ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 หักขาหมา

            “ศิษย์น้องท่านนี้ มีการบางอย่างใคร่จะปรึกษาด้วยเสียหน่อย...”

            เสียงยั่วเย้าฟังดูเลื่อนลอยดังปะทะใบหน้าร่างอันไม่ปรารถนาสองสามร่างขวางหน้าฉู่เหินและมู่เฟิง หัวโจกนั้นหาใช่ใครอื่นอันดับหนึ่งของศิษย์ใหม่ปีนี้ หลินเทานั่นเอง

            “มีการอันใด?” เห็นหน้าตาย่ามใจราวสูงส่งนักหนาของหลินเทาแล้วฉู่เหินก็ถามกลับเสียงเย็น

            มู่เฟิงข้างกันกระซิบกระซาบ “ยังต้องถามอีกหรือ? เจ้านี่มันรังเกียจที่ข้าหล่อกว่ามันเลยบังเกิดความริษยาอย่างไรเล่า”

            กระนั้น หลินเทากลับเอาแต่จ้องฉู่เหินอย่างสนุกสนาน ไม่คิดชายตาแลมู่เฟิงแล้วจึงประกาศิต “ยกตำแหน่งเจ้าให้ข้าเสีย”

            ตำแหน่ง!

            ย่อมต้องหมายถึงตำแหน่งศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานแน่อยู่แล้ว

            “โอ๊ยๆๆ นี่มันจะรังแกกันเกินไปแล้วกระมัง?” มู่เฟิงออกหน้าแทนฉู่เหิน

            “ไม่ใช่กงการของเจ้า ถอยไปไกลๆ หน่อย”ชายหนุ่มเบื้องหลังหลินเทาตะคอกเฉียบขาดอย่างหยาบกระด้าง

            มู่เฟิงตัวสั่นเล็กน้อย กระแอมไอสองทีแล้วเอ่ยแผ่วเบา“จะดุอะไรกันนักกันหนาเล่า? ข้าก็ใช่จะไม่ได้ยินเสียหน่อย...”

            หลินเทาไม่สนใจมู่เฟิง ยังคงมองฉู่เหินอย่างสนุกสนาน

            “หากข้าไม่ตกลงเล่า?” ฉู่เหินถามเรียบนิ่ง

            “เช่นนั้นก็ง่ายดายกว่าเดิมนักไม่แน่ว่าเช้าตรู่วันใดวันหนึ่งเจ้าอาจตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าขาขาดไปข้างหนึ่งหรืออาจจะเป็นแขนที่ขาด” วาจาหลินเทาข่มขู่เต็มที่

            ฉู่เหินแววตาเย็นยะเยือกในบัดดล “เหอะๆข้ากลับคิดไม่ตกเลยว่าไม่ใช่แค่ข้าที่ได้ตำแหน่งนี้มาแต่ทำไมเจ้ากลับต้องมาหาข้าเพียงผู้เดียว?”

            “ไม่ทำไมทั้งนั้น แค่ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าเท่านั้นเอง”

            ไม่ชอบขี้หน้า!

            ฉู่เหินเหยียดยิ้มเย็น เหมือนหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาจะมีอยู่มากโขทีเดียว

            แต่กระนั้นฉู่เหินก็ไม่คิดจะเสียเวลามาไร้สาระกับอีกฝ่ายที่นี่เขาจึงไม่ปริปากพูดแล้วหันกายจะเดินจากไป

            “ชิ...” ฉับพลัน คลื่นปราณหนักอึ้งก็อุบัติ ดาบเอเป้สีดำกั้นขวางทางไปของฉู่เหิน

            หลินเทากำดาบเอเป้ไว้ในมือ ไม่แม้แต่จะกะพริบตา มุมปากยกขึ้นสูงแสดงความดูแคลนไม่ปิดบัง

            เห็นท่าทางเช่นนั้นแล้ว มู่เฟิงก็รีบทัดทาน “วะ อย่าทำกันเกินไปหน่อยเลยทำกระทั่งชักอาวุธออกมา อยากฆ่าคนตายหรืออย่างไร! เหล่าอาจารย์ยังอยู่ทางนั้นนะโว้ย! ขืนเจ้ายังทำเยี่ยงนี้อยู่อีก ข้าจะตะโกนเรียกคนช่วยแล้วนะ”

