารบริวารแล้ว ในใจของซุนเฟยก็เกิดกลัวขึ้นมา

        ถ้าไม่ใช่เพราะว่าตัวเองอัญเชิญลาสต์บอสอย่างดูเรียลออกมาเป็นโล่เนื้อให้แก่เขา ปานนี้ซุนเฟยคงตายไปแบบไม่ต้องสงสัยเลย

        แน่นอนว่าทักษะ 'อัญเชิญ' หนึ่งในสามทักษะของเทพเจ้ามีประโยชน์มาก ทักษะนี้สามารถอัญเชิญ NPC ใน 'ค่ายโร้ก' ออกมาจากโลก Diablo ได้โดยที่ไม่มีเงื่อนไขใดๆ เว้นแต่ว่า...ข้อจำกัดในด้านเวลา ส่วนการอัญเชิญมอนสเตอร์หรือปีศาจกลับมีข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก

        ที่บอกว่าเป็นข้อจำกัดที่เข้มงวดมาก นั่นก็เพราะว่า มันมีเงื่อนไขที่จำเป็นสองประการ

        ประการแรก ต้องเลือกตัวมอนสเตอร์ที่จะเชิญและจะต้องเป็นมอนสเตอร์ที่ถูกซุนเฟยฆ่าตายในโลก Diablo เท่านั้น ถ้าไม่ใช่มอนสเตอร์ที่เคยถูกซุนเฟยฆ่ามาก่อน เขาก็ไม่สามารถอัญเชิญมันออกมาได้

        ประการที่สอง การอัญเชิญมอนสเตอร์ออกมาตัวหนึ่งจะต้องใช้ค่าประสบการณ์เป็นการจ่ายค่าตอบแทน ยิ่งความแข็งแกร่งของตัวมอนสเตอร์ที่จะอัญเชิญสูงมากเท่าไร ค่าประสบการณ์ที่ต้องจ่ายก็มากเท่านั้น

        โดยทั่วไปแล้ว ราคานี้สูงเกินจนแทบจะจ่ายไม่ไหวเลยทีเดียว เพราะตอนที่อัญเชิญ 'ชาแมน' หรือ 'จอมขมังเวทชาแมน' ออกมานั้น ซุนเฟยก็เสียค่าประสบการณ์ไปแค่ไม่กี่ร้อยเอง แต่ครั้งนี้เป็นสถานการณ์ที่เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤติแบบสุดๆ ซุนเฟยจึงตัดสินใจเรียก 'ราชาแห่งความเจ็บปวด' ดูเรียลออกมาโดยที่ยอมกัดฟันจ่ายค่าประสบการณ์ไปถึง 50,000 แต้ม

        สำหรับคนเถื่อนเลเวล 40 แล้ว ค่าประสบการณ์ 50,000 แต้มนี้ไม่ได้ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงเลยสักเส้น เพราะค่าประสบการณ์ของคนเถื่อนเลเวล 40 มีเป็นล้าน! แต่ที่ว่าทำไมจู่ๆ ซุนเฟยถูกลดเลเวลจาก40 เป็น 39 นั้น มันก็เพราะว่าซุนเฟยมีค่าประสบการณ์แค่พอผ่านเกณฑ์เลื่อนขั้นมาเป็นเลเวล 40 เท่านั้น ดังนั้น เมื่อถูกยึดค่าประสบการณ์ไป 50,000เเต้ม ซุนเฟยจึงเลเวลลดลงมาเหลือ 39 นั่นเอง

        ต้องกลับมาเก็บเลเวลใหม่อีกครั้ง

        เมื่อนึกถึงนักฆ่าที่น่ากลัวที่ตอนนี้อาจจะกำลังไล่ตามหาตัวเองอยู่ ซุนเฟยจึงตัดสินใจยังไม่กลับไปที่แผ่นดินอาเซรอท หากกลับออกไปใหม่ตอนนี้ก็คงเหมือนเดินเข้าไปหาความตาย ดังนั้นจึงอยู่ในโลก Diablo ต่อเพื่อสงบสติอารมณ์

        เขาครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปตามหาเอเลน่าที่ 'ค่ายโร้ก' แล้วส่งนางกลับไปที่โลกแห่งความเป็นจริงเพื่อแจ้งข่าวให้กับทุกคนในค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดรู้ว่าตัวเองยังปลอดภัยดี หลังจากที่ส่งคนไปแจ้งข่าวเรื่องตัวเองเรียบร้อยแล้ว ซุนเฟยก็กลับไปยัง 'สุสานทัลแรช' บนแผนที่ที่สอง 'ลุกค์ โกลไลน์' เพื่อเก็บประสบการณ์ใหม่มาทดแทนประสบการณ์50,000 แต้มที่เสียไป

        หลังจากนั้น 'สุสานทัลแรช' ก็กลายเป็นทะเลเลือด เวลาแห่งการล้างบางมาถึงแล้ว

        “บรู๊ว…”

        “อ๊าก…”

        “กี๊...กี๊...!”

        ทุกหนแห่งมีแต่เสียงร้องโหยหวนของเหล่ามอนสเตอร์ลอยมาไม่ขาดสาย

        ซุนเฟยในสภาพพร้อมรบกวัดแกว่ง 'บูลแคทโตส ชิลเดร้น' ในมือทั้งสองข้างไม่หยุด ร่างของเขาชโลมไปด้วยเลือดของเหล่ามอนสเตอร์ ไอเลือดสีแดงสดหนาแน่นจนเหมือนหมอกโลหิตก็ไม่ปาน ไอเลือดค่อยๆ รวมตัวกันจนกลายเป็นพายุทอร์นาโดหมุนอยู่เหนือหัวเขา ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลจากที่นี่เป็นร้อยๆ เมตร แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ผุ่งไปทุกสารทิศ

        “หมัดหิมะเยือกแข็ง…เอ๋ แล้วท่านี้จะเรียกมันว่าอะไรดีล่ะ?”

        'ดาบศักด์สิทธิ์แห่งบูลแคทโตส' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งบูลแคทโตส' ที่อยู่ในมือของซุนเฟยโบกสะบัดไปด้านหน้าอย่างรุนแรง เกิดคลื่นดาบที่ทรงอำนาจขึ้นมา คลื่นดาบนั่นระเบิดเปลือกแข็งๆส่วนหัวของ 'แมลงปีกแข็งเหล็ก' ถึงสองครั้ง เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่ง!ถึงแม้ว่าการโจมตีนี้จะไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับมอนสเตอร์อะไรมากนัก แต่กลับทำให้มอนสเตอร์สลบกลางอากาศได้

        ถ้าการโจมตีนี้เกิดขึ้นในระหว่างการต่อสู้ในวันนี้ ซุนเฟยคงสามารถโจมตีอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้า 'อัศวินแห่งความโหดร้าย' จนสลบ จากนั้นค่อยโยนไปทางท่าไม้ตาย 'อสรพิษเพลิงนิล' ของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง 'อัศวินแห่งการสังหาร' โดยปกติแล้ว หากพบกับยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกัน การจะลงมือสังหารหรือทำให้พ่ายแพ้มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ถ้าโดนรุมมันก็อีกเรื่อง คนเพียงคนเดียวจะรับมือคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันพร้อมกันหลายๆ คนคงเป็นไปไม่ได้ เขาไม่อาจควบคุมไม่ให้มีใครลอบโจมตีเขาหากกำลังติดพันอยู่กับอีกคนหนึ่งอย่างเช่นในวันนี้ได้ เทียบกันแล้ว การต่อสู้แบบนี้ยากกว่าการต่อสู้แบบตัวต่อตัวถึงสองสามเท่าเลย

        ความสามารถในการต่อสู้ของซุนเฟยในวันนี้ เป็นผลมาจากการเพิ่มทักษะ 'สตั้น' ของคนเถื่อน

        ทักษะ 'สตั้น' สามารถทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้ในชั่วระยะหนึ่ง และไม่อาจตอบสนองกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มความแม่นยำในการโจมตีให้แก่ผู้ใช้อีกด้วย

        การต่อสู้ในวันนี้ซุนเฟยยังไม่ได้ลองผสานทักษะ 'สตั้น' ลงไปในหมัดหิมะเยือกแข็งเลย ตอนนี้ทักษะ 'สตั้น' ของเขาก็เลเวล 2 แล้ว ซึ่งสามารถทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้หนึ่งวินาที แต่ในการต่อสู้ของวันนี้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าตกอยู่ในสภาวะมึนงงได้ไม่ถึงวินาทีหนึ่งด้วยซ้ำ นี่แหละคือปัญหา

