เกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก

    บทที่ 111

    “เจ้าอยากพบครูใหญ่ด้วยสาเหตุใดไม่ทราบ” หญิงชราที่ประจำเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์กล่าวถามกับเกษตรกรหนุ่ม ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก“คือก่อนที่จะส่งน้องๆของข้ามาเรียนที่นี่ คิดว่านอกจากชื่อเสียงที่ได้ยินมา ศิษย์เก่าที่ประสบความสำเร็จ สถานที่เรียนจริง หลักสูตรการเรียนการสอนแล้ว ข้าก็อยากจะรู้จักครูที่สอนบ้างโดยเฉพาะผู้บริหารอย่างครูใหญ่ อยากรู้ว่าวิสัยทัศน์ของเขาต่อนักเรียนชาวบ้านเป็นอย่างไร ผู้ปกครองจะได้รู้สึกสบายใจที่จะส่งเด็กๆเข้ามาเรียนที่นี่” ชายหนุ่มกล่าวไปตามตรง“เอาล่ะฟังนะโรงเรียนของเรามีชื่อเสียงมานานด้านการศึกษา พื้นฐานดั้งเดิมของเด็กๆเหล่านั้นจะไม่เท่ากัน และมาจากต่างสังคมที่อยู่ แต่ด้วยหลักสูตรการเรียนการสอนที่พัฒนาเน้นการดึงศักยภาพความถนัดของพวกเขาออกมาตามวัยที่เหมาะสม ทำให้พวกเขาเติบโตเป็นจอมเวทย์ และอัศวินที่มีความสามารถ แม้หลายคนชื่อเสียงจะไม่โด่งดังในหมู่คนทั่วไป แต่ในงานเฉพาะทางต่างก็ถูกแย่งตัวกันทั้งนั้น หึ! เจ้าก็คงจะไม่ต่างจากคนอื่นๆ ที่จะมาขอร้องอ้อนวอนให้รับเด็กเข้าเรียนสินะ” หญิงชรากล่าวบรรยายสรรพคุณสถาบันเสียยืดยาว แล้วก็เชิดหน้ามองต่ำใส่ชายหนุ่มบ้านๆตรงหน้าเธอ ซึ่งก็ทำให้ชายหนุ่มอารมณ์ขึ้นเล็กน้อย“เอิ่ม...ที่ข้าพูดคงอ้อมมากเกินไปจนทำให้ท่านเข้าใจผิด สรุปก็คือข้าได้ยินมาว่าครูใหญ่ของที่นี่เป็นคนเพี้ยนๆ สติไม่ค่อยดี ก็เลยต้องมาขอพิสูจน์หน่อยเท่านั้นเอง” ภามกล่าวจบก็ยิ้มออกมาให้เจ้าหน้าที่หญิงชรา ซึ่งกลับทำให้คนตรงหน้าถึงกับไปไม่เป็นทำตัวไม่ถูก และก็ไม่เว้นแม้แต่มีอาที่ยืนอยู่ด้านหลังที่ไม่คิดว่าชายหนุ่มผู้สุขุมจะพูดจาล่วงเกินผู้อื่นเช่นนี้“หึ! ถ้าเจ้าจะมาหาเรื่องกันก็เชิญกลับไปดีกว่า การที่ข้าไม่จับเจ้ามัดไว้แล้วโยนออกไปก็ถือว่าใจดีมากแล้ว!” เจ้าหน้าที่ชรากล่าวพร้อมหยิบไม้คทาเวทมนตร์ขึ้นมาถือในมือแล้วบทสนทนาตรงโถงหน้าปราสาทลูน่าซองค์เริ่มดุเดือด ทั้งที่มีคนอยู่เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ด้วยขณะนี้เป็นเวลาในคาบเรียนพอดี มีอารู้สึกว่าสถานการณ์ตรงหน้าชักจะไปกันใหญ่จึงได้ออกมากล่าวห้ามทั้งสองคน ก่อนที่เรื่องจะเลยเถิดไปกันใหญ่“เอ่อ คือ ทั้งสองท่านใจเย็นๆกันก่อนนะเจ้าคะ ค่อยพูดค่อยจากัน ท่านภามยังไงท่านก็ต้องส่งเด็กๆมาเรียนที่นี่อยู่แล้ว แถมคนที่ท่านรู้จักก็เคยเรียนอยู่ที่นี่ แค่นั้นก็น่าจะเป็นการรับรองคุณภาพของโรงเรียนได้แล้วนะเจ้าคะ” หญิงสาวผมสีน้ำตาลอ่อนอธิบายให้ชายหนุ่มใจเย็น“เรื่องคุณภาพการเรียนการสอนนั้นข้าเข้าใจอยู่แล้วมีอา