            หลินเทายังไม่สะทกสะท้านดาบเอเป้ไร้ปลายขวางหน้าฉู่เหินเหมือนเช่นโซ่ตรวนแม่น้ำเหิง

            “หากไม่ยอมยกตำแหน่งมาให้ข้า วันนี้อย่าได้หวังจะหนีรอดขยะพรรค์เจ้าไม่มีสิทธิ์เป็นศิษย์อาจารย์ซีหลาน”

            น้ำเสียงแม้จะเรียบนิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยการบังคับขู่เข็ญ

            พวกลูกคู่ทั้งหลายเหยียดยิ้มสุขอุราที่ได้เห็นคนอื่นทุกข์

            เมื่อมู่เฟิงเตรียมจะตะโกนเรียกให้เหล่าอาจารย์มาช่วยกลิ่นอายเหน็บหนาวเย็นเฉียบก็ตลบฟุ้งออกมาจากในร่างฉู่เหิน

            ความเหน็บหนาวน่าสะพรึงกลัวดลให้มู่เฟิงใจสั่นไม่อาจห้าม

            ยังไม่ทันได้ตอบสนอง แววตาเฉียบคมดุจแท่นน้ำแข็งก็ทะลุทะลวงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของหลินเทา“ให้เวลาสามวินาที ไสหัวไปให้พ้นจากสายตาข้า หาไม่แล้วพ่อจะตัดขาหมาแกทิ้งเสียวันนี้”

            เสียงอันชัดเจนหนักหน่วงดุจคมดาบเสียดแทงแก้วหู

            อดกลั้นสิ่งที่มิอาจอดกลั้น ก็ไม่จำเป็นต้องอดกลั้นอีกต่อไปแล้ว!

            เมื่อได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอำมหิตเด็ดขาดจากร่างฉู่เหิน พวกคนเบื้องหลังหลินเทาก็หน้าซีดเซียวลงทันตา

            กระทั่งหลินเทาเองยังรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอย่างไม่อาจอธิบายแต่ด้วยเป็นราชาแห่งเด็กใหม่ปีนี้ และบุกเบิกชีพจรยุทธเก้าเส้นได้แล้วจะมาเกรงกลัวเพราะคำขู่ง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร

            พริบตาต่อมา พลังหยวนแท้ก็สาดซัดปลดปล่อยจากในกายหลินเทาหยวนแท้เจิดจรัสพันรอบตัวดาบเอเป้ แปรผันเป็นลวดลายพร่างพรายสีทอง

            พลานุภาพปราณแข็งแกร่งเดือดพล่านขึ้นมากระแสลมปราณอลหม่านสั่นไหวและส่งเสียง

            “จะบอกให้รู้ไว้ด้วยความอาลัยยิ่ง ว่าแกยั่วโมโหข้าสำเร็จแล้ว วันนี้ข้าจะกำจัดไอ้พวกไม่รู้จักน้ำขึ้นให้รีบตักเยี่ยงแกเอง...”หลินเทาขมวดคิ้วมุ่น จิตสังหารพอกพูน เขาขยับข้อมือส่งดาบเอเป้ไร้ปลายอันหนักอึ้งฟาดฟันเข้าใส่ลำคอฉู่เหิน

            ...

            “ตรงนั้นเกิดเรื่องอะไรกัน?”

            ขณะเดียวกันนั้นเอง เหล่าอาจารย์และศิษย์บนลานที่กำลังยุ่งอยู่ต่างก็ตกใจกับความเคลื่อนไหวด้านนั้น

            สายตามากมายหันไปมองทิศทางเดียวกันเห็นภาพหลินเทาบุกจู่โจมฉู่เหินพอดิบพอดี

            “เวรแล้ว!”

            “หยุดเดี๋ยวนี้!”

            ...

            บรรดาอาจารย์ไม่เหลือเวลาให้ยับยั้งทันเสียด้วยซ้ำ ทุกคนในเหตุการณ์ได้แต่มองดูอยู่อย่างนั้นในสมองผุดภาพฉู่เหินถูกหลินเทาฟาดฟันจนปางตายน่าสังเวชไปแล้ว

            แต่กระนั้น ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ฉู่เหินกลับไร้วี่แววหวาดกลัว

            กร๊าซ

            สิ้นเสียงร้องของมังกรอันต่ำทุ้มและน่าเกรงขาม รังสีพลานุภาพของฉู่เหินเดือดพล่านเกรี้ยวกราดโดยไร้สัญญาณใดฝุ่นดินบนพื้นถูกพัดขึ้นมา รัศมีวงคลื่นลมปราณเบ่งบาน

            บัดดล ร่างมังกรสีทองมายาก็โลดแล่นจากฝ่ามือฉู่เหินเข้าปะทะกับดาบเอเป้ของหลินเทาเข้าอย่างจัง

            ตู้ม!

