“ศิษย์น้องท่านนี้ มีการบางอย่างใคร่จะปรึกษาด้วยเสียหน่อย...”
เสียงยั่วเย้าฟังดูเลื่อนลอยดังปะทะใบหน้าร่างอันไม่ปรารถนาสองสามร่างขวางหน้าฉู่เหินและมู่เฟิง หัวโจกนั้นหาใช่ใครอื่นอันดับหนึ่งของศิษย์ใหม่ปีนี้ หลินเทานั่นเอง
“มีการอันใด?” เห็นหน้าตาย่ามใจราวสูงส่งนักหนาของหลินเทาแล้วฉู่เหินก็ถามกลับเสียงเย็น
มู่เฟิงข้างกันกระซิบกระซาบ “ยังต้องถามอีกหรือ? เจ้านี่มันรังเกียจที่ข้าหล่อกว่ามันเลยบังเกิดความริษยาอย่างไรเล่า”
กระนั้น หลินเทากลับเอาแต่จ้องฉู่เหินอย่างสนุกสนาน ไม่คิดชายตาแลมู่เฟิงแล้วจึงประกาศิต “ยกตำแหน่งเจ้าให้ข้าเสีย”
ตำแหน่ง!
ย่อมต้องหมายถึงตำแหน่งศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานแน่อยู่แล้ว
“โอ๊ยๆๆ นี่มันจะรังแกกันเกินไปแล้วกระมัง?” มู่เฟิงออกหน้าแทนฉู่เหิน
“ไม่ใช่กงการของเจ้า ถอยไปไกลๆ หน่อย”ชายหนุ่มเบื้องหลังหลินเทาตะคอกเฉียบขาดอย่างหยาบกระด้าง
มู่เฟิงตัวสั่นเล็กน้อย กระแอมไอสองทีแล้วเอ่ยแผ่วเบา“จะดุอะไรกันนักกันหนาเล่า? ข้าก็ใช่จะไม่ได้ยินเสียหน่อย...”
หลินเทาไม่สนใจมู่เฟิง ยังคงมองฉู่เหินอย่างสนุกสนาน
“หากข้าไม่ตกลงเล่า?” ฉู่เหินถามเรียบนิ่ง
“เช่นนั้นก็ง่ายดายกว่าเดิมนักไม่แน่ว่าเช้าตรู่วันใดวันหนึ่งเจ้าอาจตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าขาขาดไปข้างหนึ่งหรืออาจจะเป็นแขนที่ขาด” วาจาหลินเทาข่มขู่เต็มที่
ฉู่เหินแววตาเย็นยะเยือกในบัดดล “เหอะๆข้ากลับคิดไม่ตกเลยว่าไม่ใช่แค่ข้าที่ได้ตำแหน่งนี้มาแต่ทำไมเจ้ากลับต้องมาหาข้าเพียงผู้เดียว?”
“ไม่ทำไมทั้งนั้น แค่ไม่ชอบขี้หน้าเจ้าเท่านั้นเอง”
ไม่ชอบขี้หน้า!
ฉู่เหินเหยียดยิ้มเย็น เหมือนหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเขาจะมีอยู่มากโขทีเดียว
แต่กระนั้นฉู่เหินก็ไม่คิดจะเสียเวลามาไร้สาระกับอีกฝ่ายที่นี่เขาจึงไม่ปริปากพูดแล้วหันกายจะเดินจากไป
“ชิ...” ฉับพลัน คลื่นปราณหนักอึ้งก็อุบัติ ดาบเอเป้สีดำกั้นขวางทางไปของฉู่เหิน
หลินเทากำดาบเอเป้ไว้ในมือ ไม่แม้แต่จะกะพริบตา มุมปากยกขึ้นสูงแสดงความดูแคลนไม่ปิดบัง
เห็นท่าทางเช่นนั้นแล้ว มู่เฟิงก็รีบทัดทาน “วะ อย่าทำกันเกินไปหน่อยเลยทำกระทั่งชักอาวุธออกมา อยากฆ่าคนตายหรืออย่างไร! เหล่าอาจารย์ยังอยู่ทางนั้นนะโว้ย! ขืนเจ้ายังทำเยี่ยงนี้อยู่อีก ข้าจะตะโกนเรียกคนช่วยแล้วนะ”
หลินเทายังไม่สะทกสะท้านดาบเอเป้ไร้ปลายขวางหน้าฉู่เหินเหมือนเช่นโซ่ตรวนแม่น้ำเหิง
“หากไม่ยอมยกตำแหน่งมาให้ข้า วันนี้อย่าได้หวังจะหนีรอดขยะพรรค์เจ้าไม่มีสิทธิ์เป็นศิษย์อาจารย์ซีหลาน”
