Chapter 14
แมวกับคืนแรก
ขนมที่โนร่าซื้อมามีจำนวนค่อนข้างมาก โนบิลกึ่งทานกึ่งชิมไปไม่กี่อย่างก็รู้สึกอิ่มแล้ว เขาจึงให้อีกฝ่ายเก็บส่วนที่เหลือกลับไป
โนร่าหุ้มขนมแต่ละจานด้วยพลาสติกใสก่อนจะเก็บลงกระเป๋าตรงหน้าท้อง ในระหว่างนั้นเธอก็เห็นโนบิลหยิบกล่องเล็ก ๆ กล่องหนึ่งออกมา ก่อนจะหยิบแคปซูลออกมาจากกล่องจำนวนหนึ่ง
“วิตามิน?”
โนร่าเอ่ยถาม
“และอาหารเสริม”
โนบิลตอบ พลางหยิบเม็ดแคปซูลเข้าปากและดื่มน้ำตาม บนโต๊ะมีแคปซูลอยู่ทั้งหมดแปดเม็ด โนบิลจึงต้องทำแบบนี้อยู่สี่ครั้งถึงจะกินจนครบ
“กินแบบนี้เป็นปกติเหรอ?”
โนร่าถามด้วยสีหน้าใคร่รู้
“เฉพาะมื้อที่ทานอาหารไม่ครบห้าหมู่อย่างมื้อนี้ แต่ปกติจะกินแค่สองสามอย่าง”
“เธอดูสุขภาพดีอยู่แล้วนี่ จำเป็นต้องกินอาหารเสริมด้วยเหรอ?”
“เพราะกินถึงดูสุขภาพดีต่างหาก แน่นอนว่าถ้าทานอาหารอย่างเหมาะสมและออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้ แต่ฉันกินไม่เป็นเวลาและไม่ค่อยว่างออกกำลังกาย เลยต้องชดเชย”
กล่าวจบโนบิลก็นำอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากช่องเก็บของ มันดูคล้ายกับเสื้อกั๊กและแถบรัดข้อมือหลากหลายขนาด เขาสวมเสื้อกั๊กลงบนตัว ก่อนจะพันแถบรัดเข้ากับต้นแขน, ท่อนแขน, ต้นขา, และหน้าแข้ง จากนั้นจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานแล้วเปิดคอมพิวเตอร์
โนร่าตามไปดูอุปกรณ์ที่โนบิลสวมอยู่ด้วยท่าทางสงสัย เขาจึงอธิบาย
“นี่เป็นเครื่องออกกำลังกายที่ฉันคิดค้นขึ้น”
“เครื่องออกกำลังกายเหรอ?”
“ใช่ เป็นเครื่องออกกำลังกายด้วยการนั่งเฉย ๆ “
“ออกกำลังกายด้วยการนั่งเฉย ๆ ?”
ดวงตาของโนร่าเบิกกว้างขึ้นมากกว่าเดิม
โนบิลกดเปิดสวิชต์ที่เสื้อกั๊ก ทันใดนั้นทั้งเสื้อกั๊กและปลอกสวมตามแขนและขาก็ส่งเสียงหึ่งเบา ๆ คล้ายกับมีการสั่นด้วยความถี่สูงอยู่ด้านใน จากนั้นเพียงไม่นาน โนบิลก็เริ่มมีหยาดเหงื่อปรากฎให้เห็นตามใบหน้า แต่เขาก็ยังทำกิจกรรมไปตามปกติ
โนร่าวิเคราะห์การทำงานของเครื่องออกกำลังกาย แล้วเธอก็ต้องขมวดคิ้ว
“นี่มันเครื่องช็อตไฟฟ้าไม่ใช่เหรอ?”
“การทำงานโดยพื้นฐานก็เป็นแบบนั้น”
โนบิลตอบเรียบ ๆ
“แล้วมันเป็นการออกกำลังกายยังไงอะ?”
