บทที่ 29 อ้อนวอนขอชีวิต (รีไรต์)
จริง ๆ แล้วอวิ๋นซานก็ไม่ได้สนิทกับหลินเวยที่กำลังจะแต่งงานมากนัก ถงเสี่ยวอวี้ต่างหากที่สนิทกับหลินเวยมากกว่า
แต่อวิ๋นซานรับปากไปแล้วว่าจะไปร่วมงาน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป ส่วนเธอก็รู้สึกผิดจริง ๆ คงต้องเตรียมซองแดงไปให้ทีหลัง
พานหงเสียเห็นว่าข้างนอกยังมีแดดก็เลยรีบต้มน้ำร้อน เตรียมอาบน้ำให้ช่านช่าน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ไม่ต้องพูดถึงช่านช่าน แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนก็ยังไม่ได้อาบน้ำเลย สภาพของที่พักนั้นแย่มากโชคดีที่ว่าอากาศหนาว ไม่อาบน้ำไม่กี่วันก็คงไม่เหม็นเปรี้ยวหรอก
อวิ๋นซานสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปและวิ่งไปช่วยพานหงเสียอาบน้ำให้ช่านช่าน
ช่านช่านชอบเล่นน้ำ พอได้ลงอ่างอาบน้ำแล้วก็ไม่ยอมขึ้น
ตอนนี้เพิ่งจะบ่ายโมง แดดที่ระเบียงก็เริ่มคล้อยต่ำ ไม่มีลม สามารถย้ายอ่างอาบน้ำของช่านช่านไปที่ระเบียงได้ ให้เธอได้อาบแดดไปด้วยจะได้ไม่หนาวเกินไป
จะว่าไปอวิ๋นซานก็รู้สึกละอายใจอยู่บ้าง เพราะไม่ค่อยได้อาบน้ำให้ลูกเลย ส่วนใหญ่จะเป็พานหงเสียที่อาบน้ำให้
พอช่านช่านลงน้ำไปก็ดีใจ ะโโลดเต้น พานหงเสียอดหัวเราะไม่ได้ “เด็กคนนี้ คงจะอัดอั้นมานานแล้วสินะ”
อวิ๋นซานมองลูกสาวด้วยความอิจฉา เธอเองก็อยากจะเล่นน้ำในอ่างให้สนุกแบบนั้นบ้าง
พานหงเสียกลัวหลานสาวตัวน้อยจะเป็หวัด จึงรีบอุ้มเธอขึ้นมาหลังจากอาบน้ำได้ไม่กี่นาที แต่ดูเหมือนหนูน้อยจะไม่ยอมง่าย ๆ ร้องไห้เสียงดังลั่น
อวิ๋นซานเห็นลูกสาวร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา ก็อดขำไม่ได้
เมื่อเด็กหญิงตัวน้อยหยุดร้องไห้ อ้าปากค้างมองอวิ๋นซานอย่างงุนงงเหมือนไม่เข้าใจว่าเธอหัวเราะอะไร
อวิ๋นซานเห็นท่าทางน่ารัก ๆ ของลูกสาวก็ใจละลาย ลูกสาวของเธอนี่ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้
พานหงเสียเองก็หัวเราะพลางใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้หลานสาว พร้อมบอกกับอวิ๋นซานว่า “หลานคนนี้เลี้ยงง่ายกว่าลูกตอนเด็ก ๆ เยอะเลยนะ เธอเนี่ยเอาใจยากจะตาย”
หนูน้อยถูกเบี่ยงเบนความสนใจ เหมือนลืมไปแล้วว่าโดนขัดจังหวะตอนเล่นน้ำและกางแขนขอให้อวิ๋นซานอุ้มแทน
