อี้เฉินถูกทรมาน อยู่อย่างนั้นไปอีกสองวัน เมื่อใดที่เขาได้สติกลับมาเขาจะถูกชายชราทรมานในทันที จนชายชราเทียนจื่อซานเริ่มทนต่อความดื้อรั้นของอี้เฉินไม่ไหวอีกต่อไป ความรุนแรงที่เขาใช้ทรมานอี้เฉิน เริ่มไม่ใช่ อะไรที่คนธรรมดาทั่วไปจะรับได้อีกต่อไป เขาถึงกับใช้มีดตัดข้อเท้าอี้เฉินทิ้ง ปล่อยอี้เฉินดิ้นทุรนทุรายมีเลือดหลั่งไหลออกมาไม่หยุด ทั่วพื้นห้องสืบสวนเต็มไปด้วยเลือดสาดกระเซ็น กลิ่นอายคาวเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่ว
"อ๊าก ๆ" ถึงอี้เฉินจะร้องคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดมากเท่าใด แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะปริปากพูดแม้แต่น้อย หลายๆ ส่วนตามร่างกายของอี้เฉินในยามนี้ไม่มี เคล้าโครงเดิมอีกต่อไป แผลหลายๆ ส่วนถูกเฉือนจนมองเห็นกระดูกสีขาวเด่นชัด ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส อ่อนแรงลงไปเต็มที
ชายชราเทียนจื่อซาน นั่งลงไปที่โต๊ะสืบสวนมองดูใบหน้าอี้เฉิน ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดเขาแสยะยิ้มออกมาอย่างไม่ปิดบัง ในมือถือจอกเหล้า ยกดื่มกินอย่างสบายอุรา "เจ้าจะพูดมันออกมาได้หรือยัง ข้ารู้เจ้ายังไม่หมดสติ"
อี้เฉินคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง "เจ้าไอ้หมาแก่ ข้าไม่มีทางบอกอะไรเจ้าเป็นแน่ หากเจ้ายังใช้วิธีเช่นนี้ทรมานข้า เจ้าจะไม่ได้อะไรจากข้า นอกเสียจากความตายของตัวข้า"
"เจ้าบอกข้อมูลที่ข้าอยากรู้มาซะ ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะทนเช่นนี้ ได้อีกนานนักหรอก" ก่อนเขาจะเดินตรงเข้ามาหาอี้เฉิน ในมือถือมีดสั้นเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนง้างมีดแทงไปที่ แขนที่ถูกโซ่ตรวนมัดตรึงเขาห้อยไว้กลางอากาศ ตัดเส้นเลือดใหญ่ที่แขนของเขาขาดในทันที จนแขนของอี้เฉินเกือบขาดออกจากกัน เลือดหลั่งไหลลงมาเป็นสายไม่มีท่าทีว่าจะหยุดอีกต่อไป
อี้เฉินร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากๆ เจ้า เจ้า" เขาพยายามดิ้นให้หลุดออกจากโซ่ตรวนอยู่หลายครั้งแต่ก็ไร้ผล เลือดของอี้เฉินหลั่งไหลออกมา ไม่หยุด อี้เฉินเขารู้ได้ในทันที หากปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปเขาได้ตายจริงๆ แน่ ไม่คิดชายชรา เทียนจื่อซานจะใช้วิธีนี้บีบบังคับตัวเขา แต่เขาก็ไม่คิดปริปากพูด พร้อมตายไปกับความลับทุกๆ สิ่งภายในทะเลความรู้ของเขา ไม่คิดขาย เมี่ยนจือ ที่หลับใหลภายในทะเลความรู้ออกไป
เทียนจื่อซานที่กลับไปนั่งโต๊ะสืบสวนดั้งเดิม เขายกจอกเหล้าขึ้นดื่มอยู่หลายครั้ง มองดูอี้เฉินสูญเสียเลือดออกจากร่างกายไปช้าๆ ด้วยความสะใจแต่ภายในใจเขาเองก็เริ่มหวาดหวั่น หากอี้เฉินตายตก ตัวเขาเองก็อาจจะตายตกไปด้วย
...เวลาไหลผ่านไปครึ่งชั่วยาม เทียนจื่อซาน เริ่มหน้ามืดทะมึนมากขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่คิดอี้เฉินจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้ เขาไม่รู้จะหาวิธีใดมา ทำให้อี้เฉินเปิดปากพูดได้อีกต่อไป ไม่คิดเขาที่ทั้งตัดข้อเท้า ทั้งแทงให้เลือดเด็กหนุ่มไหลหมดตัวจนตาย เด็กหนุ่มผมขาวก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะปริปากพูดแม้แต่น้อย มองดูอี้เฉินจวนจะหมดสติลงไปทุกที