            เสียงระเบิดหนักหน่วงดังสนั่นทั่วลานพลังหยวนแท้แตกซ่านและแกร่งกล้าแผ่กระจายจากคนทั้งสอง

            ชั่วพริบตา ท่ามกลางสายตาตะลึงงันนับคู่ไม่ถ้วน หลินเทาตัวสั่นรุนแรงเบิกตากว้าง ดาบเอเป้หลุดลอยไปจากมือ

            อะไร?

            ภาพที่ปรากฏดลให้ทุกผู้ทุกนามตาเบิกกว้าง

            อาวุธของหลินเทาถูกฉู่เหินซัดกระเด็น สวรรค์ช่วยนั่นมันอันดับหนึ่งของศิษย์ใหม่ระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเชียวนะ!

            แต่เรื่องน่าตกใจกว่ายังมีต่อ หลินเทาถูกแรงกระแทกจนถอยร่นมุมปากกระอักเลือดสดๆ ออกมา พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า เมื่อครู่ฉู่เหินปลดปล่อยวิชายุทธระดับขั้นสร้างเมล็ดพันธุ์อย่างเคล็ดวิชาประทับมังกรเก้าวิญญาณออกมามาตรแม้นพอใช้ได้เพียงขั้นต้นก็มากพอทำให้หลินเทาบาดเจ็บได้แล้ว

            หลินเทาถอยกรูดไปสิบกว่าก้าวถึงพอจะทรงตัวอยู่ได้เขามองดาบเอเป้ที่ร่วงหล่นพื้นอย่างโกรธาไม่อาจระงับ

            “ไอ้ระยำ ข้าจะฆ่าแกเสีย”

            ตึงตึง

            กลิ่นอายโหมกระหน่ำยิ่งกว่าถ่ายเทออกมาจากในกายหลินเทารังสีโหดร้ายทารุณน่าพรั่นพรึงดึงกระแสอากาศทั่วทุกสารทิศไปพร้อมกัน

            “หึ!” ฉู่เหินหัวเราะ “สวะพรรค์นี้ยังมีหน้ามาทำวางก้ามต่อหน้าข้าอีกหรือ?”

            “แกว่าอะไรนะ?”

            สิ้นเสียง ร่างฉู่เหินก็แลบแล่นเข้าไป ฝีเท้าและร่างกายดุจผีสางดลคนมองให้ตาพร่า

            หลินเทาหรี่นัยน์ตาอย่างไม่อาจห้าม ไม่ทันได้คิดแผนการรับมือ ฉู่เหินก็มาถึงด้านซ้ายของเขาแล้วบุรุษหนุ่มง้างขาเตะเข้าที่เข่าซ้ายของหลินเทาอย่างแม่นยำอานุภาพรวดเร็วเหนือสายฟ้า

            ตุบ!

            เสียงกระแทกพื้นหนักหน่วงเสมือนค้อนทุบใจผู้พบเห็น ดวงตาของทุกคนสั่นไหวตามกันไปหลินเทาตาแทบถลนออกจากเบ้า ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงยังส่งผลให้สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

            เห็นเพียงขาซ้ายของหลินเทางอเข้าด้านในไปเก้าสิบองศากระดูกหัวเข่าแทบป่นปี้

            “อ๊าก!!!”

            เสียงกรีดร้องโหยหวนหาใดเปรียบหลุดจากปากหลินเทา หน้าเขาแดงก่ำหลอดเลือดระเบิด เย็นวาบไปทั่วกระดูกสันหลัง

            “ฆ่า ฆ่ามัน ฆ่ามันให้ข้า...”

            หลินเทาคำรามคลั่งให้ลูกสมุนเบื้องหลัง

            แต่เขาเหล่านั้นกลับกลัวหัวหดต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันไปมาเหมือนเช่นนกกลัวธนู

            “ฮึ โง่เขลาเบาปัญญา”

            ฉู่เหินดวงตาวาววามเยือกเย็น ตวัดมือตบหน้าอีกฝ่ายฉาดหนึ่ง

            เพี้ยะ!