พานหงเสียจับมือหลานสาวเบา ๆ แล้วพูดติดตลกว่า “หนูน้อยคนนี้ใจร้ายจริง ๆ เลย ยายอาบน้ำให้ ยายแต่งตัวให้ พอเสร็จแล้วก็จะเอาแต่แม่ซะงั้น”
หนูน้อยไม่เข้าใจว่าผู้เป็ยายพูดอะไร แต่เห็นยายยิ้มก็ยิ้มตาม
อวิ๋นซานอุ้มลูกสาว ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เธอคิดในใจนี่ต้องเป็นางฟ้าตัวน้อยแน่ ๆ
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเดือนสิบสองแล้ว รีบขายผ้าพวกนั้นให้หมดเถอะ” พานหงเสียเร่งอวิ๋นซาน
“หนูรู้แล้วค่ะแม่” อวิ๋นซานตอบรับ
อวิ๋นโหย่วฝูถูกความกดดันจากเื่บ้าน ทำให้เขาต้องกลับไปทำงานที่โรงงานในตอนบ่าย แม้ว่าอวิ๋นซานอยากจะให้เขารอจนกว่ามือจะหายดีก่อน แต่เขาก็ไม่ฟัง
พานหงเสียก็สนับสนุนให้สามีกลับไปทำงาน ไม่อยากให้เขาอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะมันทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
แล้วเธอก็ทนเห็นอวิ๋นซานอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ จึงเร่งให้เธอไปทำปกเสื้อ ถ้าอวิ๋นโหย่วฝูตกงานจริง ๆ อย่างน้อยครอบครัวก็ยังมีรายได้
จริง ๆ แล้วอวิ๋นซานก็อยากจะขายผ้าทั้งหมดให้หมด เพราะในใจเธอก็รู้สึกกังวลอยู่เหมือนกัน
พานหงเสียเก็บเสื้อผ้าและผ้าห่มเล็ก ๆ ของช่านช่านพร้อมกับเตรียมนมผงของหลานสาวเสร็จแล้ว ก็ไปที่บ้านบนถนนเจี้ยนเซ่อพร้อมกับอวิ๋นซาน เพราะเธอรู้สึกไม่วางใจที่จะอยู่บ้านกับเด็กเพียงลำพัง
“แม่คะ หนูรู้สึกเหมือนมีเ้านายจ้องอยู่ตลอดเวลาเลย” อวิ๋นซานพูดกับพานหงเสีย
พานหงเสียมองค้อนเธอแวบหนึ่ง “เ้านายอะไรกัน ใครทำงานให้ใครกันแน่?”
อวิ๋นซานคล้องแขนเธอ หัวเราะพลางเอ่ย “ลำบากแม่แล้วล่ะค่ะ”
พวกเธอไม่รู้เลยว่า ทันทีที่พวกเธอจากไป อวิ๋นโหย่วเต๋อก็พาคนมาที่บ้านพัก
ลูกชายคนรองหายตัวไป ลูกสะใภ้ในเมืองถูกควบคุมตัว ทั้งหมดนี้เป็เพราะครอบครัวของอวิ๋นโหย่วฝู อวิ๋นโหย่วเต๋อโกรธจนแทบคลั่ง อยากจะทำลายครอบครัวโหย่วฝูให้พังพินาศ
ลูกชายคนรองเป็เด็กที่ฉลาดที่สุดในบรรดาลูก ๆ ของเขา และเป็คนที่เหมือนเขามากที่สุด ต่อไปนี้จะต้องใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในฐานะผู้ต้องหา ชีวิตของเขาพังทลายไปแล้ว พวกอวิ๋นโหย่วฝูมันกล้าดียังไง!
อวิ๋นโหย่วเต๋อเรียกคนในหมู่บ้านมาหลายคน บุกไปที่บ้านพักของโรงงานแต่ไม่พบใคร ได้ยินคนบอกว่าพวกเขาย้ายออกไปแล้ว อวิ๋นโหย่วเต๋อโกรธมากแต่ก็ไม่ยอมกลับ เขาพาคนไปเปิดบ้านพักรับรองใกล้ ๆ ตั้งใจจะรออยู่แถวนั้นสักสองสามวัน
แต่พวกเขาไม่มีหนังสือแนะนำตัว ไม่มีใบรับรองการทำงานจะไปเปิดบ้านพักรับรองได้ยังไง
อวิ๋นโหย่วเต๋อยังไม่ยอมกลับ บอกว่าถ้าพักที่บ้านพักรับรองไม่ได้ ก็ไปหาสวนสาธารณะหรือใต้สะพานใกล้ ๆ บ้านพักนอนกันหนึ่งคืนก็ได้ แต่ชาวบ้านที่ตามเขามาไม่เห็นด้วย
อากาศหนาวขนาดนี้ อยู่ข้างนอกมีหวังแข็งตายแน่ ๆ
ชาวบ้านหลายคนโวยวายอยากกลับบ้าน บอกว่าต่อให้เพิ่มเงินก็ไม่เอาแล้ว พวกเขามาด้วยความไม่เต็มใจั้แ่แรกอยู่แล้วถ้าไม่ใช่เพราะอวิ๋นโหย่วเต๋อสัญญาว่าจะให้เงิน พวกเขาก็คงไม่มา
ในขณะที่อวิ๋นโหย่วเต๋อกำลังอ้อนวอนขอร้องไม่ให้พวกเขากลับไป พวกเขาก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าพวกเขามาตามหาครอบครัวของอวิ๋นซาน ก็เลยใจดีหาห้องเก็บของให้พวกเขานอนพักหนึ่งคืน
พอเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็มาที่นี่อีกครั้ง เห็นว่าไม่มีใครอยู่ ชาวบ้านสองคนก็กลับไป อวิ๋นโหย่วเต๋อพาคนที่เหลืออีกสามคนไปดักรออยู่แถวนั้นทั้งเช้า เผลอเพียงครู่เดียว ครอบครัวของอวิ๋นโหย่วฝูก็แอบเข้าไป เขารู้เื่ก็เพราะได้ยินคนในบ้านพักพูดกัน เขาก็รีบวิ่งตามเข้าไป แต่ก็ไม่ทัน
อวิ๋นโหย่วเต๋อลืมไปแล้วว่าก่อนหน้านี้ครอบครัวของเขาเคยคิดจะแย่งงาน แย่งบ้านของครอบครัวอวิ๋นโหย่วฝู เพื่อให้ลูกชายคนรองแต่งงานกับสาวเมืองได้สำเร็จ และอยากให้ครอบครัวของเขามาใช้ชีวิตแบบคนเมือง
ตอนนี้แผนการล้มเหลว แถมลูกชายยังจะต้องติดคุกอีก เขากลับรู้สึกว่าครอบครัวของอวิ๋นโหย่วฝูโเี้ ไม่เห็นแก่ความเป็พี่น้องกัน
เมื่อเห็นประตูบ้านพักของของโหย่วฝูปิดสนิท ความโกรธที่อวิ๋นโหย่วเต๋อเก็บไว้ในใจก็ปะทุขึ้น เขาเป็คนแรกที่พุ่งตัวเข้าไปทุบประตู ทุบหน้าต่างและะโด่าทออย่างเกรี้ยวกราด
เพื่อนบ้านข้าง ๆ บ้านอวิ๋นโหย่วฝูใมาก นี่มันเื่บ้าอะไรกัน? แต่มีเพื่อนบ้านจำอวิ๋นโหย่วเต๋อได้ พวกเขารู้ว่าเขาเป็พี่ชายของอวิ๋นโหย่วฝูและรู้ด้วยว่าอวิ๋นโหย่วเต๋อคนนี้เป็คนโลภอยากได้งานของน้องชาย
“ทำอะไรกันน่ะ? นี่มันโจรชัด ๆ”
“ทำอะไรกัน กลางวันแสก ๆ แบบนี้ รีบไปให้พ้น ไม่อย่างนั้นลูกฉันจะกลัว”
เพื่อนบ้านออกมาด่าทอ
อวิ๋นโหย่วเต๋อจ้องเขม็งตอบกลับไปว่า “อวิ๋นโหย่วฝูทำร้ายลูกชายฉัน แล้วฉันจะพังประตูบ้านมันไม่ได้หรือไง?”
