บทที่ 115 จิตวิญญาณผู้เสียสละ
“ไม่ทันแน่! เปลี่ยนแผน เลิกแผน A ไปแผน B แทน!” หัวหน้าทีมตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อได้ยินการแจ้งเตือนจากหัวหน้าเช่นนี้ บอกให้พวกเขาทำภารกิจใน 5 นาทีงั้นหรอ ตั้งแต่เข้ามาจนถึงตอนนี้ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว พวกเขาเพิ่งจะเคลื่อนตัวมาได้ครึ่งทางเท่านั้น ถ้ายังต้องระมัดระวังมากเช่นนี้ต่อไป ไม่มีทางที่จะทำสำเร็จ
แผน A ไปแผน B !!
เมื่อคำสั่งนี้ออกมา สีหน้าของอาจารย์เติ้งดูไม่ดีนัก การเปลี่ยนจากแผน A ไปแผน B นั้น พูดกลายๆก็คือการสละใครบางคนเพื่อดึงความสนใจ แล้วคนที่จะถูกสละเป็นใครล่ะ? แน่นอนว่าต้องเป็นนักเรียนของเขาสองคนที่อยู่ด้านหน้า!
เพื่อให้ความสนใจของคนทั้งหมดไปอยู่กับเด็กทั้งสอง งานวิจัยอีกชิ้นที่กำลังดำเนินการคู่กันนั้นเป็นหลักที่จะขโมย พูดให้ถูกก็คือ...การสร้างความเข้าใจผิดนั่นเอง
แต่...นี่ก็หมายความว่า นักเรียนทั้งสองของเขาจะต้องเสียสละชีวิตของตน
ต่อให้พวกเขาพูดสวยหรูว่าเป็นการดึงเวลาไว้ ทว่าในความจริงแล้ว...กว่าที่พวกเขาจะขโมยไวรัสออกมาได้ กว่าที่จะประกาศจบภารกิจ กว่าที่ทุกคนจะไปช่วยเด็กทั้งสอง ไม่ใช่ว่าพวกเขาอาจจะตายไปแล้วหรอกหรือ?
น่าเสียดายที่อาจารย์เติ้งไม่ทันได้พูดอะไร พวกเขาก็เร่งดำเนินการกันแล้ว!
“รุ่นน้องอัน ฉันจะไปที่สามแยกของเธอ ที่นั่นจะเป็นทางไปยังส่วนงานวิจัยเป้าหมาย”
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะเริ่มก่อกวนเลยนะคะ” ซูหยวนเม้มริมฝีปาก จากที่ต้องอำพรางตัวตน คราวนี้ซูหยวนไม่ต้องซ่อนอีกต่อไป เธอรู้ว่าตำแหน่งกล้องอยู่ตรงไหนบ้าง ก็ทำเป็นแอบไปยังจุดนั้น แสร้งมองไม่เห็นว่าบนหัวมีสัญญาณการจับภาพอยู่
มือของเธอเปลี่ยนจากธนูเป็น “มีด” เพื่อให้แนบเนียนว่าพวกเขาต้องการมาขโมย ไม่ได้มาเพื่อ “สนับสนุน” แน่นอนว่าด้านหลังก็ยังคงสะพายธนูคู่ใจและกระบอกใส่ลูกศร หากแต่...ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ การหยิบออกมาใช้ก็ดูยากเกินไปหน่อย
หว๋อ!!!
ทันทีที่เท้าของซูหยวนก้าวออกมา ท่าทางผิดปกติของเธอก็ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่กำลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดอยู่เห็นภาพนี้ทันที เขารีบกดส่งสัญญาณเตือนขึ้นมาจนทำให้นักวิจัยทั้งหมดอยู่ในความตื่นตระหนก!