น้ำเสียงแม้จะเรียบนิ่ง แต่กลับเต็มไปด้วยการบังคับขู่เข็ญ
พวกลูกคู่ทั้งหลายเหยียดยิ้มสุขอุราที่ได้เห็นคนอื่นทุกข์
เมื่อมู่เฟิงเตรียมจะตะโกนเรียกให้เหล่าอาจารย์มาช่วยกลิ่นอายเหน็บหนาวเย็นเฉียบก็ตลบฟุ้งออกมาจากในร่างฉู่เหิน
ความเหน็บหนาวน่าสะพรึงกลัวดลให้มู่เฟิงใจสั่นไม่อาจห้าม
ยังไม่ทันได้ตอบสนอง แววตาเฉียบคมดุจแท่นน้ำแข็งก็ทะลุทะลวงเข้าไปถึงขั้วหัวใจของหลินเทา“ให้เวลาสามวินาที ไสหัวไปให้พ้นจากสายตาข้า หาไม่แล้วพ่อจะตัดขาหมาแกทิ้งเสียวันนี้”
เสียงอันชัดเจนหนักหน่วงดุจคมดาบเสียดแทงแก้วหู
อดกลั้นสิ่งที่มิอาจอดกลั้น ก็ไม่จำเป็นต้องอดกลั้นอีกต่อไปแล้ว!
เมื่อได้สัมผัสถึงกลิ่นอายอำมหิตเด็ดขาดจากร่างฉู่เหิน พวกคนเบื้องหลังหลินเทาก็หน้าซีดเซียวลงทันตา
กระทั่งหลินเทาเองยังรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนอย่างไม่อาจอธิบายแต่ด้วยเป็นราชาแห่งเด็กใหม่ปีนี้ และบุกเบิกชีพจรยุทธเก้าเส้นได้แล้วจะมาเกรงกลัวเพราะคำขู่ง่ายๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
พริบตาต่อมา พลังหยวนแท้ก็สาดซัดปลดปล่อยจากในกายหลินเทาหยวนแท้เจิดจรัสพันรอบตัวดาบเอเป้ แปรผันเป็นลวดลายพร่างพรายสีทอง
พลานุภาพปราณแข็งแกร่งเดือดพล่านขึ้นมากระแสลมปราณอลหม่านสั่นไหวและส่งเสียง
“จะบอกให้รู้ไว้ด้วยความอาลัยยิ่ง ว่าแกยั่วโมโหข้าสำเร็จแล้ว วันนี้ข้าจะกำจัดไอ้พวกไม่รู้จักน้ำขึ้นให้รีบตักเยี่ยงแกเอง...”หลินเทาขมวดคิ้วมุ่น จิตสังหารพอกพูน เขาขยับข้อมือส่งดาบเอเป้ไร้ปลายอันหนักอึ้งฟาดฟันเข้าใส่ลำคอฉู่เหิน
...
“ตรงนั้นเกิดเรื่องอะไรกัน?”
ขณะเดียวกันนั้นเอง เหล่าอาจารย์และศิษย์บนลานที่กำลังยุ่งอยู่ต่างก็ตกใจกับความเคลื่อนไหวด้านนั้น
สายตามากมายหันไปมองทิศทางเดียวกันเห็นภาพหลินเทาบุกจู่โจมฉู่เหินพอดิบพอดี
“เวรแล้ว!”
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
...
บรรดาอาจารย์ไม่เหลือเวลาให้ยับยั้งทันเสียด้วยซ้ำ ทุกคนในเหตุการณ์ได้แต่มองดูอยู่อย่างนั้นในสมองผุดภาพฉู่เหินถูกหลินเทาฟาดฟันจนปางตายน่าสังเวชไปแล้ว
แต่กระนั้น ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ฉู่เหินกลับไร้วี่แววหวาดกลัว
กร๊าซ
สิ้นเสียงร้องของมังกรอันต่ำทุ้มและน่าเกรงขาม รังสีพลานุภาพของฉู่เหินเดือดพล่านเกรี้ยวกราดโดยไร้สัญญาณใดฝุ่นดินบนพื้นถูกพัดขึ้นมา รัศมีวงคลื่นลมปราณเบ่งบาน
บัดดล ร่างมังกรสีทองมายาก็โลดแล่นจากฝ่ามือฉู่เหินเข้าปะทะกับดาบเอเป้ของหลินเทาเข้าอย่างจัง
ตู้ม!