ตัวเขาอยากจะเปิดปากเรียก คนมารักษาให้อี้เฉินอยู่หลายครั้งกลัวอี้เฉินจะตายตกลงไป แต่อีกใจก็อยากฆ่าอี้เฉินทิ้งเสียแต่ตอนนี้ หากปล่อยอี้เฉินไว้จะเป็นหอกข้างแคร่เอาภายหลัง แต่เขาก็กลัวโทษทัณฑ์ที่จะตามมา
"เจ้าพูดออกมาเสีย ข้ารู้เจ้าเริ่มไม่ไหวอีกต่อไป หากเจ้าตายทุกอย่างก็จะจบสิ้น"
อี้เฉินเพียงหัวเราะออกมา "ฮ่าๆ ข้ามีอะไรให้ต้องหวาดกลัวอีกงั้นหรือ"
เทียนจื่อซานที่ได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน มองดูอี้เฉินใกล้จะหมดสติลงไปช้าๆ เขาตัดสินใจปล่อยให้อี้เฉินตายเสีย ดีกว่าปล่อยให้เด็กหนุ่มมีชีวิตรอด หยิบจอกเหล้าขึ้นมาดื่มด้วยความผ่อนคลาย
.....ภายนอกห้องสืบสวน เยี่ยฉินนางถอนหายใจยาว ออกมาหลายครั้งในวันนี้ ร่างกายของอี้เฉินคงไม่ไหวอีกต่อไป หากเขายังไม่สามารถขับเคลื่อนปราณพลังได้ เป็นไปได้ที่เขาจะตายตกในอีกไม่ช้า จากบาดแผลที่เขาได้รับสาหัสมากเกินไป นางที่ได้อยู่ใกล้ๆ อี้เฉินอยู่หลายครั้งในสองวันมานี้ ทำให้ตัวนางรู้สึกเสียดายในพลังของเด็กหนุ่มผมขาวไม่น้อย หากเด็กคนนี้ได้เติบใหญ่ภายภาคหน้า เขาอาจจะเป็นผู้มีชะตาพลิกฟ้า หนึ่งฝ่ามือบดบังฟ้าดินก็เป็นได้ น่าเสียดายที่เด็กหนุ่มต้องมาจบชีวิตเช่นนี้
อยู่ๆ เสียง เสียงหนึ่งเอ่ยทักทายมาที่นาง "เหตุใดเจ้าไม่ไปหาข้าเลยเล่า เยี่ยฉินข้ารอเจ้าไปหาอยู่หลายวัน เมื่อรู้ว่าสงครามยุติลง"
เยี่ยฉินที่กำลังเหม่อลอย ถึงกับสะดุ้งโหยง กับน้ำเสียงนั้นในทันที ก่อนนางจะผสานมือคำนับไปที่หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน "องค์หญิง เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่"
"ข้ามาฟังการประชุมของเหล่าผู้อาวุโสรับมือกับพวกต่างโลก แทนท่านพ่อ แล้วเหตุใดเจ้ากลับมาจากทำศึกสงคราม แล้วไม่เข้าไปหาข้าบ้าง ไหนจะอาการที่เจ้าตกใจนั่นอีก มันทำให้ข้าแปลกใจไม่น้อย"
เยี่ยฉินได้ยินคำพูดขององค์หญิง นางถึงกับทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ "ก็เจ้าเล่นมาไม่ให้ ซุ่มให้เสียงข้าย่อมตกใจเป็นธรรมดา แล้วการพูดคุยเป็นเช่นไรเล่า"
องค์หญิงส่ายหัว "เรื่องการประชุมยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน"
"แล้วอีกอย่าง ข้าไม่ยักรู้ เจ้าขวัญอ่อนถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด เพียงเวลาผ่านไปแค่2ปี เจ้าเปลี่ยนไปมากนะ หรือว่าเจ้าเจอคนที่ถูกใจระหว่างไปทำสงครามเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ"
"เจ้า เจ้า ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว" เยี่ยฉินอยู่ๆ ใบหน้าของนางก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย
"เอาละ เอาละ ข้าไม่หยอกล้อเจ้าแล้ว" ก่อนนางเตรียมที่จะเดินจากไป แต่ทันใดนางก็หยุดชะงักเกือบลืมความคิดที่จะมายังพื้นที่แห่งนี้ไปเสียสนิท นางอยากจะรู้ศัตรูต่างดินแดนจะมีนิสัยเช่นไร นางได้ยินมาจากปากของเหล่าผู้อาวุโสชรา มาเหมือนกันว่าได้จับเชลยศึกคนหนึ่งมา แถมเชลยศึกคนนี้เป็นที่หมายตาของแม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง จึงทำให้นางสนใจเป็นอย่างมาก คนที่แม่ทัพเยี่ยหาญกวงสนใจจะเป็นคนแบบใดกันแน่
อยู่ๆ องค์หญิงก็หยุดเดินจากไปกะทันหัน เอ่ยถามเยี่ยฉิน "เยี่ยฉินพาข้าไปดูการสืบสวนหน่อย ข้าอยากรู้ได้ข้อมูลอะไรมาบ้างแล้ว"
