มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 50 บาดแผลฉกรรจ์

    “เสด็จพ่อยุติการประลองเถอะเพคะ” 

     

    เสียงของเจ้าหญิงกรรณิการ์สั่นเครือ มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดปาก


     

    “เสด็จพ่อภูวดลไม่ไหวแล้วนะเพคะ” 

     

    เจ้าหญิงเอ่ยย้ำอีกครั้ง

     

    กษัตริย์สิงหลกำกำปั้นแน่นด้วยใบหน้าแดงก่ำ พระองค์รู้ดีว่าจะทำแบบนั้นไม่ได้ ยุติการประลองกลางคันไม่ได้ ขึ้นชื่อว่าการประลองจะต้องเป็นไปตามกฎกติกา ซึ่งมันก็ได้ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า จะต้องหมดสภาพหรือเอ่ยปากคำว่ายอมแพ้ออกมาเพียงเท่านั้น


     

    ส่วนทางของศารทูลผู้ที่เป็นกรรมการ เขาผู้ซึ่งมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกอย่าง วารุตไม่มีการยั้งมือเลย เขาคงจะโจมตีจนกว่าเจ้าชายภูวดลจะร่วงลงไป


     

    ในขณะที่เจ้าชายภูวดลแค่จะทรงตัวเองให้ยืนอยู่ได้ แค่นี้ก็ดูจะเต็มกลืน เรือนร่างอ่อนเปลี้ยเซไปเซมาตามแรงเหวี่ยงจากสารพัดการโจมตีของวารุต ดวงตาของเจ้าชายเริ่มเหม่อลอย แขนทั้งสองข้างที่เคยตั้งเป็นการ์ดของพระองค์ก็ร่วงหล่นลงมา

     

    และแล้วเสียงในจิตใต้สำนึกของวารุตดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้เอ่ยปาก 

     

    ‘เราชนะ!’ 

     

    วารุตเหวี่ยงหมัดขวาข้างที่ตนถนัดหมายจะเผด็จศึก หมัดนี้จะเป็นการออกอาวุธเป็นครั้งสุดท้ายของเขา วารุตรวบรวมพละกำลังทั้งหมดไปที่แขนข้างนั้นแล้วเหวี่ยงมันออกไปอย่างสุดกำลัง


     

    แต่ทว่า! หมัดของวารุตต้องหยุดชะงัก หมัดของวารุตไปไม่ถึงกรามของเจ้าชายภูวดลที่ตอนนี้ไร้ซึ่งการ์ดป้องกัน เมื่อ จู่ ๆ มีเสียงคำรามดังสนั่นรากยาวดังขึ้น เป็นเสียงคำรามที่ชวนหวาดหวั่น ฟังแล้วไม่ระรื่นหู เสียงคำรามลากยาวของเจ้าสัตว์กินเนื้อตัวใหญ่


     

    กลไกความรู้สึกนึกคิดของวารุตปรากฏเห็นเป็นภาพลอยขึ้นมา ซึ่งวารุตได้แต่ขอร้องว่า ขอให้สิ่งที่คาดเดานั้นผิดเพี้ยนไป


     

    หมัดขวาที่เกร็งพร้อมจะต่อย บัดนี้มันอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงร่วงหล่นลงแนบข้างลำตัว เช่นเดียวกันกับร่างที่ไร้สติของเจ้าชายภูวดลที่ทิ้งตัวลงไปกองอยู่กับพื้น


     

    วารุตเขาไม่อยากหันหลังกลับไปมองยังต้นเสียงคำรามเสียงนั้นเลย

     

    ไม่นานก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งอย่างกระตือรือร้นของแพทย์สนามรีบปรี่เข้ามาดูอาการของเจ้าชายภูวดล 

     

    ขณะที่วารุตเองยังคงยืนนิ่งพยายามทำใจให้เย็นที่สุด พยายามรวบรวมสติให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาเอี้ยวตัวกลับไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาพที่ตนเห็นจะต้องแตกต่างออกไปจากที่เขาคิด แต่ทว่า! มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

     

    ภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขานั่น ทำให้จิตใจของเขานั้นแทบแตกสลาย ภาพของเจ้าขวาน (หมาป่าสีเทา) ที่นอนแน่นิ่ง ข้างกายของมันไม่ไกล เห็นเป็นเสือโคร่งโยรุกำลังส่งเสียงคำรามลากยาวราวกับเป็นการป่าวประกาศชัยชนะ

     