“พบผู้บุกรุกที่เส้นสีน้ำเงิน! พบผู้บุกรุกบนเส้นสีน้ำเงิน!” การแยกทางเดินของที่นี่ แบ่งเป็นทางแยกสีน้ำเงิน สีแดง และสีเหลือง ซูหยวนเลือกมาเส้นสีน้ำเงินที่เก็บงานวิจัยล้ำค่ามากมาย ส่วนเส้นสีเหลืองก็คือเส้นที่ทีมปฏิบัติการของเธอกำลังจะไปเก็บไวรัสกลับมา การประกาศนี้ทำให้ทุกคนตกใจ แต่ก็โล่งใจไปในคราวเดียว
ข้างนอก คนมากกว่า 10 คนที่เพิ่งมาใหม่ สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แม้จะได้ยินว่าผู้บุกรุกไปยังเส้นสีน้ำเงิน แต่คนที่ทำผิดย่อมต้องกลัวมากกว่าใคร ดังนั้น...ต่อให้พวกเขาจะสั่งการพวกผู้รักษาความปลอดภัยให้ไปจับผู้บุกรุกที่เส้นทางสีน้ำเงิน ทว่า...พร้อมกันนั้น ก็มีคำสั่งให้ไปเฝ้าระวังที่เครื่องควบคุมไวรัสด้วย
ถ้ามีใครกล้าไปแตะต้องไวรัสของพวกเขา อย่างนั้นทั้งฐานการทดลองนี้ก็จะเต็มไปด้วยไวรัส พวกเขาจะปิดตายฐานวิจัยนี้จนกว่าพวกกองทัพจะยอมรับฟังข้อเสนอของพวกเขา หากอีกฝ่ายยังคิดว่าพวกเขาเล่นตลก เช่นนั้น...ฐานวิจัยนี้ก็จะถูกเปิดออก และคนที่นี่ทั้งหมดจะต้องตาย!!
เรื่องนี้คนอื่นไม่รู้ มีเพียงซูหยวนเท่านั้นที่รู้ เธอไม่คิดเลยว่าพวกนายทุนของที่นี่จะฉลาดมาก เวลานี้...ต่อให้ทหารไปถึงที่นั่น พวกเขาก็ไม่อาจควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ดี
คนของฐานทดลองกระจายตัวกันไป ทีมหนึ่งไปยังแทนควบคุม อีกทีมไปยังห้องเก็บไวรัส ถ้าพวกเขาพบความผิดปกติใดๆ ไม่จำเป็นต้องรอคำสั่ง สามารถใช้ระบบเปิดใช้งานไวรัสอัตโนมัติได้เลย!!
แล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ เวลานี้คนของฐานวิจัยเคลื่อนไหวเร็วมาก ซูหยวนต้องพยายามก่อความวุ่นวายมากขึ้น เธอรีบวิ่งไปข้างหน้า พร้อมๆกับฟังการรายงานสถานการณ์ไปด้วย
“ผู้นำครับ เกิดเรื่องแล้ว! ตอนนี้ที่ห้องควบคุมฐานวิจัย มีคนของฐานวิจัยกำลังดูแลอยู่ครับ พวกเขาเฝ้าระวังการใช้ไวรัสเป็นอย่างดีเลย! ไม่สามารถเข้าควบคุมห้องวิจัยได้เลยครับ”
“ไม่สามารถเลยงั้นหรอ”
“ใช่ครับ”
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่าทีมควบคุมปฏิบัติภารกิจไม่ได้แล้ว ทิ้งคนไว้ที่นั่นสามสี่คน ที่เหลือ...แยกออกมาช่วยทางทีมเก็บไวรัส แล้วก็...อย่าให้พวกมันรู้ตัวเด็ดขาด”
“รับทราบครับ!” เมื่อได้ยินคำสั่ง พวกเขาก็แบ่งออกเป็นสองฝั่งทันที ความหวังในตอนนี้...เหลือแค่ต้องเอาไวรัสออกมาให้ได้ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัวแล้ว!
ซูหยวนกัดฟันกรอด เรื่องนี้ไม่มีทางสำเร็จเลย! ดูจากระยะทางที่คนของฐานวิจัยกำลังไปที่นั่น ยังไงพวกเขาก็ต้องไปถึงก่อนคนของกองทัพแน่ หากเป็นเช่นนั้น...แปลว่าภารกิจนี้อาจจะต้องถอนตัวก่อน และก็แปลความหมายได้อีกอย่าง นั่นก็คือ...ชีวิตของเธอกับรุ่นพี่หวัง จำเป็นต้องเสียสละแล้ว!!