        ในระหว่างที่ทำการฆ่าล้างบางเหล่ามอนสเตอร์ใน 'สุสานทัลแรช' ในที่สุดซุนเฟยก็ลองผสานทักษะ 'สตั้น' ลงไปในหมัดหิมะเยือกแข็ง และส่งพลังผ่านดาบออกไป ผลลัพธ์ของมันคล้ายคลึงกับหมัดโปร่งแสงซึ่งทำให้ซุนเฟยรู้สึกพอใจอย่างมาก

        “อืม...ต่อจากนี้ไปมันจะเป็นกระบวนท่าที่สามของหมัดหิมะเยือกแข็ง ชื่อของมันคือ 'นอนเสียเถอะลูกรัก' ฮ่าๆๆๆ ชื่อดีๆๆ”

        ผ่านไปได้สามชั่วโมงกว่าๆ

        ติ้ง!

        มีเสียงแหลมๆ ดังขึ้นที่ข้างหูซุนเฟย

        แสงสีขาวบริสุทธิ์ส่องลงมาจากฟากฟ้าแล้วปกคลุมร่างของซุนเฟย พริบตาเดียว บาดแผลกับอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากเหล่ามอนสเตอร์ก็ค่อยๆสมานกัน พลังชีวิตและพลังมานาของตัวละครคนเถื่อนก็ถูกฟื้นฟูกลับมาเต็มเหมือนเดิม ซุนเฟยรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า จิตวิญญาณเหมือนได้ถูกเติมเต็ม ราวกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง

        หลังจากหลังขดหลังแข็งฆ่าล้างบางพวกมอนสเตอร์มานาน ในที่สุดซุนเฟยก็สามารถเติมเต็มค่าประสบการณ์ 50,000 แต้มที่หายไปก่อนหน้านี้กลับมาจนเต็ม และเลเวลก็อัพขึ้นมา40 เหมือนเดิม

        “อืม...เหลือเวลาอีกไม่มาก เราน่าจะกลับออกไปดูสถานการณ์ภายนอกบ้างดีกว่า”

        ซุนเฟยเลิกสังหารมอนสเตอร์ใน 'สุสานทัลแรช'

        การทดลองในวันนี้ประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี

        หลังจากผ่านการต่อสู้และการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงก็ทำให้ซุนเฟยสามารถใช้ทักษะและพลังของคนเถื่อนได้ดั่งใจ นอกจากนี้ยังสามารถดึงพลังการโจมตีของคนเถื่อนออกมาใช้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยิ่งไปกว่านั้น พลังการต่อสู้ของคนเถื่อนซุนเฟย ตอนนี้ก็ไกลเกินมาตรฐานของคนเถื่อนเลเวล 40 ในความทรงจำของซุนเฟยแล้ว

        นี่เป็นเพราะความสามารถในการเข้าใจที่น่าเหลือเชื่อของซุนเฟย

        เมื่อเร็วๆ นี้ ซุนเฟยเพิ่งได้ค้นพบพรสวรรค์ที่น่าเหลือเชื่อนี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ความสามารถในการเข้าใจของเขาเหนือกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

        ยกตัวอย่างเช่น เขาสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นทางการไหลเวียนของชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' เพื่อสร้างคัมภีร์คลื่นพลังของแผ่นดินอาเซรอทแบบใหม่ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น 'หมัดสายฟ้า' 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' เป็นต้น ในตอนแรก ซุนเฟยคิดว่าด้วยความฉลาดของตัวเอง บวกกับความรู้ในโลกเก่าที่ติดตัวมา และโลก Diablo ความลับอันยิ่งใหญ่ของเขา ทุกๆ อย่างจะต้องไปด้วยดีแน่ๆ…แต่ไม่นาน ซุนเฟยก็ได้ค้นพบว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องแบบนั้น

        เหตุผลพวกนี้ทำให้ซุนเฟยกลายเป็นอัจฉริยะโดยไม่รู้ตัว

        อัจฉริยะที่หาจับตัวได้ยาก

        ซุนเฟยมีความสามารถในการเข้าใจ การสังเกต และการสร้างในระดับเทพ

        นี่เป็นพรสวรรค์ที่ไร้เทียมทาน

        ซุนเฟยค้นพบเรื่องนี้โดยบังเอิญ หลังจากที่ได้เผชิญหน้ากับพวกยอดฝีมือ

        และเขากล้ามั่นใจเลยว่า พรสวรรค์นี้ ตัวอเล็กซานเดอร์คนก่อนก็ไม่มีแน่ แม้แต่ตัวซุนเฟยที่ก่อนจะทะลุมิติมาก็ไม่มีเช่นกัน…กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พรสวรรค์ที่น่ากลัวนี้ ซุนเฟยได้รับมันมาหลังจากที่ทะลุมิติมาแล้ว ซุนเฟยไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร แต่รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นอัจฉริยะไปเสียแล้ว

        นี่เป็นเรื่องที่แปลกจริงๆ

        ซุนเฟยเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัย

        มันเหมือนกับมีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆ ในร่างกายของตัวเอง และสิ่งนี้ก็ไม่ควรเป็นของตัวเอง หลังความแปลกใจได้ผ่านพ้นไป ความรู้สึกไม่ปลอดภัยก็เข้ามา สิ่งที่ไม่รู้จักและไม่เข้าใจมันทำซุนเฟยรู้สึกไม่ปลอดภัย

        ซึ่งมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

        ดังนั้น เมื่อซุนเฟยรู้สึกไม่ปลอดภัย เขาจึงเริ่มพยายามที่จดจำทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองพบเจอ และลองค้นหาคำตอบเพื่อกำจัดความรู้สึกไม่ปลอดภัยนี้ออกไป

        เมื่อเขาลองมาคิดๆ ดูแล้ว สาเหตุที่พรสวรรค์ที่น่ากลัวนี้ได้ปรากฏขึ้นกับตัวเอง บางทีอาจจะมีเพียงคำอธิบายเดียว

        นั่นก็คือ หลังจากที่ตัวเองได้เคลียร์เควสทั้งหมดของแผนที่ 'ค่ายโร้ก' เสร็จสิ้น ในตอนนั้นเขาได้รับทักษะเทพเจ้าสามประการมาจากแท่นบูชาบรรพบุรุษลึกลับ โดยเฉพาะทักษะ 'การให้' และ 'การเรียนรู้' สองทักษะนี้น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรสวรรค์อันน่าทึ่งของตัวเอง

        จำได้ว่า ในตอนแรกที่ได้ทักษะเทพเจ้าสามประการนี้มา ซุนเฟยรู้สึกไม่พอใจเท่าไร

        ทักษะเทพเจ้าพวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยให้ความแข็งแกร่งของซุนเฟยเพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะไม่มีลักษณะพิเศษอะไร ทำให้ในตอนนั้นซุนเฟยคิดว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลที่แสร้งทำเป็นเร้นลับซับซ้อน ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้มีอะไรเลย ทักษะพวกนั้นเทียบกับไอเทมระดับ 7 หรือค่าประสบการณ์ไม่ได้เลย

        แต่ดูเหมือนว่า ตอนนี้ซุนเฟยรู้แล้วว่าความคิดของตัวเองก่อนหน้านี้มันงี่เง่าสิ้นดี

        พรสวรรค์ที่น่าทึ่ง ความสามารถในการสร้าง การให้และการเรียนรู้ สิ่งเหล่านี้นี่แหละคือทักษะเทพเจ้า!เลเวลเอย ไอเทมเอย คะแนนเพิ่มทักษะเอย ของพวกนี้เทียบไม่ได้แม้แต่ขี้เล็บด้วยซ้ำ!

        ทักษะเทพเจ้าทั้งสามประการ แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่ามันโคตรเจ๋งแค่ไหน

        ทักษะเทพเจ้า!

        ผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง!

        สมแล้วที่เรียกว่าทักษะเทพเจ้า!

        มีเพียงความสามารถที่น่ากลัวเท่านั้น ถึงจะได้ที่ชื่อว่าเทพเจ้า

        --------------------

คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

นิยาย แฟนตาซี
235K 400
เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
864K 380
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.13M 4052
ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

นิยาย แฟนตาซี
4.85M 1262
อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
450K 1842
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

นิยาย แฟนตาซี
73K 77
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271