            หลินเทาถูกตบจนลอยหมุนคว้างกลางอากาศสองสามตลบถึงร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง

            ปากพ่นเลือดสดปนเศษฟันออกมา หลินเทาหน้าบวมเป่งไปเสียครึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวทุกรูปแบบรุกล้ำทั่วสรรพางค์ หลินเทาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบากมองฉู่เหินอย่างเคียดแค้นและหวาดผวา แล้วศีรษะก็เอียงลง สลบเหมือดไปทันที

            ...

            เงียบสงัด เงียบสงัดราวกับป่าช้า!

            ลานอันกว้างใหญ่ตกสู่สภาวะอันไร้เสียง

            อากาศธาตุราวนิ่งแข็ง ทุกผู้ทุกนามหน้าซีดเผือด มองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยหัวใจสั่นเทา

            จะโคตรพ่อโคตรแม่โหดเหี้ยมอะไรปานนี้!

            กระทืบเสียจำชื่อโคตรพ่อโคตรแม่ไม่ได้แล้ว

            ใครก็ไม่คิดว่าฉู่เหินจะมีพลังถึงขั้นนี้ได้ยิ่งไม่คาดคิดว่าอันดับหนึ่งของปีนี้จะถูกหักขาในการจู่โจมแค่สองสามทีตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนยังไม่ไหว

            เช่นเดียวกันกับอีกสองคนที่ได้เป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานหลี่ฮุยเย่และโจวลู่ที่อดกลืนน้ำลายไม่ได้

            เมื่อครู่โจวลู่ยังสงสัยว่าฉู่เหินมีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าจริงหรือไม่อยู่เลย

            แค่ชั่วพริบตาก็ได้เครื่องพิสูจน์แล้ว

            ...

            มู่เฟิงผู้อยู่ใกล้ฉู่เหินที่สุดหน้าแข็ง กะพริบตาสองสามทีอย่างงงงวยแล้วโพล่งออกมา “หัก หักขาหมาจริงๆ ด้วย”

            “พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงมาทะเลาะวิวาทกันที่นี่?”

            หลังความเงียบงันอันแสนสั้น อาจารย์สองสามคนก็เข้ามาซักถามหนึ่งในนั้นชี้ฉู่เหินแล้วว่า “เจ้าไปหอใหญ่ปกครองกับข้านี่เพิ่งเข้าสำนักวันแรกก็ก่อเรื่องวิวาทใหญ่โต วันนี้ข้าไม่อาจละเว้นเจ้าได้”

            ฉู่เหินกำลังจะโต้เถียง แต่เสียงอันอ่อนโยนก็ดังขึ้นเสียก่อน

            “ช้าก่อน!”

            อาจารย์ซ่งเฉิงเลี่ย?

            ฝูงชนชะงักไป เห็นผู้พูดนั้นคือซ่งเฉิงเลี่ย เขาแย้งว่า“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พวกเราล้วนรู้เห็นกันชัดเจนแจ่มแจ้งผู้ลงมือก่อนมิใช่ฉู่เหิน เขาแค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง”

            แค่ป้องกันตัว!

            เพียงได้ยินดังนั้น ผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ประหลาดใจขึ้นไปอีกซ่งเฉิงเลี่ยตั้งใจออกหน้าแทนฉู่เหินอย่างชัดเจน

            แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผล

            ทุกคนล้วนเห็นกันเต็มสองตาว่าหลินเทาลงมือก่อนแต่ว่ากันตามจริงฉู่เหินก็โหดเหี้ยมไปหน่อย หลินเทาต้องนอนติดเตียงอย่างต่ำเดือนสองเดือนถึงจะฟื้นฟูเต็มสภาพ

            “ขอบพระคุณอาจารย์เฉิงเลี่ย” ฉู่เหินบอกด้วยซึ้งน้ำใจ

            ซ่งเฉิงเลี่ยยิ้มบาง “ผิดก็ว่าไปตามผิดหากเจ้าทำกำเริบเสิบสานในสำนักเราภายหลังจริง ข้าเองก็ต้องลงโทษเจ้าเช่นกัน”

            “ศิษย์เข้าใจแล้ว!”

            “อืม ไม่มีอะไรแล้ว ไปเถิดไป!”

     

             ………………………..

     

    คล้ายกับเรื่องฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ] ที่คุณอ่าน