ถ้าซูหยวนตั้งใจเป็นทหารรับใช้ประเทศก็ว่าไปอย่าง เธอคงจะกลั้นใจแล้วปลิดชีพตัวเองทันทีที่ได้ยินคำสั่ง แต่...ซูหยวนไม่ได้เป็นแบบนั้น เธอไม่ได้ภาคภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือมนุษย์ชาติคนอื่นๆ เธอจะภูมิใจมากกว่าถ้าเธอมีชีวิตรอดอย่างดีที่นี่ เพราะแบบนั้น...ซูหยวนจึงไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆ
“ราชาหนูขาว!”
ในตอนที่ไม่มีใครคาดคิด หนูขาวขนาดใหญ่กว่าปกติก็ปรากฏขึ้นมา บนร่างของมันมีลวดลายสีทองที่แจ่มชัดกว่าเดิม เมื่อเทียบกับครั้งก่อน ราชาหนูขาวที่กินอิ่มนอนหลับจะไม่แข็งแกร่งขึ้นได้ยังไง!!
“ไปเอาตัวอย่างไวรัสมาให้ฉัน!” เพียงประโยคสั้นๆ ราชาหนูขาวลายทองก็รับคำสั่งทันที มันกระโจนออกไปข้างหน้า พร้อมๆกันนั้นก็ส่งเสียง “จี๊ด” ออกมาเบาๆ ร่างสีขาวจำนวน 4 ร่างก็ปรากฏขึ้น ซูหยวนจำได้ทันทีว่าเจ้าหนูพวกนี้ก็คือหนูองค์รักษ์ของราชาหนูขาว!!
ไม่เหมือนกับในโลกนี้ สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ใช้พลังงานได้ แต่ก็มีข้อจำกัดของพวกมัน จู่ๆจะให้เรียกพวกพ้องออกมาจากอากาศนั้นเป็นไปไม่ได้เลย แต่ “ราชาหนูขาวลายทอง” ที่ออกมาจากระบบเกมนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อมันเรียกใช้ทักษะของตัวเอง องค์รักษ์หนูขาวที่ไม่มีอยู่จริงก็ปรากฏตัวขึ้น
“จี๊ด!!” เจ้าราชาออกคำสั่งอีกครั้ง หนูขาวทั้งสี่ก็เคลื่อนไหว บางตัวมุดหายไปในท่อน้ำด้านล่าง บางตัวกระโจนขึ้นไปที่ช่องอากาศด้านบน เป้าหมายของพวกมันก็คือ “ไวรัส” ที่เจ้านายเป็นคนสั่งมา
ซูหยวนมองดูการทำงานที่มีประสิทธิภาพเหล่านั้นก็ทำได้แค่คาดหวัง ถ้าพวกมันทำหน้าที่ไม่สำเร็จ เธอก็ทำได้แค่ต่อสู้เป็นตายกับพวกคนของฐานนี้ตามลำพังกับรุ่นพี่หวังแล้ว
“อยู่นั่น!! ผู้บุกรุกอยู่ที่นั่น!!” เสียงของผู้รักษาความปลอดภัยดังจากด้านหลัง พวกมันเห็นร่างของซูหยวนแล้ว และก็วิ่งเข้าใส่เธอทันที
โชคดีที่ผู้รักษาความปลอดภัยเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่พวกเขาก็ยังอาศัยจำนวนที่มากกว่าเพื่อกดดันเธอ ซูหยวนที่ใช้มีดจากกองทัพก็ไม่สามารถต่อสู้ได้เต็มประสิทธิภาพ อีกอย่าง...เธอจะต้องถ่วงเวลาให้หนูขาวด้วย ดังนั้นจึงไม่สามารถฆ่าพวกมันทั้งหมดได้ที่นี่
“หยุดเดี๋ยวนี้!! ถ้าแกไม่หยุดล่ะก็...อย่าหาว่าพวกฉันไม่เตือน!!”
ไม่รู้เป็นเพราะอะไร ฝั่งที่ตรงกันข้ามก็มักจะต้องข่มขู่เช่นนี้ แล้วก็ใช่! ไม่มีใครที่ไหนคิดจะหยุดเท้าของตัวเอง
ซูหยวนกระโดดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พลังงานในร่างของเธอจัดอยู่ในกลุ่มระดับสูงแล้ว ไม่น่าแปลกใจที่การเคลื่อนไหวเพียงไม่กี่ครั้งก็ทิ้งระยะห่างผู้รักษาความปลอดภัยได้แล้ว
เธอไม่ได้โจมตีกลับเพราะในมือถือมีด ขณะที่ด้านหลังมีจุดสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ซูหยวนรู้ได้ทันทีว่าคนๆนี้ก็คือรุ่นพี่หวังที่ตามมาสมทบนั่นเอง!
