ตอนที่ 48 ท่าทีอันทรงพลัง
“คนอย่างฉันคำไหนคำนั้น” หลินเหม่ยชินกอดอก รอคอยการแสดงที่ดี
เธอชักชวนให้อันธพาลทั้งสองยั่วยุหลินเยี่ยเพื่อให้ถูกเขาจัดการ
ทักษะอันยอดเยี่ยมของหลินเยี่ยจะทำให้พวกเขาต้องทรมาน
หลินเหม่ยชินตั้งใจใช้โอกาสนี้เพื่อดูความสามารถอันน่าทึ่งของหลินเยี่ย
“พูดเองนะคนสวย” อันธพาลทั้งสองเหลือมองหลินเหมยชินอย่างหื่นกามก่อนจะวางโทรศัพท์มือถือพร้อมพุ่งเข้าหาหลินเยี่ย “ไอ้น้อง สาวสวยคนนี้ขอให้ฉันทำ อย่าโกรธกันเลยนะ”
“รอจนกว่าฉันจะกินเสร็จ” หลินเยี่ยก้มหน้าลิ้มรสอาหารต่อ
อาหารเหล่านี้ทำให้เขานึกถึงรสมือของเยว่เหยา และรสชาติของทอดก็เหมือนฝีมือเธอไม่มีผิด
“รอห่าอะไรล่ะ” อันธพาลทั้งสองพุ่งเข้าใส่หลินเยี่ยพร้อมต่อยอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นหลินเยี่ยยกมือขึ้นตบโต๊ะทันที
อาหารมากมายบนโต๊ะกระเด็นขึ้นสูงหนึ่งเมตรราวกับมีชีวิต ตะเกียบบนจานก็ลอยขึ้นด้วย
จากนั้นหลินเยี่ยยกมือขึ้นโบก ตะเกียบทั้งสองข้างที่ลอยอยู่พุ่งออกไปเจาะทะลุแขนอันธพาลทั้งสองพร้อมแขวนพวกเขาไว้บนผนัง
ร่างกายของชายทั้งสองถูกห้อยด้วยตะเกียบราวกับเบคอนพร้อมโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
ภายในร้านอาหารเงียบกริบ ทุกคนต่างจ้องไปยังอันธพาลที่ถูกแขวนบนกำแพงอย่างตะลึงงัน
เหตุการณ์นี้มีเพียงในละคร พวกเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง
ทุกอย่างดูน่าทึ่งและไม่เหมือนจริงจนหลายคนคิดว่ากำลังฝัน
เสียงกรีดร้องและเลือดสีแดงสดทำให้ทุกคนตระหนักได้ว่าไม่ใช่ฝัน แต่เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
ทุกคนจ้องไปยังอันธพาลทั้งสองอยู่นานก่อนจะหันมามองหลินเยี่ย
ชายหนุ่มผู้นี้ยกมือขึ้นสั่งราวกับมีเวทมนต์ ตอกตะเกียบแขวนเหล่าอันธพาลไว้บนผนังอย่างน่าทึ่ง
แต่ตอนนี้เขากลับทำตัวเหมือนคนปกติ นั่งลงลิ้มรสอาหารแสนอร่อยโดยไม่สนใจใคร
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลินเหม่ยชินอ้าปากค้างมองเขาด้วยความประหลาดใจไม่ต่างจากคนอื่น
เธอไม่คิดว่าหลินเยี่ยจะสามารถใช้ตะเกียบตอกมือคนแขวนไว้กับผนังได้ นี่มันทักษะอะไรกัน?
แม้เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าเธอ แต่ก็เร็วเกินกว่าจะสังเกตได้ หลินเหม่ยชินไม่รู้เลยว่าชายอันธพาลทั้งสองถูกห้อนบนกำแพงได้อย่างไร
“โครม...”
หลินเหม่ยชินกลืนน้ำลายพร้อมถามอย่างนุ่มนวล “คุณทำได้ยังไง?”
แม้รู้ว่าหลินเยี่ยมีทักษะพิเศษอันแข็งแกร่งและน่าทึ่ง
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอตกใจจนไม่ได้สติ
เธอเคยเห็นผู้มีพลังมากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งเช่นนี้
“ไม่รู้สิ!” หลินเยี่ยตอบพร้อมวางตะเกียบลงถาม “อิ่มรึยัง?”
"ห๊ะ?"
หลินผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างมึนงง “อิ่มแล้ว ฉันอิ่มแล้ว”
“งั้นไปกันเถอะ!” หลินเยี่ยกล่าวพลันลุกขึ้นเดินออกจากร้านไปโดยไม่สนใจชายอันธพาลทั้งสองที่ถูกแขวนบนผนัง
หลิงเหม่ยชินจ่ายเงินและเดินตามเขาออกไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเมื่อเดินออกมากลับไม่พบหลินเยี่ย
หญิงสาวกวาดสายตาพร้อมหันศีรษะมองรอบ ๆ ก่อนจะได้ยินเสียงจากด้านหลัง “คุณหลิน ผมอยู่นี่”
"แม่เจ้า!"
หลินเยี่ยกระโดดด้วยความตกใจก่อนจะหันกลับมาและพบว่าเป็นหลินเยี่ย
เธอลูบหน้าอกเบา ๆ พร้อมพูด “คุณทำฉันเกือบหัวใจวายตาย”
“ผมแค่อยากมาเตือนคุณว่าอย่าลืมนัดหวังกั๋วหัวให้ผมนะครับ”
“ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้ฉันจะนัดให้” หลินเหม่ยชินถาม “เดี๋ยวก่อน คุณทำได้ยังไง? แขวนพวกเขาไว้บนกำแพง?”
