“ฮัลโหล ชิงเหอคุณฟังผมอยู่หรือเปล่า…ไม่ใช่ว่าที่คุณเงียบไปเพราะว่าคุณจงใจเงียบใส่ผมหรอกนะวันอาทิตย์นี้ ผมอยากให้คุณไปลงพื้นที่กับลูกน้องของผมอีกสองคนงานนี้แม้ความคาดหวังไม่ได้สูงมาก แต่ก็อย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ”
เมื่อสิ้นสุดเสียงจากปลายสายฝ่ายคนที่ได้รับหน้าที่ก็ถอนหายใจออกมาพรูใหญ่เธอวางมือที่กำโทรศัพท์ไว้แน่นให้เหยียดราบไปข้างกายเธอกำลังนอนหงายบนเตียงเหมือนคนเกียจคร้านดวงตาคู่สวยต่างมองเพดานสีหม่นด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า
เหอะ...ไม่เหนื่อยสิแปลกเธอไม่ใช่เครื่องจักรซะหน่อย หนึ่งสัปดาห์เต็ม! ที่เธอทำงานรวดเดียวโดยไม่ได้หยุดพักวันพรุ่งนี้คือวันอาทิตย์ มันสมควรเป็วันพักผ่อนของเธอทำไมหัวหน้าต้องโทรมาสั่งงานด้วยเนี่ย น่าเบื่อชะมัด!
ถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะทำงานสายนี้มาั้แ่อายุยี่สิบกว่าๆ จนกระทั่งตอนนี้เธออายุสามสิบปีแล้ว แต่ร่างกายก็ยังไม่เคยชินกับความเหนื่อยที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่อยู่ดี
ลั่วชิงเหอ ทำงานเป็ตำรวจหญิงในหน่วยสืบสวนลับพลังกายที่มีเลยถูกถ่ายเทเพื่อไปใช้ในการทำงานทั้งหมดแม้แต่่วันหยุดก็ยังไม่ถูกละเว้นเธอยังต้องมานั่งรับฟังคำสั่งจากหัวหน้าสังกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เรียกได้ว่าเป็อาชีพที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจริง ๆ จนบางครั้งเธออดคิดไม่ได้ว่าการมีชีวิตปกติสุขเหมือนคนทั่ว ๆ ไป มันเป็ยังไง
ั้แ่เรียนจบจนบรรจุเข้าทำงาน เธอก็เอาแต่ขลุกตัวอยู่กับหน้าที่การงานจนไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนเพราะอย่างนี้ไงล่ะ คุณตำรวจหญิงลั่วชิงเหอเลยยังครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้อีกอย่างก็คงเป็นิสัยส่วนตัวของเธอด้วยที่มันค่อนข้างจะขัดกับความ้าของผู้ชายส่วนมาก
ชิงเหอไม่ใช่ผู้หญิงที่มีนิสัยอ่อนหวานเธอไม่ชอบเอาใจใคร ไม่ชอบพูดจาเลี่ยน ๆ ตรงกันข้ามคือชิงเหอเป็หญิงแกร่งจุดเด่นของเธอคือเป็คนกล้าได้กล้าเสีย ชอบใช้คำพูดตรงไปตรงมาแม้จะมีหน้าตาสะสวยตรงตามที่ชายหลายคนหมายปองแต่เธอก็ไม่ใช่ภรรยาคนสวยที่ผู้ชายส่วนใหญ่้า
เพราะเหตุนี้ลั่วชิงเหอถึงยังโสดทั้งที่อายุปาไปสามสิบปีแล้ว
ผู้ชายหลายคนมักแนะนำให้เธอปรับปรุงตัวเองบ้างก็บอกว่าเธอต้องทำตัวอ่อนหวานเข้าไว้ แสร้งอ่อนแอได้ก็ให้แสร้งทำบ้างก็วิจารณ์ว่าเธออาจขึ้นคานไปจนแก่ คนพวกนั้นเอาแต่มองเธอจากภายนอกน้อยคนนักที่จะรู้ว่าลั่วชิงเหอเผชิญกับอะไรมาบ้างและเื่เ่าั้ก็คือผลพวงที่ทำให้เธอเป็เธอ...เหมือนอย่างทุกวันนี้...
อาจต้องหวนคำนึงไปถึง่วัยเด็กของชิงเหอ...