“การทำงานของมันแบ่งออกเป็นสองส่วน ใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้าความดันต่ำในปริมาณที่เหมาะสมเข้ามาในร่างกายทั้งคู่ ส่วนแรกคือ ‘ไอเดิลคาร์ดิโอ’ เป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้ามากระตุ้นการเต้นของหัวใจให้เพิ่มสูงขึ้นจนถึง 80-90% ของอัตราการเต้นสูงสุด ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานหลักเหมือนกับการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ โดยที่ไม่ต้องขยับร่างกายจริง ๆ
ส่วนที่สองคือ ‘ไอเดิลมัซเซิลเทรนนิ่ง’ เป็นการปล่อยกระแสไฟฟ้าเข้ามาทำลายกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการฉีกขาดแบบยิบย่อย หลังใช้เสร็จก็พักผ่อนและทานโปรตีนชดเชย ให้ร่างกายสร้างเส้นใยกล้ามเนื้อใหม่ขึ้นมาทดแทน กล้ามเนื้อใหม่จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและแข็งแรงขึ้น ให้ผลเหมือนกับการยกน้ำหนักเพาะกล้ามเนื้อ โดยที่ไม่ต้องยกน้ำหนักจริง ๆ ”
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของโนบิล โนร่าก็ต้องนิ่งเงียบไปพักหนึ่ง
ส่วนโนบิลก็มีเหงื่อออกมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะเรียกว่าไหลเป็นน้ำ
“นั่นมันอันตรายไม่ใช่เหรอ!?”
โนร่ากล่าวเสียงดัง
“ถ้าปรับแรงดันไฟฟ้าให้พอเหมาะ ใช้ปริมาณกระแสและระยะเวลาที่เหมาะสมก็ไม่มีปัญหา น่าเสียดายที่การปรับแต่งกระแสกับแรงดันจะแตกต่างกันออกไปขึ้นกับตัวบุคคล ถ้าปรับไม่ดีจะเกิดผลข้างเคียงได้ ตอนเอาไปจดสิทธิบัตรก็เลยทำให้คณะกรรมการที่ทำการทดสอบเป็นอัมพาตชั่วคราวไปหลายคน เรื่องการจดสิทธิบัตรก็เลยถูกตีกลับมา”
“ไม่โดนยึดใบอนุญาตก็ดีเท่าไหร่แล้ว! ว่าแต่เธอก็ยังจะกล้าใช้นะ”
“ฉันเป็นคนทดลองกับตัวเองมาตั้งแต่เริ่ม รู้ว่าต้องปรับกระแสกับแรงดันเท่าไหร่”
โนร่านิ่งเงียบไปอีกครั้ง เธอลองปรับโหมดการมองเห็นเพื่อดูร่างกายของโนบิลที่อยู่ใต้เสื้อผ้า แล้วก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายมีรูปร่างกำยำได้สัดส่วนจริง ๆ
เป็นกล้ามเนื้อที่ได้จากการนั่งเฉย ๆ
แค่ถ้ามีอะไรผิดพลาดก็มีโอกาสเป็นอัมพาตเท่านั้นเอง
โนร่าเริ่มจะรู้สึกกังวลกับงานวิจัยสร้างแมวขึ้นมาบ้างแล้ว
หวังว่าเธอจะคิดมากเกินไป
โนบิลนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานประมาณสามสิบนาทีเขาก็ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปอาบน้ำ
ระหว่างที่โนบิลใช้เครื่องคอมพิวเตอร์อยู่ โนร่าก็นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงของเขา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไปอาบน้ำ เธอก็ย้ายมานั่งชันเข่าบนเก้าอี้ทำงานของโนบิลแทน
โนร่าหมุนเก้าอี้ไปมา ไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดรอดมาจากห้องน้ำ เพราะภายในห้องน้ำก็ติดตั้งระบบกักเสียงไว้
ไม่นาน โนบิลที่อาบน้ำเสร็จและเปลี่ยนมาสวมชุดนอนแบบพาจาม่าสีฟ้าขาวก็เดินออกจากห้องน้ำ เมื่อเห็นโนร่าที่นั่งหมุนเก้าอี้เล่นอยู่ตรงโต๊ะทำงานของเขาโนบิลก็ไม่เอ่ยอะไร เพียงเดินตรงไปนอนลงบนเตียงของตัวเอง ก่อนจะนำแท็บเล็ทออกมา
เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเตรียมจะนอนแล้ว โนร่าจึงลงจากเก้าอี้แล้วเดินกลับเข้าไปในตู้เสื้อผ้าซึ่งเป็นห้องของเธอ แต่ก็ยังแง้มประตูตู้เอาไว้ เพื่อให้คุยกับโนบิลได้
แต่ส่วนใหญ่แล้วเธอเพียงแค่เฝ้ามอง
โนบิลลังเลว่าควรจะเพิ่มเรื่องนี้ลงไปในข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันรึไม่
ถ้าปล่อยไป ก็น่าจะเบื่อไปเองล่ะมั้ง
แต่ซินเทซิสรู้สึกเบื่อได้รึเปล่า?