“บอกไม่ได้ ความลับ!” หลินเยี่ยกล่าวก่อนจะเดินข้ามถนนไป หลังจากเดินไปไม่กี่ก้าวเขาหันมาเตือนหลินเหม่ยชิน “อย่าใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นอีก ไม่งั้นคุณจะโดนอย่างวันนี้”
"ฉัน…"
หลินเหม่ยชินยังคงต้องการพูดคุยกับเขา ทว่าเมื่อหันไปอีกครั้งกลับพบว่าหลินเยี่ยหายไปอย่างไร้ร่องรอยในชั่วพริบตา
ชายผู้นี้ลึกลับ มีเวทมนตร์ และดูเหมือนมีพลังอำนาจทุกอย่าง
เธอไม่เคยพบผู้ชายแบบนี้มาก่อนจึงอดไม่ได้ที่จะสนใจและอยากทำความรู้จักกับหลินเยี่ย้มากขึ้น
หลินเหม่ยชินยืนอยู่ที่เดิม ก้มมองบริเวณท้องที่หลินเยี่ยสัมผัสด้วยใบหน้าแดงก่ำพร้อมรอยยิ้ม
"หึ!"
ไม่นาน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอสลายไปพร้อมถอนหายใจ “น่าเสียดายที่เขาแต่งงานแล้ว”
หลังจากมองย้อนกลับไปที่ร้านอาหาร เขาก็ขับรถออกไปจากที่นี่
หลินเยี่ยกลับมาถึงบ้านพบว่ายี่ยี่กำลังร้องไห้หาแม่
หลงซือหยิงพยายามเกลี้ยกล่อมเธออย่างสุดความสามารถ
“เป็นอะไรไปยี่ยี่?” หลินเยี่ยดึงลูกสาวจากอ้อมแขนของหลงซือหยิงพร้อมถามอย่างนุ่มนวล
“ป่าป๊า หนูคิดถึงหม่าม๊า หม่าม๊าอยู่ไหน?” ยี่ยี่น้ำตาไหลไม่หยุดซึ่งทำให้หลินเยี่ยทุกข์ใจ
ยี่ยี่ถูกเลี้ยงมาโดยเยว่เหยาและไม่เคยพรากจากแม่เลย
หลินเยี่ยเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวพร้อมปลอบ “แม่ไปทำงานที่ต่างประเทศเพื่อหาเงินมาซื้อของเล่นให้ยี่ยี่ไงคะ”
“แล้วทำไมแม่ไม่กลับบ้านเลยละคะ? ยี่ยี่คิดถึงแม่”
“เดี๋ยวแม่ก็กลับมาแล้ว ดูสิ นี่คือของเล่นที่แม่ส่งมาให้ยี่ยี่” หลินเยี่ยรีบหยิบของเล่นที่เขาซื้อก่อนหน้านี้ออกมามอบให้ลูกสาว
ตุ๊กตาหมูน้อยเปปป้าพิก ของเล่นชิ้นโปรดของยี่ยี่
เมื่อได้ยินว่าแม่ซื้อให้ ยี่ยี่หยิบตุ๊กตาขึ้นมาอย่างมีความสุข “หม่าม๊าใจดีจัง หนูรักหม่าม๊า”
“เอาล่ะ ไปล้างหน้าหน่อยดีกว่า ดูหน้าลูกสิ เปื้อบคราบน้ำตาเหมือยแมวน้อยเลย” หลินเยี่ยบีบแก้มลูกสาวพร้อมพาไปยังห้องน้ำ
หลังล้างหน้าเสร็จ หลินเยี่ยบอกหลงซือหยิง “ดึกแล้ว คุณไปนอนเถอะ เดี๋ยวคืนนี้ผมดูแลยี่ยี่เอง”
“โอเคค่ะ ฝันดีนะยี่ยี่” หลงซือหยิงโบกมือพร้อมเดินกลับไปยังห้องของเธอ
หลินเยี่ยนอนกอดลูกสาวพร้อมลูบหัวเธอ “ยี่ยี่ ป่าป๊าเล่านิทานให้ฟังดีไหม?”
"ดีค่ะ"
ยี่ยี่กอดตุ๊กตาเปปป้าพิกไว้แน่น กระพริบตาอ้อนวอนพ่อ “หนูอยากฟังเรื่องของป่าป๊ากับหม่าม๊า””
“ได้สิ” หลินเยี่ยกอดลูกสาวอีกครั้งก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวของเขาและเฉินเยว่เหยา
เขาเล่าตั้งแต่เมื่อรู้จักกันไปจนถึงแต่งงาน ทำให้รู้ว่าทั้งสองฝ่าฝันสิ่งต่าง ๆ มากมายมาด้วยกัน
แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมาย เยว่เหยาอยู่เคียงข้างเขาเสมอ เธอพร้อมจะก้าวผ่านทุกความลำบากไปด้วยกัน
ทั้งสองใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมาจนกระทั่งเกิดอุบัติเหตุ นับจากนั้นเขาและเฉินเยว่เหยาถูกพรากจากกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โชคดีที่หลินเยี่ยเลือกก้าวเข้าสู่เส้นทางของการเป็นจักรพรรดิเซียน ฝึกฝน และบำเพ็ญตนนานนับพันปีเพื่อจะฟื้นคืนชีพ หวนคืนสู่ความรักครั้งเก่าระหว่างเขากับเฉินเยว่เหยา
ทว่าเมื่อเขาหวนคืนเฉินเยว่เหยากลับถูกสำนักนำตัวไป