เว่ยชิงหลง นำเงินตำลึงทองออกมาจ่าย จากนั้นก็รับเอาห่อผ้าที่มีชุดที่ซื้ออยู่ภายในนั้นจากเถ้าแก่เนี้ย แล้วส่งให้ทหารองครักษ์แล้วเดินออกจากร้าน ในระหว่างที่เดินเว่ยชิงหลงนำเงินตำลึงทองใส่เข้าไปในถุงผ้า โดยถุงผ้าที่จะให้มารดาเว่ยชิงหลงใส่เงินลงไปสามสิบตำลึงทอง ส่วนของน้องชายน้องสาวเว่ยชิงหลงใส่ลงไปในถุงผ้าแพรคนละสิบตำลึงทอง
“ท่านแม่ ถุงผ้านี้ของท่านข้างในมีอยู่สามสิบตำลึงทองขอรับ”
“หนิงเทียน หนิงเอ๋อ พี่สี่ให้ถุงผ้าแก่พวกเ้า”
“ขอบพระคุณขอรับท่านพี่”
“ขอบพระเ้าค่ะ ท่านแม่ข้าหนัก”
“มาลูกเดียวแม่จะถือถุงผ้าให้ลูกเอง”
“เ้าค่ะ”
“ชิงหลงลูกจะไปที่ใดต่อหรือ?”
“ข้าจะพาท่านแม่ไปซื้อข้าวสารและพวกวัตถุดิบปรุงอาหารขอรับ”
เว่ยชิงหลงแวะซื้อข้าวสารกับเหล่าวัตถุดิบปรุงอาหาร
“ท่านแม่้าซื้อสิ่งใดเพิ่มอีกหรือไม่”
“มีบางอย่างที่ต้องซื้อเพิ่มนิดหน่อยลูก”
“เช่นนั้นลูกจะให้คนของลูกนำข้าวสารกับวัตถุปรุงอาหารไปเก็บที่รถม้าก่อน แล้วค่อยเดินซื้อของกันต่อขอรับ”
เว่ยชิงหลงกับมารดาพร้อมกับน้องชายน้องสาวก็เดินเลือกซื้อของกันต่อระหว่างรอทหารองครักษ์นำสิ่งของไปเก็บที่รถม้า เว่ยชิงหลงมองไปยังชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีอายุมากกว่าเว่ยชิงหลงหกถึงเจ็ดปี ในคอแขวนข้อความบางอย่าง
“ท่านแม่ พี่ชายผู้นี้คือ?”
“นี้คือผู้ที่ไม่มีตำลึงเงินทำศพให้กับคนในครอบครัวจึงมาขายตัวเองเป็ทาสเพื่อให้ได้เงินไปทำศพ”
“เื่แบบนี้มันออกจะ”
“เป็เื่ธรรมดาลูก เมืองอื่นๆก็เป็เช่นนี้หากไม่มีเงินก็ขายตนเองเป็ทาส ”
“ทางราชสำนักไม่คิดจะช่วยเหลือราษฎรที่ทุกข์ยากบ้างเลยหรือขอรับท่านแม่”
“ในตอนนี้มองไปที่ใดก็มีแต่ความวุ่นวายลูกแม่ แคว้นหานในตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน”
“ท่านแม่ข้าจะช่วยพี่ชายคนนี้”
“พี่ชาย นี้คือเงินสามตำลึงทองนำไปจัดงานศพคนในครอบครัวของท่านเถอะ
คุณชายนี้มันมากไป
พี่ชายจงรับไปมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาท่านคงรู้นะว่าข้าหมายความว่าเช่นไร”
“ขอบพระคุณคุณชายน้อย”
เว่ยชิงหลงให้เงินตำลึงเสร็จแล้ว ก็เดินจากไปพร้อมคนในครอบครัว หลังจากนั้นก็เดินซื้อสิ่งของหลายอย่างจนครบเว่ยชิงหลงก็เดินกลับไปยังรถม้าของตน
“หนิงเทียน หนิงเอ๋อ น้องเหนื่อยหรือไม่”
“ข้าไม่เหนื่อยขอรับพี่สี่”
“ข้าก็ไม่เหนื่อยเ้าค่ะ”
“หนิงเอ๋อน้องเก่งมากฮ่าๆ”
เว่ยชิงหลงอุ้มน้องสาวขึ้นมา แล้ววางน้องสาวลงเหมือนเดินเพราะความเหนื่อย เหตุเพราะตัวเขาก็อายุห่างจากน้องสาวไม่มากนัก
“ขึ้นรถม้ากันได้แล้วลูกแม่”
“ขอรับท่านแม่”
รถม้าได้ออกจากเมืองฉางชุน แล้วมุ่งหน้ากลับไปยังท้ายหมู่บ้าน
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน เหตุใดสตรีที่ชื่อเว่ยเหม่ยหงผู้นี้ถึงมีรถม้าคันใหญ่ได้เล่า”
“เ้าอย่าได้สงสัยไปเลย ไม่อย่างงั้นเ้าจะได้รับอันตรายได้”
หลังจากนั้นผ่านไปอีกหนึ่งวัน ใน่เวลาใกล้ค่ำทหารองครักษ์นับพันก็แบกหามหีบใบใหญ่กว่าห้าสิบหีบมายังกระท่อมที่เว่ยชิงหลงอาศัยอยู่ หีบทั้งห้าสิบใบก็ถูกวางต่อหน้าเว่ยชงหลง ทหารองครักษ์นายหนึ่งเข้ามารายงาน
“นายน้อย ในหีบทั้งห้าสิบใบมีเงินตำลึงทองบรรจุอยู่หนึ่งหมื่น ขอรับ”
“ทั้งหมดคือห้าแสนตำลึงทอง?”
“ขอรับนายน้อย”
‘เหลือจะเชื่อเพียงเวลาหนึ่งวันทหารองครักษ์นับพันก็สามารถหาเงินมาให้ตัวเขาได้มากมาย’
เว่ยชิงหลงให้ทหารองครักษ์คนเดิมที่ติดต่อกับทางการซื้อที่ดินสองพันหมู่นำเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองไปจ่ายให้กับทางการ ในตอนเช้าทหารองครักษ์ก็นำเงินหนึ่งหมื่นตำลึงทองออกเดินทางไปยังเมืองซานซี หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วยามทหารองครักษ์ก็กลับมาพร้อมหนังสือที่ดินจากทางการ