เยี่ยฉินนางได้ยินถึงกับตกใจไปเล็กน้อย ไม่คิดองค์หญิงจะเอ่ยคำสั่งเช่นนี้ออกมา นางเอ่ยเตือนในทันใด "ท่านแน่ใจหรือ องค์หญิง ภายในห้องสืบสวนคงไม่น่าดูชมเสียเท่าใด"
"เจ้าอย่าได้กังวลข้าเห็นฉากการฆ่าฟันมาไม่น้อย แล้วอีกอย่างข้าเองก็อยู่ขั้นพลังกษัตริย์เช่นเดียวกับเจ้า อย่ามองว่าข้าอ่อนแอเป็นอันขาด ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจแพ้ข้าก็เป็นได้"
เยี่ยฉินนางส่ายหัวน้อยๆ "จ้าๆ ข้าเข้าใจแล้ว งั้นท่านเดินตามข้ามา ข้าจะพาท่านไปดูเองแต่ข้าขอเตือนอย่าไปยุ่งกับการสืบสวนเป็นอันขาด"
...แต่ทันใดที่พวกเขา เข้าไปภายในห้องสืบสวน พวกเขาก็ได้กลิ่นอายคาวเลือดรอยคละคลุ้ง เตะจมูก ยิ่งเดินเข้าไปพวกเขาก็ยิ่งได้ยินเสียงโซ่กระทบกันดัง "กรุ๊งกริ๊ง" ราวกับมีคนพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง ก่อนเสียงนั้นจะหยุดนิ่งไป ราวกับคนผู้นั้นได้หมดสติไปแล้ว
ทันทีที่ องค์หญิง กับ เยี่ยฉิน เดินเข้าไปภายในห้องสืบสวน พวกนางก็ต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นสภาพของเด็กหนุ่มผมขาวที่หมดสติ ลมหายใจรวยรินค่อยๆ ลดน้อยลงไปทุกที ถูกห้อยอยู่เช่นนั้น กายาเต็มไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลออกมาไม่หยุด จนทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
องค์หญิง เมื่อนางได้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มผมขาว นางตกใจเป็นอย่างมาก ถึงกับเอามือปิดปากของตัวเองไว้แน่น นางเกือบจะตะโกนออกไปเสียแล้ว แต่นางก็ไม่รู้ว่านางจำคนผิดหรือไม่ คนที่นางรู้จักได้ตายจากไปแล้วเมื่อ5-6ปีก่อน แต่ในยามนี้นางกลับเห็นใบหน้าที่ดูคุ้นเคยรางๆ เมื่อนึกถึงหน้าเด็กน้อยอายุ15-16ในอดีต
เทียนจื่อซาน ตวาดออกมาก้องภายในห้องสืบสวน "พวกเจ้าเข้ามาภายในห้องสืบสวนโดยไม่ได้รับคำสั่งของข้า นั้นหมายความว่าเช่นไร" แต่ทันใดที่เขาหันมาเห็นใบหน้าขององค์หญิง เขาถึงกับก้มหน้าลง สงบปากสงบคำในทันใด ก่อนยกฝ่ามือคำนับไปที่หญิงสาว แล้วถอยห่างออกจากตัวอี้เฉิน ไม่คิดองค์หญิงจะมาเยือนยังที่แห่งนี้
"ข้าว่ามันคงไม่เหมาะสำหรับท่าน องค์หญิง ที่จะมาเยือนยังที่สกปรกเช่นนี้"
องค์หญิง นางไม่มีท่าทีสนใจในตัวชายชราเทียนจื่อซานแม้แต่น้อย ดวงตาของนางจ้องมองไปที่อี้เฉินอย่างไม่วางตา มือไม้ของนางสั่นไหวน้อยๆ ราวกับความสับสนวุ่นวายทั้งหมดเข้ามาภายในหัวสมองของนางอย่างบ้าคลั่ง ดั่งมีคลื่นยักษ์ก่อตัวภายในจิตใจของนาง จนตัวนางแทบจะยืนไม่ไหวอีกต่อไป สั่งการออกมาอย่างเร่งรีบโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
"เยี่ยฉิน เจ้าเข้าไปรักษาเด็กหนุ่มนั้นเสียอย่าให้ เขาตายเด็ดขาด"
เทียนจื่อซานถึงกับหน้ามืดทะมึน"องค์หญิง แต่ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นเชลยศึกที่ข้าต้องสืบสวน"
องค์หญิงมองไปด้วยแววตาดุร้ายในทันที จนทำให้ เทียนจื่อซาน กับเยี่ยฉินตกตะลึงไม่น้อย ไม่คิดองค์หญิงจะมาช่วยเหลือเด็กหนุ่มผมขาวไว้
"เร็วเข้าเยี่ยฉิน ข้าไม่สนต้องแลกกับสิ่งใดข้าอยาก พูดคุยกับเขา เจ้ารีบเข้าไปรักษาเขาเร็วเข้า"
เทียนจื่อซานที่เห็นเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก เดินจากไปภายนอกห้องสืบสวนในทันที หมายมั่นไปรายงานเรื่องราวต่างๆ คิดโยนความผิดไปที่องค์หญิงเสียเลย หวังว่าอี้เฉินจะตายตกก่อนที่จะได้รักษา