คิดซะว่าเป็นกล้องวงจรปิดตัวนึงละกัน
แต่นั่นก็ทำให้รู้สึกตงิด ๆ อยู่ดี
“การเอาแแต่จ้องมองแบบนี้ก็เป็นเรื่องที่เสียมารยาท”
โนบิลกล่าวโดยไม่ได้หันไปมอง
“อ๊ะ ขอโทษนะ พอดีเผลอไปน่ะ ปกติฉันจะศึกษาข้อมูลด้วยการดูวีดีทัศน์ ลืมไปว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่คนดูแล้ว”
โนร่ากล่าวด้วยท่าทีลนลานเล็กน้อย
“แค่คนนอนเล่นแท็บเล็ท มีอะไรน่าสนใจนักรึ?”
“มันก็.. ดูเพลินดีอยู่นะ”
“เหมือนกับการดูปลาที่อยูู่ในตู้น่ะรึ?”
“ไม่ใช่แบบนั้นสิ อืม.. อาจใช่ก็ได้ แต่ดีกว่านะ เพราะฉันสามารถคุยกับเธอได้”
โนบิลกลอกตาเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถาม
“ฉันเข้าใจว่าซินเทซิสแต่ละคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีจุดประสงค์ และการออกมาจากเพลทก็เพื่อทำภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ถ้าไม่เป็นการละเมิดข้อห้าม พอจะบอกได้มั้ยว่าจุดประสงค์และภารกิจของเธอคืออะไร?”
โนร่าเอียงศีรษะเล็กน้อยคล้ายกับจะครุ่นคิด แต่เธอก็ตอบกลับมาแทบจะในทันที
“เดิมทีฉันถูกสร้างมาเพื่อทำงานประมวลผล แต่ผู้ดูแลคนนึงเห็นว่าฉันมีศักยภาพที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดทางการออกแบบได้ ตอนนี้จุดประสงค์ในการดำรงอยู่ของฉันจึงเป็นการหาวิธีก้าวข้ามขีดจำกัดนั้น ส่วนการออกจากเพลทความจริงไม่ใช่ความตั้งใจสักเท่าไหร่ แต่ถ้าจะมีภารกิจอะไรที่ได้รับมอบหมายก็คงเป็นการเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบนั้นแหละ”
“ขีดจำกัดทางการออกแบบ? หมายถึงอะไร?”
“ฉันเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ผู้ดูแลของฉันเชื่อว่าพวกเราสามารถพัฒนาไปได้มากกว่านี้”
โนบิลไม่รู้สึกแปลกใจสักเท่าไหร่ ซินเทซิสที่ถูกสร้างขึ้นมาทำงานประมวลผลเป็นเรื่องปกติ การพยายามพัฒนาตัวเองก็เป็นเรื่องปกติ มีแค่การออกจากเพลทอย่างไม่ตั้งใจที่เขารู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่ก็ไม่คิดจะซักไซ้อะไร
นาฬิกาข้อมือที่โนบิลถอดไว้ตรงหัวเตียงส่งเสียงเตือนเบา ๆ เพราะได้เวลาเข้านอน ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่ม ปกติโนบิลจะไม่สนใจมันเท่าไหร่และเข้านอนเมื่ออยากจะนอนจริง ๆ แต่พรุ่งนี้มีกำหนดการหลายอย่างที่เขาอยากทำ จึงคิดว่าควรจะรีบนอนสักหน่อยเพื่อให้ตื่นแต่เช้า
โนบิลเก็บแท็บเล็ทแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาที่เตียงเขาก็นำวิตามินออกมาอีกสามเม็ด จากนั้นจึงโยนพวกมันเข้าปากแล้วดื่มน้ำตาม ก่อนจะนอนลง
เขาเอื้อมมือไปกดแผงควบคุมของอุปกรณ์บางอย่างที่ติดอยู่ตรงหัวเตียง ทันใดนั้นเตียงที่โนบิลนอนอยู่ก็พองฟูขึ้น
โนร่าหันมามองอีกครั้งเพราะรู้สึกได้ถึงการทำงานของอุปกรณ์บางอย่าง
“อันนี้อะไรอะ?”
