"อีกประมาณหนึ่งร้อยลี้ก็จะถึงเมืองม่านหมอกแล้ว..."หยางตงเทียนกล่าวออกมาพร้อมกลับจ้องมองไปด้านหน้า
ที่สุดสายตาของเขา มีสิ่งปลูกสร้างขนาดเล็กตั้งอยู่ในหุบเขา ระหว่างหุบเขานั้นมีสันเขาสูงใหญ่ ทอดยาวขนานกันอยู่ทั้งสองข้าง ้าปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกหนาแน่น
เรือบินค่อยๆบินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ สิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ภายในหุบเขาก็ค่อยๆชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ในระหว่างนั้นเอง! ประมาณสี่สิบลี้ก่อนจะถึงเมือง มีบุรุษสวมชุดสีดำห้าหกคน กำลังไล่ตามสตรีน้อยนางหนึ่งอยู่
ตามร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยาแน้อยใหญ่ที่เกิดจากรอยขีดข่วนของกิ่งไม้ ตามเส้นทางที่นางวิ่งผ่าน
เสื้อผ้าของนางเต็มไปด้วยรอยขาดรุ่งริ่ง จนแทบจะไม่สามารถปกปิดสิ่งใดเอาได้แล้ว เผยให้เห็นผิวกายขาวเนียนที่ปรากฏออกมาได้อย่างง่ายดาย
แม้ว่านางจะยังเติบโตไม่เต็มที่ แต่รูปร่างของนางก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งให้เห็นแล้ว เมื่อนางโตขึ้นจะต้องเป็ยอดพธูงามล้มเมืองอย่างแน่นอน
กลุ่มคนที่ไล่ตามนางมานั้นไม่ได้มีวรยุทธ์ที่สูงมาก ผู้นำกลุ่มเป็ชายวัยกลางคน ระดับการบ่มเพาะอยู่ที่รวมิญญาขั้นสอง ส่วนอีกห้าคนที่เหลือ สองคนอยู่ที่ก่อเกิดขั้นแปดและอีกสามคนอยู่ที่ก่อเกิดขั้นเก้า
แต่เขานั้นไม่ได้สนใจคนพวกนี้ คนที่เขาสนใจคือสตรีที่กำลังถูกไล่ล่าอยู่ต่างหาก....
………............
## อิงฮวา
-- อายุ : 14 ปี
-- ระดับพลัง : ก่อเกิด ขั้น เก้า
-- กายา : กายหยินพิสุทธิ์
-- พร์ : ชั้นยอด
-- ขุมกำลัง : ตระกูลอิง ขุมกำลังขั้นห้า(ล่มสลาย)
….…….........
"หืม!? กายหยินพิสุทธิ์!! เฮ้อ~ แม้เกิดมามีกายาล้ำค่า แต่มันกับเหมือนเป็คำสาป หากผู้กายานี้เกิดมาในขุมกำลังที่อ่อนแอ คนผู้นั้นล้วนแล้วต้องตกเป็เครื่องมือเพื่อขึ้นสู่ความแข็งแกร่งของผู้ที่มีอำนาจ....."
หยางตงเทียนถอนหายใจออกมา แล้วกล่าวออกมาเบาๆด้วยความสงสารในโชคชะตาของสตรีน้อยนางนี้ นางคงจะเ็ปไม่น้อยที่นางเป็ต้นเหตุให้ตระกูลของตนเองต้องล้มสลาย....
"กายหยินพิสุทธิ์! กายเตาหลอมในตำนานนั้นน่ะหรือขอรับ!?"เมื่อได้ยินสิ่งที่หยางตงเทียนกล่าวออกมา ตงฟางหยูก็กล่าวขึ้นมาด้วยความใ
หากว่าบุรุษได้ได้ความบริสุทธิ์ของสตรีที่กายหยินพิสุทธิ์ไป จะทำให้คนผู้นั้นทะลวงระดับขั้นได้ถึงหนึ่งขอบเขตใหญ่เต็มๆ แม้ว่าการร่วมหลับนอนกับนางในครั้งต่อๆไปจะไม่เป็เช่นนั้น แต่ก็จะทำให้บุรุษที่ได้ร่วมหลับนอนกับนางฝึกฝนได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น!