เสียงระเบิดหนักหน่วงดังสนั่นทั่วลานพลังหยวนแท้แตกซ่านและแกร่งกล้าแผ่กระจายจากคนทั้งสอง
ชั่วพริบตา ท่ามกลางสายตาตะลึงงันนับคู่ไม่ถ้วน หลินเทาตัวสั่นรุนแรงเบิกตากว้าง ดาบเอเป้หลุดลอยไปจากมือ
อะไร?
ภาพที่ปรากฏดลให้ทุกผู้ทุกนามตาเบิกกว้าง
อาวุธของหลินเทาถูกฉู่เหินซัดกระเด็น สวรรค์ช่วยนั่นมันอันดับหนึ่งของศิษย์ใหม่ระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าเชียวนะ!
แต่เรื่องน่าตกใจกว่ายังมีต่อ หลินเทาถูกแรงกระแทกจนถอยร่นมุมปากกระอักเลือดสดๆ ออกมา พวกเขาไม่ได้รู้เลยว่า เมื่อครู่ฉู่เหินปลดปล่อยวิชายุทธระดับขั้นสร้างเมล็ดพันธุ์อย่างเคล็ดวิชาประทับมังกรเก้าวิญญาณออกมามาตรแม้นพอใช้ได้เพียงขั้นต้นก็มากพอทำให้หลินเทาบาดเจ็บได้แล้ว
หลินเทาถอยกรูดไปสิบกว่าก้าวถึงพอจะทรงตัวอยู่ได้เขามองดาบเอเป้ที่ร่วงหล่นพื้นอย่างโกรธาไม่อาจระงับ
“ไอ้ระยำ ข้าจะฆ่าแกเสีย”
ตึงตึง
กลิ่นอายโหมกระหน่ำยิ่งกว่าถ่ายเทออกมาจากในกายหลินเทารังสีโหดร้ายทารุณน่าพรั่นพรึงดึงกระแสอากาศทั่วทุกสารทิศไปพร้อมกัน
“หึ!” ฉู่เหินหัวเราะ “สวะพรรค์นี้ยังมีหน้ามาทำวางก้ามต่อหน้าข้าอีกหรือ?”
“แกว่าอะไรนะ?”
สิ้นเสียง ร่างฉู่เหินก็แลบแล่นเข้าไป ฝีเท้าและร่างกายดุจผีสางดลคนมองให้ตาพร่า
หลินเทาหรี่นัยน์ตาอย่างไม่อาจห้าม ไม่ทันได้คิดแผนการรับมือ ฉู่เหินก็มาถึงด้านซ้ายของเขาแล้วบุรุษหนุ่มง้างขาเตะเข้าที่เข่าซ้ายของหลินเทาอย่างแม่นยำอานุภาพรวดเร็วเหนือสายฟ้า
ตุบ!
เสียงกระแทกพื้นหนักหน่วงเสมือนค้อนทุบใจผู้พบเห็น ดวงตาของทุกคนสั่นไหวตามกันไปหลินเทาตาแทบถลนออกจากเบ้า ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงยังส่งผลให้สั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
เห็นเพียงขาซ้ายของหลินเทางอเข้าด้านในไปเก้าสิบองศากระดูกหัวเข่าแทบป่นปี้
“อ๊าก!!!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนหาใดเปรียบหลุดจากปากหลินเทา หน้าเขาแดงก่ำหลอดเลือดระเบิด เย็นวาบไปทั่วกระดูกสันหลัง
“ฆ่า ฆ่ามัน ฆ่ามันให้ข้า...”
หลินเทาคำรามคลั่งให้ลูกสมุนเบื้องหลัง
แต่เขาเหล่านั้นกลับกลัวหัวหดต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันไปมาเหมือนเช่นนกกลัวธนู
“ฮึ โง่เขลาเบาปัญญา”
ฉู่เหินดวงตาวาววามเยือกเย็น ตวัดมือตบหน้าอีกฝ่ายฉาดหนึ่ง
เพี้ยะ!