ลั่วชิงเหอในวัยเด็กถูกแม่ขี้เหล้าด่าทอเป็ประจำแม่แท้ ๆ ด้อยค่าลูกสาวตัวเอง บอกว่าลั่วชิงเหอไม่สมควรเกิดมาการให้กำเนิดลูกสาวคือเื่ที่คนเป็แม่เสียใจที่สุดในชีวิตจะมีลูกทั้งทีดันมีลูกสาว ซ้ำร้ายลูกสาวยังเป็คนประเภทไม่เอาไหน เรียนก็ไม่เก่งทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ถ้าเลือกได้ก็อยากจะมีลูกชายมากกว่า
คำพูดไม่เข้าท่าเหล่านี้ด้อยค่าชิงเหอมาเป็เวลานานถ้าจำไม่ผิด ั้แ่เล็กจนโตแม่ของเธอมักด่าทอด้วยคำพูดทำนองนี้เสมอมันเลยกลายเป็ชนวนเหตุที่ทำให้ลั่วชิงเหอมีจิตสำนึกที่เต็มไปด้วยความอคติต่อเพศสภาพของตัวเอง
หล่อนคิดโทษตัวเองมาตลอดว่าทำไมตัวหล่อนถึงไม่เกิดมาเป็ผู้ชายให้รู้แล้วรู้รอดไปเพราะหากหล่อนเกิดมาเป็ผู้ชายแล้วละก็...แม่คงรักหล่อนอย่างที่สมควรเป็และหล่อนคงไม่ต้องมาทนฟังคำตำหนิซ้ำซากพวกนั้นอีกแต่ถึงอย่างนั้นชิงเหอก็ทำได้แค่คิดตัดพ้อกับตัวเองเรื่อยเปื่อยในเมื่อเกิดมาเป็ผู้หญิงแล้ว ย่อมแก้ไขอะไรไม่ได้ชิงเหอจึงพยายามพิสูจน์ตัวเองเรื่อยมา...
กระทั่งชิงเหอได้บรรจุเป็ตำรวจนี่จึงเป็เื่แรกและเป็เื่เดียวที่ทำให้คนเป็แม่มองลูกสาวตัวเองในแง่ดีขึ้นมาบ้างอาชีพตำรวจทำให้แม่ของเธอได้หน้า เพราะไม่ใช่เื่ง่ายที่เพศหญิงจะสอบบรรจุตำรวจได้สำเร็จั้แ่นั้นเป็ต้นมาคุณแม่ผู้แสนดีมักเที่ยวเอาเื่นี้ไปป่าวประกาศกับคนนั้นทีคนนี้ทีทำเอาคนในละแวกนั้นรู้กันถ้วนหน้า ว่าบ้านคนแซ่ลั่วมีลูกสาวเป็ตำรวจหญิง
ลั่วชิงเหอได้แต่คิดแล้วก็ส่ายหัวอย่างเอือมระอาในพฤติกรรมของแม่แท้ๆ แต่จมอยู่กับปูมหลังสุดบัดซบของตัวเองได้ไม่นานหล่อนจำต้องสะบัดหัวละทิ้งความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดหัวหน้าเพิ่งส่งรายละเอียดงานผ่านอีเมลชิงเหอดีดตัวขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะทำงานที่อยู่มุมห้องก่อนเข้านอนเธอจำเป็ต้องอ่านข้อมูลสักหน่อยเพราะพรุ่งนี้ต้องลงพื้นที่ไปปฏิบัติภารกิจแต่เช้า
.
..