กายาล้ำค่าเช่นนี้ หากเลี้ยงดูนางไว้ในขุมกำลัง จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กลับขุมกำลังนั้นอย่างมหาศาล แต่มันจะเปรียบเสมือนนรกสำหรับนาง ที่กายหยินพิสุทธิ์
เพราะว่านางจะถูกบังคับให้ร่วมหลับนอนกับบุรุษมากหน้าหลายตา หากขุมกำลังขั้นหนึ่งเ่าั้ทราบถึงการคงอยู่ของกายหยินพิสุทธิ์ คงจะต้องเกิดการต่อสู้แย่งชิงตัวนางขึ้นมาแน่!
"ถูกต้อง! นางมีกายหยินพิสุทธิ์! แต่ว่าการฝึกฝนนั้นควรจะค่อยเป็ค่อยไป ถึงแม้ว่าบุรุษที่ได้ความบริสุทธิ์ของนางไป จะสามารถก้าวข้ามจากงูดินไปสู่ัได้เพียงชั่วข้ามคืน"
"แต่ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่มีข้อจำกัดทั้งสิ้น! ผู้ใดที่หลับนอนกับผู้ที่กายหยินพิสุทธิ์ ก่อนที่นางจะทะลวงระดับขึ้นเป็เทพ ชั่วชีวิตนี้ คนผู้นั้นจะไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดขึ้นเป็เทพได้"
หยางตงเทียนกล่าวอธิบายถึงผมได้ผลเสียออกมา แต่ถึงแม้จะเป็เช่นนั้น ก็คงจะมีคนอีกมากมายที่เต็มใจจะใช้ทางลัดนี้!?
"เอ่อ!? ในยุทธภพแห่งนี้ จุดสูงสุดที่สามารถฝึกฝนไปถึงคือเซียนขั้นเก้าไม่ใช่หรือขอรับ? หลายหมื่นปีที่ผ่านมาไม่มีใครสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็เทพได้แม้แต่คนเดียว?"ตงฟางหยูกล่าวถามขึ้นด้วยความงุนงง
“นั้นมันในอดีต! สาเหตุที่ไม่มีใครสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็เทพได้นั้น เป็เพราะว่ากฎฟ้าดินเสียหาย แต่ตอนนี้กฎฟ้าดินเริ่มที่จะกลับมาสมบูรณ์แล้ว"
"ดูได้จากเริ่มมีกายาพิเศษปรากฏขึ้นมาอีกครั้งในยุทธภพ ตามการคาดการณ์ของข้า เร็วสุดก็อีกสิบปี หรือถ้าช้าที่สุดก็ยี่สิบปีไม่เกินนี้ กฎฟ้าดินก็จะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง"
"ระหว่างสิบถึงยี่สิบปีนี้ เซียนขั้นเก้าที่มีทรัพยากรมากเพียงพอ อาจจะสามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพได้ก่อนที่กฎฟ้าดินจะสมบูรณ์"
"อีกไม่นาน สุสานของผู้แข็งแกร่ง โบราณสถาน หรือกระทั้งมิติเอกเทศน์ จะเริ่มปรากฏขึ้นมาในยุทธภพเรื่อยๆ เมื่อถึงตอนนั้น คงจะเกิดความวุ่นวายขึ้นมาไม่น้อย"
"ขุมกำลังใดที่มีเทพปรากฏขึ้นมาก่อน ก็จะได้เปรียบในการ่ชิงทรัพยากรในเหตุการณ์ครั้งนี้ และจุดสูงสุดของผู้ฝึกยุทธ์จะไม่ใช้เซียนขั้นเก้าอีกต่อไป แต่จะเป็เทพขั้นเก้าแทน!”