ความจริงที่ข้ามาที่ลูน่าซองค์ในวันนี้ก็เพื่อจะพบครูใหญ่โดยเฉพาะ” ภามกล่าวพร้อมกับหันหน้าไปมองแม่ค้าสาวที่มาด้วยกัน แต่ก็เพราะอยู่ใกล้กันหญิงชราก็ได้ยินจุดประสงค์ของชายหนุ่มเช่นกัน“ถ้าอย่างนั้นที่เจ้ามาที่นี่ก็เพื่อมาขอร้องครูใหญ่ให้ช่วยรับเด็กเข้าเรียนจริงๆสินะ” เจ้าหน้าที่ชราทำสีหน้าโกรธมากขึ้นกว่าเดิม แต่ก็พยายามข่มอารมณ์เอาไว้ ด้วยเพราะเข้าใจว่าชายตรงหน้านอกจากไม่ให้เกียรติเธอ และโรงเรียนแล้วตั้งใจมาทำสิ่งที่ไม่สมควรอีก“ไม่ใช่อีกนั่นแหละ แต่เพราะข้าจะมายืนยันว่าคนที่เคยลอบโจมตีข้า และคนที่เคยชักชวนน้องสาวข้ามาเรียนที่นี่คือครูใหญ่คนนี้จริงหรือไม่ เพราะจากเรื่องราวที่เหล่าจอมเวทย์เล่าให้ฟังมา บุคลิก และการกระทำมันชี้ชัดว่าเป็นเขาเท่านั้นเอง” ชายหนุ่มเล่าเรื่องจริงออกมาให้เจ้าหน้าที่ชราฟัง ถึงแม้มันจะดูไม่น่าเชื่อถือก็ตาม“อึก!...แต่ๆ ! ถึงแม้ครูใหญ่จะชอบออกไปตามหาเด็กที่มีพรสวรรค์ด้วยตัวเองก็ตาม แต่ท่านจะไปโจมตีกับชาวบ้านธรรมดาที่ไร้พลังเวทย์เช่นเจ้าได้อย่างไรกัน” สุดท้ายหญิงชราก็พูดความจริงออกมาเช่นกัน“อืม...ท่านก็พูดถูก คนอย่างมหาจอมเวทย์จะมาโจมตีคนธรรมดาได้อย่างไร” ภามกล่าวจบพร้อมกับแบมือยักไหล่ ทำให้ผู้หญิงทั้งสองคนคิดว่าชายหนุ่มจะยอมแพ้แล้วกลับไป แต่... เกษตรกรหนุ่มขยับออกมายืนตรงกลางโถงกว้างเพียงคนเดียว แล้วอยู่ๆวงแหวนเวทมนตร์4สี 4วงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของชายหนุ่มโดยไม่ต้องร่ายมนต์หรือขยับตัวแม้แต่น้อย ทันใดนั้นภามก็ปลดปล่อยคลื่นพลังไร้รูปไร้สีออกไปเป็นวงกว้างกระจายกินพื้นที่รอบปราสาทลูน่าซองค์ “วูบ!” เสียงเหมือนสายลมพัดผ่านร่าง ทั้งมีอา และเจ้าหน้าที่หญิงชรารู้สึกได้ถึงพลังงานเวทมนตร์มหาศาลที่วิ่งผ่านร่างไป พวกเธอถึงกับชะงักนิ่งไปชั่วขณะเพราะพลังเวทย์นั้นหนาแน่นมากอย่างที่ทั้งสองไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต พลังมันรุนแรงมากพอที่จะทำให้จอมเวทย์ทั้งโรงเรียนขนลุกชูชันได้เลยทีเดียว การปลดปล่อยพลังมหาศาลอย่างฉับพลันของเกษตรกรหนุ่ม ไม่ใช่เพียงเพื่อให้เป้าหมายรู้สึกได้ถึงตัวเขา แต่ภามยังรู้สึกได้ถึงพลังที่คุ้นเคยสายหนึ่ง แม้ว่าจะเคยสัมผัสมันมาก่อนแค่ครั้งเดียวก็ตาม และพลังสายนั้นก็กำลังพุ่งเข้ามาหาเขาจากยอดหอคอยบนปราสาทนั่นเอง“พลังมากมายขนาดนั้นมันอะไรกัน แล้วยังวงแหวนเวทย์นั่น” หญิงชราหลังเคาน์เตอร์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น“เอาล่ะคุณเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวครูใหญ่ก็มาแล้วข้าคงไม่ขอรบกวนแล้วล่ะ ขอบคุณที่ชี้แนะนะขอรับ” ภามเดินเข้ามาชะโงกหน้าบอกหญิงชราที่ด้านหลังเคาน์เตอร์ติดต่อสอบถาม“ท่านภาม