หลินเทาถูกตบจนลอยหมุนคว้างกลางอากาศสองสามตลบถึงร่วงลงกระแทกพื้นอย่างแรง
ปากพ่นเลือดสดปนเศษฟันออกมา หลินเทาหน้าบวมเป่งไปเสียครึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวทุกรูปแบบรุกล้ำทั่วสรรพางค์ หลินเทาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบากมองฉู่เหินอย่างเคียดแค้นและหวาดผวา แล้วศีรษะก็เอียงลง สลบเหมือดไปทันที
...
เงียบสงัด เงียบสงัดราวกับป่าช้า!
ลานอันกว้างใหญ่ตกสู่สภาวะอันไร้เสียง
อากาศธาตุราวนิ่งแข็ง ทุกผู้ทุกนามหน้าซีดเผือด มองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยหัวใจสั่นเทา
จะโคตรพ่อโคตรแม่โหดเหี้ยมอะไรปานนี้!
กระทืบเสียจำชื่อโคตรพ่อโคตรแม่ไม่ได้แล้ว
ใครก็ไม่คิดว่าฉู่เหินจะมีพลังถึงขั้นนี้ได้ยิ่งไม่คาดคิดว่าอันดับหนึ่งของปีนี้จะถูกหักขาในการจู่โจมแค่สองสามทีตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนยังไม่ไหว
เช่นเดียวกันกับอีกสองคนที่ได้เป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ซีหลานหลี่ฮุยเย่และโจวลู่ที่อดกลืนน้ำลายไม่ได้
เมื่อครู่โจวลู่ยังสงสัยว่าฉู่เหินมีพลังระดับเปิดชีพจรขั้นเก้าจริงหรือไม่อยู่เลย
แค่ชั่วพริบตาก็ได้เครื่องพิสูจน์แล้ว
...
มู่เฟิงผู้อยู่ใกล้ฉู่เหินที่สุดหน้าแข็ง กะพริบตาสองสามทีอย่างงงงวยแล้วโพล่งออกมา “หัก หักขาหมาจริงๆ ด้วย”
“พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร ถึงมาทะเลาะวิวาทกันที่นี่?”
หลังความเงียบงันอันแสนสั้น อาจารย์สองสามคนก็เข้ามาซักถามหนึ่งในนั้นชี้ฉู่เหินแล้วว่า “เจ้าไปหอใหญ่ปกครองกับข้านี่เพิ่งเข้าสำนักวันแรกก็ก่อเรื่องวิวาทใหญ่โต วันนี้ข้าไม่อาจละเว้นเจ้าได้”
ฉู่เหินกำลังจะโต้เถียง แต่เสียงอันอ่อนโยนก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ช้าก่อน!”
อาจารย์ซ่งเฉิงเลี่ย?
ฝูงชนชะงักไป เห็นผู้พูดนั้นคือซ่งเฉิงเลี่ย เขาแย้งว่า“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พวกเราล้วนรู้เห็นกันชัดเจนแจ่มแจ้งผู้ลงมือก่อนมิใช่ฉู่เหิน เขาแค่ป้องกันตัวเท่านั้นเอง”
แค่ป้องกันตัว!
เพียงได้ยินดังนั้น ผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็ประหลาดใจขึ้นไปอีกซ่งเฉิงเลี่ยตั้งใจออกหน้าแทนฉู่เหินอย่างชัดเจน
แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผล
ทุกคนล้วนเห็นกันเต็มสองตาว่าหลินเทาลงมือก่อนแต่ว่ากันตามจริงฉู่เหินก็โหดเหี้ยมไปหน่อย หลินเทาต้องนอนติดเตียงอย่างต่ำเดือนสองเดือนถึงจะฟื้นฟูเต็มสภาพ
“ขอบพระคุณอาจารย์เฉิงเลี่ย” ฉู่เหินบอกด้วยซึ้งน้ำใจ
ซ่งเฉิงเลี่ยยิ้มบาง “ผิดก็ว่าไปตามผิดหากเจ้าทำกำเริบเสิบสานในสำนักเราภายหลังจริง ข้าเองก็ต้องลงโทษเจ้าเช่นกัน”
“ศิษย์เข้าใจแล้ว!”
“อืม ไม่มีอะไรแล้ว ไปเถิดไป!”
………………………..