หยางตงเทียนกล่าวอธิบายออกมา
"เ้าจงไปนำนางขึ้นมาบนเรือเหาะ ส่วนคนที่เหลือฆ่าทิ้งให้หมด! นางมีกายพิเศษ ซึ่งบ่งบอกว่าหากนางไปตายไปก่อน นางจะสามารถทะลวงระดับขึ้นเป็เทพได้อย่างแน่นอน นางคืออัจฉริยะคนหนึ่ง! เราควรรับนางเข้าเป็ศิษย์ของูเาเทพเซียน!"
หยางตงเทียนสั่งตงฟางหยูพร้อมกับกล่าวอธิบายขึ้นมาคร่าวๆ
"หากนางสามารถทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับเทพแล้ว นางยังจะใช้เป็เตาหลอมได้หรือไม่ขอรับ?"ตงฟางหยูกล่าวถามด้วยความอยากรู้
"ไม่!! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีขีดจำกัดของมัน! เมื่อนางทะลวงระดับขึ้นสู่ระดับเทพแล้ว นางก็จะหลุดพ้นจากโชคชะตาที่แสนโหดร้ายนี้!"หยางตงเทียนกล่าวขึ้น
ตงฟางหยูพยักหน้าเข้าใจ แม้ว่ากายหยินพิสุทธิ์จะสามารถทำให้ฝึกฝนได้เร็วขึ้น แต่ผู้ที่ได้ร่วมหลับนอนกลับนางก็จะมีขีดจำกัด ไม่สามารถทะลวงขึ้นสู่ระดับเทพได้
หากเป็ในอดีต ที่เขาไม่รู้ขอจำกัดนี้จากท่านประมุข เขาก็คงอยากจะนางไว้เป็เตาหลอม เพื่อให้ตนเองฝึกฝนได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเช่นกัน แม้ว่ามันจะดูโหดร้ายสำหรับนาง! แต่โลกใบนี้ผู้ที่แข็งแกร่งล้วนกลืนกินผู้ที่อ่อนแอกว่า
หากไม่รู้จักเรียนรู้ ซักวันอาจเป็ตนเองที่เป็ฝ่ายถูกกลืนกินแทน ตงฟางหยูครุ่นคิดเล็กน้อน จากนั้นชายหนุ่มก็กระโดนออกจากเรือเหาะ พุ่งตรงไปทางอิงฮวาทันที
...............
“เ้าหยุดเถอะคุณหนูอิงฮวา... กลับไปกับพวกข้าซะดีๆ รับรองว่านายท่านของข้าจะดูแลท่านเป็อย่างดีแน่นอน!”หัวหน้ากลุ่มคนที่ไล่ตามอิงฮวามา กล่าวขึ้นด้วยรอยยิ้มหยอกล้ออย่างนึกสนุก
แม้ว่าอิงฮวาจะได้ยินที่ชายคนนั้นกล่าว แต่นางก็ไม่ได้คิดจะตอบกลับไป นางยิ่งหมุนเวียนลมปราณเร็วขึ้น ใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานไปด้านหน้าเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม
เพราะถ้าขืนนางหยุดวิ่ง นางต้องถูกจับได้แน่ๆ ไม่ใช่ว่านางไม่รู้ว่ากายาของนางนั้นพิเศษเช่นใด หากนางโดนจับไปนางก็ต้องตกเป็นางบำเรอของบุรุษมากหน้าหลายตา
หากเป็เช่นนั้น นางยอมฆ่าตัวตายซะยังดีกว่า ที่จะยอมเป็นางบำเรอเพื่อมอบผลประโยชน์ให้กับบุคคลที่ฆ่าล้างตระกูลของนาง!
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าคนที่้าตัวนางเป็ขุมกำลังใด แต่นางก็ขอสาบานว่าหากนางยังไม่ตาย! นางจะต้องกลับมาแก้แค้นให้กับสมาชิกในตระกูลอย่างแน่นอน!!