“ทีมเก็บไวรัสทำงานไม่ได้แล้ว มีคนของฐานเต็มไปหมด ไม่มีช่องว่างให้เข้าไปทำภารกิจได้เลย!!”
“ถ้ารออีกสักหน่อย....”
“พันเอกเติ้ง พวกเรารั้งอยู่ที่นี่นานไม่ได้ ถ้าหากถูกจับได้ขึ้นมา สิ่งที่ตามมาหลังจากนี้จะต้องร้ายแรงกว่าเดิมแน่!!”
“.............” การโต้แย้งผ่านอุปกรณ์สื่อสารทำให้ซูหยวนรับรู้ได้ถึงความกังวลใจของอาจารย์เติ้ง เขากำลังเป็นห่วงพวกเธอในฐานะศิษย์กับอาจารย์ ถึงอย่างนั้น...หน้าที่ที่จะต้องปกป้องความปลอดภัยของมนุษย์ชาติก็มาก่อน ถ้าขนาดว่าชีวิตของเขาก็ยังละทิ้งได้ อย่างนั้นชีวิตของศิษย์ก็เสียสละได้เหมือนกัน
ซูหยวนไม่ได้แทรกบทสนทนา ก่อนที่ทุกอย่างจะลงตัว...เธอจะไม่เปิดเผยเรื่องที่เธอสามารถเข้าถึงไวรัสที่เก็บเอาไว้ได้ แต่รุ่นพี่หวังไม่เหมือนกัน
“อาจารย์! พวกเราจะรั้งอยู่ที่นี่จนกว่าอาจารย์และพลทหารทุกคนจะหนีออกไปได้สำเร็จ หลังจากนั้นพวกเราจะต่อสู้จนกว่าจะสิ้นวาระสุดท้าย”
รุ่นพี่ที่ใจกล้าหาญแบบนี้ ซูหยวนนับถือจริงๆ เมื่อเขาพูดอย่างนั้นแล้ว ตัวของเขาก็ปรากฏจากทางด้านหลัง ใช้ลูกศรยิงออกมาที่ผู้รักษาความปลอดภัยจนล้มตายไปสามคนพร้อมกัน!
“ผู้บุกรุกมีมากกว่าหนึ่ง!!”
“พวกมันดูเหมือนจะอายุไม่มาก ไอ้ตัวสารเลว คิดจะแข็งแกร่งทางลัดรึไง!!”
“แจ้งไปยังหัวหน้า! ขอกำลังเสริมอีกหน่อย พวกมันเป็นผู้ใช้พลังงานที่แข็งแกร่งอยู่บ้าง!” พวกผู้รักษาความปลอดภัยตะโกนสั่งกันไปมา ซูหยวนเห็นรุ่นพี่หวังที่กำลังต่อสู้ ก็หยุดเท้าที่จะวิ่งหนี หันกลับไปยังผู้รักษาความปลอดภัยตรงหน้าเธอบ้าง
จากการเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ เธอพบว่าผู้รักษาความปลอดภัยเหล่านี้ไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก บางคนก็มีค่าพลังงานเทียบเท่ากับนักเรียนของสถาบันชั้นปี 1 เท่านั้นเอง หรือก็คือ...พวกเขาเทียบไม่ได้กับพวกเธอ
ถ้าไม่ใช่เพราะจำนวนที่มากกว่า แถมยังต้องรั้งรอจนกว่าพลทหารทั้งหมดจะหนีออกไปได้ เธอและรุ่นพี่หวังสามารถออกจากฐานทดลองนี้ได้ตั้งแต่แรกแล้ว
“เปิดใช้กับดักทั้งหมด! ไม่รู้ว่าพวกมันมีจำนวนเท่าไร จะต้องจับพวกมันทั้งหมดให้ได้!”