“นี่คือเครื่องสนับสนุนการนอน ชื่อว่า ‘เรสท์อินพีซ’ เป็นเครื่องที่ช่วยให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มสมบูรณ์”
โนร่าพอจะมองการทำงานของอุปกรณ์นี้ออก แต่ก็ยังเชื่อมโยงมันเข้ากับการนอนไม่ได้
“นั่นเป็น.. เครื่องสร้างสนามต่อต้านแรงโน้มถ่วง? แบบนี้ช่วยในการนอนเหรอ?”
“การนอนหลับจะขาดช่วงได้หากเกิดการกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ทั้งสองอย่างเกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนเกิดการบีบตัวจนเป็นอุปสรรคต่อการหายใจ ถึงจะเป็นคนอายุน้อยก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ วิธีแก้คือต้องไม่ให้ทางเดินหายใจถูกกดทับด้วยอวัยวะหรือน้ำหนักของร่างกาย สนามต่อต้านแรงโน้มถ่วงนี้จะลดแรงโน้มถ่วงรอบตัวให้เหลือน้อยที่สุดจนร่างกายแทบจะไร้น้ำหนัก เมื่อไม่มีน้ำหนักก็ไม่มีแรงกดต่อทางเดินหายใจ ทำให้สามารถนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกขัดจังหวะ
นอกจากเรื่องแรงโน้มถ่วงแล้วสนามพลังยังมีระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติที่สอดรับกับอุณหภูมิร่างกาย คอยคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงหรือต่ำเกินไป ช่วยขจัดอีกปัญหาหนึ่งของการนอนหลับไม่สนิทได้ ความจริงยังมีระบบปิดกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกด้วย แต่ฉันไม่ค่อยเปิดใช้เพราะอาจทำให้สอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ทัน”
“โหว…”
โนร่าอุทานออกมาเพราะเพิ่งรู้ว่าการนอนของมนุษย์ก็มีรายละเอียดขนาดนี้ และรู้สึกทึ่งยิ่งกว่าที่โนบิลประดิษฐ์มันขึ้นมาใช้งาน
ทึ่งในความพยายามกับเรื่องแบบนี้
แต่ดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องปกติสำหรับโนบิล
“ฉันก็มีเรื่องที่อยากรู้เหมือนกัน ซินเทซิสเนี่ยต้องนอนด้วยเหรอ?”
“น่าจะไม่จำเป็นเท่าไหร่ แต่จากที่อ่านคู่มือการใช้งานมามันก็มีประโยชน์ ระหว่างที่นอนจะได้พักการทำงานของเฟรม ลดการใช้พลังงานและซ่อมบำรุงส่วนที่สึกหรอ พร้อมกับได้ตรวจเช็คและซ่อมแซมข้อมูลในระบบไปด้วย”
โนบิลพอจะเข้าใจความหมาย นี่ไม่ใช่เรื่องเหนือคาดสักเท่าไหร่
“แล้วระหว่างนั้นสติของเธอจะเป็นยังไง? แค่เปลี่ยนไปอยู่ในระบบปิด หรือเข้าโหมดพักการทำงาน?”
“นั่นสิ ฉันเองก็ไม่เคยนอนหลับมาก่อนเลย เป็นยังไงไว้เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังนะ”
กล่าวจบโนร่าก็รูดปิดประตูของตู้เสื้อผ้า โนบิลเห็นเช่นนั้นจึงหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเช่นกัน
---------------------------------------------------------------------------