"เหอะ! ในเมื่อพูดด้วยดีๆไม่ชอบ! หากข้าทำให้ท่านาเ็ก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน!!" ชายฉกรรจ์กล่าวออกมาด้วยความโมโห
ถึงแม้ว่ามันจะมีขั้นพลังสูงกว่าอิงฮวา แต่มันกลับตามนางไม่ทัน! นับว่าขายหน้าเป็อย่างมาก! แม้ว่าจะทำให้นางาเ็แล้วจับกลับไป นายท่านก็คงจะไม่ว่าอะไรมันหรอกจริงไหม!?
คิดได้เช่นนั้น มันก็ถอดกระบี่ออกมาจากฝักที่เหน็บอยู่ข้างเอว จากนั้นก็ฟันมันออกไปทางอิงฮวาทันที! เมื่อเขาฟันกระบี่ออกไปก็เกิดแสงประกายสีแดงคมกริบบินตรงออกไป หมายจะฟันเข้าที่กลางลำตัวของอิงฮวาด้วยความรวดเร็ว
"นี้ข้าจะต้องโดนจับกลับไปเพื่อเป็เครื่องมือให้กับคนที่ทำให้ตระกูลข้าต้องล่มสลายแข็งแกร่งขึ้นจริงๆหรือ!? ์ช่างไม่ยุติธรรม!! ไม่!! ข้าไม่ยินยอมมมม!! "
นางกล่าวออกมาพร้อมกับกัดฟันแน่น นางรีบเค้นพลังปราณออกมาสุดชีวิต! เพื่อหมายจะเคลื่อนไหวให้เร็วยิ่งขึ้น
แต่อนิจจัง! ลมปราณในตันเถียนของนางถูกใช้ไปจนหมดแล้ว ซ้ำร้ายนางมัวแต่ขบคิดจนไม่ทันได้มองทางให้จัดเจน ขาเ้ากรรมกลับสะดุดเข้ากับเถาวัลย์ ทำให้นางเสียหลักและสูญเสียความเร็วในการวิ่งไป
"เ้าหนีไม่รอดแล้ว!!! ฮ่าาาาๆๆ"สิ้นเสียงหัวเราะของชายวัยฉกรรจ์ ลำแสงกระบี่ก็มาถึงตัวนางแล้ว
ตอนนี้นางทำอะไรไม่ได้ นอกจากตัดพ้อในโชคชะตา ที่มอบกายานี้มาให้นาง นางค่อยๆ หลับตาลงพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มด้วยความจำนนต่อโชคชะตา...
แต่ก่อนที่ลำแสงกระบี่นั้นจะมาถึงตัวนาง มันก็หยุดชงักลงแล้วสลายหายไป พร้อมกลับร่างของตงฟางหยูที่ปรากฏขึ้นมา ชายหนุ่มเยื้องย่างอยู่บนอากาศด้วยทาทางเบื่อหน่าย ปลดปล่อยแรงกดดันอันหนักอึ้ง! กดไปที่ร่างของคนชุดดำทั้งหก
"ซะ ซะ! เซียน!!!"ชายฉกรรจ์! กล่าวออกมาด้วยตื่นตระหนก! ความหวาดกลัวเข้าครอบงำจิตใจ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างคุมไม่อยู่
เมื่อลูกน้องของเ้าตัวได้ยินเช่นนั้น ต่างก็พากันหวาดกลัวจนฉี่ราด ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปทั่ว อิงฮวาค่อยๆลืมตาของนางขึ้นมามอง แต่นางก็ไม่ได้ดีใจเลยแม้แต่น้อย เพราะนางไม่รู้จุดประสงค์ของผู้มาเยือนเช่นกัน ว่าอีกฝ่ายมาดีหรือร้าย
"พวกเ้าช่างหน้าขยะแขยงยิ่งนัก!"เมื่อได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยเข้ามาแตะจมูก ตงฟางหยูก็สะบัดมือออกไป
หัวของคนชุดดำทั้งหมดก็หลุดออกจากบ่าในทันที! ชายหนุ่มไม่รอช้า ใช้พลังปราณม้วนเอาอิงฮวาขึ้นมา แล้วพุ่งทะยานกลับขึ้นมาหาหยางตงเทียนบนเรือเหาะในทันที…...