เช้าวันรุ่งขึ้น ณจุดนัดพบ
ขณะนี้ดวงตาคมเฉี่ยวใต้แว่นกันแดดสีชาต่างเหลือบขึ้นมองตัวอักษรสีทองตรงหน้ามันเป็ป้ายโลหะขนาดใหญ่ ชิงเหอเหลือบมองป้ายนั้นแล้วสลับมามองกระดาษในมือพบว่าสถานที่นี้ตรงกับข้อมูลที่มีอยู่ในมือ
สถานที่เบื้องหน้าเป็อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งซึ่งอยู่แถบชานเมืองรอบนอก แต่นับว่าเป็ย่านเศรษฐกิจของเมืองเลยทีเดียวเพราะนักลงทุนกลุ่มใหญ่ มักเลือกมาลงทุนที่นี่ โดยลงทุนสร้างห้องเช่าเป็คูหาอีกอย่างตึกรามบ้านช่องแถวนี้ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังห้องเช่าหลายคูหาจึงถูกเปิดเป็ร้านค้าขนาดเล็ก
แน่นอนว่าชั้นล่างสุดของอพาร์ทเมนท์ปรากฏเป็พื้นที่เปิดให้เช่าสำหรับพวกแม่ค้าแม่ขายผู้คนแถวนั้นจึงค่อนข้างพลุกพล่านดูสาละวนวุ่นวายไปตามสมควร
ขณะเดียวกันนี้ลั่วชิงเหอลงพื้นที่ไปกับตำรวจหนุ่มอีกสองนายคนทั้งสามอยู่ในชุดลำลองไม่ได้สวมชุดเครื่องแบบของตำรวจแต่อย่างใดนี่คือกุศโลบายอย่างหนึ่งของตำรวจที่ทำงานนอกพื้นที่
หลังจากที่เธอยืนประเมินสถานที่ด้านนอกอยู่ครู่หนึ่งลั่วชิงเหอก็ตัดสินใจก้าวขาเดินเข้าไปใต้เงาตึก จากนั้นเธอก็มาหยุดยืนที่หน้าร้านแห่งหนึ่งการตกแต่งร้านดูพิลึกกึกกือยังไงชอบกลภายในตกแต่งด้วยโทนสีเข้มแปลกตาไปจากร้านอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน
'ร้านตรวจชะตาต้าเหยาอี้ฝู'
มันเป็ร้านดูดวงที่ถูกร้องเรียนและถูกแจ้งความว่าเ้าของร้านตั้งตนเป็เ้าลัทธิหลอกเงินจากผู้คนที่หลวมตัวเข้าไปดูดวง นี่มันเข้าข่ายหลอกลวงผู้อื่นโดยเจตนา
อันที่จริงตัวชิงเหอไม่อยากมาลงพื้นที่ั้แ่แรกหล่อนไม่มีความกระตือรือร้นในภารกิจนี้เท่าที่ควร มันก็แค่คดีเล็ก ๆหล่อนเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองว่าสามารถทำคดีใหญ่ ๆ ได้ แต่ทว่าหัวหน้าดันไม่ให้โอกาสชิงเหออยากทำคดีที่ท้าทายกว่านี้ หากไม่ติดว่าเป็คำสั่งตรงจากหัวหน้าสังกัดชิงเหอคงปล่อยให้ตำรวจสองนายจัดการกันเองและให้ว่าไปตามความสามารถของคนทั้งคู่
ถ้าได้ทำคดีฆาตกรต่อเนื่อง008 ก็คงดี!
หรือไม่...จะให้เธอไปทำคดีไล่ล่ามาเฟียยาวไปถึงคดีล่าพวกพ่อค้ายาเสพติดก็ยังได้คดีพวกนั้นดูท้าทายกว่าคดีเ้าลัทธิตั้งเยอะ แต่นี่อะไรกันล่ะต้องมาตามจับนักต้มตุ๋นงั้นเหรอ ดูถูกความสามารถกันเกินไปแล้วมั้ง!
ตำรวจหญิงคิดตำหนิหัวหน้าที่ส่งหล่อนมาทำคดีนี้เพียงในใจแต่เมื่อดึงสติตัวเองกลับมาได้ หล่อนก็รีบจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้าทันทีลั่วชิงเหอพาตัวเองเข้าไปในร้านดูดวงอย่างไม่ลังเล
แต่พอก้าวขาเข้ามาได้ไม่ทันไรจู่ ๆ ขนในกายเริ่มไม่เชื่อฟัง มันเกิดลุกชันขึ้นมาดื้อ ๆ ชิงเหอรู้สึกแปลก ๆกับบรรยากาศภายในร้าน หล่อนได้แต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าที่เกิดอาการกึ่งร้อนกึ่งหนาวอย่างเมื่อครู่นี้ ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่เป็เพราะที่นี่ตกแต่งได้ลึกลับชวนพิศวงต่างหาก
ชิงเหอสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วก้าวต่อไปทั้งที่หล่อนยังรู้สึกเสียวสันหลังอยู่เรื่อย ๆ
ความรู้สึกนี้มันเป็ความรู้สึกที่แปลกมากหล่อนมั่นใจว่าไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน แต่จะให้อธิบายก็อธิบายไม่ถูกว่ามันเป็อารมณ์แบบไหนจะเวียนหัวก็ไม่ใช่ จะใจสั่นก็ไม่เชิง แต่เมื่อชิงเหอตั้งสติได้เธอจึงะโเรียกเ้าของร้านที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปมุดหัวอยู่ตรงไหน!