    วารุตไม่รอช้าเพียงสักวินาที รีบวิ่งปรี่ตรงดิ่งเข้าไปหาร่างของมันพร้อมกับทรุดตัวลงพยุงคอของมันขึ้นมาวางพักไว้บนตัก 

     

    ดวงตาทั้งสองข้างของเจ้าขวานปิดสนิทไม่มีการตอบสนองใดๆ และวารุตสัมผัสได้ถึงเลือดที่เลอะเปรอะเปื้อนที่แทรกซึมไปทั่วร่าง แลเห็นรอยบาดแผลขีดข่วนด้วยกรงเล็บแหลมคม แต่ดูเหมือนว่าบาดแผลที่ทำให้มันนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงนี้จะมาจากรอยคมเขี้ยวฝังลึกเข้าไปในลำคอ จนก่อให้เกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์

     

    “ช่วยด้วยขอรับ” 

     

    วารุตครวญครางเสียงแผ่วเบา คงจะมีแต่เขาเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของตัวเอง พลางมองเลิ่กลั่กซ้ายขวา เห็นเหล่าทหารจำนวนหนึ่งกำลังใช้เปลห้ามร่างของเจ้าชายภูวดลออกไป

     

    “ช่วยมันด้วยขอรับ ช่วยสัตว์ของข้าด้วย” 

     

    วารุตเปล่งเสียงแรงขึ้นพยายามทำให้คนเหล่านั้นได้ยิน

     

    “ช่วยมันด้วยขอรับ รีบมาช่วยมันทีได้โปรด” 

     

    วารุตกล่าววิงวอนใบหน้าของเขาโน้มต่ำและน้ำตาของเด็กชายก็หลั่งไหลออกมา

     

    เจ้าหญิงกรรณิการ์ต่างก็รู้สึกสลดใจในสิ่งที่นางได้เห็น ทั้งการที่ได้เห็นน้องชายของตัวเองหมดสติ ทั้งการที่ได้เห็นวารุตร่ำไห้อย่างทุกข์ระทมหัวใจอยู่เบื้องล่าง

     

    “ถ้าหากนี่อยู่ในสภาวะสงครามพวกเราคงจะร่วมยินดีกับเสือโคร่งโยรุที่มันเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งมันก็เคยทำให้พวกเราเห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง” 

     

    กษัตริย์สิงหลเอ่ยขณะที่แมนมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยท่าทางสุขุม

     

    “เสือโคร่งโยรุถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมมันผ่านสมรภูมิรบมามากมาย คงจะผิดวิสัยไปมากถ้าหากเจ้าหมาป่าสีเทาตัวนั้นจะเป็นฝ่ายชนะขอรับ” 

     

    เสียงของเมฆาเอ่ยเสริมขึ้นมา

     

    ศารทูลผู้ที่ยืนอยู่ในระนาบแผ่นดินเดียวกัน เขาค่อยๆ เดินเข้าไปหาร่างที่นอนอาบเลือดของเจ้าหมาป่า

     

    วารุตชะเง้อหน้ามองขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้านั้น 

     

    “หัวใจมันยังเต้นอยู่ขอรับ” 

     

    วารุตรายงานอย่างร้อนรน ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือฟังดูก็ไม่ค่อยจะชัด ดวงตาของเขาแดงก่ำน้ำหูน้ำตาก็ไหลนองอาบแก้ม

     

    “ถอยไปก่อนวารุต ขอข้าดูอาการมันหน่อย” 

     

    ศารทูลเอ่ยเฉียบขาด พลางเพ่งสายตาไปยังบาดแผลฉกรรจ์ที่อยู่บริเวณลำคอ

     

    แม้ศักยภาพในการคิดวิเคราะห์จะร่อยหรอ แต่วารุตยังคงรู้สึกตัวอยู่ว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไร เขาใช้มือเปื้อนเลือดที่สั่นระริก ค่อยๆ พยุงคอเจ้าขวานขึ้นและวางมันกลับลงไปที่พื้น ก่อนที่จะพาตัวเองล่าถอยออกมา 

     

    ความรู้สึกปวดร้าวมันอบอวลอยู่ภายในใจของวารุต กลั่นออกมาเป็นความคิดที่สุดแสนจะเศร้าระทม 

     

    ‘ทั้ง ๆ ที่เป็นคนพามันมาแท้ๆ แต่กลับปกป้องมันเอาไว้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่สัญญาเอาไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะดูแลมันเป็นอย่างดี แต่สาเหตุทั้งหมดกลับเป็นเพราะเขาที่ทำให้มันได้รับบาดเจ็บ เจียนตาย’

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน