เจมส์ขับรถมารับเกรซตามเวลาที่นัดหมาย
หล่อนอยู่ในชุดเดรสเรียบง่าย กระโปรงยาวและรองเท้าส้นสูง ถึงแม้จะดีกว่าชุดสมัยสอนในวิทยาลัยกุหลาบขาวแต่ก็ค่อนข้างมิดชิดไม่ได้หวือหวาเน้นโชว์เนื้อหนังอย่างมิวสิคหรือเบียร์
“วันนี้คุณดูสวยจัง แต่ถ้าจะให้ดีเว้าหลังหน่อยนะ” เจมส์กล่าวหลังจากพิจารณาครู่หนึ่ง
เกรซหยิกแขนเขาทีหนึ่ง พร้อมกับดุ “เธอลืมไปแล้วเหรอว่าวันนี้เป็นวันอะไร คงไม่ใช่อยากให้คนคนนั้นชอบฉันกว่าเดิมหรอกนะ”
“โอ้...ถ้าคุณรักผมจริง ต่อให้เขาจะชอบคุณ คุณจะมองเขาเหรอ?”
“ชิ! ฉันยังไม่เคยพูดสักหน่อยว่าชอบเธอ อย่าเข้าใจไปเองสิ” เกรซกัดริมฝีปาก เดินไปขึ้นรถในขณะหน้าขึ้นสี
เจมส์หัวเราะมุมปาก จากนั้นมุ่งหน้าไปที่แกรนด์การ์เด้น
รถยนต์บนนถนนช่วงเย็นค่อนข้างหนาแน่น แถมไฟแดงยังมากเกินความจำเป็น ระหว่างนั้นเจมส์อดไม่ได้ต้องเอามือลูบไล้เรียวขาสวยที่มีกระโปรงยาวสวมทับ
เกรซถึงกับตกใจจนสะดุ้งโหยง ถามเสียงสั่นๆ “จะทำอะไรเนี่ย!”
“ซ้อมไงครับ” เขาตอบหน้าละลื่น แถมยังมองแต่ทางข้างหน้า คล้ายกับไม่เห็นหล่อนอยู่ในสายตา
“ซ้อม...? ซ้อมอะไร มีอะไรต้องซ้อม”
“ซ้อมเป็นแฟนไง เผื่อนายโกวิทย์อะไรนั่นอยากให้คุณจูบกับผมขึ้นมา คุณจะได้ไม่โป๊ะแตก” เจมส์หัวเราะร่า
“หึ! ไม่แน่เขาอาจจะไม่ใช่คนแบบนั้น อาจจะเป็นสุภาพบุรุษก็ได้ บางทีฉันอาจจะชอบเขาหลังจากเจอหน้ากันครั้งแรก” เกรซย่นจมูก
เจมส์ถอนมือกลับมา น้ำเสียงเศร้าหมอง “งั้นก็คงแย่ การไปของผมครั้งนี้คงไม่ต่างจากยื่นเนื้อเข้าไปในกรงสิงโต”
หัวใจของเกรซถึงกับเต้นหวิวในตอนที่เขาดึงมือกลับ และช่วงเวลาต่อมาคำพูดเพียงไม่กี่ประโยคก็สร้างคลื่นกระแทกในใจ อดคิดไม่ได้ว่าไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย
บรรยากาศกลายเป็นหนักอึ้งกระทั่งรถมาถึงร้านอาหารแกรนด์การ์เด้น สถานที่นัดหมายกับคู่ดูตัวที่ทางบ้านจัดให้
เจมส์ลงมาจากรถในสภาพสวมเสื้อเชิ้ตกางเกงสแลคสีดำ รองเท้าปลายแหลมและนาฬิกาเรือนหรู ด้วยรูปลักษณ์ของเขาที่แสดงออกมาทั้งยังลงจากรถหรู ไม่แปลกหากผู้หญิงหลายคนเห็นแล้วเป็นต้องเหลียวมอง
เกรซเห็นภาพดังกล่าวไม่คิดเลยว่าเจมส์จะมีเสน่ห์มาก มิน่าละเขาถึงได้มีแฟนสองคน...ไม่สิน่าจะเยอะกว่านั้นอีก
“เข้าไปข้างในกันเถอะ” เกรซตัดสินใจดึงมือเจมส์เข้ามา ใบหน้าร้อนผ่าวแถมมือที่กุมยังให้ความรู้สึกที่ประหลาด นี่เป็นผู้ชายคนแรกที่กุมมือ
เจมส์พยักหน้า แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้าไปในร้าน
เนื่องจากโต๊ะถูกจองไว้แล้วเกรซเพียงเดินตามบริกรไปที่โต๊ะ เมื่อมาถึงก็พบกับชายคนหนึ่ง จากข้อมูลที่ทางบ้านส่งมาให้เขาชื่อโกวิทย์
“สวัสดีคุณโกวิทย์ ฉันไม่ได้มาสายเกินไปใช่ไหมคะ” เกรซทักทายในขณะที่กุมมือเจมส์แน่น
โกวิทย์ ชายเจ้าของความสูง 1.7 เมตรลุกขึ้นยืน สีหน้าเขาพลันแข็งกระด้างเมื่อเห็นคนที่มากับเธอ แถมยังเกาะมือกันแน่นเสียขนาดนั้น
“ไม่นานครับ ผมเองก็เพิ่งเดินทางมาถึง” โกวิทย์พยายามรักษาสีหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นกลับปิดไม่มิด
เกรซเข้าใจได้ไม่ยากว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ จึงเอ่ยขึ้นว่า “นี่คือแฟนของฉัน เขาชื่อเจมส์”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เจมส์กล่าวคำทักทายแต่ไม่ได้ยื่นมือ เพียงยืนอยู่ตรงนั้น มีความเย่อหยิ่งและมองเพียงหางตา
“เดี๋ยวนะครับ...คุณโสดไม่ใช่เหรอทำไมถึง...” โกวิทย์พูดจาติดๆขัดๆ น้ำเสียงไม่แน่นอนคล้ายกับคนที่พ่ายแพ้
“อ๋อเรื่องนั้น...ที่บ้านฉันคิดเองเออเองค่ะว่าฉันยังไม่มีแฟน ความจริงฉันมีแฟนแล้วและก็รักกันมากด้วย”
โกวิทย์สังเกตทั้งคู่ ก่อนจะพูดอะไรบางอย่าง “อย่างนั้นเหรอครับ แต่พวกคุณยืนอยู่ห่างกันมากเลยนะจะเป็นแฟนกันจริงๆ เหรอ อำผมหรือเปล่าเนี่ย”
เกรซผ่อนลมหายใจแล้วขยับเข้าไปใกล้เจมส์ ตามด้วยรอยยิ้ม “เห็นไหมคะ”
โกวิทย์ดูเหมือนจะไม่เชื่อ “งั้นเหรอครับ แต่ถึงแม้คุณจะมีแฟนผมก็ไม่สนใจ ยังไงซะวันนี้ที่บ้านคุณก็นัดคุณให้มาพบกับผม เราควรจะนั่งคุยกันสักหน่อยดีไหมครับ”
เขาไม่เปิดโอกาสให้พูด เกรซจึงจำใจยอมนั่งอย่างไม่มีทางเลือก
เมื่อนั่งลงโกวิทย์เริ่มโจมตีด้วยคำพูดทันที “ผมทราบว่าตอนนี้คุณถูกไล่ออกจากงาน นั่นหมายความว่าคุณกำลังตกงาน ไม่มีงานทำ ผมรู้ว่าใบวิชาชีพครูมีค่ากับคุณมาก ผมสามารถช่วยคุณได้นะครับคุณเกรซ”
จากนั้นหันไปหาเจมส์ ตามด้วยกล่าว
“คุณดูยังเด็กอยู่เลย อายุน้อยขนาดนี้ทำงานอะไรเหรอครับ”
“อ๋อ..ผมเรียนอยู่น่ะ”
“เรียนอยู่...เหรอครับ” โกวิทย์ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย เขาไม่คิดเลยว่าแฟนของเกรซจะเป็นนักศึกษา “งั้นก็แย่เลยสิครับ คุณเกรซเป็นคนที่มีอนาคตไกล ตอนนี้เธอตกงานเลี้ยงดูคุณไม่ได้ คุณเองก็อย่าเอาตัวมาเป็นภาระให้เธอเลย เลิกกับเธอเถอะครับถ้าหากคุณรักเธอจริง”
เจมส์อดไม่ได้ต้องยิ้มมุมปาก สุภาพบุรุษสามสิบปีรายนี้ทำไมถึงคิดแบบนั้น หรืออาจเพราะเขายังเรียนอยู่เลยไม่มีรายได้ ซึ่งหากคิดดูให้ละเอียดก็ไม่แปลกที่โกวิทย์จะเข้าใจผิด
โดยไม่รอคำตอบโกวิทย์เสริมว่า “คุณเกรซเห็นแล้วใช่ไหมว่าการมีแฟนเป็นเรื่องสำคัญมาก คุณไม่ควรจมปลักกับผู้ชายคนนี้ แทนที่จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ไม่สู้สร้างเนื้อสร้างตัวกับผม มีลูกสักสองสามคน คุณว่าดีไหมครับ”
เกรซถึงกับขนลุกซู่ ไม่คิดว่าคนคนนี้จะมองไกลถึงเรื่องลูก แถมเธอเองยังไม่เคยคิดที่จะมี เพราะตอนนี้อายุก็แค่ 28 ปี ยังเหลือเวลาอีกมาก
“ได้ฟังคุณพูดมาตั้งนาน ผมอยากรู้จังว่าคุณทำงานอะไรอยู่ถึงได้มั่นใจว่าจะเลี้ยงเธอได้” เจมส์ถาม
โกวิทย์กระตุกยิ้มมุมปาก นี่แหละคือคำถามที่เขาอยากให้ถามมากที่สุด เพราะจะได้ฉีกหน้าแกไง!
“เป็นคำถามที่ดี ผมเป็นอาจารย์สอนในวิทยาลัยนานาชาติ โกลด์รีเวนจ์ เงินเดือนไม่มากหรอกครับแค่สี่ห้าหมื่นเท่านั้นเอง มีอะไรสงสัยอีกไหมครับงั้นผมจะพูดต่อแล้วนะ”
เขาเว้นไปช่วงหนึ่ง บรรจงหันสายตาไปมองหญิงสาวที่หมายมั่น ปากก็เผยยิ้มหวาน
“นอกจากนั้นผมยังมีที่ดินในต่างจังหวัดอีก 10 ไร่ บ้านหนึ่งหลัง รถยนต์สองคัน รถมอเตอร์ไซค์สามคัน มีหุ้นในร้านอาหารญี่ปุ่น นับเป็นมูลค่าทางตลาดก็มากกว่าห้าล้านบาท!”
กล่าวจบโกวิทย์อดไม่ได้ต้องยืดคอ ยืดตัวให้ตรง ท่าทางภูมิฐานเหมือนกับนกยูงกำลังรำแพนหางของมันเพื่ออวดตัวเมีย
“โห ไม่ธรรมดานะครับเนี่ย” เจมส์ผงกศีรษะชื่นชม
โกวิทย์เหยียดยิ้มริมฝีปาก “แน่นอนอยู่แล้ว หลังจากเรียนจบผมก็ทำงาน เก็บเงินซื้อบ้านซื้อที่ดิน ทำธุรกิจร่วมกับเพื่อนเปิดร้านอาหาร ผมถือว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่สำหรับคุณ...หึหึหึ”
ถึงแม้โกวิทย์จะไม่เอ่ยออกมาตรงๆ แต่แค่การกระทำดูก็รู้ว่าเขากำลังดูถูก
แต่อย่างใดก็ตามที่พูดมาทั้งหมดมีบางอย่างที่โกหก
เรื่องที่ดิน 10 ไร่นั่นเขาไม่ได้ซื้อ หากได้มาจากที่บ้านและคิดว่าจะขายในอนาคต
ที่ดินผืนนั้นอยู่ต่างจังหวัดและใช้เวลาเดินทางค่อนข้างไกล เก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์ไม่สู้ขายเอาเงินไปลงทุนในธุรกิจดีกว่า
“โปรไฟล์ของคุณดีมากเลยนะคะ แต่ฉันมีแฟนแล้วต้องขอโทษด้วย และอีกอย่างคุณคงหาแฟนได้ไม่ยาก” เกรซตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ซึ่งทำให้โกวิทย์ตกตะลึง
เกิดอะไรขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ สมองหล่อนมีปัญหาหรือไง
รู้ทั้งรู้ว่าแต่งงานกับเขาจะมีอนาคตไกลแถมยังได้กลับไปทำงานที่ชอบ ยังมัวลังเลอะไรอยู่อีก
“เอาล่ะในเมื่อผู้หญิงตอบชัดเจนแล้ว ผมว่าเราก็ไม่มีอะไรต้องพูด” เจมส์กล่าว ก่อนจะหันศีรษะไปทางเกรซ “ไปกันเถอะ คืนนี้ผมต้องการคุณ รู้ไหมว่าผมต้องทนรอตั้งหนึ่งอาทิตย์พยายามไม่ผ่าไฟแดง คุณรู้ไหมว่ามันยากแค่ไหน”
“...” เกรซแทบอยากจะพ่นไฟใส่หน้าเจมส์ พูดเรื่องใต้สะดือออกมาได้ยังไง แถมยังกล่าวถึงวันนั้นของเดือน ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
แต่เกรซไม่สะดวกที่จะโต้เถียง ทำได้เพียงปล่อยให้เขาเอาเปรียบ ต่อหน้าโกวิทย์ต้องแสดงให้แนบเนียน
โกวิทย์ดูไม่ยอมแพ้ เขาวิ่งตามออกไปถึงหน้าร้านอาหาร พร้อมกับหยิบกุญแจรถยนต์ขึ้นมาโชว์
“คุณเกรซผมชอบคุณตั้งแต่เห็นรูป รู้ไหมว่าผมเฝ้าฝันถึงคุณตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว วันนี้คุณไม่สามารถปฏิเสธผมได้และจะต้องไปกับผม!” จากนั้นเขากดรีโมทรถยนต์ราคา 1.5 ล้านบาทกระพริบไฟ “นี่คือรถของผม เป็นรถตัวท็อป ลองคิดดูว่ามันจะวิเศษแค่ไหนหากคุณได้นั่งอยู่ในรถ มากับผมสิแล้วผมจะทำให้คุณมีความสุข และนอกจากนั้นหากคุณต้องการผมสามารถผ่าไฟแดงได้และกลืนมันลงกระเพาะ หึหึ”
เกรซเกือบจะอาเจียน หล่อนไม่คิดเลยว่าโกวิทย์จะมีรสนิยมแปลกๆ
น่าขยะแขยงเป็นบ้า!
“นี่ลุง ผู้หญิงไม่ชอบยังตามตื้ออีกนะ รีบๆ ไปซะ แล้วอย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก” เจมส์ทำเหมือนไล่แมลงวัน โดยไม่รอการตอบสนองของอีกฝ่าย เขากดรีโมทรถของตัวเอง ทันใดนั้น BMW X5 ตอบสนอง
“นั่นมัน...” โกวิทย์ถึงกับมองตาละห้อย เหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เหนือสามัญสำนึก
สรุปไอ้นักศึกษานี่เป็นลูกหลานคนรวยถึงได้ขับรถแพงๆ และหากดูจากยี่ห้อและราคาในตลาด เขาไม่สามารถเทียบได้เลย