พูดจบก็ถีบประตูไปอีกสองครั้ง เขาโกรธจนแทบคลั่ง เพื่อนบ้านที่สนิทกับอวิ๋นโหย่วฝูก็รีบให้คนไปบอกอวิ๋นโหย่วฝูที่กำลังทำงานอยู่ที่โรงงาน
ถึงแม้เพื่อนบ้านจะต่อว่า แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปขวาง เพราะอวิ๋นโหย่วเต๋อพาคนมาด้วย ท่าทางพวกนี้ดูเหมือนป่าเถื่อนและดูบ้าคลั่ง ถ้าเข้าไปขวางก็กลัวจะว่าตัวเองจะถูกซ้อมไปด้วย
เพล้ง!
เสียงกระจกหน้าต่างแตก ส่วนประตูก็โยกเยกเหมือนจะพัง
“พวกแกกำลังทำอะไร?” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น จากนั้นก็มีเงาร่างพุ่งเข้ามา อวิ๋นโหย่วเต๋อถูกเตะล้มลงไปกับพื้น
อวิ๋นโหย่วเต๋ออายุห้าสิบกว่าปีแล้ว เพิ่งจะเคยโดนคนอื่นเตะเป็ครั้งแรก แต่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็ฝ่ายถูก จึงะโเสียงดังด้วยความโมโห “คนร้าย ๆ คนเมืองรังแกคนชนบท รังแกประชาชน…”
เหวยเจาลากเขาขึ้นมา “ใครกันแน่ที่รังแกใคร? พวกแกเป็คนชนบท มาทุบประตูบ้านคนอื่น ใครใช้ให้ทำ?”
อวิ๋นโหย่วเต๋อไม่ได้ฟังที่อีกฝ่ายพูดเลย เขารู้สึกเจ็บไปทั้งตัว เและ้าเรียกค่าเสียหาย จะทำให้ไอ้บ้านี่ติดคุกให้ได้!
“ต้าหนิว เอ้อร์โก่ว พวกแกยืนโง่ทำไม รีบมาช่วยฉันจัดการมันสิ…” อวิ๋นโหย่วเต๋อรู้สึกหายใจไม่ออก รีบะโเรียกลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เหวยเจาหัวเราะเสียงเย็นก่อนจะลากอวิ๋นโหย่วเต๋อไปพาดบนราวบันได อวิ๋นโหย่วเต๋อที่มีท่าทางกร่างเมื่อครู่นี้ ตอนนี้กลับตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ร่างกายครึ่งท่อนลอยอยู่กลางอากาศ ที่นี่คือชั้นสอง ถ้าเหวยเจาปล่อยมือ เขาต้องตกลงไป ไม่ตายก็คงาเ็สาหัส
อวิ๋นโหย่วเต๋อจึงรีบเปลี่ยนท่าทีเป็อ้อนวอนขอชีวิตในทันที ไม่หลงเหลือท่าทางเย่อหยิ่งเหมือนตอนแรก
เหวยเจาแค่นเสียงหัวเราะอีกครั้ง “สมแล้วที่เป็พ่อลูกกัน ขี้ขลาดเหมือนกันไม่มีผิด”
คนที่มากับอวิ๋นโหย่วเต๋อล้วนเป็พวกอัธพาลในหมู่บ้าน ดูจากรูปร่างแล้วก็พอมีแรงกันอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ไม่ได้โง่เขลา ผู้ชายท่าทางที่ดุร้ายตรงหน้าพวกเขา สามารถยกอวิ๋นโหย่วเต๋อขึ้นมาได้อย่างง่ายดายแบบนี้ แสดงว่าต้องไม่ใช่คนธรรมดา