“เข้าใจแล้วครับ เปิดใช้กับดักที่เส้นทางสีน้ำเงิน!” เพื่อไม่ให้คนอื่นโดนลูกหลง ปกติแล้วการเปิดใช้กับดักก็มักจะใช้ตามเส้นทางหรือแต่ละจุด คำสั่งที่เปิดใช้กับดักตลอดเส้นทางที่ซูหยวนและรุ่นพี่หวังกำลังวิ่งไปนั้นจะทำให้การหนีของพวกเขามีโอกาสน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนผู้นำของพวกเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้น .... หลังจากที่ได้ยินว่าสองคนที่บุกรุกมานี้เป็นผู้ใช้พลังงาน แถมยังแข็งแกร่งมากๆด้วย เขาจึงออกคำสั่งที่เด็ดขาดมากกว่าเดิม
“เปิดใช้งานกับดักทั้งสามเส้นทาง อย่าให้หนูตัวไหนลักลอบผ่านไปได้!”
ด้วยการตัดสินใจนี้ ทำให้พลทหารทั้งหมดที่ยังติดอยู่ในฐานการทดลองต้องลำบากไปด้วย พวกเขาที่พยายามจะหนีออกมาให้ได้ก่อนถูกจับ สุดท้ายแล้วต้องเจอกับกับดักที่เตรียมเอาไว้ทุกเส้นทาง
“แย่แล้ว! เส้นทางข้างหน้าอันตรายเกินไป พวกมันวางกับดักเอาไว้ทั่วเลย”
“ทำยังไงก็ได้ อย่าให้พวกมันรู้ว่าพวกเรามีภารกิจอะไร”
“ผู้บังคับบัญชา! ตอนนี้....ผมต้องขออนุญาตปฏิบัติตามกฎแล้วครับ”
“อะไร?!!”
เหล่าพันเอกและผู้นำภารกิจทั้งหลายร้องขึ้นด้วยความตกใจ พวกเขาไม่ได้เห็นสถานการณ์ข้างในทั้งหมด รู้เพียงว่าฐานการทดลองนี้กำลังส่งสัญญาณแจ้งเตือนที่ดังมากๆ ขนาดพวกเขาไม่รู้ว่าเป็นคนของกองทัพที่เข้าไปก่อกวน และไม่รู้ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงคืออะไร พวกเขากลับเลือกที่จะใช้มาตรการป้องกันสูงสุด นับว่าผู้นำของที่นี่ฉลาดมากจริงๆ
“พวกเราจะต้องเสียสละเพื่อมนุษย์ชาติครับ! ผมขอฝากหน้าที่เพื่อรับผิดชอบต่อมนุษย์ชาติให้กับผู้บังคับบัญชาต่อไป!”
พูดให้ถูกก็คือ พวกเขาต้องการเสียสละชีวิตของตนเอง เวลานี้...ถ้าไม่อยากให้ถูกจับได้ พวกเขาจะต้องหายไปจากจุดนั้น หรือก็คือ....หลังจากที่พวกเขาตายไปแล้ว จะต้องมีคนใช้น้ำยาสลายศพ ส่วนคนสุดท้าย...เขาจะต้องกินยาสลายศพนั้นด้วยตนเอง นับว่าเป็นคนที่จะต้องเสียสละมากที่สุด เพราะน้ำยาสลายศพนั้นมีฤทธิ์กัดกร่อน ก่อนตายจะต้องทรมานมากที่สุด!!
นี่เป็นเรื่องปกติของการทำภารกิจ เมื่อพวกเขารับภารกิจนี้ก็เตรียมพร้อมที่จะตายเอาไว้แล้ว ดังนั้นเมื่อภารกิจไม่มีทางออก ทุกเส้นทางถูกปิดตายเอาไว้ อย่างนั้นพวกเขาก็มีแค่ทางเดียว
“ทุกท่านอย่าเพิ่งตัดสินใจค่ะ!” ซูหยวนไม่คิดเหมือนกันว่าพวกทหารเหล่านี้จะใจร้อนกว่าที่คิด กับดักเพิ่งเปิดใช้งาน พวกเขาก็พร้อมจะตายกันแล้วหรือ?
ให้ตายเถอะ จิตวิญญาณของพวกเขานี้ถูกฝังด้วยอะไรไว้กันแน่ ถึงจะน่านับถือก็เถอะ แต่ถ้าเธอช้ากว่านี้...พวกเขาไม่ตายกันหมดรึไง!
…………………………………