ท่านมีพลังเวทย์มากมายถึงเพียงนี้ท่านเป็นใครกันแน่!?” มีอาที่รู้ข้อมูลของภามเกือบทุกอย่างไม่อาจคาดเดาความสามารถของชายหนุ่มได้อีกต่อไป“ข้าก็เป็นชาวไร่คนนึงเท่านั้น” ชาวไร่ผู้ที่มีพรสามประการจากพระเจ้าบอกกล่าวกับหญิงสาว และไม่ทันที่มีอาจะได้พูดอะไรออกมา คลื่นพลังมหาศาลอีกสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหยุดอยู่ที่ซุ้มประตูหน้าห้องโถงพอดี “ตู้ม!!!” พื้นศิลาแตกกระจายเมื่อร่างสูงในชุดคลุมลายเสือโคร่งลงถึงมาอย่างรวดเร็ว“ไหน!? มันอยู่ที่ไหน!?” ชายผมยาวสีน้ำตาลเข้มหนวดเครารุงรังในเสื้อคลุมจอมเวทย์หนังเสือโคร่งสีสดใสกล่าวถามเจ้าหน้าที่หลังเคาน์เตอร์ด้วยสีหน้าจริงจัง แต่หญิงชรายังคงมือไม้อ่อนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ชายห่มหนังเสือจึงหันไปมองชายหญิงอีกสองคน ในขณะที่มีอากำลังจะกล่าวออกมา ภามก็ก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน“มันวิ่งไปทางนั้นแล้วขอรับ” ชายหนุ่มบอกทางพร้อมชี้นิ้วไปตรงทางเดินอีกด้านหนึ่ง“ดี เดี๋ยวข้าจัดการเอง!” ครูใหญ่กล่าวจบก็เหาะไปตามทางที่ภามได้ชี้บอกไว้เหตุการณ์นี้ทำให้สตรีทั้งสองที่อยู่ตรงนั้นต้องแทบอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก และยังไม่ทันจะได้ทำอะไรต่อ จอมเวทย์อีกหลายคนก็ค่อยๆเข้ามายังโถงกว้างหน้าปราสาทโดยไม่อาจสัมผัสถึงพลังมหาศาลเมื่อสักครู่ได้ ครูคนหนึ่งเห็นอาการแปลกๆของเจ้าหน้าที่ประจำแผนกติดต่อสอบถาม จึงได้เข้าไปถามไถ่อาการ“จอมเวทย์อาเดลเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” หญิงสาวผมหางม้าสีขาวในชุดเกราะหนังสีดำเข้าไปประคองหญิงชราพร้อมกับสอบถาม“ข้า เออะ อะ” หญิงชรายังคงช็อก และไม่รู้จะพูดอะไรออกมาก่อนดี ระหว่างคนที่ปล่อยพลังเมื่อตะกี้ยังคงยืนอยู่ที่เดิมต่อท่ามกลางเหล่าจอมเวทย์ หรือครูใหญ่โดนหลอกให้ไปผิดทางอย่างง่ายดายสมกับคำที่ชายหนุ่มว่าเขาเพี้ยนกันแน่ แต่สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่เกษตรกรหนุ่มอย่างไม่วางตา“หืม? ชายคนนั้นทำไมหรือเจ้าคะ” สเตล่าเลขาครูใหญ่มองตามสายตาของจอมเวทย์อาเดลไปยังชายหนุ่มชาวบ้านท่ามกลางเหล่าจอมเวทย์ หญิงสาวจึงคิดว่าคงต้องไปถามชายผู้นั้นเองจะดีกว่า สเตล่าประคองร่างหญิงชราในนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นก็เดินอ้อมเคาน์เตอร์ไปหาภามที่มองดูเหล่าจอมเวทย์ด้วยความสนใจ และมีอาที่ดูท่าทางกระวนกระวายผิดปกติ“ขอโทษนะ พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่เหรอ?” หญิงสาวผมขาวถามชายหญิงชาวบ้านทั้งสอง

    คล้ายกับเรื่องเกษียณทหารแล้วไปทำฟาร์มที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน